
และการยืนไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตในครั้งนั้นเอง (การลอบวางระเบิดเรือโดยซีไอเอที่ชายฝั่งฮาวานา) ที่ภาพของ Che ถูกบันทึกไว้ โดยช่างภาพชื่อ Alberto Diaz Korda แล้วถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายวันที่ 5 มีนาคม 1960 ในภาพซึ่งแสดงให้เห็น ดวงตาที่ฉายแววแห่งความเศร้า ปนความโกรธ และความมุ่งมั่นดื้อรั้นของ Che ทำให้ภาพนั้นกลายเป็นภาพที่โด่งดังที่สุดในบรรดาภาพถ่ายทั้งหลาย เพราะเป็นเหมือนภาพสัญลักษณ์ของนักต่อสู้ และการปฏิวัติที่แน่วแน่ และยิ่งใหญ่ (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=31220)
webmaster@iseehistory.com
ขณะที่ผมเขียนแนะนำภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ เป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2550 ระหว่างการพยายามหาข้อมูลภาษาไทยประกอบแทนการใช้ข้อมูลวิกิภาษาอังกฤษล้วนอย่างเคย พบว่าตัวเองคงจะเขียนเรื่องนี้ช้าไปราวหนึ่งเดือน เนื่องจากพึ่งจะครบรอบ 40 ปีการเสียชีวิตของ Che Guevara (คนไทยโดยทั่วไปอ่านนามสกุลเขาว่า "กูวารา" แต่มีบางคนบอกว่าที่ถูกคือ "เกวารา" ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ เมื่อเทียบกับคำว่า "Guerilla" ที่มาจากภาษาสเปน) (24 มี.ค.53 มีข้อมูลใหม่จาก วิกิภาษาไทย ว่า ที่ถูกต้องเป็น "เกบารา" ครับ ) ในวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา และมีการจัดงานรำลึกขึ้นในเมืองไทยด้วย แต่จะเอิกเกริกแค่ไหนก็ไม่ทราบ ใครจะบอกว่าผมไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของ เช ก็ไม่ว่ากัน เพราะความจริงก็เป็นเช่นนั้น คือแต่เดิมก็พอจะรู้ประวัติเขาอยู่คร่าวๆ และเคยผ่านยุคในช่วงที่มีแฟชันเสื้อยืดรูปเชปรากฏขึ้นโดยไม่มีใครโดนข้อหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ แม้ในช่วงที่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้เกลียดกลัวคอมมิวนิสต์ ผมมีความรู้สึกเหมือนไม่เคยได้ยินฝ่ายขวาขุดเอา เช ขึ้นมา "ด่า" เหมือนอย่างผู้นำคอมมิวนิสต์รายอื่นๆ ยิ่งได้ทราบเรื่องราวของพ่อหนวดเครางามคนนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีแบบอย่างควรแก่การยกย่องชื่นชมเกินกว่าที่เส้นแบ่งทางอุดมการณ์ใดๆ จะขวางกั้นได้ วันนี้เรามารู้จัก เช เกวารา โดยผ่านภาพยนตร์สารคดีที่วางขายเป็น VCD แบบที่เรียกกันว่า "หนังซอง" ของ CENTURY กันครับ
เช เดิมชื่อว่า Ernesto Guevara de la Serna เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1928 (พ.ศ.2471 ข้อมูลบางแห่งระบุตามใบเกิดของเขาว่าเป็นเดือนมิถุนายน เนื่องจากมารดาต้องการปกปิดว่าเธอท้องก่อนแต่ง) ที่เมือง โรซาริโอ (Rosario) อำเภอเล็ก ๆ ของกรุงบัวโนส ไอเรส (Buenos Aires) ประเทศอาร์เจนตินา เป็นบุตรคนโต ของ Ernesto Guevara Lynch และ Celia de la Serna Llosa มีี่น้องชายหญิงอีก 4 คน รวมเขาเป็น 5 คน ครอบครัวของเขามักต้องย้ายบ้านบ่อยเนื่องจากการเปลี่ยนอาชีพของบิดา มารดาเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อเขามาก เขาเป็นโรคหอบหืด (Asthma) ตั้งแต่อายุได้สองขวบ และเจ้าโรคบ้านี้ก็จะมีอิทธิพลต่อเขาตลอดไปจนชั่วชีวิตดังที่จะได้เล่าต่อไป ในปี 1933 ครอบครัวเกวาราได้ย้ายมาอยู่ที่อัลต้ากราเซีย ก็เพื่อให้เจ้าโรคนี้ทุเลาลง ช่วงนี้เขามีพี่เลี้ยงชื่อโรซาริโอ ซึ่งในภาพยนตร์มีบทสัมภาษณ์ของเธอด้วย จากปากคำของเธอและเพื่อนๆ ของเชพอสรุปได้ว่า หนูน้อยเออเนสโตสามารถอ่านออกเขียนได้เกินวัย ชอบอ่านหนังสือ ชอบเล่นโลดโผนอย่างเช่นกระโดดน้ำ แต่ไม่สามารถว่ายน้ำได้เพราะโรคหอบหืด บรรยากาศในครอบครัวเป็นอีกปัจจัยที่หล่อหลอมเออเนสโต จากการที่คุณแม่ยินดีต้อนรับเพื่อนของลูกไม่ว่าชนชั้นใด ต่อมามีผู้หลบหนีมาจากการปฏิวัติในสเปน มาพบปะพูดคุยกับพ่อแม่ของเออเนสโตในเรื่องการเมืองอยู่เป็นประจำ ทำให้เออเนสโตเริ่มซึมซับเรื่องการเมืองมาตั้งแต่นั้น ถึงขนาดเอาไปเล่นเป็นเกมสู้พวกฟาสซิสต์กับเพื่อนเลยครับ

ภาพจำลองและแผนที่การเดินทางของ เออเนสโต เกวารา กับ อัลเบอร์โต กรานาโด
เดือนมีนาคม 1947 (พ.ศ.2490) ครอบครัวเกวาราย้ายไปบัวโนสไอเรส บิดามารดาได้หย่ากันเพราะบิดานอกใจ ช่วงนี้เออเนสโตได้เติบโตเป็นหนุ่มที่มักชอบต่อต้านคัดค้านต่างๆ ด้านการเรียนเขาเบนเข็มจากความต้องการเป็นวิศวกรมาเป็นการแพทย์ เนื่องจากการสูญเสียคุณยายและต้องการหาทางรักษาเจ้าโรคหอบเจ้ากรรมของเขาเอง นอกจากนี้เขายังเป็นคนรักการเดินทาง วันหนึ่งเขาได้ตัดสินใจออกเดินทางไปกับเพื่อนชื่อ อัลเบอร์โต กรานาโด เพื่อสำรวจทวีปอเมริกาใต้ โดยใช้มอเตอร์ไซค์ โดยเริ่มต้นในราวเดือนมกราคม 1952 (พ.ศ.2495) บางท่านอาจสงสัยว่าไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์เนี่ยนะ? ใช่ครับ ด้วยระยะทางอันไกล เจ้ารถมอเตอร์ไซค์ก็พังลงซะก่อน ทำให้สองคู่หูต้องเดินทางต่อไปด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งโบกรถ ขึ้นรถไฟ และแอบลงเรือ ในช่วงนี้เขาเริ่มเห็นในสิ่งที่เป็นความไม่เป็นธรรมของสังคม (อย่างน้อยก็โดยความคิดของเขานะครับ คุณฝ่ายขวาทั้งหลาย) และเริ่มเกลียดชังสหรัฐอเมริกาที่เขามองว่าเป็นประเทศทุนนิยมที่เป็นต้นเหตุของปัญหา สถานที่สำคัญที่เขาได้แวะทำงานอยู่ด้วยระยะหนึ่งคือชุมชนโรคเรื้อนแห่งหนึ่งในเปรู รายละเอียดการเดินทางครั้งนี้ จะนำมาคุยกันต่อในบทความแนะนำภาพยนตร์อีกเรื่องที่คาดว่าจะเขียนในเร็วๆ นี้ สรุปว่าการเดินทางครั้งนี้นับเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญในชีวิต เขาได้กลับไปสอบวิชาแพทย์แต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเป็นแพทย์ เขาได้เดินทางไปกัวเตมาลาจนได้พบกับภรรยาคนแรกชื่อ ฮิลดา (Hilda Gadea Acosta) แล้วต่อมาไม่นาน CIA ได้หนุนหลังให้เกิดการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเิดิมในกัวเตมาลา ทำให้เขายิ่งมุ่งมั่นที่จะใช้สังคมนิยมเป็นยาถอนพิษ และปรารถนาที่จะลงมือทำการปฏิวัติอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ในที่สุด เขาก็ได้พบกับคู่คิดคนสำคัญอีกคนหนึ่งนั่นคือ ฟิเดล คาสโตร นักปฏิวัติชาวคิวบาีที่ถูกรัฐบาลบาติสตาเนรเทศมาที่เม็กซิโก

เช กับกองกำลังในคิวบา

เช กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุของกองกำลังในคิวบา
เออเนสโตกับคาสโตรสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว ช่วงนี้เขาเริ่มเรียกตัวเองว่า "เช" ซึ่งเป็นคำพูดติดปากของชาวอาร์เจนตินาในความหมายทำนองว่า "เฮ้!เพื่อน" ในวันที่ 2 ธันวาคม 1956 (พ.ศ.2499) เชได้ติดตามกองกำลังของคาสโตรที่มีอยู่ราว 80 คน ไปขึ้นฝั่งทีคิวบา ในฐานะแพทย์ประจำกองกำลัง แต่ไปๆ มาๆ ก็ต้องจับปืนร่วมรบกับเขาด้วย ตอนแรกๆ กองกำลังถูกไล่ล่าจนเหลือกันอยู่ 17 คน แต่ก็สามารถลงหลักปักฐานกันที่ลาเมซ่า ที่นี่เป็นนอกจากเป็นค่ายทหาร เชยังได้สั่งให้สร้างโรงพยาบาล โรงงานต่างๆ โรงเรียน โรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ และสถานีวิทยุ แถมเชเองยังได้พบกับคู่ชีวิตคนที่สองคือ เอลิด้า (Aleida March) อีกต่างหาก เมื่อทุกอย่างพร้อม คาสโตรและเชได้นำกำลังเข้ายึดกรุงฮาวานาได้สำเร็จในเดือนมกราคม 1959 (พ.ศ.2502) รวมเวลากว่า 2 ปี

ซ้าย เชใช้รถไถทำลายทางรถไฟทำให้รถไฟหุ้มเกราะของฝ่ายรัฐบาลตกราง ทำให้ยึดอาวุธได้จำนวนมาก ขวา กองกำลังมุ่งหน้าสู่ฮาวานา
ในการร่วมรัฐบาลกับคาสโตร เชได้รับมอบหมายงานสำคัญหลายอย่าง เช่น เป็นผู้บัญชาการค่ายทหาร เป็นอัยการสูงสุดในการสั่งฟ้องนักโทษการเมือง ซึ่งเขาได้สั่งยิงเป้าคนไป 55 คน (ถ้าจริงนับว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบการปฏิวัติในหลายๆ ประเทศทั้งของฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาที่มีการฆ่าล้างบางกันมโหฬาร) ได้เป็นทูตสันถวไมตรีเดินทางไปทั่วโลก ซึ่งทำให้คิวบาและตัวเขาเองเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อีกตำแหน่งที่สำคัญคือการเป็นผู้ว่าการธนาคารชาติ ผลงานสำคัญของเขาคือการย้ายทองคำออกมาจากฟอร์ตน็อกซ์ในสหรัฐอเมริกาได้ทันก่อนที่รัฐบาลลุงแซมแกจะสั่งยึดซะ เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งในคิวบา เกิดขึ้นเมื่อทางการคิวบายินยอมให้สหภาพโซเวียตนำจรวดขีปนาวุธมาติดตั้งจ่อคอหอยสหรัฐฯ ซึ่งเชก็ดีใจมากที่สามารถทำให้สหรัฐฯ กลัวได้ แต่เชก็ดีใจอยู่ได้ไม่นานเมื่อประธานาธิบดีเคเนดี้สามารถเจรจาให้โซเวียตถอนจรวดดังกล่าวออกไป สร้างความผิดหวังให้เชมาก และนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาละทิ้งลาภยศในคิวบาออกไปทำสงครามปฏิวัติอีกทั้งที่อายุเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว

เช เกวารา กับ ฟิเดล คาสโตร ขณะบริหารประเทศคิวบา

เช ลงทุนแปลงโฉมตนเองเพื่อการเข้าออกประเทศคองโก และการเดินทางไปโบลิเวีย
ในปี 1965 (พ.ศ.2508) เชกับพวกเดินทางไปคองโกเพื่อหวังไปช่วยเหลือการปฏิวัติที่นั่น แต่ความไร้ระเบียบของเหล่ากองโจรที่นั่น ทำให้เขาต้องถอนตัวออกมา แล้วเบนเข็มไปยังโบลิเวียที่ซึ่งเขาเผชิญอุปสรรคตั้งแต่เริ่มต้นจากความขัดแย้งกับผู้ที่ควรจะเป็นพันธมิตรกับเขา คือหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ท้องถิ่น เนื่องจากเชปรารถนาจะเป็นผู้นำด้วยตัวเอง หลังจากการรบที่ประสบความล้มเหลว เชกับพวกถูกไล่ล่าอย่างหนัก และยังถูกซ้ำเติมจาก "ศัตรูเก่า" คือเจ้าโรคหอบหืดที่กำเริบหนักจนเป็นเหตุให้กลุ่มของเชไม่สามารถรักษาความลับในการเดินทางได้ และถูกจับได้ในที่สุด และถูกสังหารในเดือนตุลาคม 1967 (พ.ศ.2510)

เช เมื่อถูกจับได้ในโบลิเวีย
สำหรับภาพรวมของภาพยนตร์ซึ่งเป็นสารคดีนั้น คงแทบไม่ต้องพูดอะไรมาก เป็นการรวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ด้าน ทั้งจากนักประวัติศาสตร์ และผู้เกี่ยวข้องที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งอดีตพี่เลี้ยง เพื่อน คนสนิท ฯลฯ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเชออกมาดีมาก อาจมีคนสงสัยว่าแล้วไม่ไปสัมภาษณ์คนที่เป็นศัตรูบ้างหรือ? คำตอบอาจกลายเป็นคำถามย้อนกลับว่าใครเป็นศัตรูกับเขาบ้างล่ะ แม้กระทั่งคนที่จับกุมและสังหารเขาก็ยังประทับใจในอัธยาศัยของเขาเลยครับ หากจะถามต่อไปว่าทำไมเชถึงได้เป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน? ความรู้สึกของผมน่าจะมาจากจุดเด่นในชีวประวัติของเขาอย่างน้อยสองประการ คือ การที่เขาไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในเรื่องความโหดเหี้ยม ไม่มีคำว่าฆ่าล้างบางหรือล้างเผ่าพันธุ์ในชีวประวัติของเขาเลย กับการไม่ยึดติดลาภยศ ยอมสละมันเพื่อไปทำงานตามอุดมการณ์ต่อจนกระทั่งเสียชีวิต นี่แหละครับคือความเสียสละที่ใครๆ ก็ยกย่องได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติและอุดมการณ์
เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Che Guevara
ชื่อภาษาไทย : เช กูวารา นายแพทย์นักปฏิวัติ
ผู้สร้าง : Andy Stevenson, ITN Factual for A&E Network
ผู้กำกำกับ : Andy Stevenson
ผู้เขียนบท : Andy Stevenson
ควรอ่านเพิ่มเติม
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ
หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ
ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์