dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletHistory on Film
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2
bulletIELTS British Council
bulletIELTS IDP
bulletMUIC




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ


The Pianist ความวิปโยคจากอคติทางเชื้อชาติ
วันที่ 19/05/2013   15:17:06

webmaster@iseehistory.com

วลาดิสลาฟ สปิลมัน ยืนดูทหารเยอรมันเดินแถวเข้ากรุงวอร์ซอว์

ในสงครามโลกครั้งที่สอง เอกลักษณ์อันน่าสพรึงกลัวประการหนึ่ง คือการที่บรรดาพลพรรคนาซีกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวอย่างขนานใหญ่นับล้านๆ ศพ กลายเป็นสเมือนบาดแผลสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และทำให้ฮิตเลอร์กับพรรคนาซีกลายเป็นผู้ร้ายน่าขยะแขยงมาตลอด แต่สิ่งที่อาจดูเหมือนแปลกคือการที่ในปัจจุบันยังคงมีพรรคนีโอนาซีในต่างประเทศ รวมถึงคนไทยบางคนเองก็ยังเที่ยวแสดงความเห็นในที่ต่างๆ โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดในเชิงว่าเห็นฮิตเลอร์และพรรคนาซีเป็นฮีโร่ กระทำถูกแล้วที่เข่นฆ่าคนจำนวนมากโดยอ้างว่าเป็นชนชาติที่ก่อปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ว่าไปแล้วจะไปโทษว่าคนพวกนี้โง่เง่า ขวางโลก ไร้มนุษยธรรมเหมือนพวกนาซีได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ในเมื่อบทบาทของสหรัฐอเมริกาที่ชนะสงครามในครั้งนั้น รวมถึงประเทศอิสราเอลและชาวยิวในหลายๆ ครั้งก็ไม่ได้ดูดีในสายตาชาวโลกและชาวไทยเท่าไหร่นัก เช่น นายจอร์จ โซรอส ที่เป็นต้นเหตุปัญหาเศรษฐกิจไทยเมื่อหลายปีก่อน เกริ่นมาซะยาวขนาดนี้ เพียงเพื่อจะแนะนำให้ท่านได้ชมภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง ที่สร้างจากบันทึกเหตุการณ์จริงของนักดนตรีระดับโลกชาวโปแลนด์เชื้อสายยิวที่ต้องเผชิญความยากลำบากในช่วงที่ประเทศโปแลนด์ถูกเยอรมันยึดครองจนแทบเอาชีวิตไม่รอด นั่นคือเรื่องของวลาดิสลาฟ สปิลมัน (Wladylaw Szpilman) ในภาพยนตร์เรื่อง The Pianist ครับ

ภาพยนตร์เริ่มเรื่องในเดือนกันยายน ปี 1939 (พ.ศ.2482) วลาดิสลาฟ สปิลมัน หรือ วลาเดค กำลังเล่นเปียโนให้กับสถานีวิทยุกรุงวอซอว์ ซึ่งเล่นได้ไม่ทันจบก็ต้องเผ่นกลับบ้านเนื่องจากทนการทิ้งระเบิดของฝ่ายเยอรมันไม่ได้จริงๆ ที่บ้าน ครอบครัวของเขา (พ่อ แม่ และพี่น้องชายหญิงอีกสามคน รวมเขาเป็น 6 คน) กำลังเตรียมรับสถานการณ์สงคราม ขณะที่มีข่าวที่เหมือนจะเป็นข่าวดีว่าอังกฤษได้ประกาศสงครามกับเยอรมันแล้ว และฝรั่งเศสกำลังจะประกาศสงครามด้วยเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เมื่อกองทัพเยอรมันยาตราเข้ายึดครองโปแลนด์โดยสมบูรณ์ ครอบครัวสปิลมันและชาวยิวในโปแลนด์เริ่มผจญชะตากรรมต่างๆ เป็นลำดับ เช่น

  • จำกัดจำนวนเงินของชาวยิว ห้ามชาวยิวเข้าร้านอาหาร ใช้สวนสาธารณะ ม้านั่ง และสัญจรบนทางเท้า ฯลฯ
  • ประกาศให้ชาวยิวติดสัญลักษณ์ดาว 6 แฉก ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 1939 (พ.ศ.2482)
  • ให้ชาวยิวอพยพเข้าไปภายในเขตกักกัน (Ghetto) ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 1940 (พ.ศ.2483)

ภาพแผนผังชุมชนหรือเขตกักกันยิวในหนังสือพิมพ์

ขณะอยู่ในเขตกักกัน ครอบครัวสปิลมันได้รับความลำบากยากแค้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ลำบากกว่า ขณะที่ชาวยิวที่มีเงินสามารถติดสินบนพนักงาน และพอใช้ชีวิตหรูหราได้บ้าง วลาเดคเองได้งานทำจากการเล่นเปียโนในร้านอาหารของพวกมีเงินนี้เอง

ชาวยิวในเขตกักกันกำลังเดินข้ามสะพานไม้เหนือถนนที่ผ่ากลางชุมชนชาวยิว

ครอบครัวสปิลมันในที่พักคนงานในเขตกักกันยิว

15 มีนาคม 1942 (พ.ศ.2485) แม้ว่าวลาเดคจะสามารถใช้เส้นสายหางานให้คนในครอบครัวทำในโรงงานแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่วายมีทหารเยอรมันมาแยกตัวคนยิวหนุ่มสาวส่วนหนึ่งไป รวมถึงเฮนริกและเฮลินา น้องชายและน้องสาวของวลาเดค ต่อมา วันที่ 16 สิงหาคม ปีเดียวกัน ครอบครัวสปิลมันและชาวยิวอื่นๆ ก็ถูกกวาดต้อนมายังสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง ครอบครัวสปิลมันได้พบกับเฮนริกและเฮลินาอีกครั้งหนึ่ง ท่านที่ติดตามประวัติศาสตร์คงพอเดาได้ว่าครอบครัวสปิลมันกับชาวยิวอื่นๆ กำลังเผชิญกับอะไร แต่ขณะที่วลาเดคกำลังเดินตามครอบครัวไปขึ้นรถไฟมรณะขบวนนั้นที่กำลังจะไปยังค่ายนรกที่มีชื่อว่าทริบิงก้า ตำรวจยิวที่รู้จักกับครอบครัวสปิลมันได้แอบช่วยวลาเดคให้รอดพ้นออกมาเพียงคนเดียว

โชคดีคือ วลาเดค รอดชีวิตมาได้ แต่โชคร้ายคือเขาไม่ได้พบกับครอบครัวอีกเลย

วลาเดคต้องผจญความยากลำบากในเขตกักกันยิวต่อไปตามลำพัง โดยได้ไปทำงานเป็นกรรมกรในเขตก่อสร้างแห่งหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อเขาพอเห็นช่องทาง จึงได้อาศัยเส้นสายจากพวกที่เป็นขบวนการต่อต้านเยอรมัน ช่วยพาเขาออกจากเขตก่อสร้างไปพบกับเพื่อนสองสามีภรรยาที่เป็นนักแสดง ซึ่งได้ช่่วยเขาให้ไปซ่อนตัวอยู่ในตึกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแนวกำแพงที่ล้อมเขตกักกันชาวยิว และแล้ววันหนึ่ง วลาเดคก็ได้เห็นการสู้รบระหว่างพี่น้องชาวยิวของเขาในเขตกักกันกับทหารเยอรมัน ในเหตุการณ์การลุกฮือของชาวยิวที่ประวัติศาสตร์ขนานนามในภายหลังว่า Warsaw Ghetto Uprising เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 19 เมษายน ถึง 16 พฤษภาคม 1943 (พ.ศ.2486) ซึ่งจบลงด้วยความปราชัยของฝ่ายต่อต้านหลังจากที่พยายามต่อสู้มาเกือบเดือน

การสู้รบในเหตุการณ์ Warsaw Ghetto Uprising 1943 ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาวลาเดค

หลังเกิดเหตุการณ์การลุกฮือของชาวยิวได้ไม่นาน สามีภรรยาที่ช่วยเหลือวลาเดคถูกเยอรมันจับตัว แม้วลาเดคจะไม่อยากย้ายที่ซ่อน แต่เมื่อไม่มีคนส่งเสบียงให้ ในที่สุดก็ต้องหนีไปตามที่อยู่ฉุกเฉินที่เคยได้รับ และได้รับความช่วยเหลือจากโดโรธา น้องสาวของยูเร็ค เพื่อนสมัยที่ยังทำงานสถานีวิทยุซึ่งบัดนี้แต่งงานแล้ว โดโรธากับสามีได้ช่วยหาที่ซ่อนใหม่ให้กับวลาเดค จากแนวคิดที่ว่าที่ๆ อันตรายที่สุดคือที่ๆ ปลอดภัยที่สุด วลาเดคต้องมาหลบซ่อนอยู่ในตึกในเขตเยอรมันซึ่งฝั่งตรงข้ามมีทั้งสถานีตำรวจและโรงพยาบาลทหาร อยู่มาไม่นาน วลาเดคก็ได้พบเห็นสงครามกับตาอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 1944 (พ.ศ.2487) เมื่อชาวโปแลนด์ได้ลุกฮือขึ้นสู้กองทัพเยอรมันบ้าง ในเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์เรียกขานต่อมาว่า Warsaw Uprising ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 2 ตุลาคม 1944 (พ.ศ.2487) การลุกฮืดครั้งนี้แน่นอนว่าเป็นเพื่อการปลดแอกตนเองจากการปกครองของเยอรมัน แต่ปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือกองทัพแดงของรัสเซียที่รุกคืบใกล้เข้ามา ทำให้ชาวโปแลนด์อยากขับไล่เยอรมันด้วยลำแข้งตนเองจริงๆ เพื่อให้รอดพ้นจากการครอบครองของรัสเซีย ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ การลุกฮือครั้งนี้ต้องประสบกับความพ่ายแพ้เช่นเดียวกับการลุกฮือของชาวยิว แต่ก็เป็นการลุกฮือที่สู้รบกันอย่างรุนแรง เขตเยอรมันที่วลาเดคหลบซ่อนอยู่ถูกฝ่ายต่อต้านโจมตีอย่างหนัก จนวลาเดคต้องหลบหนีไปยังโรงพยาบาลทหารฝ่ายตรงข้ามซึ่งกลายเป็นตึกร้างไปแล้ว เมื่อฝ่ายเยอรมันพยายามรบชิงพื้นที่คืน วลาเดคต้องหลบหนีปืนไฟข้ามกำแพงไปอยู่ในเขตเมืองร้างที่มีแต่ซากตึกเต็มไปหมด

ภาพการสู้รบในเหตุการณ์ Warsow Uprising 1944

ขณะที่วลาเดคต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ในที่ซ่อนใหม่ วันหนึ่งสถานการณ์ของเรื่องก็พลิกกลับ เมื่อวลาเดคได้พบกับนายร้อยเอกทหารเยอรมันมาดเข้มรายหนึ่ง แทนที่เขาคนนี้จะทำร้ายสปิลมันดังเช่นทหารเยอรมันรายอื่นที่วลาเดคเคยเจอ เขากลับไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ ขอให้วลาเดคเล่นเปียโนให้ฟัง และขอให้พาไปยังที่ซ่อน วันต่อๆ มา นายทหารผู้นี้ได้นำอาหารมาให้วลาเดค และกลายเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเขามาตลอดจนถึงวันที่กองทัพเยอรมันต้องถอยหนีกองทัพแดงโดยทิ้งเสื้อคลุมไว้ให้วลาเดคใส่กันหนาว เสื้อคลุมตัวนี้เกือบทำให้วลาเดคถูกทหารโปแลนด์ยิงตายเพราะนึกว่าเป็นเยอรมัน แต่ที่สุดเขาก็รอดชีวิตมาได้ ขณะที่เจ้าของเสื้อคลุมโชคร้ายกว่า เมื่อมีนักไวโอลินรายหนึ่งไปพบเขาอยู่ในค่ายเชลยศึกของฝ่ายรัสเซีย กว่านักไวโอลินผู้นี้จะพาวลาเดคกลับมายังที่ตั้งค่ายเชลยศึกดังกล่าวได้ วลาเดคก็พบแต่ความว่างเปล่าเสียแล้ว

วลาเดคกับแถวซากตึกอันมหึมาในกรุงวอร์ซอว์

นายทหารเยอรมันคนดังกล่าวมีนามว่า Wilm หรือ Wilhelm Hosenfeld ซึ่งคำบรรยายท้ายเรื่องกล่าวเพียงว่าเขาได้เสียชีวิตในค่ายเชลยศึกของรัสเซีย ในวันที่ 13 สิงหาคม 1952 (พ.ศ.2495) ในประวัติที่มีผู้รวบรวมไว้ได้บ้างกล่าวว่า แม้เขาจะเป็นสมาชิกพรรคนาซีมาตั้งแต่ปี 1935 (พ.ศ.2478) แต่เมื่อได้มาประจำการในโปแลนด์ เขากลับมีความคิดที่สวนกระแสกับกองทัพเยอรมันที่ปฏิบัติการฆ่าฟันผู้คนในประเทศนี้ และได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของเขาช่วยเหลือผู้คนทั้งชาวโปแลนด์และชาวยิวเป็นจำนวนมากให้รอดพ้นเงื้อมมือกองทัพเยอรมันไว้ได้ น่าเสียดายว่ากองทัพรัสเซียจับตัวเขาได้ในเวลาต่อมา และไม่เชื่อว่าเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่างๆ ของกองทัพเยอรมัน จึงตัดสินลงโทษให้เขาทำงานในค่ายกักกัน 25 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตดังที่กล่าว บรรดาลูกหลานของ วลาดิสลาฟ สปิลมัน และผู้ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเขาได้เรียกร้องมาตลอดที่จะให้มีการรำลึกถึงความกรุณาของเขา จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง (ตุลาคม 2007 - พ.ศ.2550) ที่ประธานาธิบดีโปแลนด์ได้ประกาศมอบเหรียญ Commander’s Cross of the Order of Polonia Restituta ให้แก่ Hosenfeld บทความนี้จึงขอร่วมรำลึกและเชิดชูคุณความดีของท่านร้อยเอก Wilhelm Hosenfeld ด้วยเช่นกันครับ

Wilhelm Hosenfeld มาพบวลาเดคในสภาพที่อดโซ หนวดเครารุงรัง ในภาพ เขากำลังขอให้วลาเดคเล่นเปียโนให้ฟัง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลและเข้าชิงรางวัลมากมายสุดที่จะแจกแจงได้ ขอให้ตามไปดูข้อมูลจากลิงก์ข้างท้ายนะครับ ผมเองไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำใดๆ มาบรรยายชื่นชมได้ ในด้านหนึ่ง ภาพยนตร์ได้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของความอคติทางเชื้อชาติที่พวกนาซีกระทำต่อชนชาติยิวอย่างโหดร้าย แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็ไม่สามารถที่จะอคติต่อชนชาติเยอรมันแบบเหมาโหลได้เช่นกัน เพราะคุณความดีของคนอย่าง Hosenfeld ดังที่กล่าว ความรักในเชื้อชาติและประเทศชาติน่าจะเป็นสิ่งที่ดีหากปราศจากอคติต่อคนเชื้อชาติอื่นประเทศอื่น พูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ สั้นๆ คือจงเห็นคนอื่นเป็นคนเหมือนเรานั่นแหละครับ

เพิ่มเติม 27 ต.ค. 2550

ลืมบอกประเด็นสำคัญไปเรื่องหนึ่งว่า วลาดิสลาฟ สปิลมัน เคยเรียนเปียโนอยู่ที่เยอรมันเป็นเวลา 3 ปี และกลับจากเยอรมันในช่วงที่พรรคนาซีกำลังเรืองอำนาจ เขาจึงน่าจะระแคะระคายบ้างว่าพวกนาซีมีความรังเกียจยิวอยู่ และในภาพยนตร์หากเลือกฟังซาวด์แทร็กจะมีหลายตอนที่พูดภาษาเยอรมันกัน โดยเฉพาะในฉากที่วลาเดคพบกับผู้กองโฮเซนเฟลด์นั้น นักนิยมซาวด์แทร็กที่ไม่รู้ภาษาเยอรมันอย่าได้ปิดซับไตเติลภาษาไทยเชียวนะครับ

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : The Pianist

ชื่อภาษาไทย : สงคราม ความหวัง บัลลังก์เกียรติยศ

เรื่องเดิม : บันทึกของ Władysław Szpilman.

ผู้สร้าง : Roman Polanski, Robert Benmussa, Alain Sarde

ผู้กำกำกับ : Roman Polanski

ผู้เขียนบท : Ronald Harwood

ผู้แสดง :

  • Adrien Brody - Władysław Szpilman.
  • Thomas Kretschmann - Captain Wilm Hosenfeld
  • Frank Finlay - Father
  • Maureen Lipman - Mother
  • Emilia Fox - Dorota
  • Ed Stoppard - Henryk
  • Julia Rayner - Regina
  • Jessica Kate Meyer - Halina
  • Michał Żebrowski - Jurek

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่ 2 - ยุโรป

Inglourious Basterds ยุทธการเดือดเชือดนาซี วันที่ 27/05/2013   23:02:43 article
The World at War สารคดีที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 19/05/2013   11:26:48
The Boy in the Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง วันที่ 19/05/2013   11:30:27
สารคดีชุด The History Channel World War II จาก BBC วันที่ 19/05/2013   11:32:15
Escape from Sobibor แหกค่ายนรกนาซี วันที่ 19/05/2013   14:49:41
Defiance วีรบุรุษชาติพยัคฆ์ (กลุ่มนักสู้ยิวในเบลารุส) วันที่ 19/05/2013   14:50:16
Brother's War ยุทธการสกัดแผนการหลังม่านเหล็ก วันที่ 19/05/2013   14:51:09
Life Is Beautiful ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง(?) วันที่ 19/05/2013   14:52:30
Stauffenberg ในเวอร์ชันของเยอรมันเอง วันที่ 19/05/2013   14:54:02
Valkyrie : ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก วันที่ 19/05/2013   14:55:25
Kelly's Heroes การเสียดสีความเป็นวีรบุรุษของอเมริกัน วันที่ 19/05/2013   14:57:02
Enigma รหัสลับพลิกโลก วันที่ 19/05/2013   14:58:01
The Fallen หลายฝ่ายหลายชีวิตกับความไร้สาระของสงคราม วันที่ 19/05/2013   14:59:09
ป้อมปืนนาวาโรน หนามแหลมมีพิษที่ยอกอกอังกฤษ วันที่ 19/05/2013   15:02:34
La Grande Vadrouille: หนังสงครามแนวตลกชั้นครู วันที่ 19/05/2013   15:04:14
Saints and Soldiers รบกันแต่อย่าเกลียดกัน??? วันที่ 19/05/2013   15:05:31
The Devil's Brigade กองพลน้อยปีศาจลูกผสมอเมริกัน-แคนาดา วันที่ 19/05/2013   15:06:55
The Battle of the River Plate วันที่ 19/05/2013   15:08:04
Das Boot U – 96 เรือล่มเมื่อจอด วันที่ 19/05/2013   15:11:04
Mosquito Squadron นิยายรักนักบิน วันที่ 19/05/2013   15:12:40
Where Eagles Dare วันที่ 19/05/2013   15:14:27
THE EAGLE HAS LANDED (แผนสิบหกอินทรีเหล็ก) วันที่ 19/05/2013   15:15:36
The Last Armored Train ว่าด้วยรถไฟหุ้มเกราะในสงครามโลก วันที่ 19/05/2013   15:18:21
Days of Glory เมื่อพี่(ฝรั่ง)เศสยังติดหนี้คนอาหรับ วันที่ 19/05/2013   15:19:32
To Hell And Back สงคราม...สร้างวีรบุรุษ วันที่ 19/05/2013   15:21:01
The Great Escape แหกค่ายมฤตยู วันที่ 19/05/2013   15:22:20
Combat! คัมแบ็คในรูปแบบ VCD วันที่ 19/05/2013   15:23:45
D-Day the Sixth of June นิยายรักวันดีเดย์ วันที่ 19/05/2013   15:24:52
D-Day 6.6.44 สารคดี จาก BBC วันที่ 19/05/2013   15:25:59
The Atlantic Wall ปราการชายฝั่งยุโรป ของ ฮิตเลอร์ วันที่ 19/05/2013   15:27:09
Saving Private Ryan วันที่ 19/05/2013   15:28:34
Von Ryan's Express ด่วนนรกเชลยศึก วันที่ 19/05/2013   15:29:52
Memphis Belle ป้อมบินเย้ยฟ้า วันที่ 19/05/2013   15:30:55
Land and Freedom ความล้มเหลวของฝ่ายซ้ายใน สงครามกลางเมืองสเปน วันที่ 19/05/2013   15:34:12
633 ฝูงบินมัจจุราช วันที่ 19/05/2013   15:35:21
Cross of Iron อิสริยาภรณ์ แห่ง ความกล้า กับ ความบ้าเกียรติ วันที่ 19/05/2013   15:36:41
Kill Rommel การต่อต้านสงครามด้วยมนุษยธรรม วันที่ 19/05/2013   15:37:39
The Bridge at Remagen อีกยุทธการยึดสะพานที่คำสั่งเป็นพิษ วันที่ 19/05/2013   15:38:46
Donwfall (Der Untergang) ปิดตำนานบุรุษล้างโลก (ฮิตเลอร์) วันที่ 19/05/2013   15:52:54
Band of Brothers บทเรียนเรื่อง "ภาวะผู้นำ" วันที่ 19/05/2013   15:53:55
Nuremberg: ศาลยุติธรรม ระดับโลก หรือ ปาหี่ของผู้ชนะ? วันที่ 19/05/2013   15:55:43
Sophie Scholl กับ ขบวนการต่อต้านนาซี ใน เยอรมัน วันที่ 19/05/2013   15:56:49
โอมาร์ มุกตา ผู้หาญสู้ เผด็จการ ฟาสซิสต์ อิตาลี วันที่ 19/05/2013   15:58:04
แพตตัน การรบกับข้าศึก VS การแข่งขันกับพันธมิตร วันที่ 19/05/2013   15:59:18
Hitler the Rise of Evil ชีวิตของจอมเผด็จการที่เสมือนนิยายอมตะ วันที่ 19/05/2013   16:00:23
A Bridge Too Far ศึกสะพานนรก เพราะการวางแผนผิดพลาด วันที่ 19/05/2013   16:01:54
D-Day: Men and Machines สารคดี เบื้องหลัง การยกพลขึ้นบก ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ วันที่ 19/05/2013   16:03:14
ทัวร์ สงครามโลกครั้งที่สอง กับ กองพลที่ 1 สหรัฐฯ (The Big Red One) วันที่ 19/05/2013   16:04:20
Battle of the Bulge ยุทธภูมิรถถังที่อาศัยการตีความข้อมูลข่าวกรอง วันที่ 19/05/2013   16:05:30
Battle of Britain สงครามอินทรีเหล็ก วันที่ 19/05/2013   16:08:59
The Longest Day การยกพลขึ้นบก ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วันที่ 19/05/2013   16:10:08
ยุทธภูมิเลือด Stalingrad วันที่ 19/05/2013   16:11:23
Enemy at the Gates : วีรบุรุษสามัญชนจากอูราลในสมรภูมิ สตาลินกราด วันที่ 19/05/2013   16:12:27
Dark Blue World (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:14:45 article
Hart's War (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:15:49 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (289)
avatar
GIJod

หมอนี้เล่นเรื่องอะไรก็มีพลัง เพียงฉากเล็ก ๆ ปรากฏตัวต่อหน้าพระเอก.....พูดไม่กี่คำ แค่ใส่เครื่องแบบ ก็ขลังแล้ว...ยิ่งเล่นเปน เฟอเกอร์ไลน์ ในเรื่อง Downfall...ยิ่งไปกันใหญ่....แต่พอเล่นเปนตัวเอก วิชลั่น ในเรื่อง Stalingerd ก็พอทนไหว....ฝีมือครับ เจ้าหมอ โทมัท คัชมานน์

ผู้แสดงความคิดเห็น GIJod (lavaloma-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-05-09 21:22:07


ความคิดเห็นที่ 2 (90157)
avatar
M1

โรมัน โปลานสกี ผู้กำกับเรื่องนี้ถูกจับกุมเรียบร้อยแล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น M1 (j_prasertphol-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-09-28 13:55:44


ความคิดเห็นที่ 3 (101605)
avatar
รอมเมล

 เรื่องราวในหนังกล่าวถึง การเกิดWarsow Uprising ซึ่ง้ตนเหตุมาจากความคิดที่พิสารของฮิตเลอร์ที่จู่ๆแวกแนว จากความพ่ายแพ้ของเหล่านายทหารเยอรมันจนฮิตเลอร์เริ่มไม่เชื่อใจอีกต่อไป แต่กองทหารเอสเอสกลับทำการรบได้กล้าหาญจนฮิตเลอร์ภูมิ ทำให้ผู้ก่อตั้งหน่วยทหารเอสเอส คือ ฮิมเลอร์ได้ความดีความชอบมาก จนเมื่อรัสเซียรุกเข้าใกล้โปลแลนด์ ฮิตเลอรืให้ฮิมเลอร์เป็นผุ้บัญชาการกองทัพต้านรัสเซียหน้าตาเฉย เพราะฮิมเลอรืไม่ช่ายทหาร เป็นแต่เพียงคนที่บ้าลัทธินาซีเท่านั้นเอง ทหารในบังคับบัญชาก็ล้วนแต่เป็นจอมสังหารชาวยิวทั้งนั้น ยิ่งกองกำลังของคาสมิ้นสกี้ เขาไม่ช่ายคนเยอรมันเลย แต่เข้าร่วมกับหน่วยเอสเอสเมื่อครั้งเยอรมันรุกรานรัสเซีย ชื่อเสียงคาสมิ้นสกี้โหดมาก และฮิมเลอรืชอบเป็นการส่วนตัวเพราะคาสมิ้นสกี้สามารถสังหารชาวยิวให้อย่างฮิมเลอรือย่างที่นาซีต้องการได้ และเพราะมีการถือตามแผน "C"ที่ไดร์ฮาร์ท เฮนดริช คนที่ฮิตเลอรืชื่นชมได้เสนอแผนการ"C"คือการทำลายชาวยิวให้หมดไปจากโลก นั่นทำให้คาสมิ้นสกี้ ได้รับหน้าที่กวาดล้างชาวยิวในดินแดนรัสเซีย โดยคาสมิ้นสกี้ได้ก่อตั้งกองกำลังโดยรวบรวมมากจากคนหลายๆประเทศ ส่วนใหญ่คือพวก รัสเซียขาว  โดยจะมีรุปกระโหลกไว้ที่หน้าหมวกของกองกองกำลังนี้ และมีลักษณะหมวกแปลกจากกองทหารเอสเอสปกติอีกต่างหาก อย่างหนังเรื่องของ ที่มาจอง ดร.แฮนนิบาล เล็คเตอร์ จิตแพทย์จอมฆาตกร ที่อาสาสมัครที่ติดตามทหารเอสเอส นั่นแหละพวกนี้เลยที่คาสมิ้นสกี้รวบรวมมา

เมื่อฮิมเลอรืได้บัญชากองทัพแล้ว ก็เรียกใช้หน่วยของคาสมิ้นสกี้ให้เข้ามาดูแลกรุงวอร์ซอ ความชิปหายจึงบังเกิด เมื่อสันดารของคาสมมิ้นสกี้ที่โรคจิต อำมาหิตเกิดมนุษย์ทั่วไปเขาทำกัน ซึ่งแม้แต่ทหารเอสเอสชาวเยอรมันแท้ๆยังตะลึง ในเรื่องจะเห็นว่าแรกๆกรุงวอร์ซอยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แต่คาสมิ้นกี้มา การฆ่าชาวยิวยิ่งมีมากขึ้นจนมีการต่อต้านในหลายๆจุด แต่ก็โดนปราบอย่างไร้ปราณี และแล้วเมื่อรัสเซียใกล้เข้าถึงเขตแดนโปลแดน ได้มีการติดต่อจากขบวนการกู้ชาติโปลแลนด์ที่อังกฤษให้การสนับสุน ทำให้มีการนัดพร้อมกันกันรุกฮือขับไล่ทหารเยอรมันออกไป ในหนังจะเห็นว่าการต่อสุ้ดูเยอรมันได้เปรียบ แต่ถ้าไปดุในภาพสารคดีจริงๆ ทหารเยอรัมนหวาดกลัวมาก เพราะชาวยิวพวกนี้ต่อสู้อย่างบ้าเลือด พลีชีพอีกต่างหาก จนทหารเยอรัมนไม่กล้าโจมตีในเวลากลางคืนเลยทีเดียว ในหนังเรื่องWarsow Uprising คาสมิ้นสกี้จะเป็นตัวหลักในการปราบการรุกฮือชาวโปลเลย และมีเจ้าหน้าที่เอสเอสอีกคน ผุ้นำกลุ่ม ดีลวังเกอร์ ฉายา ไอ้ฆาตกรแห่งวอร์ซอ ก้โด่งดังตามคาสมิ้นกี้อีกคนจากการสังหารชาวยิวไปมากมาย  ในหนังจะเห็นว่า ไม่มีการไว้ชีวิตเลยไม่เว้นแม้แต่เด้ก ในภาพสารคดี เด็กเองก็เข้าร่วมการต่อต้านด้วย ซึ่งต่อมาการปราบปรามกลับไม่มีท่าทีจะดีขึ้น แต่กลับยิ่งเลวร้ายหนักกว่าเก่า ความสูยเสียของทหารเยอรมันมีมากมายนัก เรื่องนี้ไม่สามารถปิดบังฮิตเลอร์ได้ ข้อมูลที่แท้จริงถูกส่งไปให้ฮิตเลอร์ว่า หน่วยของคาสมินสกี้คือต้นเหตุของการรุกฮือ จากการกระทำอันเข้าขั้นโรคจิต

ทำให้ฮิตเลอร์สั่งถอดฮิมเลอรืออกจากตำแหน่ง และสั่งยิงเป้าคาสมิ้นสกี้ทิ้ง เพราะทำให้ชื่อเสียงของทหารเอสเอสเสียหาย  ฮิตเลอร์จึงได้ขอร้องให้จอมพลกุเดอร์เลี่ยนมาแก้ไขโดยด่วน จอมพลกูเดอร์เลี่ยนจึงขอร้องให้ฮิตเลอร์สั่งถอนทหารเอสเอสออกจากวอรซอ เพื่อให้ทหารจริงๆเข้าแทนที่ นั่นจึงทำให้สถารณ์การดีขึ้น เพราะทหารที่แท้จริงไม่โหดร้าย ดังนั้น เมื่อฝ่ายต่อต้านเริ่มอ่อนแรง ขาดการช่วยเหลือจากโลกภายนอก พวกเขาจึงได้ยอมแพ้ ต่อทหารเยอรมันที่ไม่ช่ายหน่วยเอสเอส พวกต่อต้านถูกจับส่งไปยังค่ายกักชาวยิวต่างๆ ซึ่งดุแลโดยหน่วยเอสเอส ไม่วายเจอโจทย์เก่าจนได้

ดังนั้นในหนังจะเห็นว่า วลาเดคเริ่มออกจากห้อง แล้วไม่เห็นผู้คนเลย เพราะโดนกวาดต้อนออกไปหมดแล้ว จนไปพบนายทหารเยอรมัน ซึ่งแน่นอน ในวอร์ซอไม่มีทหารเอสเอสอยุ่อีกแล้ว ถ้าเป็นนายทหารเอสเอส ก็คงไม่รอดแล้ว

โปลแลนด์เป็นประเทศที่มีชาวยิวอยู่มากมาย เมื่อเยอรมันได้ยึดครองได้จับชาวยิวมารวมไว้เป็นเขตเฉพาะจะเห็นในหนังว่า มีกำแพงแบ่งเขตชาวยิวเชื้อสายโปล กับชาวโปลแท้ๆ ชาวโปลแท้ๆจึงจะไม่โดนเยอรมันรังเกียจ ดังนั้น เหตุการรุกฮือ  Uprising จึงเกิดในเขตชาวยิวโปลเท่านั้น

มีฉากที่ผู้กำกับได้นำเสนอคือ มีภาพจริงของทหารเอสเอส ยืนทำเท่ ตอนปราบการรุกือกลุ่มเล็กๆอย่างสบายๆ ให้ตรงกับภาพจริงๆในประวัติศาสตร์

<a href="http://s349.photobucket.com/albums/q361/Sommai_T/?action=view&amp;current=stroopn1ul0bo2.jpg" target="_blank"><img src="http://i349.photobucket.com/albums/q361/Sommai_T/stroopn1ul0bo2.jpg" border="0" alt="Photobucket"></a>

ผู้แสดงความคิดเห็น รอมเมล (goh_17-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-06-06 07:19:28



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker