รำลึก market garden
avatar
นายพล ไอเซนฮาวน์


วันนี้  วันมาร์เก็ต การ์เด้น ครับ ยิ่งใหญ่กว่า ดี-เดย์ แต่ทำไมไม่มีใครกล่าวถึงเท่าไหร่ครับ

ดู a bridge too far เป็นการรำลึกครับ

วันโดด วันนี้ เมื่อ 64ปีก่อนครับ

จอร์น ฟอร์ด กับสะพานอาร์นเฮมครับ

ไนเมเก้นครับ

ผลสุดท้ายครับ



ผู้ตั้งกระทู้ นายพล ไอเซนฮาวน์ (generalwanchad-at-hotmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2008-09-17 18:56:44 IP : 117.47.147.132


1

ความคิดเห็นที่ 1 (2975434)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

ดีเดย์นั้นยิ่งใหญ่ทั้งในด้านจำนวนทหารทั้งสองฝ่ายและด้านความสำเร็จของฝ่ายสัมพันธมิตรครับ ส่วนมาร์เก็ตการ์เด้นจะยิ่งใหญ่ในด้านความล้มเหลว คือไม่มีใคร Happy ต่างฝ่ายต่างสูญเสียโดยแทบไม่ส่งผลให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือมีความคืบหน้าอะไรขึ้นมาเลย ขณะที่ยุทธการอื่นจะทำให้ฝ่ายชนะได้เปรียบขึ้นมาอย่างชัดเจน เช่น สตาลินกราดทำให้รัสเซียกลับเป็นฝ่ายรุก ดีเดย์ทำให้อังกฤษและอเมริกาเข้ามาปักหลักในแผ่นดินใหญ่ยุโรปได้ Battle of the Bulge ฝ่ายแพ้คือเยอรมันสามารถตีโต้กลับเข้ามาได้ลึกมาก แต่พอแพ้แล้วก็ไม่สามารถทำการรุกได้อีก ฯลฯ

แม้อย่างนั้น มาร์เก็ตการ์เด้นก็ยังควรได้รับการรำลึกถึง แต่เป็นการรำลึกในแง่ที่ต่างจากยุทธการอื่นๆ คือการเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งสองฝ่ายครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-09-17 19:33:30 IP : 124.120.173.238


ความคิดเห็นที่ 2 (2975436)
avatar
ชัย

เเผนการนี้เป็นความผิดผลาดของฝ่ายสัมพันธมิตรเองโดยเฉพาะฝ่ายอังกฤษที่นำโดยนายพลมอนต์โกเมอร์รี่  ความผิดผลาดส่วนใหญ่นั้นดังที่คุณโรจน์ได้เคยเขียนไว้ในเรื่อง A Bridge Too Far  เเล้วครับ   สำหรับคิดว่าปฎิบัติการนี้ล้มเหลวน่าจะมีความผิดผลาดที่คุณโรจน์ยังไม่ได้เขียนดังนี้ครับ

   1. เเผนMaket Garden มีความไม่เเน่นอนเท่าไร  เพราะปฎิบัติการนี้ส่วนใหญ่จะใช้พลร่มเป็นหลัก  จุดมุ่งหมายเพียงเพื่อยึดสะพาน  5  เเห่ง ในฮอลเเลนด์เท่านั้น   ไม่ได้ยึดเมืองสำคัญๆ

    2. การวางเเผนของสัมพันธมิตรเร็วเกินไป  เช่น  การลำเลียงพลร่ม 40000  ลงในฮอล์เเลนด์ในเที่ยวเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้  เนื่องจากเครื่องบินมีไม่พอดังนั้นจึงต้องโปรยหลายเที่ยว  ทำให้การโปรยพลล่มระลอกหลังผิดกับระลอกเเลก   ฝ่ายพันธมิตรกับไม่สนใจปัญหานี้อีก เเละยังสั่งให้เเผนการนี้ดำเนินเร็วเท่าไรยิ่งดี  ทำให้การวางเเผนหละหลวม  ผิดกับตอนวันดี-เดย์ ที่วางเเผนมาเป็นปี   ทำให้ศึกษาข้อบกพร่องเเละเเก้ไขได้ทัน

นี่เเหละครับ   การวางเเผนไม่ดีในสงครามก็อาจทำให้เเพ้ได้  เหมือนกับฮิตเลอร์วางเเผนบุกโซเวียตตอนต้นปี1941

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย (battle222-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-09-18 13:20:46 IP : 119.42.67.182


ความคิดเห็นที่ 3 (2975437)
avatar
นายพล ไอเซนฮาวน์

อาจจะแก้ได้ โดย

ทิ้งระเบิดปูพรมอาร์นเฮมส่งรถถังบุกเข้าไป

และในหนัง เปลื่ยนจากการส่งคนพาไปช่วยพลร่มที่1ข้ามแม่น้ำอพยพกลับเป็นส่งเสบียงและคนเข้าไปดีกว่า

สร้างสะพานชั่วคราวเหมือนสะพานซันข้ามแม่น้ำแทนข้ามสะพานอาร์นเฮมก็ได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น นายพล ไอเซนฮาวน์ (generalwanchad-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-09-18 17:30:13 IP : 117.47.147.132


ความคิดเห็นที่ 4 (2975454)
avatar
ชอบหนังสงคราม

เกี่ยวกับเรื่องข่าวกรองด้วยไหมครับ ? เพราะดูแล้ว ฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ค่อยเชื่อการให้ข่าวของหน่วยใต้ดินในฮอลแลนด์ เหมือนที่ผู้กองคนหนึ่งในกองร้อยอีซี่พูดขำๆ ว่ามีแต่เด็กและคนแก่

ผู้แสดงความคิดเห็น ชอบหนังสงคราม วันที่ตอบ 2008-09-25 17:33:54 IP : 58.9.26.205


ความคิดเห็นที่ 5 (2975479)
avatar
จ่าทหารม้า

เป็นสงครามการเมืองของสัมพันธมิตรด้วยกัน   อังกฤษและอเมริกากำลังแข่งกันว่าใครจะรุกได้ไกลกว่ากัน  ประชาชน-หนังสือพิมพ์กำลังลงข่าวแข่งกัน-แพตตันกำลังดัง-ขณะที่มอนโกโมรีคลานต้วมเตี้ยม-การไม่ยึดแอนเวิปก่อนจะบุกอาร์นเฮมทำให้เกิดความพินาศของแผนนี้-ไอเซนฮาว์วต้องเอาใจ"มอนตี้"ที่ชักเย่อทุกอย่างที่แพตตันขอมา-จอมพลอังกฤษลดตัวลงมาแข่งกับพลโทของอเมริกาอย่างแพตตัน-นายพลบราวนิงควรได้รับการตำหนิเรื่องข่าวกรองทำให้นายพลเออคาร์ทโดดร่มลงบนหัวกองพลแพนเซอร์ของนาซี-นายพลฮอร็อคผู้นำการบุกภาคพื้นก็ควรตำหนิเพราะปืนใหญ่นาซี4กระบอกตรึงกองพลต่างๆที่ตามกันมาเป็นงูกินหางจอดแช่ทั้งขบวน-ข้อมูลจากหนังสือband of bratherพบว่าทหารรถถังอังกฤษของนายพลฮอร็อคไม่มีสมรรถภาพพอในการรบ-ความพ่ายแพ้ที่มอนโกโมรีไม่ยอมรับเป็นสิ่งที่น่าอับอาย

ผู้แสดงความคิดเห็น จ่าทหารม้า วันที่ตอบ 2008-09-30 14:46:01 IP : 202.29.52.252


ความคิดเห็นที่ 6 (2975482)
avatar
จ่ากองร้อย

ท่านนายพล

ก็ที่มันทำไม่สำเร็จก็คือรถถังนั้นเองที่บุกไปไม่ได้ตามแผน รถถังนายพลฮอร็อคติดแหงกอยู่ทั่วเฉลียงถนนที่ทอดยาวเพียงเส้นเดียว และถูกฝ่ายเยอรมันจากป่าไรช์วาลตัดขาดอยู่เสมอ เมื่อรถถังที่ต้องวิ่งเรียงเดี่ยวเข้าไปติดอยู่ พลร่ม101และ82ของสหรัฐจึงต้องวิ่งรอกเปิดถนนนรกเส้นนั้น  พลร่มอังกฤษต้องรบชิงสะพานและรักษาสะพานไว้นานเกินที่กำหนดจึงต้องพ่ายแพ้ การข้ามน้ำของนายพลเกวิน พลร่ม82 ต้องคอยเรือยางเป็นวันๆกว่าจะได้มาข้ามแม่น้ำ แล้วจะเอาอะไรไปปูพรมแล้วรถถังตีตามอย่างที่ว่า  กว่าพันธมิตรจะไปถึงฝั่งตรงข้ามพลร่มอังกฤษ ฝ่ายเยอรมันก็ควบคุมการรบไว้ได้แล้ว จะเอาอะไรส่งทหารข้ามไปช่วย ข้ามน้ำด้วยอะไร?ที่ถอนกลับมาแบบดันเคริกอีกครั้งรอดมา2,000คนนี่ก็วีรกรรมแล้ว มาร์เกตการ์เดนเป็นการรบที่เสียหน้าอีกครั้งของอังกฤษ  แผนกลับตารปัด เพราะนายพลไม่เห็นแนวหน้า  ฝ่ายเยอรมัน นายพลเขาอยู่แนวหน้า ในรังของเขา  แม้จอมพลโมเดลจะตาขาวแต่นายพลบริททิชก็รบอย่างเยี่ยม  เยอรมันกองพลแพนเซอร์รบกับพลร่มที่ไม่มีอาวุธหนัก ก็รบง่าย ความพ่ายแพ้นี้เพราะสายการส่งกำลังบำรุงเส้นเดียว

ผลที่สุดการบุกลุ่มน้ำไรน์ของมอนกัมเมอรี่ก็ไม่ได้ไปถึงไหนและสงครามก็ยืดเยื้ออกไปอีก

ถ้าไอเซนฮาวหยุดทางมอนกัมเมอรี่แล้วทุ่มกำลังให้แพตตัน ยุทธการแห่งบัลท์จากป่าอาร์เดนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย เพราะแพตตันเจาะเข้าไปทางแคว้นซาร์แล้ว   ฮิตเลอร์ต้องทุ่มทหารไปทางใต้  เพราะแนวคิดรุกทางเหนือของมอนกัมเมอรี่นั้นเองที่แนวทอดยาวของพันธมิตรจึงเบาบางทำให้ฮิตเลอร์เข้าตีได้ ถ้ายึดบาสโตญได้สงครามจะเปลี่ยนโฉมหน้าไป เพราะกองพฃส่งทางอากาศที่82และ101แท้ๆยุทธการแห่งบัลท์จึงยุติลง  อย่าลืมว่าเยอรมันเกือบทำสำเร็จ แม้จะไม่สำเร็จพันธมิตรก็เสียทหารไปถึง80,000

ผู้แสดงความคิดเห็น จ่ากองร้อย วันที่ตอบ 2008-09-30 17:23:46 IP : 202.29.52.252


ความคิดเห็นที่ 7 (2975485)
avatar
makoon(roon) beret

ผมพึ่งได้ดูไม่นานนี้เอง สนุกดีตอนแรกช่วงยึดอาร์เฮมกับไนมีเก้น แล้วก็จ่าที่ขับรถฝ่าเยอรมันไปช่วยหมวดคนเดียว

แต่ตอนสุดท้ายจบไม่ค่อยดีสำหรับอังกฤษเพราะวางแผนไม่ดีตามที่พวกคุณว่า

ผมชอบนายพลเออควาท์มากสุดแล้วที่แต่เกือบไม่รอดที่ oosterbeek

ผมเจอเว็บของพลร่มอังกฤษก็เล่าเรื่องนี้แล้วก็มีการรบด้วยพลร่มครั้งแรก(ของสัมพันธมิตร)ที่เกาะ sicily ให้ยึดสะพาน(จำชื่อไม่ได้)มีภารกิจและโชคร้ายเหมือนที่market gardenเปี๊ยบ เช่น เครื่องร่อนตกทะเล72 ลำจาก 145ลำ หรือยึดสะพานด้วยแค่พลร่ม 30กว่านายแต่ที่นี้รถถังอังกฤษก็ยังมาช่วยทัน

ใครรู้เกี่ยวกับ 1 st division (red devil)ของอังกฤษก็ช่วยตั้งกระทู้ด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น makoon(roon) beret (koonbeatles-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-09-30 23:06:58 IP : 114.128.45.77


ความคิดเห็นที่ 8 (2975495)
avatar
สามบั้ง

นายพลเออรคร์ทเป็นนายพลผู้โชคร้าย เพราะการสื่อสารติดขัด ทำให้ต้องไปติดอยู่แนวหน้าไม่สามารถบัญชาการกองพลของตนได้  กว่าจะกลับมาบัญชาการรบได้สถาณการณ์ก็สุดจะแก้ไขแล้ว เพราะเยอรมันเป็นฝ่ายคุมเกมไล่ต้อนพลร่มอังกฤษที่กระจายไปทั่วเมือง พันโท จอห์นฟรอตคนเดียวที่นำกองพันไปถึงสะพานอาร์นเฮมและยึดทั้งสองฟากสะพานไว้ด้วยทหารเพียงหยิบมือแต่ก็ยึดไว้ได้นานเกินกว่ากำหนด ในหนังสือสะพานนรก(สุรพงษ์ บุนนาค-แปล)ให้ภาพมากกว่าภาพยนตร์ที่บรรยายละเอียดถึงการต่อสู้อย่างทรหดเกินมนุษย์ของทหารของฟอร์ต ที่มีอาวุธแต่ต้องต่อสู้กับยานเกราะและปผืนใหญ่เยอรมัน ผู้ควรสดุดีเท่ากับฟอร์ตคือ ร้อยเอก อีริค แมคเคย์ ที่มีทหารแค่20กว่าคนแต่ขับไลทหารเยอรมันอย่างดุเดือด มีเรื่องเหลือเชื่อทั่วอาร์นเฮม พันตรี ทาแทมผู้ถือร่มนำทหารประจันบาน ผู้สัมภาษณ์เขา(คอเนเลียส ไรอัน)ได้ตามหาเขา10กว่าปี เพื่อถามเขาว่าทำไมเขาทำเช่นนั้น พบเขาที่อาฟริกาไต้ เขาตอบว่าที่เขาถือร่มเข้ารบนั้นเพียงเพราะเขามักจะลืมรหัสผ่านประจำวัน เขาถือร่มเพื่อให้ทหารจำได้ว่าเป็นเขาเท่านั้นเอง แต่ทาแทมก็มีอารมย์ขันแม้ในยามรบหนัก เมื่อมีคนตะโกนให้เขาทิ้งร่มเสีย เขาตอบว่า เผือฝนตกจะทำไงเล่า?

วีรกรรมที่เสียเปล่าครั้งนี้นายพลอังกฤษไม่มีผู้ใดแสดงความรับผิดชอบ นายพลเออคาร์ทไม่ยอมเปลี่ยนชุด เขาไปพบนายพลบราวนิงทั้งชุดสนามที่รบมาตลอดนั้น พบว่านายพลบราวนิงพูดเพียงว่า ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก เราไปเจอสะพานที่อยู่ไกลเกินไปหน่อยเท่านั้น เอร์อคาร์ทไม่เคยยกโทษให้บราวนิงเลยต่อโศกนาฎกรรมที่กำลังพล8,000คนของเขาที่สูญเสีย และคำพูดของบราวนิงนี้แหละ จึงเกิดคำว่าAbrige too farที่เป็นชื่อของหนังและหนังสือเรื่องนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น สามบั้ง วันที่ตอบ 2008-10-02 15:25:34 IP : 202.29.52.252


ความคิดเห็นที่ 9 (2975596)
avatar
สมอเหล็ก

red devil ที่Lee Marvinแสดงเป็นทหารสองสงครามใช่ไหมครับท่านmarkoon หนังเรื่องนี้หายากแล้วครับ ประทับใจ2อย่าง

1.จ่าสองศึกฆ่าข้าศึกเมื่อสงครามหยุดยิงแล้วทั้งสองครั้ง ครั้งที่สองนี่แกสำนึกผิดรีบรักษาข้าศึกเพราะประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หนังเน้นที่มนุษยธรรม สงครามไม่ได้ทำให้ทหารเป็นฆาตกรไปได้  เนื่องนี้ทำให้นึกถึงAll quite on the weaternfrontที่ลุงเออเนสบอร์คไนน์แกเล่น แกว่า"คำสั่งคำเดียวแหละ ทีทำให้ไอ้ชาวนารัสเซียพวกนี้เป็นข้าศึก"

2.เกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ที่หนังกำหนดให้เด็กยิวที่เอามาเลี้ยงตายบนบ่า และการที่ยิงซ้ำศพทหารเอสเอสที่ตายแล้วจนกระสุนหมดแหนบ ย้ำเรื่องมนุษยธรรมเหมือนกัน

แต่ดูขัดๆตาเรื่องรถถังปลอม เพราะหาของเก่าจริงมาไม่ได้เหมือนBand of Brather

ผู้แสดงความคิดเห็น สมอเหล็ก วันที่ตอบ 2008-10-19 15:56:59 IP : 202.29.52.252


ความคิดเห็นที่ 10 (2975597)
avatar
จ่ากองร้อย

คุณสมอเหล็ก

จำผิดเรื่องเสียแล้วครับ ที่ท่านว่ามานั้นคือThe Big Red oneครับ คือผมเพิ่งดูไปเมื่อเดือนก่อนนี้เองทางเคเบิลแถวบ้าน เคเบิลแถวนี้มีภาพยนตร์สงครามบ่อยครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น จ่ากองร้อย วันที่ตอบ 2008-10-19 15:59:54 IP : 202.29.52.252



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.