dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Marco Polo 2007 เมื่อครั้งตะวันออกยังเจริญกว่าฝรั่ง
วันที่ 19/05/2013   19:14:31

 

โดย webmaster@iseehistory.com

การได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นในสมัยนี้หรือในสมัยโบราณ หลายคนอาจนึกถึงชีวิตที่สวยหรู เต็มไปด้วยวาสนาบารมี แต่ผู้ที่เข้าใจความจริงอาจบอกว่ามันเป็นปัญหาประเภท ยิ่งสูงยิ่งหนาว ไม่ใช่ความสขุสงบจริงๆ ดังเช่นกรณี มาร์โค โปโล หากเป็นไปตามความเชื่อเดิมที่ว่าเขาได้เดินทางไปเมืองจีนจริงๆ ในยุคที่กุบไลข่านแห่งมองโกลปกครองอยู่แล้ว การมีชีวิตอยู่กับอำนาจสูงสุดอาจจะไม่ได้สวยหรูหรืออบอุ่นอย่างที่ใครบางคนคิดฝันไว้ นี่เป็นประเด็นที่ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Marco Polo ปี 2007 (พ.ศ.2550) ที่ออกฉายทางทีวีฝรั่งและเป็น VCD ในเมืองไทยน่าจะเล็งเห็น และได้พยายามถ่ายทอดให้เราได้รับรู้

ภาพยนตร์เปิดฉากขึ้นในเมืองเวนิซ ปีค.ศ.1324 (พ.ศ.1867) เมื่อมาร์โค โปโล ใกล้จะตาย ได้มีบาดหลวงรูปหนึ่งเดินทางมาขอให้เขาสารภาพบาปจากการโกหกใครต่อใครไว้ว่าได้เคยเดินทางไปเมืองจีน แต่มาร์โคกลับขอให้ญาติๆ นำสิ่งของจากเมืองจีนมาแสดงให้ดู จากนั้นก็ย้อนไปยังปีค.ศ.1298 (พ.ศ.1841) ขณะที่ มาร์โค โปโล ถูกขังอยู่ในเมืองเจนัว เมืองคู่รักคู่แค้นของเวนิซ โดยอยู่ในห้องเดียวกับที่ขัง รัสติเชลโล แห่งเมืองปิซา (Rustichello da Pisa) นักเขียนชื่อดัง จากนั้นการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการเดินทางของ มาร์โค โปโล ตามที่เขาเล่าให้ รัสติเชโล ฟัง มีย้อนกลับมาที่ห้องขังของทั้งสองคนบ้างเป็นบางครั้ง ตัวเรื่องจริงพอสรุปได้ดังนี้

การเดินทางอันทุรกันดาร

เมื่อ มาร์โค โปโล เริ่มเป็นหนุ่ม ได้พบว่าพ่อและลุงของเขา คือ นิโคโล และ มัฟเฟโอ (Niccolo and Maffeo Polo) นำสิ่งของแปลกๆ มาจากเมืองจีน จึงเกิดความสนใจ พอดี นิโคโล และ มัฟเฟโอ กำลังหาทางกลับไปเมืองจีน เนื่องจากรับปากกับกุบไลข่านไว้ว่าจะนำนักบวช 100 คนกลับไปเข้าเฝ้า ด้วยความหวังว่าหากทำให้ท่านข่านหันมานับถือคริสต์ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งทางการค้าและการเมืองอย่างมหาศาล มาร์โค จึงสนใจที่จะร่วมเดินทางด้วย เรื่องกระโดดข้ามตอนที่ทั้งสามเข้าเฝ้าพระสันตปาปามายังตอนที่ ทั้งสามเิดินทางมากับบาดหลวงสองคน ซึ่งบ่นและทะเลาะกับพวกตระกูลโปโลทั้งสามเรื่องความยากลำบากมาตลอด แล้วก็หนีไปในที่สุด เมื่อเดินทางมาถึงเปอร์เซีย มาร์โคป่วยหนักจนต้องพักรักษาตัวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นเวลานาน แล้วจึงเดินทางข้ามทะเลทรายไปพบกับทหารม้าที่กุบไลข่านส่งมารับ จนได้เข้าเฝ้ากุบไลข่านที่เมืองชางตู

ความมโหฬารของฉากพระราชวังชางตู

กุบไลข่านไม่พอพระทัยที่ นิโคโล และ มัฟเฟโอ ไม่สามารถนำบาดหลวง 100 คนมาเข้าเฝ้าได้ตามพระบัญชา ขณะที่ทั้งสองได้แต่ก้มหน้านิ่ง มาร์โค กลับทูลปะทะคารมกับท่านข่านอย่างฉาดฉาน แม้ว่าท่านข่านและพระจักรพรรดินีชาบิ จะตรัสดูแคลนเขาว่าเป็นคนป่าเถื่อนไม่มีมารยาท แต่ก็พอพระทัยอยู่ลึกๆ ด้วยพระบัญชาของทั้งสอง และด้วยความสมัครใจของมาร์โคเอง มาร์โคจึงได้อยู่ในวังของกุบไลข่านต่อไป แทนที่จะตาม นิโคโล และ มัฟเฟโอ กลับเวนิซ เหตุผลสำคัญประการหนึ่งของมาร์โคที่นิโคโลผู้บิดาต้องยอมรับคือ ในการเดินทางครั้งก่อนของ นิโคโล และ มัฟเฟโอ ไม่มีผู้ใดในเวนิซเชื่อว่าทั้งสองมาถึงเมืองจีนจริงๆ มาร์โคจึงตั้งใจที่จะอยู่เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆ กลับไปยังบ้านเกิด

มาร์โค กับ เพโดร ทาสซึ่งเป็นสเมือนเพื่อนแท้ตลอดเวลาที่อยู่เมืองจีน

มาร์โค โปโล อยู่ในวังได้ไม่นานก็เกิดเหตุ เนื่องจากเพโดรทาสรับใช้ของเขาไปเข้าร่วมกับผู้ก่อการกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจการกดขี่ข่มเหงของขุนนางบางคน ผู้ก่อการกลุ่มนี้ได้ใช้เวลากลางคืนลงมือสังหารขุนนางชื่ออัคแมธได้ แต่ก็ถูกกองทหารปราบปรามในทันที เพโดรได้รับบาดเจ็บ มาร์โค ได้ช่วยเหลือเพโดรให้รอดจากการจับกุมของทางการ และเข้าเฝ้ากราบทูลท่านข่านเรื่องที่มีขุนนางข่มเหงราษฎร ทีแรกกุบไลข่านไม่พอพระทัยและสั่งขังมาร์โค แต่ต่อมาทรงทราบความจริงจึงปล่อยเขาและสั่งขังขุนนางใหญ่อีกคนชื่อ โคกาไต ไว้ระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากโคกาไตเป็นผู้มีอิทธิพลเกินกว่าที่ท่านข่านจะทรงลงโทษสถานหนักได้ ต่อมาจึงทรงปล่อยโคกาไตเช่นกัน และโคกาไตนี้ได้กลายมาเป็นศัตรูคนสำคัญของ มาร์โค โปโล มาตลอด ตัวละครสำคัญอีกตัวในช่วงนี้คือนางเตมูลัน ซึ่งถูกพรากจากชายคนรักเข้ามาในวัง และต้องไปถวายตัวให้กับท่านข่านคืนหนึ่ง ก่อนถูกนำมาพระราชทานให้กับมาร์โค โปโล ซึ่งมาร์โค ก็รักเธอมาก แต่เธอไม่ได้เต็มใจเลย

มาร์โค โปโล พบกับ เตมูลัน ครั้งแรก

มาร์โค โปโล ถูกหลอกใช้ให้มาเจรจากับเจ้าเมืองที่มีท่าทีกบฎ

มาร์โค โปโล ได้รับพระบัญชากับท่านข่านให้เป็นทูตไปเจรจากับเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง (ในภาพยนตร์ไม่ยักเอ่ยชื่อเมือง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเมืองหยางโจวหรือไม่) ซึ่งมีข่าวว่าเขาแอบให้การสนับสนุนผู้ที่เป็นกบฎอยู่ การเจรจาสันติภาพกลับกลายเป็นอุบายของท่านข่านที่จะหลอกให้เจ้าเมืองตายใจจนท่านข่านสามารถบุกเข้ายึดเมืองได้ เมื่อกลับมาเมืองหลวง มาร์โค โปโล ยังพบข่าวร้ายว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ เตมูลันได้พยายามหนีออกจากวัง แต่ถูกสังหารเสียก่อนที่ประตูเมือง มาร์โค โปโล ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการเมืองชางตูอยู่ระยะหนึ่ง โดยมีขุนนางชื่อเชงชูคอยให้คำแนะนำสั่งสอน จากนั้น มาร์โค โปโล ก็ได้รับงานชิ้นใหญ่ คือการออกเดินทางสำรวจดินแดนต่างๆ ที่ตามแผนที่ของราชสำนักมีแต่ข้อมูลประเภทนิทานปรัมปรา ภารกิจนี้ใช้เวลานานถึง 15 ปี ตรงนี้ดูจาก VCD ทีแรกคล้ายกับว่า มาร์โค โปโล ต้องเดินทางรวดเดียว 15 ปี ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ตอนหลังกลับบอกทำนองว่า "กลับมาแต่ละครั้ง ไม่รู้ท่านข่านจะพอใจหรือไม่" เอาเป็นว่าเมื่อครบ 15 ปีแล้ว ท่านข่านพอพระทัยในผลงานของเขามาก

การเดินทางสำรวจดินแดนต่างๆ ตามบัญชาของกุบไลข่าน ที่กินเวลาถึง 15 ปี

ปัญหาใหม่เริ่มขึ้นอีกเมื่อทั้งท่านข่านและพระนางชาบิเริ่มทรงพระประชวร ขณะที่มาร์โคเริ่มหลงรักนางรำคนหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าคือนางเคนไซ น้องสาวของเตมูลัน ปัญหาก็ตามมาอีกเมื่อทางเปอร์เซียส่งทูตมาขอหญิงสาวไปเป็นมเหสีแทนมเหสีชาวมองโกลที่พึ่งสิ้นพระชนม์ แล้วทูตเปอร์เซียก็ดันมาเลือกเอาเคนไซเข้าซะด้วย ปัญหาการเมืองและความรักทำให้ มาร์โค โปโล ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาทางพาเคนไซกลับไปเวนิซด้วยกัน ในที่สุด มาร์โค โปโล กับแพทย์ชาวเปอร์เซียที่เคยรักษาเขาได้ทูลท่านข่านให้ส่งตัวเคนไซไปเปอร์เซียโดยทางเรือและมี มาร์โค โปโล ร่วมเดินทางไปด้วย การเดินทางเริ่มขึ้นหลังจากฮองเฮาสิ้นพระชนม์แล้ว ระหว่างทางเรือถูกโจรสลัดติดตาม มาร์โค โปโล ให้นำคณะหนีขึ้นบก ก็ยังถูกพวกโจรโจมตีอีก แต่รอดมาได้เพราะคนพื้นเมืองช่วยไว้ มาร์โค โปโล กับ เคนไซ และคณะที่เหลือกันน้อยนิดเดินทางต่อกันมาจนถึง "สยาม" ในปี 1291 (พ.ศ.1834) และได้ทราบข่าวว่าทั้งกุบไลข่านและข่านแห่งเปอร์เซียได้สิ้นพระชนม์แล้ว (กุบไลข่านทรงตรอมใจจากการพ่ายแพ้ในการยกทัพเรือไปโจมตีญี่ปุ่น) มาร์โค โปโล กับเคนไซหลงดีใจว่าคงจะได้ครองรักกันตามที่หวัง และพยายามหนี แม้ว่า มาร์โค โปโล กับเพโดร จะสามารถเอาชนะนายทหารมองโกลที่ร่วมเดินทางมาได้ ก็ต้องถูกสกัดโดยทหารเปอร์เซียที่ตามมารับเคนไซเพื่อไปเป็นชายาของเจ้าชายองค์อื่น มาร์โค โปโล จึงต้องเดินทางกลับเวนิซด้วยความผิดหวัง แม้จะสามารถนำข้าวของเงินทองติดตัวมาด้วยจำนวนมาก

ข้อสังเกตและความเห็นต่อภาพยนตร์

ด้านข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ มาร์โค โปโล อันที่จริงการจะนำความเห็นของ Frances Woods ที่ว่า มาร์โค โปโล อาจจะไม่เคยเดินทางไปเมืองจีนจริงๆ หรือแม้กระทั่งไม่มีตัวตนจริงมาตัดสินเรื่องนี้ คงไม่ยุติธรรมนัก แต่ดูแล้วก็คล้ายกับว่าผู้สร้างพยายามแก้ต่างให้เหตุผลกับเรื่องของ มาร์โค โปโล เช่น สาเหตุที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากกุบไลข่าน เรื่องความรักของ มาร์โค โปโล ซึ่งในหนังสือไม่ได้กล่าวถึง เหตุผลที่ต้องเดินทางกลับเวนิซ หรือกรณีที่ไม่มีเอกสารใดของจีนและมองโกลกล่าวถึงเขา ในภาพยนตร์ตอนหลังจากที่มาร์โค โปโล ได้แสดงความสามารถในการจัดการบ้านเมือง พระนางชาบิทรงตรัสว่า จะไม่มีการบันทึกว่าคนเถื่อนอย่างมาร์โคเคยมีผลงานเช่นนี้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการแก้ต่างที่ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ เป็นต้น

มาร์โค โปโล กับ รัสติเชลโล ในห้องขังเมืองเจนัว

ส่วนการที่พ่อและลุงของมาร์โคเดินทางกลับเวนิซไปก่อนแทนที่จะอยู่กับมาร์โคตามที่ปรากฏในหนังสือนั้น คงเป็นเหตุผลทางด้านการเขียนบทภาพยนตร์ คือให้มาร์โคเดินเรื่องคนเดียวจะง่ายกว่าการต้องมีพ่อกับลุงอยู่ด้วย

ขอเลยมาเรื่องของ "สยาม" สักนิด ความจริงภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะได้มีการค้นคว้าข้อมูลมามากพอสมควร แต่สำหรับ "สยาม" ซึ่งเป็นฉากสำคัญตอนท้ายเรื่อง สำหรับการสร้างภาพยนตร์ที่พึ่งสร้างเมื่อปีสองปีมานี้ต้องถือว่า "สอบตก" กับการใช้วังที่รูปร่างไม่ต่างจากวังของจีนแต่ประการใด แถมผู้ที่ออกมาพบกับคณะของ มาร์โค โปโล ก็แต่งตัวเป็นหลวงจีน โดยไม่ทราบชัดว่าเป็นเจ้าอาวาสหรือเจ้าเมืองเจ้าแผ่นดินกันแน่

นี่หรือสยาม?

ด้านภาษาที่ใช้ ตลอดทั้งเรื่องใช้ภาษาเดียวกันตลอด คือใน VCD ที่ผมใช้วิจารณ์ก็เป็นพากย์ไทย และคาดว่าในต้นฉบับเดิมคงเป็นภาษาอังกฤษตลอด ทำให้สร้างและเขียนบทได้ง่ายดี แต่ความสมจริงที่ขาดไปคือเรื่องนี้มีมากกว่าหนึ่งชนชาติอย่างน้อยก็ อิตาลี มองโกล/จีน เปอร์เซีย และสยาม ในตอนต้นเรื่องที่กล่าวถึง มาร์โค โปโล ตอนใกล้ตายพยายามเอาสิ่งของจากเมืองจีนมายันกับบาดหลวงว่าไม่ได้โกหกนั้น สมองผมเกิดแว้บขึ้นมาทันทีว่า คนที่ไปอยู่เมืองจีนเป็นสิบกว่าปีต้องพูดภาษาจีนได้อยู่แล้ว ถ้าลองพูดภาษาจีนให้บาดหลวงฟังสักชุด น่าจะเป็นประจักษ์พยานที่ชัดกว่าสิ่งของที่อาจหาซื้อมาได้

เรื่องของความเจริญ เป็นความจริงว่าในสมัยนั้น เมืองจีนมีความเจริญยิ่งกว่าทางยุโรปมาก ราชสำนักเรียกฝรั่งอย่างมาร์โค โปโล ว่าคนเถื่อนตลอด ความเจริญของฝรั่งพึ่งจะมาเกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความเสื่อมทางเศรษฐกิจของอเมริกาจะทำให้ความยิ่งใหญ่กลับมาอยู่ที่จีนอีกหรือไม่ เป็นเรื่องน่าคิด มาร์โค โปโล ในเรื่องนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าจีนเป็นชาติที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมาก่อนยุโรปมากมาย เช่น อาวุธดินปืนและระเบิด การใช้เข็มทิศ การใช้ถ่านหิน การแพทย์แบบฝังเข็ม การใช้เงินกระดาษ เป็นต้น

บางส่วนของมหัศจรรย์เมืองจีน ได้แก่ เข็มทิศ ตั๋วเงิน การฝังเข็ม และขนมน้ำแข็ง

สถานะของสตรี ท่ามกลางความเจริญด้านต่างๆ ในตอนแรกบทบาทของพระนางชาบิในราชสำนักเหมือนจะเป็นเรื่องดีสำหรับสถานะของสตรี แต่แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่กลับเป็นแค่เครื่องประดับอำนาจ ดังจะเห็นได้ชัดจากกรณีของสองพี่น้องเตมูลันและเคนไซ ที่ถูกพลัดพรากจากครอบครัวและคนรักมาเป็นนางรำในราชสำนัก วันดีคืนดีก็ต้องไปถวายตัวให้ท่านข่านหนึ่งคืน แล้วก็ถูกนำไปพระราชทานให้คนอื่น กรณีเคนไซแม้จะเหมือนมีเกียรติหน่อยที่ไม่ต้องถวายตัวให้ท่านข่าน แต่ก็ยังถูกส่งไปพระราชทานให้ข่านเปอร์เซียเพื่อเจริญพระราชไมตรี หากคิดกันดีๆ แล้ว สถานะของสตรีนั้นดูจะเกี่ยวข้องกับสังคมแบบชนชั้นอยู่ด้วย

เคนไซ (สวมชุดแดง ผู้แสดงคนเดียวกับเตมูลัน) เตรียมตัวไปเป็นมเหสีของข่านแห่งเปอร์เซียอย่างไม่เต็มใจ

ด้านๆ อื่น หากดูำภาพยนตร์เรื่องนี้แบบไม่คิดเล็กคิดน้อยแล้ว ก็ถือว่าภาพยนตร์สร้างได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติที่ใหญ่โตในหลายภูมิประเทศ ฉากพระราชวังอันใหญ่โต รวมถึงเพลงประกอบที่ไพเราะตลอดเรื่อง บทพูดเต็มไปด้วยคำคมอยู่หลายตอน เนื้อหาอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมาย แม้กระนั้น ได้ทราบข้อมูลว่าภาพยนตร์ DVD ในสหรัฐฯ นั้นมีความยาวถึง 174 นาที แต่ฉบับ VCD ที่ขายในเมืองไทยเพียงสองแผ่นนั้น น่าจะยังขาดเนื้อหาไปหลายตอนที่อาจมีความสำคัญมากเหมือนกัน ได้แต่หวังว่าสักวันจะได้ชมฉบับ DVD บ้าง

คำคมชวนคิด

  • "บางครั้งคำตอบที่ถูกต้องคือไม่ตอบซะดีกว่า" พระนางชาบิตรัสกับมาร์โค โปโล
  • "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อหันหลังกลับ" มาร์โค โปโล ทูล กุบไลข่าน
  • "ผู้ชายจะไม่ฉลาดเป็นสองเท่าหรือ ถ้าได้ภรรยาฉลาดสักคน" เพโดรพูดกับมาร์โค โปโล
  • "พระองค์ทรงเป็นทั้งผู้คุมขังและมิตรของผม" มาร์โค โปโล กล่าวถึง กุบไลข่าน เมื่อทราบว่าทรงสิ้นพระชนม์แล้ว

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Marco Polo

ชื่อภาษาไทย : มาร์โค โปโล ผจญภัยสุดขอบโลก

ผู้กำกำกับ : Kevin Connor

ผู้เขียนบท : Ron Hutchinson

ผู้แสดง :

  • Ian Somerhalder ... Marco Polo
  • B.D. Wong ... Pedro
  • Desiree Ann Siahaan ... Temulun / Kensai
  • Brian Dennehy ... Kublai Khan
  • Kay Tong Lim ... Lord Chenchu
  • Christian Lee ... Cogatai
  • Yan Luo ... Chabi
  • Michael Chow ... Chi
  • Mark Jax ... Niccolo Polo
  • Alan Shearman ... Maffeo Polo
  • Michael O'Hagan ... Old Marco Polo
  • Ramin Razaghi Sefati ... Persian Physician (as Rumin Razagh)
  • Jiaolong Sun ... Chonggu (as Sun Jiao Long)
  • Zi Ge Fang ... Achmath (as Fang Ge)
  • Rodger Bumpass ... Rustigielo
     

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



เอเชียโบราณ

มังกรระห่ำ ดาบปราบพยัคฆ์ (Sino Dutch war 1661) แบบฉบับของการต้านชิงกู้หมิง วันที่ 19/05/2013   18:58:36
Jodhaa Akbar ภาพยนตร์เพื่อความสมานฉันท์ทางศาสนา วันที่ 19/05/2013   19:00:10
ฌ้อปาอ๋อง ขุนศึกลำน้ำเลือด วันที่ 19/05/2013   19:01:17
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน ภาค 1-2 (The Water Margin/All Men are Brothers) วันที่ 19/05/2013   19:02:10
ฤทธิ์จักรพญายม ภาค 1-2 วันที่ 19/05/2013   19:03:07
ทัชมาฮาล รักเราเป็นนิรันดร์ วันที่ 19/05/2013   19:09:43
สามก๊ก ตอน โจโฉ แตกทัพเรือ มหากาพย์แห่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์สามก๊กอีก 1 เรื่อง วันที่ 19/05/2013   19:10:42
Mongol แต่งประวัติศาสตร์ใหม่กันอีกแล้ว! วันที่ 19/05/2013   19:11:32
Genghis Khan เวอร์ชันญี่ปุ่น : สงคราม กับ ผู้หญิง และ ครอบครัว วันที่ 19/05/2013   19:12:31
Genghis Khan BBC "จอมโหด" หรือ "ผู้พิชิต" วันที่ 19/05/2013   19:13:25
Marco Polo ฉบับบู๊ลิ้ม วันที่ 19/05/2013   19:15:27
สารคดี The True Story of Marco Polo : มาร์โค โปโล ไม่เคยไปเมืองจีนจริงๆ ? วันที่ 19/05/2013   19:17:46
อโศกมหาราช (Asoka) จาก ทรราชย์ สู่ ธรรมราชา วันที่ 19/05/2013   19:18:37
ตามรอยพระพุทธเจ้า : คู่มือชาวพุทธฉบับ DVD วันที่ 19/05/2013   19:19:44
ขุนศึกหญิงตระกูลหยาง (Legendary Amazons) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:20:26 article
Genghis Khan (2004 TV series) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:21:12 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (57137)
avatar
AttilaTheHun

เรื่องนี้ผมดูได้ไม่จบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น AttilaTheHun (Longtom_Artillery-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-11 06:59:16



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker