dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


A Dangerous Man: Lawrence After Arabia ศึกทางการทูตของ ลอว์เรนซ์แห่งอาระเบีย
วันที่ 19/05/2013   18:23:50

webmaster@iseehistory.com

นานมาแล้ว ในการสัมมนาอะไรสักอย่างหนึ่ง ได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งเปรียบเทียบว่า การทหารกับการทูตนั้น เปรียบเสมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน หากจะให้ผมอธิบายขยายความเองในที่นี้ คงคล้ายกับว่า เราจะทำสงครามลุยไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเป้าหมายทางการทูตไม่ได้ และในทางกลับกัน การเจรจาต่อรองทางการทูตใดๆ จะมีความหมายไม่ได้ หากกำลังทหารไม่เข้มแข็งพอ ดังในกรณีการศึกษาชีวประวัติของ T. E. Lawrence หรือ ลอว์เรนซ์แห่งอาระเบียนั้น การจะดูแค่บทบาทมาดแอคชั่นในสงครามที่เขานำชาวอาหรับต่อต้านอาณาจักรออตโตมานอย่างในหนัง Lawrence of Arabia คงไม่เพียงพอ ในการเจรจาสันติภาพที่กรุงปารีส ปี 1919/พ.ศ.2462 Lawrence ยังคงมีบทบาทช่วยเหลือเจ้าชาย Feisal ในทำศึกเพื่อเอกราชของชาวอาหรับบนโต๊ะเจรจาทางการทูตครั้งนี้ด้วย เหตุการณ์ช่วงนี้ได้สะท้อนผ่านภาพยนตร์เรื่อง A Dangerous Man: Lawrence After Arabia ภาพยนตร์โทรทัศน์ที่ออกฉายในปี 1990/พ.ศ.2533 ที่ในปัจจุบันสามารถหาชมในรูปแบบ DVD/VCD ตามร้านทั่วไป

บรรยากาศการฉายหนังของยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ลอว์เรนซ์กำลังกลายเป็นคนดังจากหนังของ Thomas Lowell

ภาพยนตร์เริ่มเรื่องในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งที่กำลังฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับ Lawrence ของ Thomas Lowell ซึ่งเป็นหนังแบบโบราณมากๆ คือเป็นหนังขาวดำ ไม่มีเสียงในฟิล์ม เวลาฉายต้องมีวงออเคสตร้าบรรเลงประกอบพร้อมคนบรรยาย และการบรรยายก็ยกย่องลอว์เรนซ์ค่อนข้างจะเว่อ คือเรียกลอว์เรนซ์ว่า "กษัตริย์ไร้มงกุฏแห่งอาระเบีย" แล้วเรียก Emir Feisal พระโอรสของกษัตริย์ Hussein ว่าเป็นหัวหน้านักรบอาหรับของลอเรนซ์ ปรากฏว่าในที่นั้น ลอเรนซ์ก็นั่งชมอยู่ด้วย และย้อนนึกถึงความหลังไป 1 ปี ในช่วงวันเจรจาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1918/พ.ศ.2461(Armistice Day, 1918) ณ กรุงปารีส ลอว์เรนซ์ ได้ไปต้อนรับคณะของเจ้าชายไฟซาลที่จะมาเข้าร่วมในการเจรจาสันติภาพด้วย (ในเรื่องจะเรียกว่า Hejaz Delegation) จากนั้นลอว์เรนซ์ได้ไปเจรจากับคณะผู้แทนของอังกฤษ เพื่อขอให้อัังกฤษสนับสนุนคณะของไฟซาลให้ได้ปกครองซีเีรีย เพื่อความมั่นคงของเส้นทางการค้าจากอังกฤษไปอินเดีย แม้คณะของอังกฤษจะทราบดีว่าฝรั่งเศสก็ต้องการซีเรียเช่นกัน แต่ก็จำต้องยอมรับรองคณะของเจ้าชายไฟซาลให้เข้าร่วมประชุมด้วย และในเข้าร่วมเจรจาดังกล่าว ลอว์เรนซ์จะทำหน้าที่เป็นล่ามโดยอ้างว่าไฟซาลไม่รู้ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส แม้อังกฤษจะรับรองแล้ว คณะของไฟซาลยังต้องเผชิญอุปสรรคเนื่องจากทางการฝรั่งเศสยังเล่นแง่ไม่ยอมรับสถานะของ Hejaz Delegation แกล้งกักคณะของไฟซาลไว้ที่สถานีรถไฟแล้วแยกลอว์เรนซ์ออกมา ลอว์เรนซ์จึงต้องกลับไปวิ่งเต้นกับ Lord Curzon ของอังกฤษ จนคณะของไฟซาลสามารถเข้าสู่ที่พักที่สมเกียรติ

ใครเรียนภาษาฝรั่งเศสลองหัดฟัง Lawrence พูดประกอบเสียงกลองในฉากนี้ดูบ้าง!!!

ในระหว่างการเข้าร่วมเจรจาสันติภาพของ Hejaz Delegation นอกจากปัญหาการยอมรับจากบรรดามหาอำนาจแล้ว ความดังของลอว์เรนซ์ในช่วงนั้นเนื่องจากภาพยนตร์ของ Thomas Lowell ก็กลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญ บรรดานักข่าวมักจะแห่กันไปรุมสัมภาษณ์ลอว์เรนซ์ ขณะที่เจ้าชายไฟซาลแทบจะกลายเป็นหัวหลักหัวตอ และการที่เตี๊ยมกันไว้ว่าไฟซาลจะทำเป็นไ่ม่รู้ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสเพื่อให้ลอว์เรนซ์อาศัยหน้าที่ล่ามบังหน้า ก็กลับเป็นเหตุให้ลอว์เรนซ์ยิ่งเด่นขึ้นมาอีก เมื่อ Hejaz Delegation ได้เข้าร่วมประชุมกับ Council of Ten ลอว์เรนซ์แปลจดหมายภาษาอาหรับของไฟซาลเป็นภาษาอังกฤษ เสนอต่อที่ประชุมให้เปิดเผยเอกสารของอังกฤษถึงพระบิดาของไฟซาลที่เคยตกลงจะให้ชนชาติอาหรับเป็นเอกราช ผู้แทนฝรั่งเศสก็ลองดีโดยขอให้ลอว์เรนซ์แปลข้อความเป็นภาษาฝรั่งเศสในทันที ผลคือไม่ใช่แค่ "เดี๋ยวจัดให้" แต่เป็น "ได้เลย!" ลอว์เรนซ์รัวภาษาฝรั่งเศสกลับเป็นชุดตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีติดขัด ในหนังช่วงนี้ยังได้มีเสียงรัวกลองเพลงมาร์ชประกอบด้วย มันส์ซะไม่มี พอจบบรรดาผู้ฟังที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสปรบมือกันสนั่นหวั่นไหว อีกครั้งหนึ่ง คณะของไฟซาลอุตส่าไปเชิญท่านประธานาธิบดีวิลสันแห่งสหรัฐอเมริกามาร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งท่านก็แสดงท่าทีเห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอต่างๆ ของไฟซาล แต่พอลงท้ายก็มาวกเข้าเรื่องของลอว์เรนซ์ที่ปรากฏในหนังเข้าอีก ทำให้ไฟซาลกับลอว์เรนซ์มึนตึงกันอยู่นิดๆ

ประธานาธิบดีวิลสันร่วมรับประทานอาหารกับคณะของไฟซาล/ลอว์เรนซ์ (Hejaz Delegation)

และแล้วฟ้าก็ไม่เป็นใจ เมื่อมีข่าวว่าบิดาของลอว์เรนซ์ (Sir Thomas Robert Tighe Chapman) กำลังป่วยหนัก ลอว์เรนซ์ต้องกลับอังกฤษโดยด่วน แต่ก็ไม่ทันได้ดูใจบิดา และยังไม่ทันจะถึงงานฝังศพ ลอว์เรนซ์ก็ต้องรีบเผ่นหนีนักข่าวกลับมาฝรั่งเศสเพื่อจะมาพบว่า พวกมหาอำนาจได้ฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ บีบให้เจ้าชายไฟซาลต้องยอมรับให้มีกำลังทหารอังกฤษในดามัสกัสและที่ปรึกษาฝรั่งเศสตามเมืองสำคัญในซีเรีย โดยอ้างว่าเป็น "มาตรการชั่วคราว" เมื่อลอว์เรนซ์เข้าพบท่านเคลมองโซ นายกฯ ฝรั่งเศส ท่านเคลมองโซ พยายามจะหักล้างความชอบธรรมของฝ่ายไฟซาลและลอว์เรนซ์ที่สามารถยึดกรุงดามัสกัสได้ก่อน โดยนำตัว นายพล Gervenne มาอ้างว่ากองหน้าของ Anzac Mounted Division ในบังคับบัญชาของท่านนายพลสามารถเข้าสู่กรุงดามัสกัสได้ก่อน คราวนี้ลอว์เรนซ์ต้องพล่านเป็นการใหญ่ พยายามวิ่งเต้นไปล็อบบี้ผู้นำอังกฤษและอเมริกัน ทั้ง เชอร์ชิลล์, ลอยด์ ยอร์ช, วิลสัน ฯลฯ แต่ไม่เป็นผล ทางด้านไฟซาลก็ต้องรีบกลับอาหรับเป็นการด่วน เนื่องจากได้เกิดการรบระหว่าง Ibn Saud ที่อังกฤษหนุนหลังกับครอบครัวของไฟซาล เมื่อฝ่ายอาหรับต้องออกจากการเจรจา ลอว์เรนซ์ได้ลักลอบคัดลอกข้อความจากเอกสารลับส่งไปให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทมส์ ทางการอังกฤษจึงได้สั่งห้ามลอว์เรนซ์ติดต่อกับไฟซาลหรือเคลื่อนไหวใดๆ อีก เนื้องเรื่องตอนนี้กลับไปยังฉากที่ลอว์เรนซ์ดูภาพยนตร์เกี่ยวกับตนเองในปี 1919/พ.ศ.2462 คณะของเจ้าชายไฟซาลได้มาตามหาลอว์เรนซ์ที่ลอนดอนขณะมาเจรจากับอังกฤษเรื่องสถานการณ์ในซีเรีย ลอว์เรนซ์ได้หอบต้นฉบับหนังสือเรื่อง Seven Pillars of Wisdom ที่เขาเขียนมาตั้งแต่ช่วงเจรจาสันติภาพจนเสร็จเรียบร้อยมาให้เจ้าชายไฟซาลอ่าน ก่อนที่จะจากกันไป ภาพยนตร์ได้บรรยายทิ้งท้ายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในภายหลังว่า เจ้าชายไฟซาลถูกฝรั่งเศสขับออกจากซีเรียในปี 1920/พ.ศ.2463 ปีถัดมา เชอร์ชิลล์และลอว์เรนซ์ได้ช่วยให้ไฟซาลครองบัลลังก์ในอิรัค ต่อมาไฟซาลได้สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการประชวรในสวิสเซอร์แลนด์เมื่อปี 1933/พ.ศ.2476 รวมอายุได้ 48 ชันษา ส่วนลอว์เรนซ์นั้น ตั้งแต่ปี 1922/พ.ศ.2465 ได้ใช้ชีวิตเป็นทหารชั้นผู้น้อยในกองทัพอากาศและกองทัพบกจนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์ในปี 1935/พ.ศ.2478 เมื่ออายุได้ 46 ปี

ลอว์เรนซ์ถูกผู้หลักผู้ใหญ่ตำหนิไปถึงชาติกำเนิด และสั่งห้ามเขาติดต่อไฟซาลหรือเคลื่อนไหวใดๆ อีก
(ดูมุมกล้องเขาซิครับ)

คุณค่าที่ควรดู

เคยพุดเล่นในเว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ว่าภาพยนตร์ประวัติศาสตร์บางเรื่องนั้น หากให้คอหนังแอคชั่นดูอาจต้องเตรียมหมอนหรือเตรีมบันไดเอาไว้ด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เข้าข่ายเช่่นว่าอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะหากไม่เคยทราบเรื่องราวของลอเรนซ์เป็นอย่างดีมาก่อน แต่จะไม่ดูเสียเลยก็คงเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ที่สนใจชีวิตของวีรบุรุษผู้ลึกลับรายนี้ หรือประวัติศาสตร์อาหรับ เพราะภาพยนตร์เกี่ยวกับลอเรนซ์เท่าที่ผมมีอยู่ในมือ ไม่ว่าเวอร์ชันสารคดี , เวอร์ชันที่ปีเตอร์ โอทูล แสดง ล้วนแต่ยังไม่ครอบคลุมบทบาททั้งหมดของเขาในความพยายามที่จะช่วยเหลือโลกอาหรับให้เป็นไทจากจักรวรรดินิยมตะวันตก ในทุกวันนี้ ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาชาวตะวันตกดูคล้ายจะยังเว่อๆ อย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่หลังสงครามใหม่ๆ ขณะที่ทางโลกอาหรับเองกลับหาว่าเขาเป็นผู้ทรยศทั้งที่ชีวิตของเขาในภายหลังกลับจมปลักอยู่กับการลงโทษตัวเองจนสิ้นชีวิต และจากการที่มหาอำนาจตะวันตกได้ทรยศชาวอาหรับมาตั้งแต่ครั้งนั้นด้วยเหตุความโลภในทรัพยากรน้ำมัน ได้กลายมาเป็นเหตุแห่งปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลกที่เราเผชิญกันมาจนทุกวันนี้

เมื่อพูดถึงภาพยนตร์เกี่ยวกับลอเรนซ์เวอร์ชันที่ปีเตอร์ โอทูล แสดงแล้ว ก็น่าแปลกใจที่ผู้จำหน่ายภาพยนตร์ในเมืองไทยไม่อุปโลกน์ให้ Lawrence After Arabia เป็น "ภาคสอง" ของ Lawrence of Arabia ทั้งที่เคยอ้างว่าเรื่องอื่นเป็น "ภาคสอง" ของเรื่องดังๆ มาไม่น้อย โดยที่ตัวละครเป็นคนละชุดกันเนื้องเรื่องไม่เกี่ยวกันเลย แต่กับสองเรื่องนี้ อย่างน้อยก็มีลอว์เรนซ์กับไฟซาลเป็นตัวยืนร่วมกันอยู่ และเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน หรือเขาจะลืมไปว่าเคยมีหนังเรื่อง Lawrence of Arabia? ฝากข้อคิดกันเล่นๆ นะครับ ไม่ได้หมายความว่าการอ้างเป็น "ภาคสอง" ของ Lawrence of Arabia จะถูกหรือผิด/ควรทำ-ไม่ควรทำโดยสิ้นเชิง

ความยากอีกประการหนึ่งของการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเรื่องของภาษาทางการทูตที่ค่อนข้างยากจะเข้าใจ สำหรับบทพากย์ไทยนั้น รู้สึกว่าผู้แปลจะได้ใช้ความพยายามค่อนข้างมาก และหลายตอนก็ทำได้ดี แต่ก็มีอีกหลายตอนหลายประโยคที่รู้สึกว่าจะพลาดอย่างมากๆ เนื่องจากขณะที่เขียนบทความนี้ได้ทิ้งช่วงการเขียนจากบทความล่าสุดมาเป็นอาทิตย์ ประกอบกับเรื่องนี้ในเวอร์ชัน DVD สามารถเลือกฟังเสียงและดูซับไตเติ้ลได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จึงของดเว้นการยกตัวอย่างการแปลที่รู้สึกว่าไม่ถูกเอาไว้ก่อน และขอแนะนำให้ผู้ที่ภาษาอังกฤษแข็งแรงสักหน่อย ได้เลือกฟังซาวด์แทร็กและ/หรือดูซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษประกอบ ที่สำคัญคือควรจะได้ศึกษาชีวประวัติของลอว์เรนซ์และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เบื้องหลังให้เข้าใจสักนิดนึงก่อน สรุปว่าอยากให้ท่านผู้อ่านได้ลองปีนบันไดชมภาพยนตร์เรื่องนี้มากกว่าที่จะให้ท่านหลับคาหมอนครับ

 

ลอว์เรนซ์มองตัวเองในกระจกที่มีฝ้าไอน้ำ คล้ายจะสะท้อนชีวิตอันลึกลับคลุมเครือเขา?

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : A Dangerous Man: Lawrence After Arabia

ชื่อภาษาไทย : ลอว์เร้นซ์แห่งอะราเบีย สู้เพื่อชัยชนะ

ผู้สร้าง : Celia Bannerman

ผู้กำกำกับ : Christopher Menaul

ผู้เขียนบท : Tim Rose Price

ผู้แสดง :

  • Ralph Fiennes ... T. E. Lawrence
  • Alexander Siddig ... Feisal (as Siddig El Fadil)
  • Denis Quilley ... Lord Curzon
  • Nicholas Jones ... Lord Dyson
  • Roger Hammond ... Valence
  • Peter Copley ... Maitland
  • Paul Freeman ... Dumont
  • Polly Walker ... Mme. Dumont
  • Gillian Barge ... Gertrude Bell
  • Jim Carter ... Meinertzhagen
  • Michael Cochrane ... Winston Churchill
  • Robert Arden ... Wilson
  • Arnold Diamond ... Clemenceau
  • Bernard Lloyd ... Lloyd George
  • Keith Edwards ... Fleischmann

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ม้าศึกจารึกโลก (War Horse) ชะตากรรมของม้าในสงครามของคน วันที่ 19/05/2013   18:20:34
Aces High ตายเพราะเอาอย่างฮีโร่ วันที่ 19/05/2013   18:21:48
The Lost Battalion เนื้อแท้ของความกล้า วันที่ 19/05/2013   18:22:55
Lawrence of Arabia การสดุดีหรือบิดเบือนวีรบุรุษ? วันที่ 19/05/2013   18:24:46
สารคดี Lawrence of Arabia: โลกลึกลับของวีรบุรุษผู้ขมขื่น วันที่ 19/05/2013   18:26:14
All Quiet on the Western Front (1930) ขาวดำก็มีดี วันที่ 19/05/2013   18:27:11
In Love and War รักยามสงครามของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ วันที่ 19/05/2013   18:28:11
Flyboys ศึกเวหาที่ยังคลาดเคลื่อน วันที่ 19/05/2013   18:29:07
Rasputin: Dark Servant of Destiny รัสปูติน ในอีกมุมมองหนึ่ง วันที่ 19/05/2013   18:29:47
ซาร์(จักรพรรดิ)องค์สุดท้ายของ รัสเซีย (Russia's last Tsar) วันที่ 19/05/2013   18:30:46
All Quiet on the Western Front แนวรบตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง วันที่ 19/05/2013   18:31:54
The LightHorseMen: วีรกรรมของคนกับม้า และปัญหาศัพท์ ทหารม้า-ทหารราบขี่ม้า วันที่ 19/05/2013   18:32:45



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker