dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Flags of our Fathers
วันที่ 19/05/2013   16:34:14

 

โดย Webmaster@iseehistory.com

แม้จะมีคำโบราณของจีนกล่าวไว้ว่า "ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดนับพันคำ" แต่ไม่ได้หมายความว่ารูปภาพจะมีความสำคัญถึงขั้นเป็นความจริงสูงสุด ในปัจจุบันแม้จะมีเทคโนโลยีการถ่ายภาพสีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่เหมือนจริง ที่อาจจะช่วยให้เราเข้าใจอะไรบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น แต่บางภาพหากไม่รู้ที่มาที่ไปของมันเพียงพอแล้ว เราอาจจะเข้าใจภาพนั้นไปคนละเรื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้

ดังเช่นในสงครามโลกครั้งที่สอง ภาพถ่ายภาพหนึ่งของทหารกลุ่มเล็กๆ ที่กำลังปักธงชาติสหรัฐฯ เป็นภาพที่ประทับใจคนทั่วโลกเสมอมา แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีชายผู้หนึ่งกล่าวถึงภาพนี้ว่า

"ใครๆ ก็รู้จักภาพนี้ แต่น้อยคนจะรู้สภาพการณ์จริงในภาพ หรือเรื่องราวในภาพ และความจริงเบื้องหลังการเดินสายพันธบัตร"

เขาผู้นั้นคือ Benjamin Walker ผู้แสดงเป็น Harlon Block หนึ่งใน 6 ทหารกล้าผู้ปักธงชาติสหรัฐฯ ผืนนั้นบนยอดเขา Suribachi บนเกาะ Iwo Jima ในภาพยนตร์เรื่อง Flags of our Fathers ของ Clint Eastwood นั่นเอง

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างจากหนังสือชื่อเดียวกัน เขียนโดย James Bradley บุตรชายของ John Bradley หนึ่งในหกทหารที่ตั้งเสาธงในภาพดังกล่าว เป็นเรื่องเล่าถึงความยากลำบากของเหล่าทหารหาญของสหรัฐฯ บนเกาะอิโวจิมา สมรภูมิโหดแห่งหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่สองทางฟากเอเชียแปซิฟิก การศึกครั้งนี้อยู่ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสหรัฐฯ เริ่มเป็นฝ่ายรุกตีโต้กำลังทหารญี่ปุ่นจนสามารถยึดดินแดนต่างๆ คืนมาเป็นลำดับ จนกระทั่งถึงเกาะอิโวจิมา สมรภูมิแรกที่เป็นดินแดนของญี่ปุ่นแท้ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะยึดครองสนามบินบนเกาะแห่งนี้เพื่อใช้เป็นฐานในการโจมตีเกาะอื่นๆ ของญี่ปุ่นต่อไป ขณะที่ทางฝ่ายญี่ปุ่นนั้น ต้องการเพียงแค่การถ่วงเวลาและตัดกำลังฝ่ายสหรัฐฯ มากกว่าที่จะหวังชัยชนะประเภทตีข้าศึกตกทะเล สภาพภูมิประเทศของเกาะนี้ เต็มไปด้วยเถ้าภูเขาไฟ สภาพแห้งแล้ง ไม่ค่อยมีต้นไม้ใบหญ้า และทางญี่ปุ่นยังได้สร้างความได้เปรียบด้วยการสร้างอุโมงค์อันสลับซับซ้อน (Tunnel Network) และยาวเป็นกิโล ไว้สำหรับการตั้งรับและซุ่มโจมตีทหารอเมริกันแบบตีหัวแล้วหนีเข้าบ้าน เอ๊ย! หนีเข้าอุโมงค์ การศึกเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1945 (พ.ศ.2488) จนถึงวันที่ 26 มีนาคม ปีเดียวกัน รวมเวลาเดือนกว่า จากที่ตอนแรกฝ่ายบุกหลงนึกว่าคงจะหมูๆ แค่สี่ซ้าห้าวัน

 

ฉากการปักธงครั้งที่สอง ขณะที่ทหารทางขวากำลังเก็บเสาธงของผืนแรก

ส่วนการปักธงและการถ่ายภาพดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1945 หลังจากขึ้นบกได้ 4 วัน ภายหลังการยึดเขาซูริบาชิซึ่งเป็นชัยภูมิสำคัญได้ ก็ต้องมีการปักธงเพื่อประกาศศักดาและเรียกขวัญกำลังใจพวกเดียวกันสักหน่อย บรรดาทหารที่ขึ้นไปปักธงนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แถมมีเหตุให้เซ็งกันนิดหน่อยเมื่ออุตส่าปักไว้ซะดิบดี เจ้านายเกิดบอกให้เก็บธงผืนแรกซะ แล้วให้ปักธงผืนใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ในจังหวะที่กำลังปักธงผืนที่ 2 นี้เองที่ช่างภาพนามว่า Joe Rosenthal สามารถบันทึกภาพไว้ได้พอดี ในขณะที่เสาธงกำลังเอียงได้มุม ท่าทางผู้ที่ช่วยกันปักแต่ละคนดูแข็งขันขมักเขม้น ปักกันเสร็จก็ลงจากเขาไปเล่นน้ำกันอย่างกับเด็กๆ โดยไม่รู้เลยว่าชีวิตของพวกตนจะเป็นอย่างไรต่อไป บรรดาทหารกล้าทั้ง 6 คนที่ร่วมกันปักธงบนยอดเขาซูริบาชิ มีรายนามดังนี้

 

  • John "Doc" Bradley (แถวล่างภาพแรก แสดงโดย Ryan Phillippe) คนเดียวที่ไม่ใช่นาวิกโยธิน แต่เป็นหน่วยแพทย์หรือเสนารักษ์ทหารเรือ มีหน้าที่ในการดูแลทหารนาวิกโยธินที่ได้รับบาดเจ็บจากการรบ และก็เป็นคนขยันขันแข็ง และมีความรักความเป็นห่วงเพื่อนฝูงสมกับหน้าที่นี้จริงๆ แต่หน้าที่นี้ก็ทำให้เขาต้องพบเห็นความเลวร้ายของสงครามมากกว่าคนอื่น คือขลุกอยู่กับคนเจ็บคนใกล้ตายตลอดเวลา เป็นคนไม่ค่อยแสดงออก แม้กระทั่งหลังสงครามก็ไม่เคยเล่าเหตุการณ์ในอิโวจิมาให้ใครฟังแม้กระทั่งคนในครอบครัว James Bradley ผู้เป็นบุตรต้องค้นคว้าเรื่องต่างๆ เองหลังจากเขาเสียชีวิต
  • Ira Hayes (แถวบน ภาพกลาง แสดงโดย Adam Beach) เป็นอเมริกันอินเดียน ที่เป็นคนหัวเก่า จริงจัง อารณ์อ่อนไหว รู้สึกถึงความเลวร้ายของสงครามแทบจะไม่น้อยไปกว่า Bradley เลย แต่จะแสดงออกมากกว่าดังจะได้เล่าต่อไป
  • Rene Gagnon (แถวล่างภาพกลาง แสดงโดย Jesse Bradford) ชาวนิวแฮมเชียร์ เป็นลูกโทน แม่เลิกกับพ่อตั้งแต่เขายังเด็ก เพราะพ่อมีหญิงอื่นโดยแม่จับได้ขณะกำลังเข็นรถเรนนี่อยู่นั่นเอง ชีวิตเขาอยู่ภายใต้การบงการของแม่มาตลอด เป็นคนเจ้าชู้ มีเสน่ห์ ในด้านการรบเป็นคนที่ท่าทางไม่ค่อยเก่งนัก จึงถูกกำหนดให้เป็นพลนำสาร ภายหลังเมื่อกลับสหรัฐฯ มาเดินสายประชาสัมพันธ์การขายพันธบัตร ได้ลงเอยกับหญิงที่ชื่อพอลลีน นัยว่าเพื่อให้พ้นการบงการของแม่ แต่ถ้าดูจากนิสัยของพอลลีนในหนัง ดูท่าจะเป็นแค่เปลี่ยนผู้หญิงที่บงการชีวิตซะมากกว่า
  • Mike Strank (แถวบนภาพแรก แสดงโดย Barry Pepper) เป็นคนที่ยศสูงสุด คือจ่าสิบตรี อายุมากที่สุดคือ 23 ปี (อายุเฉลี่ยของทหารอเมริกันในช่วงนั้นคือ 19 ปี) และผ่านศึกมามากที่สุด เป็นเสมือนลูกพี่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกน้อง และลูกน้องบางคนก็มักจะเอาเป็นแบบอย่างแม้กระทั่งในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการใส่หมวก ฯลฯ
  • Harlon Block (แถวล่างภาพที่สาม แสดงโดย Benjamin Walker) เป็นชาวเท็กซัส ในเบื้องหลังภาพยนตร์เรียกเขาว่าเป็นกบฎในครอบครัวที่เคร่งศาสนา เช่น เลือกโรงเรียนมัธยมสามัญแทนโรงเรียนศาสนา และรักกีฬาเป็นชีวิตจิตใจถึงกับไปเล่นฟุตบอลในวันหยุดทางศาสนา
  • Franklin Sousley (แถวบนภาพที่สาม แสดงโดย Joseph Cross) เป็นคนอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม เป็นคนขี้เล่นเจ้าสำราญ ชอบสังคม ชอบแหย่คนอื่นไปทั่ว และก็โดนเพื่อนอำอยู่เป็นประจำ

อีกคนที่สำคัญคือ Hank Hansen ซึ่งเป็นผู้ร่วมปักธงผืนแรกซึ่งไม่ได้มีการบันทึกภาพไว้ และเมื่อไม่ได้ร่วมปักธงผืนที่สอง จึงไม่ได้อยู่ในภาพ แต่เกิดการเข้าใจผิดว่า ฮาร์ลอน บล็อก ซึ่งยืนย่อตัวหันหลังอยู่หน้าสุดในภาพเป็นตัวเขา ซึ่งจะกลายเป็นอีกประเด็นปัญหาหนึ่งในภายหลัง

 

หลังจากเหตุการณ์ปักธงแล้ว การสู้รบที่อิโวจิมายังดำเนินต่อมาอีกราวสามสิบวัน ความโหดร้ายของการรบที่นั่นได้พรากชีวิตของ สแตรงค์ บล็อก ซูสลี่ย์ และแฮนเซน รวมมถึงทหารอีกหลายนาย เช่น อิ๊กกี้ เพื่อนรักอีกคนของ แบรดลีย์ ระหว่างนั้น ภาพการปักธงของทหารทั้งหกที่ Rosenthal บันทึกไว้นั้นได้ถูกคัดเลือกให็เป็นภาพลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับในอเมริกา ความสวยงามของภาพได้สร้างความหวังให้กับชาวอเมริกันที่กำลังเบื่อหน่ายสงครามให้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ทางการอเมริกันเองก็หัวการค้าใช่เล่น เห็นเป็นโอกาสที่จะโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนซื้อพันธบัตรมาเป็นทุนทำสงครามอีกสักครั้ง จึงได้มีคำสั่งเรียกตัวทหารที่อยู่ในภาพเท่าที่ยังเหลือรอดให้ออกจากสนามรบกลับมาบ้านเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ (ขอใช้ศัพท์สมัยนี้เลยนะครับ) ในการโฆษณาพันธบัตรรุ่นที่ 7 (Mighty Seven) ระดมทุนเพื่อสู้ศึกต่อไป

 

ในตอนแรกทางการยังไม่สามารถระบุผู้อยู่ในภาพได้อย่างชัดเจน ทราบแต่เพียงว่ามีแบรดลีย์ แก๊กนอน กับใครอีกคนเป็นผู้ที่รอดชีวิต แก๊กนอนนำข่าวดีมาบอกกับเฮย์ส แต่เฮย์สกลับไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มกับเกียรติยศจอมปลอมดังกล่าวแต่แรก และขู่ไม่ให้แก๊กนอนเอ่ยชื่อเขา แต่ในที่สุด แก๊กนอนก็ต้องยอมบอกชื่อเฮย์สกับเจ้านาย ทำให้เฮย์สถูกนำตัวตามไปสมทบภายหลังจนได้ ทั้งสามถึงบ้านเกิดในราวเดือนเมษายน 1945 (พ.ศ.2488) นอกจากความไม่เต็มใจของเฮย์สแล้ว การที่เขาจำได้แม่นว่าผู้ที่หันหลังอยู่หน้าสุดในภาพคือ ฮาร์ลอน บล็อก ไม่ใช่ แฮงค์ แฮนเซน ทางผู้ใหญ่ที่ดำเนินการประชาสัมพันธ์พันธบัตรได้ขอให้ปิดเป็นความลับไว้

 

เดินสายปรากฏตัวท่ามกลางความคลั่งไคล้ของคนอเมริกัน

ตลอดเวลาของการเดินสายเป็นพรีเซ็นเตอร์ใหักับพันธบัตรที่ว่านี้ หน้าฉากเต็มไปด้วยเกียรติยศ ความสำเร็จ ด้วยคนอเมริกันที่กำลังคลั่งไคล้วีรบุรุษให้การต้อนรับอย่างล้นหลาม แต่คนทั้งสามซึ่งพื้นเพเดิมก็เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ และพึ่งผ่านศึกมาอย่างโชกโชนไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่นัก แก๊กนอนที่ดูเหมือนจะยิ้มรับสถานการณ์ได้มากที่สุด เมื่อต้องออกหน้าปราศรัยกับประชาชนก็ยังถ่อมตัวว่า "วีรบุรุษที่แท้จริงคือผู้ที่ตายอยู่บนเกาะ" ด้านแบรดลีย์นั้น แม้ไม่ค่อยจะแสดงออกอะไร แต่ในใจจะนึกย้อนไปถึงความทุกข์ยากที่ตนประสบบนเกาะเสมอ ด้านเฮย์สนั้น อ่อนไหวที่สุด และแสดงออกมากที่สุด ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่งไปเจอแม่ของของ ไมค์ แสตรงค์ ก็ได้แต่กอดเธอร่ำไห้ถึงความดีของไมค์ มาอีกวันที่เขาเตรียมการจะให้ทั้งสามวีรบุรุษปีนภูเขาจำลองกลางสนามกีฬาขึ้นไปปักธงโชว์ชาวบ้าน แกถึงกับเดินหนีออกไปหาเหล้ากินแล้วเมาอาละวาดจนคืนนั้นเกือบจะไม่ได้แสดง แล้วในที่สุดเขาก็ถูกส่งตัวกลับไปยังหน่วยรบโดยไม่ปรากฏว่าไปรบที่ไหนอีก แต่หลังสงครามเขาฝังใจกับปัญหานี้ตลอดชีวิต จนกลายเป็นคนเหลวแหลก และวันหนึ่งก็ตายอย่างไร้ค่าไปในที่สุด

 

"วีรบุรุษ" ทั้งสามแสดงการปักธงในสนามกีฬา โดย Hayes (คนกลาง) ยังอยู่ในสภาพเมามาย

ขอเล่าเรื่องเท่าที่จำเป็นแต่เพียงเท่านี้นะครับ ผิดพลาดขาดเกินอย่างไรขอให้ดูจากภาพยนตร์และค้นคว้าเพิ่มเติมเอานะครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ คนที่เคยชินกับหนังสงครามแบบแอคชั่นอาจจะผิดหวังกับเนื้อเรื่องแนวดรามาที่เล่าย้อนไปย้อนมาแบบนี้ แม้ว่าหนังเขาจะทุ่มทุนใหญ่โต แต่ไม่ใช่เพื่อสร้างหนังแอคชั่นดูเอาความมันนะครับ Concept ของเรื่องเขามีอยู่ว่าให้รำลึกถึงบรรดาทหารหาญในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่ยกย่องเขาเป็นวีรบุรุษซะจนเว่อ ไม่เป็นอันได้กินนอนสงบๆ อย่างสามัญชน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว แนะนำให้ซื้อเป็น DVD เวอร์ชันที่เป็นสองแผ่นครับ แผ่นที่สองจะเป็นเบื้องหลังการสร้างที่จะกล่าวถึงเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ และนิสัยใจคอของแต่ละคน ความเห็นของคุณปู่ Clint Eastwood ผู้สร้าง ดาราสำคัญ และผู้ร่วมงานแต่ละฝ่าย คนที่อารมณ์อ่อนไหวควรระวังสักนิด ดูบางตอนแล้วเศร้ายิ่งกว่าตัวหนังจริงจนอาจถึงขั้นร้องไห้เป็นเผาเต่าได้ครับ

และขอตบท้ายด้วยความเห็นส่วนตัวว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องทำสงครามจนเกือบจะถังแตกและต้องขายพันธบัตรกันเอาเป็นเอาตายนี้ อาจเป็นสาเหตุลึกๆ อีกประการหนึ่งที่นำไปสู่การตัดสินใจเผด็จศึกญี่ปุ่นด้วยระเบิดปรมาณู เท็จจริงอย่างไรลองนำไปคิดต่อดูนะครับ

คำคมชวนคิด

  • วีรบุรุษที่แท้จริงคือผู้ที่ตายอยู่บนเกาะ คำกล่าวของ Rene Gagnon และ John Bradley ขณะเดินสายประชาสัมพันธ์พันธบัตร Mighty Seven

 

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Flags of our Fathers

ชื่อภาษาไทย : สมรภูมิศักดิ์ศรี ปฐพีวีรบุรุษ

เรื่องเดิม : หนังสือชื่อเดียวกัน เขียนโดย James Bradley บุตรชายของ John Bradley

ผู้สร้าง : Clint Eastwood, Steven Spielberg, Robert Lorenz

ผู้กำกำกับ : Clint Eastwood

ผู้เขียนบท : William Broyles, Jr. ; Paul Haggis

ผู้แสดง : Ryan Phillippe, Adam Beach, Jesse Bradford, Neal McDonough, Barry Pepper, Robert Patrick, Paul Walker, Jamie Bell, John Benjamin Hickey, John Slattery

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่ 2 - เอเชีย/แปซิฟิก

From Here to Eternity ดรามาชีวิตทหารอเมริกันก่อนการโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ วันที่ 19/05/2013   16:18:19 article
The Pacific สมรภูมิวีรบุรุษ .. วันที่ 19/05/2013   16:21:18
สามพี่น้องตระกูลซ่งผู้ยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์ที่ใฝ่หาความสมานฉันท์แห่งชนชาติจีน วันที่ 19/05/2013   16:24:41
เว่ยตี่ฮองเฮา+สนมเอกนอกบัลลังก์ กับปูยีในมุมมองผู้สร้างหนังฮ่องกง วันที่ 19/05/2013   16:25:33
zero ซีโร่ บินเพชฌฆาต ลูกผู้ชายแห่งแดนอาทิตย์อุทัย วันที่ 19/05/2013   16:26:34
The Last Emperor จักรพรรดิโลกไม่ลืม วันที่ 19/05/2013   16:27:34
Kawashima Yoshiko - ผู้หญิงพันธุ์มหาอำนาจ วันที่ 19/05/2013   16:28:36
Don't Cry, Nanking สงครามอำมหิตปิดตาโลก วันที่ 19/05/2013   16:29:52
Away All Boats อีกแบบฉบับนักบริหารที่น่าศึกษา วันที่ 19/05/2013   16:30:55
Flying Tigers หนังสงครามเรื่องแรกของ John Wayne วันที่ 19/05/2013   16:32:04
Letters from Iwo Jima เมื่อฝรั่งสร้างหนังญี่ปุ่นได้น่าประทับใจ วันที่ 19/05/2013   16:33:04
The Bridge on the River Kwai สะพานข้ามแม่น้ำแคว วันที่ 19/05/2013   16:35:23
Thin Red Line : มนุษย์กับธรรมชาติ VS มนุษย์กับสงคราม วันที่ 19/05/2013   16:36:25
ยุทธภูมิโหด โอกินาว่า (Battle of Okinawa) มุมมองที่ไม่สมบูรณ์ วันที่ 19/05/2013   16:37:22
MacArthur ขุนพลอเมริกัน ผู้เป็นดั่ง รัฐบุรุษ ในแดนญี่ปุ่น วันที่ 19/05/2013   16:38:20
Pearl Harbor นวนิยายบนแผ่นฟิล์มที่บิดเบือนประวัติศาสตร์? วันที่ 19/05/2013   16:39:10
The Great Raid 121 แบบฉบับอันยอดเยี่ยมของปฏิบัติการช่วยเชลยศึก วันที่ 19/05/2013   16:40:53
ยุทธนาวีที่ Midway : วีรกรรมคนปนโชคชะตา วันที่ 19/05/2013   16:42:05
Yamato ปรัชญาแห่งการยอมสู้ตายเพื่อการเกิดใหม่ที่ดีกว่า วันที่ 19/05/2013   16:43:00
Tora!Tora!Tora! โศกนาฏกรรมที่ Pearl Harbor ทั้งของผู้แพ้และผู้ชนะ วันที่ 19/05/2013   16:43:44
แฉลับสงครามโหด (Untold Stories of World War II) วันที่ 19/05/2013   16:44:37
นายพลเรือเอก ยามาโมโต ผู้หวังรีบเผด็จศึกเพื่อสันติภาพ วันที่ 19/05/2013   16:45:33
Windtalkers เมื่อคุณกันใช้รหัสลับภาษาอินเดียนแดงในยุทธการที่เกาะไซปัน วันที่ 19/05/2013   16:48:39
Oba: The Last Samurai (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:49:22 article
My Way (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:49:51 article
Ip Man ภาค 1-2 (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:50:19 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (33)
avatar
Lt.mickey

ทหารญี่ปุ่นบนเกาะมีทหารกี่คนครับ เพราะว่า ในหนังตอนที่ทหารสหรัฐประชุมบนดาดฟ้าเรือบอกมีทหารญี่ปุ่น 12,000 คน แต่ในหนังสือนวนิยายบอกมีอยู่ 20,000 คนอะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Lt.mickey (mick_mickey123-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-04-06 21:45:47


ความคิดเห็นที่ 2 (44)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

ในบทความของวิกิภาษาอังกฤษ ซึ่งอ้างข้อมูลจากหนังสือของ Morison, Samuel Eliot  เรื่อง Victory in the Pacific, 1945, vol. 14 of History of United States Naval Operations in World War II ระบุว่ามีทหารญี่ปุ่นตาย 20,703 คน ถูกจับเป็นเชลยแค่ 216 คน ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-04-07 11:03:31


ความคิดเห็นที่ 3 (73978)
avatar
ลายพราง

ผม รัก การเป็นทหาร

ผู้แสดงความคิดเห็น ลายพราง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-06-15 09:46:46


ความคิดเห็นที่ 4 (99145)
avatar
jinai

ผมว่าการดูหนัง แบบนี้ ทำไห้

 

 

รัก ชาติ เเละเพื่อน พอง       มาก

ผู้แสดงความคิดเห็น jinai (nuttvud-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2010-11-07 22:05:10



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker