๔ ย่านประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ มีโอกาสพบระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่๒
avatar
หมาป่าดำ


จาก กรณีที่มีคนงานขุดพบระเบิดสมัยสงคราม โลกครั้งที่ 2 และนำไปขายยังร้านขายของเก่าโดยเข้าใจว่าเป็นลูกเหล็ก จนเกิดเหตุระเบิดสยองสะเทือนเมืองกรุงไปเมื่อวันก่อนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 6 ศพ และรัศมีแรงระเบิดส่งผลให้บ้านเรือนในรัศมีกว่า 200 เมตร พังได้รับความเสียหายเป็นอันตรายของผู้คนที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ประชาชนอยู่อาศัยอยู่หนาแน่นอันตรายที่เกิดขึ้นจึงส่งผลกระทบรุนแรงจึงเป็นที่สนใจว่าพื้นที่ใดบ้างยังคงเป็นจุดอันตรายที่อาจจะพบกับลูกระเบิดหน้าตาแปลก ๆ เมื่อ 70 ปีที่แล้วฝังอยู่และรอวันออกฤทธิ์หากมีคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือมีการขุดเจาะการก่อสร้างจากโครงการพัฒนาเมืองที่กำลังเจาะพรุนไปทั้งกรุงเทพฯ จากการพัฒนาระบบการขนส่งมวลชนและโครงสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ

นายเกรียงพล พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จุดที่มีโอกาสขุดพบลูกระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯคงต้องมองจากประวัติศาสตร์ ซึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ในภูมิภาคนี้ที่มีประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้องในสงครามมหาเอเชียบูรพานั้นในช่วงราว พ.ศ. 2480 ซึ่งพื้นที่ที่เป็นฐานที่ตั้งของกองทัพญี่ปุ่นในประเทศ ไทยจะเป็นจุดเป้าหมายในการทิ้งระเบิดโจมตีจากฝ่ายสัมพันธมิตร โดยจุดหลักที่ปรากฏตามประวัติ ศาสตร์ฝั่งพระนครคือ 1. บริเวณวัดเลียบ เชิงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งเป็นสถานีผลิตไฟฟ้าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายตรงข้ามจะโจมตีและ 2. ย่านสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่เป็นจุดสร้างหลุมหลบภัยในช่วงสงคราม ย่านที่ 3. คือในด้านฝั่งธนบุรี ที่บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อย โรงพยาบาลศิริราช ที่กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการขนยุทธปัจจัยไปจังหวัดกาญจนบุรีและเป็นแหล่งบัญชาการสงครามในภูมิภาคนี้ เพื่อโจมตีพม่า มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่ถูกโจมตีอย่างหนัก และ ย่านที่ 4. คือบริเวณใกล้เคียงสะพานพระราม 6 ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการขุดพบวัตถุระเบิดที่สถานีรถไฟบางซื่อ ซึ่งคาดว่าจะเป็นระเบิดที่ถูกโจมตีในช่วงสงครามโลกเช่นกัน เนื่องจากสะพานพระราม 6 ซึ่งเป็นสะพานรถไฟในส่วนของทางรถไฟสายเก่าเช่นกัน ทั้งนี้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ในกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นก่อนสมัยสงครามโลก จะมีสะพานพุทธฯ และสะพานพระราม 6 ที่เป็นเป้าหมายสำคัญ

นายเกรียงพล กล่าวต่อว่า อาวุธระเบิดที่ค้นพบจะเป็นลูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบินรบ ซึ่งพื้นดินของกรุงเทพฯ ในยุคสมัยนั้นส่วนใหญ่คือสภาพของเรือกสวนไร่นา และเป็นดินอ่อน ซึ่งระเบิดแต่ละลูกมีน้ำหนักมากถึงกว่า 200 กิโลกรัม ประกอบกับความแรงที่ทิ้งลงมาจากอากาศในระดับที่สูงมากหากลูกระเบิดที่ตกถึงพื้นที่แต่ไม่ระเบิดจมลงไปในพื้นดิน ซึ่งระเบิดนั้นแม้จะจมอยู่นานก็ยังมีโอกาสเกิดระเบิดได้ แม้จะเวลานานกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งแม้แต่ในประเทศยุโรปอย่างที่เบอร์ลินเยอรมัน ก็ยังมีการค้นพบระเบิดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในบ้านเมืองที่เคยเกิดสงครามนั้นก็มีโอกาสที่จะพบลูกระเบิดที่หลงเหลืออยู่ได้

ทั้งนี้ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ เริ่มมีการพัฒนาที่ดินในบริเวณต่าง ๆ โดยเฉพาะในโครงการระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินบนดิน ที่ขณะนี้ทั้งในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต และสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค ที่จะผ่านในพื้นที่ประวัติศาสตร์ และในพื้นที่แนวรถไฟเดิมที่ไม่ได้พัฒนามานาน จึงเป็นพื้นที่ต้องระมัดระวังซึ่งนอกจากการก่อสร้างขุดเจาะต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานแล้วคนงานและเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการคงต้องมีความรอบคอบหากพบวัตถุต้องสงสัยควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบทันที

ถึงวันนี้แม้สภาพของบ้านเมืองกรุงเทพฯเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายใครจะคาดคิดว่าจะยังมีลูกระเบิดที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินเมืองกรุงมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่เมื่อไม่มีใครจะรับรองได้ว่าทุกตารางนิ้วของเมืองกรุงในวันนี้จะปลอดจากลูกระเบิดที่มีอานุภาพร้ายแรงมหาศาลและในภาวะที่เมืองกรุงกำลังมีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เกิดขึ้นก็ได้แต่หวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกระดับจะมีความระมัดระวัง ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อย่างที่เกิดขึ้นกันสด ๆ ร้อน ๆ นี้.

http://www.dailynews.co.th




ผู้ตั้งกระทู้ หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2014-04-04 12:18:17 IP : 49.48.248.37


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.