dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Custer of the West วีรบุรุษ หรือ จอมโหด
วันที่ 19/05/2013   20:52:22

ใน ประวัติศาสตร์อเมริกัน ยุคแรกนั้น เรื่องราวการสู้รบที่เราคุ้นเคยกันดีอาจจะยิ่งกว่าการสู้รบเพื่อเอกราชจากอังกฤษด้วยซ้ำ คือการสู้รบกับ อินเดียนแดง ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ใน ทวีปอเมริกา มาก่อนที่พวกคนขาวชาวอเมริกันทั้งหลายจะเข้าไปบุกเบิก บรรดาหนังคาวบอย (ซึ่งจัดว่าเป็นหนังรุ่นเก่า เนื่องจากหลังๆ ฮอลลีวู้ดมักไปสร้างหนังแอคชั่นในแนวอื่นแทน) ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมี อินเดียนแดง เป็นตัวประกอบซึ่งมักจะเป็นผู้ร้ายนั่นเอง

หนังสือเล่มแรกที่ได้ให้มุมมองอีกด้านหนึ่งแก่ผมในเรื่องนี้ คือหนังสือแปลชื่อ "ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี" ไพรัช แสนสวัสดิ์ แปลจากเรื่อง Bury My Heart at Wounded Knee ของ Dee Brown กล่าวถึง ประวัติศาสตร์ของอินเดียนแดง ในทวีปอเมริกานับตั้งแต่การค้นพบทวีปอเมริกา ไปจนถึงสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างอเมริกันชนกับอินเดียนแดง โดยอาศัยการสัมภาษณ์ชาวอินเดียนแดงเท่าที่ยังหลงเหลือประกอบกับเอกสารของทางการสหรัฐฯ เอง ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียดมาก แต่ขอบ่นสักหน่อยว่าเดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่าหนังสือเล่มดังกล่าวไปอยู่ที่ไหนแล้ว เอาเป็นว่าความผิดถูกในเรื่องที่ชาวอเมริกันไปยึดครองดินแดนมาจากชาวอินเดียนแดงนั้น เป็นเรื่องที่อาจมองได้สองด้าน และยังคงถกเถียงกันอยู่ และภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปัญหาใน ประวัติศาสตร์อเมริกัน ตอนนี้ คือเรื่อง Custer of the West เริ่มฉายเมื่อปี 1968 (พ.ศ.2511) กล่าวถึงชีวิตของขุนพลผู้เกรียงไกรท่านหนึ่งในยุคนั้น คือ นายพลคัสเตอร์ (George Armstrong Custer) ผู้ที่รบกับอินเดียนแดงจนตัวตาย กลายเป็นตำนานสำคัญเรื่องหนึ่งของชาวอเมริกันมาจนทุกวันนี้

เรื่องเริ่มขึ้นมาก็เป็นฉากคัสเตอร์ขี่ม้านำกองทหารม้าฝ่าห่ากระสุนปืนใหญ่ในสนามรบพร้อมกับขึ้นตัวเลข 1861 จนถึง 1865 อันเป็นปีที่เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกานั่นเอง (ปี พ.ศ.2404 - 2409) แล้วก็มาเริ่มเรื่องจริงจังเมื่อสงครามกลางเมืองสงบ คัสเตอร์เข้าพบผู้บังคับบัญชา คือ นายพลเชอริแดน (Gen. Philip Sheridan) เพื่อหารือว่าจะมอบหมายให้คัสเตอร์ทำงานอะไรต่อไปในยามสงบ ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจนิดนึงนะครับว่า ยศนายพลของคัสเตอร์ที่ได้มาในระหว่างสงครามนั้น เป็นยศชั่วคราวในกองทหารอาสา (Militia) แต่เมื่อสงครามสงบ คัสเตอร์กลับต้องมากินยศนายพันโทในทหารกองประจำการธรรมดา (Regular Army) ในที่นี้ผมจึงขอเรียกท่านว่า "คัสเตอร์" เฉยๆ แทน "นายพลคัสเตอร์" นะครับ มาคุยกันต่อเรื่องงานที่นายพลเชอริแดนเสนอให้คัสเตอร์เลือก ล้วนแต่งานเจ็บๆ ทั้งนั้น ตั้งแต่คุมโรงเรียนสอนขี่ม้า เป็นผู้บัญชาการคุก เฝ้าคลังแสงที่ไม่ใช้งานแล้ว รวมถึงงานการรบกับ อินเดียนแดง ในเขตตะวันตก ซึ่งคัสเตอร์ก็ไม่ได้ชื่นชอบมากกว่างานอื่นสักเท่าไหร่นัก นอกจากข้อดีประการเดียวคือเป็นงานที่ได้ออกรบ หรือจะเรียกว่างานบู๊ก็ได้ (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Action") ทำให้ต้องตัดสินใจรับงานนี้ในที่สุด

คัสเตอร์ได้เดินทางไปรับตำแหน่งที่ค่ายของกรมทหารม้าที่ 7 ของสหรัฐฯ ซึ่งควบคุมดูแลเขตอนุรักษ์อินเดียนแดงเผ่าไชแอน (Cheyennee) และซู (Sioux) ปัญหาเริ่มแรกก็คือการต้องบังคับบัญชาลูกน้องคนสำคัญสองคน คือ ผู้พัน มาร์คัส เรโน (Maj. Marcus Reno) ผู้ติดเหล้า และ นายร้อยเอก เบนทีน (Capt. Frederick Benteen) ผู้เห็นอกเห็นใจอินเดียนแดง โดยเฉพาะรายแรกที่ภาษาไทยคงต้องเรียกว่า "ศรศิลป์ไม่กินกัน" ตั้งแต่แรกพบ ครั้นพอมาดูทหารคนอื่นๆ ในกรม ไร้ระเบียบ อ้างว่าป่วยเพื่ออู้งาน จนต้องกำราบกันพักหนึ่ง (คัสเตอร์ใช้วิธีไหนดูจากภาพยนตร์นะครับ เล่ามากเดี๋ยวหนังเขาขายไม่ออก)

ฉากการโจมตีอินเดียนแดงเผ่าไชแอน ที่ในหนังพยายามบอกว่าคัสเตอร์เองไม่ค่อยสบายใจนัก

ทางด้านอินเดียนแดงนั้นเล่า คัสเตอร์กลับพบว่าลำพังความป่าเถื่อนของคนเหล่านี้ ยังไม่ร้ายกาจเท่ากับนโยบายของรัฐบาลคนขาวเองที่กลับไปกลับมา ทำสัญญาสงบศึกกันได้ไม่เท่าไหร่ก็ฉีกทิ้งไปรุกรานเขาต่อ เดี๋ยวบอกให้ส่งปืนให้อินเดียนไว้ล่าสัตว์ เดี๋ยวจะให้รบกันซะแล้ว เรื่องชวนปวดหัวขนาดหนักคือนโยบายการปล่อยให้คนขาวแห่เข้าไปขุดทอง และการสร้างทางรถไฟเพื่อเชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของประเทศ จนกระทั่งรถไฟขบวนหนึ่งถูกโจมตีอย่างหนัก รถทั้งขบวนถอยไปตกรางตรงสะพานข้ามช่องเขาที่ถูกอินเดียนวางเพลิงดักไว้ คัสเตอร์จึงถูกเรียกตัวเข้าไปชี้แจงต่อสภาในกรุงวอชิงตัน

การชี้แจงของคัสเตอร์ในเชิงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลสร้างความไม่พอใจต่อส.ส.ในรัฐสภาเป็นอย่างมาก รวมถึงประธานาธิบดี แกรนท์ (Ulysses S. Grant) ที่น้องชายถูกคัสเตอร์กล่าวหาว่ามีส่วนในการคอร์รัปชัน อนาคตของคัสเตอร์ทำท่าว่าจะดับวูบลงด้วยการถูกพักงานยาวหรือส่งไปทำงานที่ไม่มีความสำคัญอะไรสักอย่าง แต่เมื่อคัสเตอร์ได้ข่าวว่ากรมทหารม้าที่ 7 ของเขากำลังถูกส่งไปทำศึกใหญ่ในสงครามปราบปรามอินเดียนแดงเผ่าไชแอน ซู และอื่นๆ ที่รวมกำลังกันเป็นกลุ่มใหญ่ คัสเตอร์ได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีแกรนท์ ขอร้องให้เขาได้กลับไปร่วมเป็นร่วมตายกับทหารที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชา และนี่จึงเป็นวาระสุดท้ายของคัสเตอร์ในการศึกที่เรียกว่า การบที่แม่น้ำลิตเติลบิ๊กฮอร์น (Battle of the Little Bighorn) ในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ.1876 (พ.ศ.2419)

คัสเตอร์กับพรรคพวกติดอยู่ในวงล้อมในการรบที่ลิตเติ้ลบิ๊กฮอร์น

ตามประวัติศาสตร์จากที่ผมเคยอ่านในหนังสือเรื่อง "ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี" นั้น บรรดาอินเดียนทั้งหลายไม่ได้เห็นคัสเตอร์ หรือ "คนผมยาว" ดีไปกว่าคนขาวคนอื่นสักเท่าไหร่ ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจรายหนึ่ง คนที่ควรได้รับการยกย่องกลับเป็นนายพลคนขาวอีกคนหนึ่ง ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้แล้ว และคงยากที่จะค้นชื่อมาให้ได้ในเร็ววันเพราะหนังสือยังหาไม่เจอ เอาเป็นว่านายพลคนนี้เดิมก็เป็นทหารผิวขาวที่โหดเหี้ยมผู้หนึ่ง แต่มากลับใจสำนึกบาปได้ในการรบอันโหดร้ายครั้งหนึ่ง (ทำนองเดียวกับพระเอก The last Samurai หรือ พระเจ้าอโศกนั่นแหละครับ) แล้วจึงหันมามีบทบาทในการเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับอินเดียนแดง ผมนำมาเล่าเปรียบเทียบให้เห็นว่า ในหนังอาจจะสร้างภาพให้คัสเตอร์ดูดีเกินจริงไปบ้าง

ลูกน้องคนสำคัญอย่างผู้พันเรโนนั้น ตามประวัติกล่าวว่าเขาถูกกล่าวหาเรื่องเหล้าจริงๆ ส่วนผู้กองเบนทีนนั้น ไม่มีกล่าวถึงเรื่องทัศนคติต่ออินเดียนเลย และไม่รับประกันว่าสองคนนี้อยู่กับคัสเตอร์ในกรมทหารม้าที่ 7 มาแต่แรกหรือไม่ มีความเป็นไปได้ว่าผู้เขียนบทจะตกแต่งบทบาทของสองคนนี้ขึ้นมาใหม่ให้เรื่องสนุกขึ้นเท่านั้น

คัสเตอร์กับภรรยาขณะมาเยี่ยมชม "อาวุธใหม่" เป็นโบกี้รถไฟหุ้มเกราะติดปืนกล คล้ายกับรถถังวิ่งบนราง
คัสเตอร์วิจารณ์ว่าอาวุธใหม่นี้จะทำลายสปิริตของสงครามที่มีมาแต่เดิม

ด้านการศึกที่แม่น้ำลิตเติลบิ๊กฮอร์นนั้น ในหนังเล่าไว้มีส่วนทั้งที่เหมือนและไม่เหมือนในบทความของวิกิพีเดีย กล่าวคือ คัสเตอร์ ได้รีบร้อนนำกรมทหารม้าเดินทางไปยังที่หมาย และรีบร้อนเข้าโจมตีอินเดียนแดงโดยไม่รอกองกำลังส่วนอื่นมาสมทบ และได้แบ่งกำลังของกรมทหารม้าที่ 7 ออกเป็น 3 ส่วน โดยตัวเองคุมส่วนหนึ่ง อีกสองส่วนให้ผู้พันเรโนและผู้กองเบนทีนเป็นผู้บังคับบัญชา ตามแผนคัสเตอร์จะอ้อมไปโจมตีข้าศึกจากทางด้านเหนือ เรโนโจมตีจากทางใต้ และเบนทีนโจมตีทางตะวันออก ไม่ใช่ให้รอเฉยๆ อย่างในหนัง จะด้วยการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างดำเนินกลยุทธ หรือการทำงานที่ไม่เข้าขากันมาแต่เดิม หรืออะไรก็ตามแต่ ฝ่ายอินเดียนสามารถสกัดกองกำลังของเรโนและเบนทีมไว้ได้ และคัสเตอร์ต้องตกเข้ามาอยู่ในวงล้อมจนเสียชีวิตในที่สุด แน่นอนว่าพวกอินเดียนคงไม่บรรจงเก็บคัสเตอร์ไว้ฆ่าเป็นรายสุดท้ายอย่างในหนังหรอก อีกข้อมูลที่น่าสนใจแต่ในหนังไม่กล่าวถึงคือตระกูลคัสเตอร์ไม่ได้สูญเสียแต่เพียงท่านจอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ เท่านั้น หากยังสูญเสีย นายร้อยเอก โทมัส คัสเตอร์ (Capt. Thomas Custer) แห่งกองร้อยซี และ บอสตัน คัสเตอร์ (Boston Custer) น้องคนสุดท้อง ซึ่งเป็นพลเรือนในกองทัพ และหลานผู้มีนามว่า เฮนรี อาร์มสตรง รีด (Henry Armstrong Reed) ไปอีกด้วย

ข้อสรุปโดยส่วนตัวของผมนั้น ยังไม่ค่อยเชื่อนักว่าคัสเตอร์ตัวจริงจะมีภาพลักษณ์ที่ดีอย่างที่ในหนังสร้างภาพไว้ แถมภาพตัวจริงยังหล่อสู้ โรเบิร์ต ชอว์ ผู้รับบทคัสเตอรในหนังไม่ได้อีกต่างหาก แต่คัสเตอร์ในหนังก็คล้ายๆ กับพระเอกหนังสงครามหลายๆ เรื่องของฮอลลีวู้ด ที่ต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งในใจต่อการทำตามคำสั่งที่ผันผวนไปมา แต่ด้วยความเป็นทหาร สุดท้ายก็ต้องพบจุดจบเพราะการเชื่อฟังในสิ่งที่ทั้งรักทั้งเกลียดนั่นเอง

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Custer of the West

ชื่อภาษาไทย : คัสเตอร์ ขุนพลประจัญบาน

ผู้กำกำกับ : Robert Siodmak

ผู้เขียนบท : Bernard Gordon and Julian Zimet

ผู้แสดง :

  • Robert Shaw ... Gen. George Armstrong Custer
  • Mary Ure ... Elizabeth Custer
  • Ty Hardin ... Maj. Marcus Reno
  • Jeffrey Hunter ... Capt. Benteen
  • Lawrence Tierney ... Gen. Philip Sheridan
  • Charles Stalmaker ... Lt. Howells
  • Kieron Moore ... Chief Dull Knife
  • etc.

คำคมชวนคิด

  • อินเดียนที่ดีคืออินเดียนที่ตายไปแล้ว (The only good Indian is a dead Indian.) นายพลเชอริแดนพูดกับนายพลคัสเตอร์
  • ไม่มีปัญหาของพวกอินเดียน มีแต่ปัญหาคนขาว (There is no Indian problem. There is only a White problem.) คำกล่าวตอนหนึ่งของคัสเตอร์ในรัฐสภา

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



ประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก

(Glory) เกียรติภูมิชาติทหาร ว่าด้วยประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองอเมริกาที่ชายชาติทหารตัวจริงต้องศึกษา วันที่ 19/05/2013   20:49:32
Butch Cassidy & The Sundance Kid วันที่ 19/05/2013   20:50:40
Wyatt Earp ตำนานคาวบอย วันที่ 19/05/2013   20:51:29
The Alamo (2004) วีรกรรม ที่ต้องแต่งเติมสีให้ "ผู้ร้าย" ? วันที่ 19/05/2013   20:53:07
The Alamo (1960) ตำนานของคนกล้า วันที่ 19/05/2013   20:53:51
The Patriot ความรักชาติ หรือ ความแค้น….ที่ลูกชายถูกฆ่าตาย วันที่ 19/05/2013   20:55:06
One Man's Hero อีกด้านมืดของสหรัฐอเมริกาสมัยสงครามเม็กซิโก วันที่ 19/05/2013   20:55:53
Maverick (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   20:56:24 article
Dances with Wolves (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   20:56:54 article
แผนสังหารตำนานจอมโจร เจสซี่ เจมส์ (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   20:57:24 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (92143)
avatar
หมาป่าดำ

เคยดูหนัง สมัยเป็น วีดีโอ เรื่อง Son of the morning star เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรบของ Custer  ในสนามรบสุดท้าย หนังทำได้สมจริง รบดุเดือดมาก เสียดายไม่มีการทำ ดีวีดีออกมา

คลิปช่วงการต่อสู้ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=cHslWqUegtc

ในยูทูปมีคลิปทั้งเรื่องครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-12-29 02:10:34



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker