ร้อยเอกสมญา มาลาศรี อนุศาสนาจารย์ในกองทัพสหรัฐ และ จุฬา พิทยาภินันท์ ในกองพลต่างด้าวฝรั่งเศส
avatar
หมาป่าดำ


user image

 ล่าสุดมีการเชิญศาลพระภูมิไทยนำไปตั้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นถิ่นของ "สตีฟ จ็อบส์" 
และสถานที่ตั้งนั้นก็พิเศษสุดเนื่องจากตั้งอยู่ในศูนย์ฝึกหน่วยรบพิเศษหรือที่เรียกว่าหน่วยซีล ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกในแผนปฏิบัติการปลิดชีพ "บิน ลาเดน" 

             และที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือว่า ทหารที่เป็นคนไทยในหน่วยซีลทำหน้าที่เป็นผู้ตั้งศาลพระภูมิดังกล่าวด้วย เพราะทหารไทยคนนี้มีตำแหน่งเป็นถึงอนุศาสนาจารย์คนแรกที่ประจำในกองทัพสหรัฐนามว่าร้อยเอกสมญา มาลาศรี

             การตั้งศาลพระภูมิในศูนย์ฝึกหน่วยรบพิเศษหรือซีลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2555 ที่ผ่านมาโดยประกอบพิธีตามตำราไทยทุกประการ

             ร้อยเอกสมญาเปิดเผยว่า  ได้ไปทำพิธีตั้งศาลพระภูมิให้กับหน่วยรบพิเศษ (Special Forces Group) ในค่ายเดียวกัน หน่วยนี้ไปฝึกกับกองทัพไทย ที่เรียกว่าCobra Gold แล้วได้นำศาลพระภูมิมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย จึงทำพิธีให้ เขาดีใจมากๆที่ตนไปทำพิธีให้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังให้ทหาร 

             นับได้ว่าศาลพระภูมิไทยก้าวไกลถึงประเทศสหรัฐแล้วศิษย์เก่า"มจร"สู่อนุศาสตร์คนแรกกองทัพสหรัฐ

ร้อยเอกสมญา มาลาศรี เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ มีชีวิตวัยเด็กเหมือนชาวบ้านทั่วไปและค่อนข้างจะเกเรนิดๆ เคยเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯตามโรงงาน พออายุ 17 ปี แม่ป่วยมากจึงตั้งใจบวชเณรเพื่อให้แม่สบายใจ 

             สามเณรสมญาได้ท่องไปตามจังหวัดต่างๆขึ้นเหนือล่องใต้ถึงเมืองหาดใหญ่ เรียนนักธรรมบาลีที่วัดในวัง อ.นาทวี จ.สงขลา สอบได้เปรียญธรรมหรือประโยค 3  เข้ากรุงเทพฯอยู่ที่วัดโพธินิมิตรตลาดพลูสอบได้ประโยค 4 เรียนเตรียมอุดมศึกษาที่วัดมหาธาตุฯท่าพระจันทร์ และกศน.ควบคู่ไปด้วย

             หลังจากนั้นได้มีโอากาสไปเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศพม่าปี2535  เรียนได้ 1 ปีกลับมาเรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย "มจร"  วิทยาเขตเชียงใหม่ ที่วัดสวนดอก  แต่เรียนได้เพียงเทอมเดียว เศรษฐีชาวพม่าที่เคยเป็นโยมอุปัฏฐากถวายทุนให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศศรีลังกา

             เพราะความไม่ชอบจึงเรียนได้เพียง 1 ปี จึงกลับเมืองไทยเรียนต่อที่ มจร วัดศรีสุดาราม คณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จนจบรุ่นที่ 46 รุ่นเดียวกับพระมหาสมปอง ตาลปุตโต แล้วสมัครสอบเป็นพระธรรมทูตเดินทางไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จำพรรษาที่วัดพุทธวราราม เมืองเด็นเวอร์ และวัดสันติธรรมาราม รัฐโคโลราโด 

             และได้ย้ายจากวัดสันติธรรมมารามไปอยู่ทีวัดธรรมคุณาราม เมืองเลซี่ย์ รัฐยูทาห์ ได้ไปเรียนต่อภาษาอังกฤษ ที่ Davis Apply Technology college  ช่วงนั้นมีทหารมาไห้วพระที่วัดก่อนที่จะไปสงครามที่ประเทศอิรัค คิดอยากจะเป็นทหารบ้างตามที่เคยตั้งความฝันไว้ตอนเป็นเด็ก จึงกลับมาลาสิกขาบทที่ประเทศไทยแล้วกลับไปอยู่ที่วัดป่าพุทยานันทาราม เมืองลาสเวกัส และได้ตัดสินใจสมัครเป็นทหาร 

             ร้อยเอกสมญาได้ไปฝึกครั้งแรกที่ Fort Jackson รัฐเซาท์ แคโรไล่น่า แล้วเรียนต่อวิชาชีพต่อที่ Fort Lee รัฐเวอร์จิเนีย ได้ยศเป็นสิบเอก หลังจากนั้นถูกส่งไปประจำการที่ Hawaii หน่วยที่ประจำการอยู่นั้นถูกเรียกให้ไปปฏิบัติหน้าที่อิรัค และร้อยเอกสมญาก็ได้รับคำสั่งให้ไปอิรัคด้วย 

             ร้อยเอกสมญา กล่าวว่า เมื่อตอนสมัครเป็นทหารใหม่ๆนั้น ก็สมัครเป็นอนุศาสนาจารย์ด้วย และได้ติดยศร้อยตรีเหมือนกับประเทศไทย ขณะเดียวกันได้เดินเรียนต่อด้านเทววิทยา-อนุศาสนาจารย์แบบพุทธ (Master of Divinity in Buddhist Chaplaincy) ที่ University of the West in Los Angeles, California. และได้ไปเรียนโรงเรียนนายทหารที่ Fort Jackson, South Carolina. หลังจากจบแล้วได้มาประจำการที่ Joint Base Lewis-McChord เมือง Tocoma รัฐวอชิงตัน ในเดือนตุลาคม 2010  และได้ยศเป็นร้อยเอก  

             "ผมเป็นอนุศาสนาจารย์ชาวพุทธคนแรกที่เป็นทหารกองประจำการ โดยมีอนุศาสนาจารย์ชาวพุทธคนหนึ่งเขาเข้าเป็นหทารก่อนผมสองปี แต่ว่าเขาเป็น Army National Guard ถ้าบ้านเราก็คือ นักเรียน รด. แต่ว่าเขาได้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่อิรัคหนึ่งปี เขาเพิ่งจะเข้ามาเป็นทหารกองประการเมื่อปีที่แล้วนี้ ซึ่งเป็นหลังผมหนึ่งปี"  ร้อยเอกสมญา กล่าว

             นับได้ว่าร้อยเอกสมญา มาลาศรี นับเป็นคนไทยคนหนึ่งที่พัฒนาตัวเองจากเด็กบ้านนอกยากจน และพลิกชีวิตตัวเองจากการได้เข้ามาบวชในพุทธศาสนาเรียนจบประโยค 4 ปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิตที่ มจร เป็นพระธรรมทูต เพราะความอยากเป็นทหารจึงผันตัวเองเป็นทหารที่ประเทศสหรัฐและได้เป็นอนุศาสนาจารย์ครูสอนทหารคนไทยคนแรกของกองทัพสหรัฐ  นับเป็นเกียรติประวัติที่น่ายกย่องเผยแพร่เป็นแบบอย่างของคนดี

..................

(หมายเหตุ : เชิญศาลพระภูมิไทยตั้งถึงถิ่น"สตีฟ จ็อบส์" : สำราญ สมพงษ์ รายงาน)

คมชัดลึก

 

ชื่นชมในความมุมานะพยายามของร้อยเอกสมญาครับ และหวังว่าสักวันท่านจะนำประสบการณ์ในการเป็นอนุศาสนจารย์ในกองทัพสหรัฐมาถ่ายทอดให้เราได้ฟังกันบ้างครับ



ผู้ตั้งกระทู้ หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2012-09-24 10:27:11 IP : 223.205.116.145


1

ความคิดเห็นที่ 1 (2980617)
avatar
หมาป่าดำ
image

จุฬา พิทยาภินันท์ ทหารต่างด้าวไทยในกองทัพฝรั่งเศส

 

 เวลาเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลในสังคมไทย คนที่รักประเทศชาติบ้านเมืองคงอดไม่ได้ที่จะตั้งวงวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ และนึกอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมาบ้าง แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าลุกขึ้นลงมือเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยตนเอง ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และความฝัน โดยไม่หวั่นเกรงแรงต้านทานของกระแสสังคม

 

 “จุฬา พิทยาภินันท์หรือ แจ้เป็นนิสิตทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลไทย ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายจนถึงปริญญาเอก เพื่อปั้นให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ช่วยพัฒนาชาติไทยโดยเฉพาะ กระนั้น ชีวิตของเขาต้องพบกับความพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อบ้าบิ่นตัดสินใจทิ้งการเรียนปริญญาเอกไปสมัครเป็นทหารกองพลต่างด้าวของกองทัพบกฝรั่งเศส มีหน้าที่หลักในการกู้กับระเบิดเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในสมรภูมิรบนานาประเทศ

 

วีรกรรมสุดห้าวของ  “แจ้”  เป็นที่โจษขานอย่างยิ่งในหมู่นักเรียนทุนไทย เพราะไม่มีใครนึกฝันว่า เขาจะกล้าทิ้งอนาคต และตัดสินใจพักการเรียนปริญญาเอกหน้าตาเฉย ทั้งๆที่กำลังเริ่มทำวิทยานิพนธ์ และเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงเส้นชัยแล้ว ได้เป็นด็อกเตอร์นักวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ แจ้หักพวงมาลัยชีวิตเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน เขาเล่าว่า คงเป็นเพราะอกหักจากวงการวิทยาศาสตร์ และอยากหนีการหมายหัวของวงการทหาร เลยอาสาไปเป็นทหารรับจ้างรบในอัฟกานิสถาน

 

 “แจ้เกิดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ทุนรัฐบาลจากโครงการ พสวท.ส่งเสริมเด็กไทยให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และต่อปริญญาตรี ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทควบปริญญาเอก ภายใต้หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

 

อย่างไรก็ดี จุดพลิกผันในชีวิตของหนุ่มบ้าบิ่นคนนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2551 ขณะที่เขากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ของโปรแกรมปริญญาเอก โดย แจ้ย้อนรำลึกว่า ตอนนั้นรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตนักศึกษาที่จำเจ จึงขอพักการเรียนปริญญาเอก เพื่อไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย เป็นเวลา 6 เดือน ต่อมาปลายปี 2552 เมื่อได้อ่านเจอข่าวจากเว็บบอร์ดห้องหว้ากอ ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของเครื่องตรวจระเบิดลวงโลก จีทีสองร้อยจึงอาสาเป็นคนเดินเรื่องขุดคุ้ยหาความจริง ตั้งแต่การติดต่อประสานหน่วยงานต่างๆ และรณรงค์หาแนวร่วมบนโลกอินเตอร์เน็ต ภายใต้นามแฝงว่า “PastelSalad” กระทั่งมาจับมือกับ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ช่วยกันกระชากหน้ากากเปิดโปงความจริงให้โลกรู้ จนทำให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยเลิกใช้เครื่องลวงโลกนี้ในที่สุด หลังเสร็จสิ้นภารกิจแฉเครื่องตรวจระเบิด เมื่อปี 2553 ผมรู้สึกท้อแท้น้อยใจวงการวิทยาศาสตร์ไทย และคิดว่ายากที่อนาคตอาชีพในสายเทคโนโลยีทางทหารจะก้าวหน้า จึงตัดสินใจทิ้งการเรียนปริญญาเอก แล้วออกเดินทางไปยังฝรั่งเศส เพื่อสมัครเป็นทหารต่างด้าว จนได้รับการบรรจุเป็นทหารช่างของกองทัพบกฝรั่งเศส โดยเซ็นสัญญา 5 ปีเต็ม ไม่มีสิทธิ์กลับบ้านเกิด

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 10:50:40 IP : 171.4.171.172


ความคิดเห็นที่ 2 (2980618)
avatar
หมาป่าดำ
image

 

ตอนนี้อยู่ฝรั่งเศสมานานแค่ไหนแล้ว

 

วันที่ 1 เมษายน 2555 ก็ครบรอบ 2 ปีแล้วครับ ที่มาเป็นทหารที่นี่

 

ตลอด 2 ปีมานี้ ไม่เคยกลับบ้านเลย

 

เรียกว่ากลับบ้านไม่ได้มากกว่า!! เหตุผลที่กลับบ้านไม่ได้ ก็เป็นเพราะกฎหมายฝรั่งเศสกำหนดไว้ว่า ทหารต่างด้าว ถ้าไม่ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติเอกสาร จะไม่สามารถออกนอกประเทศได้ ผมอาจต้องรออีกหนึ่งปีหรือสองปีถึงจะกลับเมืองไทยได้ ไม่ได้หลงแสงสีกรุงปารีสนะครับ

 

ชีวิตทหารต่างด้าวในกองทัพฝรั่งเศส โหด...มัน...ฮา ขนาดไหน

 

โดยชีวิตทหารปกติก่อนนะครับ ก็ไม่ใช่ชีวิตที่สบายอยู่แล้ว เขาว่ากันว่า 90% คือ ความน่าเบื่อ อีก 10% คือความโหดร้าย แล้วตัวผมเองมาเป็นทหารต่างด้าว เป็นทหารใหม่ พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นช่วงปีแรกจะยากมาก คือว่าถ้าไม่มีฝึกจับปืน ผมก็ต้องจับไม้กวาด หรือไม้ถูพื้นตลอดเวลา...ค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวครับ

 

คิดว่าตัดสินใจผิดไหมที่เลือกเดินเส้นทางนี้

 

แม้ผมจะบอกว่าเหนื่อย แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ก็ยังตัดสินใจเดินทางมาฝรั่งเศสอยู่ดี แม้มันจะเหนื่อย แต่มันก็เป็นบทพิสูจน์ชีวิตอย่างหนึ่ง อีกอย่างก็คือว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผมเป็นทหารต่างด้าว ได้อยู่ในกองทัพตะวันตกที่มีการปฏิบัติงานจริง ทำให้ได้ทำอะไรหลายอย่าง เดินทางไปทั่ว ซึ่งชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาส อย่างเช่น เมื่อต้นปีที่แล้ว ผมได้ไปปฏิบัติการลาดตระเวนในป่าอะเมซอนที่อเมริกาใต้ ปกติถ้าอยู่เมืองไทย ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ไปป่าอะเมซอน หรือเมื่อต้นปีนี้ ผมก็ไปซ้อมรบร่วมกับนาวิกโยธินอเมริกา ได้ฝึกยกพลขึ้นบก เป็นประสบการณ์ที่ดีกองพลต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบกฝรั่งเศสครับ ป้ายชื่อของผมจะเขียนว่า ซี พิทักษ์” (C.Pitak) ไม่ใช่ว่าผมไปเอาเสื้อใครมาใส่นะครับ แต่อันนี้เป็นชื่อปลอม คือทหารต่างด้าวทุกคนมีสิทธิ์ใช้ชื่อใหม่ได้เมื่อมาสมัคร

 

ลุกขึ้นเขียนหนังสือ จากนักวิทย์...สู่ชีวิตทหารรับจ้างได้อย่างไร

 

ต้องจากบ้านมาไกล ทำให้รู้สึกฟุ้งซ่านนิดๆ เคยท้อถอยถึงขั้นอยากลาออกจากกองทัพฝรั่งเศส จนได้มาเจอ ด็อกเตอร์นายแพทย์  วัชรพล อเล็กซองดร์ กำเนิดศิริ”  เลยได้คุยกันหลายอย่าง และจุดประกายให้ผมลุกขึ้นมาเขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ  ให้คนไทย เผื่อว่าใครคิดจะทำอะไรที่มันนอกกรอบ  ทั้งต่อตัวเองและสังคม จะได้มีความกล้ามากขึ้น ถ้าได้อ่านและรู้เรื่องราวของพวกเรา ทั้งเรื่องการต่อสู้กับภารกิจเครื่องตรวจระเบิดจีทีสองร้อย และประสบการณ์จากการเป็นทหารต่างด้าว ผมปิดต้นฉบับบนเรือยกพลขึ้นบกฝรั่งเศส ตอนอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติกเลยครับ แอบขโมยอินเตอร์เน็ตของเรือส่งต้นฉบับ

รู้สึกน้อยใจไหมที่คนไม่เข้าใจอุดมการณ์ของ แจ้และตีตราว่าเป็นนักเรียนหนีทุน

 

ถึงแม้ตอนนี้ผมจะเป็นทหารต่างด้าว ไม่ได้เป็นนักศึกษาทุนในโครงการ พสวท.แล้ว แต่ก็ขอยืนกรานว่า ผมไม่เคยลืมบุญคุณของแผ่นดินไทย และผมยังมีสปิริตความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่อยากนำวิชาความรู้กลับมาช่วยพัฒนาประเทศชาติไม่เปลี่ยนแปลง เวลาเราจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างที่แหกกรอบจากสังคม ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจ ดังนั้น อย่าไปโกรธเคืองคนที่ไม่สนับสนุน สิ่งที่ควรทำคือ ต้องกล้า ต้องอดทน และพิสูจน์ตัวเองให้ได้

 

คนรุ่นใหม่ที่อยากเดินตามรอย แจ้ต้องทำยังไงบ้าง

 

การเป็นทหารต่างด้าวทำให้ได้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสร้างชื่อเสียงให้เมืองไทย แต่สิ่งแรกที่อยากให้คิดก่อนมาสมัครก็คือ การเซ็นสัญญา 5 ปี ไม่ใช่เรื่องเล็ก!! อย่างแรกเราต้องทิ้งทุกอย่างในเมืองไทย ต้องไกลบ้าน ไกลคนรักทั้งหมด นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย และขอให้ทำใจในสิ่งที่สองไว้ว่า เราอาจจะไม่ได้เจอในสิ่งที่เราคิดฝัน เพราะ 5 ปี เป็นเรื่องของอนาคตอันยาวไกล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นตามที่เราหวังว่าจะเป็นทหาร เป็นหน่วยรบพิเศษ ได้ออกปฏิบัติภารกิจตลอด มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ ต้องทำใจรับให้ได้ ถ้าลังเลก็อย่ามาเลยครับ

 

อายุแค่นี้ ลุยมาแล้วสารพัด ยังมีอะไรที่ฝันอยากทำอีกไหม

 

ผมถูกปลูกฝังให้เป็นนักวิจัย เป็นนักวิทยาศาสตร์ มาตั้งแต่เด็กนะครับ เพราะเป็นนักเรียนทุนโครงการ พสวท. ก็ยังมีความคิดอยากเป็นนักวิจัยควบคู่ไปกับการทำงานสายทหาร ซึ่งก็คือ เทคโนโลยีทางการทหาร น่าเสียดายที่ประเทศไทยไม่มีสายตรงด้านนี้ให้เรียน ขณะที่อุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของไทยก็อยู่ในช่วงตั้งไข่ ผมจึงอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนี้ให้มากที่สุด และเมื่อหมดสัญญากับกองทัพฝรั่งเศส ก็ตั้งใจว่าจะอยู่ต่อเพื่อเรียนปริญญาเอกให้จบ โดยเลือกด้านเทคโนโลยีทางการทหาร จะได้นำวิชาความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติอย่างที่ฝันไว้

 

เมื่อฝันแล้วก็ต้องกล้าลุยไปไขว่คว้า เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า สิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว และที่สำคัญยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

 

ทีมข่าวหน้าสตรี ไทยรัฐ

 

http://www.thairath.co.th/content/life/253159

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 10:54:04 IP : 171.4.171.172


ความคิดเห็นที่ 3 (2980619)
avatar
คนเล่าเรื่อง

กองทัพของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแท้ ๆ ก็จะเป็นอย่างนี้แหละครับ  ให้โอกาสแก่ทุก ๆ คนอย่างทั่วถึงตามความสามารถและอิสระในการทำงาน  ยอมรับในความแตกต่างทั้งาชาติพันธุ์และที่มา  แล้วที่สำคัญ เขาเคารพในหลักการประชาธิปไตยและหน้าที่ ตลอดจนศักดิ์ศรีและสถานะรั้วของชาติที่ไม่เคยแอ่น แอ๊น แอน และไม่ต้องมีพวกป๋า เป๋อ อะไรมาล้วงลูกให้เสียระบบ  หรือต้องไปเที่ยวตบเท้าเคารพให้ดูน่าเกรงขามอย่างประเทศสารขัณฑ์ที่เป็นมาอย่างยาวนานมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 11:42:38 IP : 202.28.78.24



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.