ทัพอังวะล้อมอยุธยา อยู่ร่วมกับ น้ำหลากท่วมกรุง
avatar
หมาป่าดำ


โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ    

 

(ที่มา คอลัมน์สยามประเทศไทย หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2554)

 

กองทัพอังวะยกมาล้อมกรุงศรีอยุธยาก่อนฤดูฝน และก่อนกรุงแตกราว 2-3 ปี

พอถึงฤดูฝนก็มีน้ำหลากลงมาจากทางเหนือทุกปี แล้วท่วมกรุงศรีอยุธยาทุกครั้งเป็นปกติ

แต่ แม่ทัพอังวะครั้งนั้นบริหารจัดการกองทัพให้อยู่ร่วมกับน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย พอน้ำลดก็ยกเข้าตีจนกรุงแตกสำเร็จช่วงสงกรานต์ พ.ศ.2310 ราว 244 ปีมาแล้ว

น้ำหลากท่วมใหญ่คราวนี้ก็มีคำถามลั่นไป ว่ากองทัพอังวะก่อนเอาชนะอยุธยาอยู่ร่วมกับน้ำหลากท่วมอย่างไร?

จะ คัดข้อความในหนังสือหลักอย่าง "มหาราชวงษ์ พงศาวดารพม่า" แล้วโปรดให้นายต่อ แปลจากต้นฉบับภาษาพม่าไว้ตั้งแต่แผ่นดินรัชกาลที่ 5 (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2545) มาแบ่งปันเผยแพร่ไว้ จะได้รู้ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีดังนี้

บรรดานายทัพนายกองอังวะครั้งนั้นเมื่อยกเข้าตีอยุธยาไม่ได้ เพราะชัยภูมิอยุธยาได้เปรียบ ต้องตั้งล้อมเมืองไว้เท่านั้น จึงบอกแม่ทัพใหญ่ให้หนีน้ำท่วมก่อน ดังนี้

"เวลานี้จวนฤดูฝนจะลงแล้ว ถ้าแม้นน้ำลงมากน้ำก็จะท่วมไปทุกหนทุกแห่งดุจเมืองทะเล แล้วแผ่นดินกรุงศรีอยุธยานี้เป็นพื้นเดียวกับทะเล ถ้าขืนล้อมอยู่เช่นนี้ฝนลงมามากน้ำก็จะท่วม เมื่อน้ำท่วมแล้วช้างม้ารี้พลทั้งปวงก็จะไม่มีที่อาศัยจะเป็นการลำบากมาก เพราะฉะนั้นขอท่านได้ถอยจากที่ล้อมไปหาที่อาศัยที่น้ำท่วมไม่ถึงเทอญ เมื่อสิ้นฤดูฝนแล้วจึงยกเข้ามาล้อมแลเข้าตีกรุงศรีอยุธยาๆ ก็จะไม่พ้นฝีมือพวกข้าพเจ้าเป็นแน่"

มหานรทาแม่ทัพใหญ่อังวะ บอกนายทัพนายกองว่า "เราจะถอยจากที่ล้อมไปไม่ได้ ถ้าแม้เราไปแล้วพวกอยุธยาทั้งหลายก็จะออกจากเมืองทำไร่ไถนา เมื่อได้เสบียงอาหารแล้วก็จะเป็นกำลังแก่ชาวอยุธยา"

แล้วแม่ทัพใหญ่อังวะก็บอกยุทธวิธีอยู่ร่วมกับน้ำหลากท่วม แถมทำนาปลูกข้าวได้ผลดังนี้

"เวลานี้พวกอยุธยาเปรียบเหมือนปลาติดอยู่ในอวนแห ถ้าปล่อยก็จะกำเริบ จะทำให้เราลำบาก ภายหน้ากาลที่เราได้พยายามตั้งล้อมอยู่โดยช้านานนั้นก็จะไม่มีประโยชน์อะไร

เพราะฉะนั้น พวกเราจงแย่งชิงโคกระบือของพลเมืองอยุธยาทั้งปวง เมื่อได้แล้วก็ไปทำนาตามนาพลเมืองแลนาหลวงอยุธยาให้มีกำลังแก่เรา แลอย่าให้พลเมืองอยุธยาทำไร่ทำนาได้มิดีกว่าหรือ

แต่ช้างม้ารี้พลของเรานั้นก็เอาไปไว้ที่ดอนน้ำไม่ท่วมถึงแลที่หญ้างาม แล้วก็จัดพลทหารให้เป็นเวรมาล้อมผลัดเปลี่ยนกัน

ถ้าน้ำลึกก็ถอยไปหาที่ตื้นชักปีกกาให้มาช่วยถึงกันกับหัวเมืองใหญ่น้อยแถวนั้น แล้วก็จัดให้กองลำเลียงส่งเสบียงอาหารอย่าให้ขาดได้

ถ้าประเทศอื่นจะมาช่วยกรุงศรีอยุธยา เราก็จัดให้พลทหารเราออกตีให้แตกไป

ถ้าเราทำดังนี้แล้วพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาแลพลทหารพลเมืองอยุธยา ก็จะไม่พ้นฝีมือเราเป็นแน่ ถึงแม้ว่าเราจะต้องล้อม 10 ปี เราก็จะล้อมไว้กว่าจะได้กรุงศรีอยุธยา"

มหาราชวงษ์ พงศาวดารพม่า พรรณนาต่อไปอีกว่า

"ในเวลานั้นน้ำเหนือแรกมาเข้าคลองเล็กคลองน้อย น้ำยังไม่สู้มาก มหานรทาแม่ทัพจึงจัดให้พลทหารเอาช้างม้ารี้พลยกไปไว้ที่ดอนแลที่หญ้างาม

ครั้นต่อมาประมาณสัก 5 วัน น้ำเหนือมามากน้ำก็ท่วมรอบกรุงศรีอยุธยาดุจดังมหาสมุทร ท่วมไปทุกหนทุกแห่ง

เมื่อเป็นดังนั้นมหานรทาแม่ทัพจึงจัดให้พลทหารทั้งปวงพูนดินแลเอาอิฐมาก่อเป็นเกาะให้สูงพ้นน้ำขึ้น เมื่อทำเสร็จแล้วให้พลทหารทั้งปวงทำเรือรบเป็นอันมาก"

แม่ทัพใหญ่อังวะไม่ได้สั่งให้กองทัพอังวะเอาชนะน้ำที่หลากท่วม แต่บริหารจัดการให้กองทัพขึ้นตั้งบนที่ดอนนอนร่วมกับน้ำหลากท่วมอยุธยาอย่างอยู่ดีมีแรง จนตีกรุงแตก



ผู้ตั้งกระทู้ หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2011-10-28 10:46:32 IP : 223.205.52.7


1

ความคิดเห็นที่ 1 (2979579)
avatar
หมาป่าดำ

เคยอ่านพบว่า ตอนเสียกรุงครั้งแรก พอทางอยุธยาขอยอมแพ้ต่อพม่าถัดมาอีกวันหนึ่งน้ำเหนือก็หลากล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้หมด เรียกว่าถ้าเรายังยันสู้ต่อกับพม่าเราอาจไม่เสียกรุงเพราะมีน้ำหลากมาช่วย ตัวหนังสือที่เขียนถึงเรื่องนี้ผมก็จำไม่ได้ว่าเล่มไหน ตอนนี้ไม่มีเวลากลับไปค้นด้วยครับ

ส่วนการเสียกรุงครั้งที่สอง เป็นดังบทความข้างบน

มนุษย์เราควรเรียนรู้การอยู่กับธรรมชาติมากกว่าเอาชนะธรรมชาติ และนำบทเรียนในอดีตมาใช้กับปัจจุบันและอนาคต

กรุงเทพปีที่แล้วมีปัญหากับไฟจากการเผาเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง ปีนี้มีปัญหาจากน้ำ  ปีหน้าจะเป็นอย่างไร เหมือนดวงชะตาเมืองช่วงนี้ไม่ดีเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-10-28 10:55:44 IP : 223.205.52.7


ความคิดเห็นที่ 2 (2979589)
avatar
soontorn1

ดวงชะตาเมืองคงไม่มีดีหรือเลวหรอกครับ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับคนในเมืองมากกว่า ว่าจะเลือกคนแบบไหนมาบริหารเงินภาษีที่เราจ่ายไปให้คุ้มค่าที่สุด     น้ำท่วมยังมีวันแห้ง แต่ถ้าน้ำท่วมปากแห้งยากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น soontorn1 (soontorn1-at-sanook-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-10-30 00:50:13 IP : 110.77.238.116


ความคิดเห็นที่ 3 (2979603)
avatar
คนเล่าเรื่อง

น้ำคือทั้งภัยมหันต์และคุณอนันต์ และมีสองมาตรฐานคือ  ทั้งมาตรฐานในทางคุณและในทางโทษครับ การศึกสงครามในอดีตและแม้แต่ในปัจจุบันล้วนได้รับอิทธิพลจากฝนฟ้าอากาศทั้งสิ้น  ไม่มีใครในยุคใดหนีพ้นได้เลยครับ

สำหรับดวงชะตาของบ้านเมืองนั้นคงต้องฝากไว้กับคนไทยทุก ๆ คนที่จะช่วยกันประคับประคองให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ และยังต้องลงแรงอีกมากในการฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-11-03 16:07:46 IP : 202.28.78.24


ความคิดเห็นที่ 4 (2979606)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

อยู่ร่วมกับน้ำธรรมชาติยังพอทนครับ  ถ้าอยู่กับน้ำดำๆ หรือมีจระเข้งูเขียวยักษ์แถมมาด้วยนี่ ... เฮ้อ! บ้านผมน้ำยังมาไม่ถึง  แต่เหมือนจะจวนๆ แล้ว  ที่ผ่านมาหลายวันแทนที่อยู่ว่างๆ จะได้เขียนบทความเพิ่มกลายเป็นต้องเช็คข่าวทางเน็ตด้วยอารมณ์สารพัด   พึ่งได้เริ่มเขียนบทความใหม่มาได้สองวัน  หวังว่าคงเสร็จก่อนน้ำมาถึงในวันสองวันนี้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-11-03 23:03:17 IP : 110.169.235.47


ความคิดเห็นที่ 5 (2979607)
avatar
countryboy
image

อาจารย์ครับ  ขอเป็นแรงใจช่วย  อย่าให้โดนผลกระทบจากน้ำท่วมนะครับ

รวมถึงเพื่อน ๆ สมาชิกทุก ๆ ท่านด้วย ครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น countryboy (fromcountryboy-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-11-04 09:51:02 IP : 49.229.3.182



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.