dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletHistory on Film
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2
bulletIELTS British Council
bulletIELTS IDP
bulletMUIC




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ


โอมาร์ มุกตา ผู้หาญสู้ เผด็จการ ฟาสซิสต์ อิตาลี
วันที่ 19/05/2013   15:58:04

(เผยแพร่ครั้งแรกที่ rojn.blogth.com/HistoryMovies/  Fri-8-Sep-2006 )


ร็อด สไตเกอร์ ในบทมุสโสลินี กำลังมอบหมายให้นายพลกราเซียนี่ ไปปราบ โอมาร์ มุกตาร์ ที่ลิเบีย


แอนโทนี่ ควิน ในบท โอมาร์ มุกตาร์

เมื่อเอ่ยถึงคำว่า "เผด็จการ" โดยเฉพาะเผด็จการอันเลวร้ายในยุโรปที่ก่อให้เกิด สงครามโลกครั้งที่สอง แล้วเรามักจะนึกถึง ฮิตเลอร์ และพรรคนาซีเยอรมัน เป็นอันดับแรก จนบางทีเราอาจลืมไปว่าในอิตาลีนั้น มีจอมเผด็จการมุสโสลินี (Benito Mussolini) ก้าวขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ปีค.ศ.1922 (พ.ศ.2465) ก่อนที่ฮิตเลอร์จะมีอำนาจในเยอรมันโดยสมบูรณ์ถึง 11 ปีด้วยกัน แต่ความที่กองทัพฟาสซิสต์อิตาลีใน สงครามโลกครั้งที่สอง มักจะขี้แพ้ รบที่ไหนไม่ค่อยชนะ จึงทำให้เราไม่ค่อยนึกถึง ทั้งที่มีความเลวร้ายอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 "เหยื่อ" รายสำคัญของเผด็จการจักรวรรดิ์นิยมฟาสซิสต์อิตาลีในภาพยนตร์เรื่อง "Lion of the Desert" หรือชื่อภาษาไทยว่า "จอมจักรพรรดิ โอมาร์ มุกตาร์" ที่จะคุยกันในวันนี้ คือ ประเทศลิเบีย ที่มุสโสลินีอ้างว่าเป็นอาณานิคมมาตั้งแต่สมัยโรมัน และอันที่จริงอิตาลีได้รุกรานลิเบียมาตั้งแต่ค.ศ.1911 (พ.ศ.2454) ก่อนมุสโสลินีจะมีอำนาจร่วมสิบกว่าปีด้วยซ้ำ ปัญหาที่อิตาลีเผชิญในลิเบียคือสงครามกองโจรกับพวกเบดูอิน ชนพื้นเมืองซึ่งมีผู้นำเป็นครูสอนศาสนาที่มีนามว่า โอมาร์ มุกตาร์ (Omar Mukhtar) ซึ่งสามารถต้านทานกองทัพอิตาลีได้เป็นปีๆ จนมุสโสลินีต้องส่งแม่ทัพเอกจอมโหดมาปราบ คือ นายพลกราเซียนี (Rodolfo Graziani)

 ตอนจบของเรื่องนั้นคงเดาได้ไม่ยากว่า ในที่สุด กองโจรพื้นเมืองก็ต้องพ่ายแพ้ต่อแสนยานุภาพของอิตาลีไปในที่สุด แต่กว่าจะถึงตอนจบน่ะซีครับ กลับดูเหมือนว่าโอมาร์ มุกตาร์ และนายพลกราเซียนี จะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันคนละแบบ ต้องชิงไหวชิงพริบกันตลอด เป็นเวลาถึง 8 ปี หรือเวลาในภาพยนตร์ถึง 3 ชั่วโมง สังเวยชีวิตนักรบทั้งสองฝ่าย รวมถึงชีวิตชนพื้นเมืองผู้บริสุทธิ์ที่กองทัพฟาสต์ซิสต์สังหารไปอีกไม่น้อย


ทหารอิตาลีกำลังกระทำทารุณชาวบ้านที่ให้การสนับสนุนโอมาร์ มุกตาร์


กองทหารม้าของโอมาร์ มุกตาร์


แสนยานุภาพของกองทัพอิตาลี

 ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างพิถีพิถันกับฉาก การแต่งกาย และอาวุธยุทโธปกรณ์ ในเรื่องที่ดูน่าจะใกล้เคียงกับในประวัติศาสตร์จริงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรถถังและยานยนต์ต่างๆ ของกองทัพอิตาลีนั้น ไม่มีการนำของสมัยใหม่มา "ติ๊งต่าง" อย่างในหนังสงครามโลกรุ่นเก่าของฮอลลีวู้ด โดยเฉพาะเจ้ารถถังคันกะเปี๊ยกติดปืนกลของกองทัพอิตาลี ที่อาจดูเหมือนจะกิ๊กก๊อกเมื่อเทียบกับรถถังสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย หรือแม้กระทั่งรถถังร่วมสมัยของชาติอื่นก็ตาม แต่สำหรับนักรบเบดูอินของ โอมาร์ มุกตาร์ แล้ว การยิงสู้กับมันซึ่งๆ หน้าก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลย


รถถังอิตาลีกำลังสังหารทหารม้าอาหรับ (โอมาร์ มุกตาร์ ไม่ได้ร่วมรบในครั้งนี้)


ค่ายกักกันชาวพื้นเมืองที่อิตาลีสร้างขึ้น


การสังหารนักโทษในค่ายกักกัน


ทหารอิตาลีกำลังใช้แก๊สพิษในการปราบกองโจรของโอมาร์ มุกตาร์

 ในตอนท้ายเรื่องได้กล่าวถึง นายพลกราเซียนี แต่เพียงว่าหลังจากมุสโสลินีถูกโค่นล้ม เขาได้ถูกจับขังคุกและตายในปี 1955 (พ.ศ.2498) เท่าที่ผมพอจะทราบ ก่อนจะถึงเวลานั้นเขายังได้มีบทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอยู่ไม่น้อย กล่าวคือ กราเซียนี่ ซึ่งขณะนั้นเป็นจอมพลแล้ว ได้พยายามนำกองทัพอิตาลีรุกรานอิยิปต์ซึ่งอังกฤษปกครองอยู่ แต่ก็แพ้อย่างไม่เป็นท่าจนเกือบจะเสียลิเบียด้วยซ้ำ เป็นเหตุให้ ฮิตเลอร์ ต้องส่ง รอมเมล มากู้หน้ามุสโสลินี ทำให้ รอมเมล แจ้งเกิดจนได้ทั้งยศจอมพลและสมญานาม "จิ้งจอกทะเลทราย" ไปครอง ขณะที่ "จอมพลกราเซียนี" และกองทัพอิตาลีกลับกลายเป็นเพียงลูกไล่ของกองทัพอาฟริกาเยอรมันไป ส่วนชะตากรรมของกราเซียนีหลังสงครามโลกนั้น น่าจะถือว่าโชคร้ายน้อยกว่าบรรดาสมุนฮิตเลอร์อยู่สักหน่อย ตรงที่ไม่มีการตั้งศาลอาชญากรสงครามในอิตาลีเหมือนในเยอรมัน ไม่เช่นนั้นกราเซียนีต้องติดอันดับอาชญากรสงครามด้วยแน่ๆ ลองชมภาพยนตร์เรื่องนี้ให้จบแล้วท่านน่าจะเห็นด้วยกับผม


ขบวนรถเกราะและทหารราบอิตาลีกำลังถูกซุ่มโจมตี


อีกฉากรบที่น่าศึกษาในด้านยุทธวิธี
กองกำลังยานเกราะอิตาลีกำลังถูกล่อเข้าสู่พื้นที่สังหาร


รั้วลวดหนามที่กราเซียนี่สั่งให้สร้างขึ้นตามชายแดนลิเบียเพื่อตัดการส่งกำลังบำรุงของฝ่ายโอมาร์ มุกตาร์

 ในปัจจุบัน แม้ลัทธิเผด็จการฟาสซิสต์-นาซีจะหมดสิ้นไปแล้ว แต่จักรวรรดินิยมก็ยังแฝงอยู่ในประเทศที่อ้างตัวเป็นผู้นำโลกเสรี ทำให้โลกอาหรับยังคงเป็นจุดเปราะของสันติภาพในโลกดังเช่นทุกวันนี้ ในยุคสงครามก่อการร้ายนี้ อเมริกันและอิสราเอลจะยังสนใจหนังเรื่องนี้เพียงใดก็ไม่ทราบ แต่บินลาเดนกับพรรคพวกอาจกำลังดูหนังเรื่องนี้อยู่ที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้


โอมาร์ มุกตาร์ ถูกจับได้


เผชิญหน้านายพลกราเซียนี่ก่อนถูกศาลทหารอิตาลีพิพากษาประหารชีวิต

คำคมชวนคิด

  • "ผมไม่ได้เป็นทหารเพื่อมาแขวนคอผู้หญิง" นายร้อยอิตาลีที่ โอมาร์ มุกตาร์ เคยไว้ชีวิตในการรบครั้งหนึ่ง กล่าวกับผู้บังคับบัญชา เมื่อเห็นผู้หญิงชาวพื้นเมืองถูกแขวนคอในข้อหาให้เสบียงกับกองโจรของ โอมาร์ มุกตาร์
  • "เราเกิดมาบนผืนดินนี้ด้วยพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่คุณ" โอมาร์ มุกตาร์ พูดกับผู้แทนการเจรจาของอิตาลี
  • "ในฐานะข้าศึก เขาควรถูกลงโทษ แต่ในฐานะนักสู้ เขาควรได้รับเกียรติมากกว่านี้" นายพลอิตาลีผู้หนึ่งกล่าวกับทหารที่นำตัว โอมาร์ มุกตาร์  มาขัง

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Lion of the Desert

ชื่อภาษาไทย :  จอมจักรพรรดิ โอมาร์ มุกตาร์

ผู้สร้าง : Moustapha Akkad

ผู้กำกำกับ : Moustapha Akkad

ผู้เขียนบท :  H.A.L. Craig

ผู้แสดง : 

  • Anthony Quinn     ...     Omar Mukhtar
  • Oliver Reed     ...     Gen. Rodolfo Graziani
  • Irene Papas     ...     Mabrouka
  • Raf Vallone     ...     Colonel Diodiece
  • Rod Steiger     ...     Benito Mussolini
  • John Gielgud     ...     Sharif El Gariani
  • Andrew Keir     ...     Salem
  • Gastone Moschin     ...     Major Tomelli
  • Stefano Patrizi     ...     Lt. Sandrini
  • Adolfo Lastretti     ...     Colonel Sarsani
  • Sky Dumont     ...     Prince Amadeo
  • Takis Emmanuel     ...     Bu-Matari
  • Rodolfo Bigotti     ...     Ismail
  • Robert Brown     ...     Al Fadeel
  • Eleonora Stathopoulou     ...     Ali's Mother

บทความจาก Wikipedia

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share


ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



เอเชียโบราณ

มังกรระห่ำ ดาบปราบพยัคฆ์ (Sino Dutch war 1661) แบบฉบับของการต้านชิงกู้หมิง วันที่ 19/05/2013   18:58:36
Jodhaa Akbar ภาพยนตร์เพื่อความสมานฉันท์ทางศาสนา วันที่ 19/05/2013   19:00:10
ฌ้อปาอ๋อง ขุนศึกลำน้ำเลือด วันที่ 19/05/2013   19:01:17
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน ภาค 1-2 (The Water Margin/All Men are Brothers) วันที่ 19/05/2013   19:02:10
ฤทธิ์จักรพญายม ภาค 1-2 วันที่ 19/05/2013   19:03:07
ทัชมาฮาล รักเราเป็นนิรันดร์ วันที่ 19/05/2013   19:09:43
สามก๊ก ตอน โจโฉ แตกทัพเรือ มหากาพย์แห่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์สามก๊กอีก 1 เรื่อง วันที่ 19/05/2013   19:10:42
Mongol แต่งประวัติศาสตร์ใหม่กันอีกแล้ว! วันที่ 19/05/2013   19:11:32
Genghis Khan เวอร์ชันญี่ปุ่น : สงคราม กับ ผู้หญิง และ ครอบครัว วันที่ 19/05/2013   19:12:31
Genghis Khan BBC "จอมโหด" หรือ "ผู้พิชิต" วันที่ 19/05/2013   19:13:25
Marco Polo 2007 เมื่อครั้งตะวันออกยังเจริญกว่าฝรั่ง วันที่ 19/05/2013   19:14:31
Marco Polo ฉบับบู๊ลิ้ม วันที่ 19/05/2013   19:15:27
สารคดี The True Story of Marco Polo : มาร์โค โปโล ไม่เคยไปเมืองจีนจริงๆ ? วันที่ 19/05/2013   19:17:46
อโศกมหาราช (Asoka) จาก ทรราชย์ สู่ ธรรมราชา วันที่ 19/05/2013   19:18:37
ตามรอยพระพุทธเจ้า : คู่มือชาวพุทธฉบับ DVD วันที่ 19/05/2013   19:19:44
ขุนศึกหญิงตระกูลหยาง (Legendary Amazons) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:20:26 article
Genghis Khan (2004 TV series) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:21:12 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (101574)
avatar
รอมเมล

หนังเรื่องนี้เก่ามาก ผมได้ดูครั้งแรกตอนเด้ก ออกช่อง3ดึกมากฉายถึง3วันผมเลยมาได้ดูเต็มๆก้ออกเปงซีดีสองสามปีก่อนนี้เอง ยอมรับว่าทำได้ดีมากๆ ไม่เคยเหงหนังสงครามไหนที่ทำมาไร้ที่ติ ถ้าจะติก้แค่การยิงกันที่เวอร์มากทหารอิตาลีโดนยิงตกรถทีเหมือนปลาโดนเทลงน้ำตกรถแทบไม่ทัน ทั้งที่จริงๆแล้วฝ่ายโอมาร์ขี่ม้ายิงปืน สู้กับคนที่นั่งประทับบ่ายิง  คนที่ขี่ม้าแม่นกว่า ทหารอิตาลีตายไว้ดีไม่ยืดหยาด เพราะยังไงตามเนื้อเรื่องอิตาลียังไงก็สุ้ไม่ได้(ในเรื่องเซนต์รอเลน แห่งอาราเบีย ขี่อูฐยิงปืนพอรับได้ เพราะอูฐวิ่งช้า คนขี่ไม่ส่ายมาก แต่ขี่ม้ายิงนี่แหละปวดจัย จ่าสเวคเกอร์คงไม่ได้เกิดแล้วล่ะใช้กล้องเล็งแทบตาย เจอคนขี่ม้าควบอย่างเร็วยิงปืนไปขี่ม้าไปแล้วยังแม่นกว่า) 

เรื่องนี้เป็นตำนานที่คลาสสิกมาก คนทำเรื่องนี้คงหลงใหลมากถึงลงทุนหารถถัง รถหุ้มเกราะที่ถูกต้องมากใช้ เพราะช่วงเวลานั้นรถถัง FT 17  น่าจะเป็นรถถังหลักของกองทัพอิตาลีอยู่ จริงๆรถถังรุ่นนี้ทำลายไม่ยาก เพียงแต่ไม่น่าเชื่อที่นักรบเบดุอินจะเก่งกาจขนาดนั้น เคยหาอ่านเหมือนกันว่า จริงๆๆแล้วการรบของเบดุอิน ไม่น่าจะเหมือนในหนังหรอก น่าจะเป็นลักษณะที่ทหารอิตาลีกองร้อยนึงคิดว่าแน่ออกตามล่าจนโดนซุ่มโจมตีจนแตกพ่ายแล้วพยายามหนี แต่กลางทะเลทรายแบบนั้นคนที่หนีจะไปไหนไกลได้ ก้โดนตามฆ่าตายหมดอ่ะดิ ทำให้ทหารอิตาลีหวาดกลัว ส่งไปกี่กองร้อยก็ตายหมด เหมือนหนังฝรั่งเศสที่เป็นกองทหารต่างด้าว ที่กะจะไปปราบพวกกบฏกลับโดนล้อมสังหารตายหมดเหลือพระเอกไว้เล่าความพ่ายแพ้ให้กองทหารฝรั่งเศสอื่นให้เสียขวัญ 

เมื่อปัญญาแก้ไม่ตกแบบนี้ มุสโสลิเนียที่ได้นักแสดงที่สุดยอด แสดงความเป็นจอมเผด็จการ ได้น่าเกรงขามมาก นี่แหละ ท่วงท่าของมุสโสลินี่เลย มุสโสลินี ถึงกลับออกคำสั่งแบบขอร้องให้ นายพลกราเซียนี่จับโอมารืให้ได้ แน่นอนนายพลกราเซียนี่ เข้าใจเรื่องราวถึงได้ขอเพิ่มกำลังเต็มอัตราศึกเพื่อปราบ จำต้องทุ่มกองทหารมากมาย ตามล่าไม่ให้โอมาร์อาศัยที่ไหนนานไม่ได้ เหมือนคิดจะจับปลาตัวเดียวในบึง ถ้าไม่ยอมตักน้ำออกจะได้ปลาไหม ถ้ามัวสุ่มหา ชาติหน้าคงเจอถึงแม้จะดูบ้าที่ตักน้ำออก แต่เมื่อคำสั่งมาให้จับให้ได้แบบนั้น ต้งทำ 

 หนังจะทำให้เห็นภาพว่า นายพลกราเซียนี่บ้าไร้สติ ที่ขนรถถังมากมายเพื่อปราบนักรบกระจอก ผมว่านายพลกราเซียนี่ไม่ได้โง่ครับ ถ้านายพลกราเซียนี่โง่ นายพลเมืองไทยก็....ที่แก้ปัญญาภาคใต้ไม่ได้ ก็มีวิธีนี้วิธีเดียวแหละครับ แล้วที่น่าปวดใจคือ แรกๆไม่มีทหารอิตาลีคนใดรู้จักว่าหน้าตาโอมาร์เป็นยังไง เมื่อจับเชลยได้ เชลยจะไม่ยอมตอบ แถมยอมพลีชีพเสียอีก  จนมารู้ว่าเป็นเพียงคนแก่ธรรมดา บ้าแตกสิครับอายตายเลย

จากการที่เป็นครูสอนศาสนาเด็ก จนเด็กๆโต โอมาร์พูดอะไรชาวเบดูอินก็จะเชื่อจนตัวตาย แล้วยังยกลุกหลานให้โอมาร์สอนต่อไป นี่แหละที่มาของคำว่า ผู้นำด้านจิตวิญญาณ หลักการแบบนี้ถ้าคิดดีก็ดีไป ถ้าคิดไม่ดีจะกลายเป็นให้เด็กไปตาย หนังเรื่อง Kingdom ที่จะเห็นการพลีชีพแบบไม่กลัวตาย เพราะพวกนี้โดนสอนมาตั้งแต่เด็กว่าตายเพื่อพระเจ้า จะได้บุญ พวกนอกศาสนาต้องตาย เพราะพวกนั้นคนบาปหนา ต้องตาย

คำตราหน้าว่า กองทัพอิตาลีรบที่ไหนแพ้หมด อันนี้ต้องโทษที่ระบบการสอนในโรงเรียนการทหารแย่มาก แถมยังถือเส้นสายเข้าไปอีก จนไม่น่าเชื่อเลย กองทัพโรมมันที่เคยยิ่งใหญ่จะเป็นบรรพบุรุษของประเทสอิตาลี อิตาลีกลับไปดัง ความเป็นGodfatherส่ะงั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น รอมเมล (goh_17-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-05-25 02:15:08



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker