Das Boot U – 96 เรือล่มเมื่อจอด
ดูหนังเป็น เห็นประวัติศาสตร์ เข้าใจมนุษยชาติ
dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
อีเมล

รหัสผ่าน

เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ

   bulletลืมรหัสผ่าน

 bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletสมาชิกที่ได้รับอนุมัติแล้ว
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletSocita (Member's Blog)
bulletรวมบทความ Blog สมาชิก
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย
bulletสมรภูมิอื่นหรือคาบเกี่ยว
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletตู้หนังสือ
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletถาม-ตอบ (FAQs)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletมิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
bulletทหารดอทคอม
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2
bulletPantip.com-Cafe โต๊ะเฉลิมไทย
bulletPantip.com-Cafe โต๊ะห้องสมุด กลุ่มประวัติศาสตร์
bulletเครื่องบินจำลอง (และชุดจำลองต่าง ๆ)
bulletมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
bulletบ้านหลังสวนดอทคอม
bulletงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ
bulletบอร์ดข่าวสารวงการทหารทั่วโลกภาคภาษาไทย
bulletบ้านแฮนด์โมดี้ (โมเดลกระดาษ)
bulletมังกรหยก (ฺBlog นิยายวรยุทธ/กำลังภายใน)


โหราศาสตร์ยุคไอที

บล็อกนายโรจน์

เพลงคลาสสิค
ก้าวใหม่กับบทความฟุตบอลไทย

ดูทีวีออนไลน์

ฟังวิทยุออนไลน์


Das Boot U – 96 เรือล่มเมื่อจอด
วันที่ 14/06/2008   00:00:00

 

Countryboy
 
                สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว iseehistory.com ทุกท่าน เมื่อตอนที่ผมจบเรื่องที่แล้วนั้น (Black Hawk Down) อุตส่าห์ขอเสียงเชียร์ว่าอยากให้คุยกันถึงเรื่องอะไรกันต่อก็เงียบเชียบเสียเหลือเกิน ก็เลยตกลงใจเองว่าเอาเรื่องนี้ดีกว่า Das Boot ครับ ตามที่อ่านจากกระทู้ของเพื่อน ๆ ว่าเป็นหนังสงครามที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
 
                Das Boot U- 96 เป็นเรื่องเล่าถึงการต่อสู้ของเรือดำน้ำเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการเกริ่นนำในเรื่องว่า ปี 1941 ที่ฐานทัพเรือดำน้ำของเยอรมันที่ La Rochelle ในฝรั่งเศส ซึ่งตอนนั้นยังถูกยึดครองโดยเยอรมัน ฮิตเลอร์หวังว่า กองเรือดำน้ำของเขาที่นี่ จะสามารถปิดล้อมมหาสมุทรแอตแลนติก และสามารถปิดกั้นการลำเลียงเพื่อส่งกำลังบำรุงต่าง ๆ ของพันธมิตรที่มายังประเทศอังกฤษซึ่งเป็นคู่สงครามกันได้
 
                แต่ความเป็นเจ้าทะเลของอังกฤษตั้งแต่อดีตนั้นก็ยังคงอยู่ กองเรือลำเลียงยังสามารถฝ่าการปิดล้อมของเรือดำน้ำได้อยู่ตลอดเวลาด้วยการใช้เรือพิฆาตเป็นอาวุธสำคัญในการคุ้มกัน เรือดำน้ำของเยอรมันถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเยอรมันจะทุ่มกำลังเข้าไปมากเท่าใดก็ตาม ก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชัยต่อกองเรือของอังกฤษไปได้ เรือลำแล้วลำเล่า นักรบหนุ่มคนแล้วคนเล่า ที่ต้องสูญหายไปกับทะเลลึกอันเป็นสมรภูมิของพวกเค้า จากจำนวนทหารเรือของกองเรือดำน้ำร่วม 40,000 คนนั้น 30,000 คน ไม่ได้กลับมา
 
                หนังเปิดฉากที่สโมสรนายทหาร เป็นการเปิดตัวผู้การเรือ ต้นกล รอง 1 และ รอง 2 รวมทั้งหมวด เวอร์นเนอร์ ซึ่งเป็นนายทหารประชาสัมพันธ์ที่จะร่วมเดินทางไปกับเรือดำน้ำ U – 96 เพื่อที่จะกลับมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้แนวหลังฟังเป็นการโฆษณาชวนเชื่อให้กับชาวเยอรมันที่มีความนิยมในตัวท่านผู้นำของเค้า
 
 
                ในสโมสร เราจะได้เห็นถึงอาการปลดปล่อยตัวเองจากความกดดันต่าง ๆ ในสมรภูมิของเหล่านักรบทั้งหลาย ซึ่งก็หนีไม่พ้นเหล้านั่นเอง หลายคนที่จัดว่าเป็น เฒ่าทะเล ออกอาการด่าว่าผู้นำของพวกเค้าที่สั่งให้พวกเค้ามารบ ท่ามกลางสายตาของนักรบหนุ่มบางคนที่มีความชื่นชมในตัวของท่านผู้นำอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่ เพราะต่างรู้ดีว่า พวกเค้า อาจไม่มีโอกาสที่จะกลับมาสนุกอย่างนี้ได้อีก ซึ่งในขณะเดียวกันกับที่ต้นกลเรืออู – 96 ก็กำลังเครียดเรื่องเกี่ยวกับภรรยาของเค้าที่ป่วยอยู่ที่แผ่นดินแม่ โดยมีผู้การเรือคอยปลอบใจอยู่ด้วย
 
                เมื่อถึงเวลาออกเรือ เหล่าลูกนาวีหนุ่ม ๆ ต่างแสดงความกระตือรือร้นอย่างเต็มที่ที่จะได้ออกทะเลครั้งนี้ ทุกคนดูสดชื่นและมีขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยม เมื่อเรือออกจากท่า มีผู้คนมาส่งมากมาย รวมทั้งมีวงดุริยางค์มาร่วมบรรเลงอีกด้วย
 
บรรดาลูกเรือตั้งแถวก่อนออกทะเล
 
                ภายในเรือ หมวดเวอร์นเนอร์ ได้รับการพาทัวร์ทั่วลำเรือเพื่อให้รู้สภาพต่าง ๆ ซึ่งเหมือนกับพาเราเข้าทัวร์ด้วยละครับ เราจะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แสนจะคับแคบ แออัด ที่นอนก็มีเพียงครึ่งเดียวของจำนวนคน โดยต่างก็เปลี่ยนกันใช้ที่นอนที่ว่านี้ระหว่างพวกที่เข้าเวรกับพวกที่พัก ในเรือเต็มไปด้วยอาหารที่พวกเค้าพยายามขนมาให้มากที่สุด เราจะเห็นอาหารเหล่านี้แขวนเต็มไปทั่วเท่าที่จะแขวนเก็บได้แม้แต่ในห้องยุทธการ ในขณะที่เรือทั้งลำ มีห้องส้วมเพียงห้องเดียวที่ใช้กันตั้งแต่ผู้บังคับการเรือลงมาจนถึงกลาสีคนสุดท้าย
 
                อาหารแต่ละมื้อนั้นจะมีโต๊ะแคบ ๆ สำหรับนายทหารเท่านั้น แคบขนาดที่ใครจะผ่านไปมาต้องขออนุญาตให้นายทหารคนใดคนหนึ่งลุกหลีกทางให้ ในขณะที่ลูกเรือจะต้องนั่งกินกันบนพื้นเรือด้วยถาดอาหารในบริเวณที่ที่พวกเค้าอยู่กันอย่างคับแคบนั่นเอง ลำบากขนาดนี้ ยังอยากออกรบกันเลยครับ
 
สภาพความเป็นอยู่ในเรือที่แสนจะคับแคบ
 
                ระหว่างการเดินทาง มีการฝึกดำฉุกเฉินในสถานการณ์ถูกโจมตี เหมือนอย่างที่เคยอ่านหรือเคยดูมานั่นแหละครับ ดำฉุกเฉินที ลูกเรือก็วิ่งไปหัวเรือที เพื่อเป็นการช่วยกดหัวเรือให้ดำลงได้เร็วขึ้น ทุกคนทำได้ดีมากครับ ดูจากที่ตอนเค้าแถมท้ายมาเป็นเบื้องหลังการถ่ายทำนั้น ได้ยินแว่ว ๆ ว่าทุกคนต้องฝึกกันเหมือนทหารเรือดำน้ำจริง ๆ เลย เวลาภาพที่ออกมาดูไม่สับสนวุ่นวายเลยครับ
 
                20 วันผ่านไปท่ามกลางทะเลที่คลั่งตลอดเวลา รวมทั้งหมอกที่ลงจัดอีกด้วย ผู้การเรือเริ่มเครียดแล้วครับ ยังหาข้าศึกไม่เจอเลยซักลำ ได้แต่ดักฟังข่าวของเพื่อนร่วมรบ เช่น อู – 37 ที่กำลังไล่ล่าคอนวอยของอังกฤษอยู่ แต่ อู – 96 อยู่ห่างเกินกว่าที่จะเข้าร่วมขบวนการล่าได้ทัน ทำให้ผู้การหัวเสียมาก
 
ผู้การ - ต้นกล
 
เวอร์เนอร์ - รอง2 - รอง1
 
                ต่อมามีข่าวจาก อู – 36 ว่าเจอขบวนเรือลำเลียงของอังกฤษร่วม 30 ลำ ผู้การสั่งลอยลำขึ้นผิวน้ำเพื่อให้ใช้เครื่องจักรทำความเร็วสูงสุดเข้าไปช่วย ตรงนี้ ขอขยายความนิดนึงนะครับสำหรับท่านที่สงสัย คือเรือดำน้ำนั้น เมื่ออยู่ใต้น้ำ จะใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้านะครับ ซึ่งทำความเร็วได้ระดับนึง อาจจะประมาณ 10 น๊อต มากน้อยกว่านั้นแล้วแต่แบบของเรือนะครับ แต่ถ้าอยู่บนผิวน้ำ สามารถใช้เครื่องจักรใหญ่ที่สามารถทำความเร็วได้สูงขึ้นอีกกว่าเท่าตัว ขออภัยสำหรับท่านที่ทราบเรื่องนี้แล้วด้วยนะครับ
 
                ต่อกันนะครับ เริ่มรบกันแล้ว แต่เป็นการถูกกระทำข้างเดียว เพราะระหว่างนั้น อู – 96 สามารถตรวจพบเรือพิฆาตของอังกฤษที่กำลังตั้งเข็มเข้าหาเรือ อู ที่ถูกตรวจพบก่อนพอดี ผู้การสั่งดำฉุกเฉินและประจำสถานีรบ แต่ไม่ทันที่จะใช้ ตอร์ปิโดร์ต่อสู้ได้ เรือพิฆาตซึ่งมีความเร็วสูงกว่ามากก็มาอยู่บนหัวซะแล้ว ผู้การต้องสั่งดำหนีการโจมตีด้วย Depth Charge หรือระเบิดน้ำลึกจากเรือพิฆาตอย่างหัวซุกหัวซุน การไล่ล่าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นครับ เรือพิฆาตใช้ โซนาร์ เป็นเครื่องมือในการค้นหา ฝ่ายเรือ อู ก็มีเครื่องฟังเสียงใต้น้ำไว้คอยตรวจสอบตำแหน่งเรือพิฆาต ผู้การต้องใช้ไหวพริบและความชาญฉลาดในการนำเรือหลบหนีข้าศึกที่หย่อนระเบิดน้ำลึกใส่หัวอยู่โครม ๆ   มีทั้งการเปลี่ยนระดับความลึกและทิศทางเรือเพื่อให้เรือพิฆาตหลงทาง ทุกคนต้องอยู่ในความเงียบ ขนาดเดินยังต้องย่องเลยครับ
 
หลบหลีกเรือพิฆาตที่มีระเบิดน้ำลึกเป็นอาวุธ
 
                หลังจากการสลัดหลุดจากการไล่ล่าของเรือพิฆาตมาได้ อู – 96 ก็พยายามที่จะตามหากองเรืออังกฤษต่อไปท่ามกลางความบ้าคลั่งของทะเลในมหาสมุทรแลตแลนติคในช่วงปลายปี คนในเรือหนวดเคราเริ่มรุงรัง อาหารเริ่มจะขาดแคลน ขนมปังมีราขึ้น อันนี้ผมเคยอ่านเจอเรื่องของสงครามเรือดำน้ำที่ผู้การประเทือง ศรีสุข เคยเขียนเอาไว้เหมือนกันครับ เมื่ออยู่ในเรือนาน ๆ ขนมปังเริ่มขึ้นรา แต่พวกเค้าไม่ทิ้งไปเลยนะครับ เค้าจะค่อย ๆ เฉือนราดำ ๆ นั่นออกไปทำซุปอีกที ในหนังก็เห็นนั่งเฉือนออกอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เห็นว่าเอาไปทำอะไรต่อ เห็นแต่อารมณ์ขันของรอง 2 อารมณ์ดีที่ยังบอกว่า อย่างน้อย ๆ ในเรือลำนี้ ก็ยังมีราขึ้นงอกงามออกมาได้
 
                ในระหว่างลาดตระเวน อู – 96 เกือบจะโดนกับเรือของ ทอมเซ็น ผู้การขี้เมาที่เจอกันเมื่อตอนต้นเรื่อง ทำให้ผู้การเรือ อู – 96 โมโหมากที่ไม่เจอเรือข้าศึกเจอแต่เรือพวกเดียวกัน บรรยากาศในเรือตรึงเครียดเพิ่มขึ้น ต้นกลก็คิดถึงเมียที่ป่วยอยู่ที่บ้าน กลาสีหนุ่มบางคนก็คิดถึงแฟนที่ฝรั่งเศส เฝ้าแต่เขียนจดหมายทุกวันทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะได้ส่งเมื่อไหร่ ที่น่าขำก็คือมี โลน ระบาดในเรือ เหล่ากะลาสีติดโลนกันหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ รอง 1 ผู้เคร่งครัดและเนี๊ยบไปหมดแม้เวลากินอาหารก็ตาม นอกจากนั้น ผู้การยังกลัวว่าจะออกนอกเส้นทางเดินเรือทั่วไปที่คอนวอยของอังกฤษใช้กัน เพราะสภาพอากาศที่ปิดตลอดเวลาทำให้หาตำแหน่งเรือจากการวัดมุมแดดไม่ได้เลยมาสิบกว่าวันแล้ว
 
                และแล้ว ในที่สุดเวลาที่พวกเค้าเฝ้าคอยก็มาถึง เมื่ออากาศเปิด คลื่นลมสงบ อู – 96 สามารถตรวจพบคอนวอยขบวนหนึ่ง ผู้การสั่งนำเรือเข้ารบทันทีที่ระยะประมาณ 2,000 หลา อู – 96 ยิงตอร์ปิโดไป 4 ลูกก่อนที่เรือพิฆาตที่คุ้มกันคอนวอยมาจะตรวจพบและแล่นเข้าโจมตี ผู้การสั่งดำหนีการไล่ล่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ได้หนีการไล่ล่าเพียงอย่างเดียว แต่พวกเค้าเฝ้าฟังเสียงระเบิดจากตอร์ปิโดทั้ง 4 ลูกที่ยิงออกไปด้วยว่าจะถูกเป้าหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ตอร์ปิโด 3 ใน 4 ลูกถูกเป้าหมาย ในขณะที่เรือพิฆาตก็เข้าทำการโจมตีด้วยระเบิดน้ำลึกอย่างรุนแรง ไม่ใช่ลำเดียวนะครับ มากันถึง 2 ลำด้วยกัน ผู้การต้องใช้ฝีมืออย่างเต็มที่ในการนำเรือหลบหนีออกมาจากการโจมตีนั้นท่ามกลางความเสียหายที่ได้รับ และท่ามกลางความขวัญเสียของลูกเรือบางคนรวมทั้ง หมวดเวอร์นเนอร์ ที่กลัวจนหนีไปนอน ไม่รู้ว่าแกหลับลงไปได้ยังไงตั้งหลายชั่วโมง สู้รอง 2 ไม่ได้ครับ ระหว่างหลบหนีการไล่ล่าอยู่นั้น แกปวดฉี่ขึ้นมาก็ไม่ยอมยกมือขออนุญาตผู้การลาไปปัสสาวะ แกยืนฉี่ใส่กระป๋องตรงตำแหน่งประจำสถานีรบของแกนั่นเองครับ
 
ยิงตอร์ปิโดจมเรือในคอนวอย
 
แต่ที่แย่ที่สุดคือ โยฮัน ช่างเครื่องที่กรำศึกมาแล้วกับเรือดำน้ำถึง 9 ครั้ง แต่ครั้งนี้แกกลัวจนสติแตก จะพยายามหนีออกจากเรือทั้ง ๆ ที่ยังดำอยู่ใต้น้ำ ผู้การสั่งยังไงก็ไม่เชื่อ สติแตกแล้วนี่ครับ ผู้การต้องเข้าไปคว้า วอลเธอร์ พี – 38 จะเอามายิงทิ้ง ดีว่าต้นกลและพรรคพวกช่วยกันจับยัดไปไว้ที่ห้องเครื่องได้ทันซะก่อน เลยรอดตายไป
 
6 ชั่วโมงผ่านไป อู – 96 สามารถหลบหลีกการไล่ล่าของเรือพิฆาตทั้งสองลำออกมาได้ และขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูผลงานจากตอร์ปิโดของเค้าซึ่งยังเหลือลอยลำติดไฟอยู่อีก 1 ลำ ตอนนี้เรือพิฆาตอังกฤษไปแล้วนะครับ ตั้ง 6 ชั่วโมงแล้วนี่นา คงคิดว่าเรือ อู จมไปแล้วมั๊ง แถมตอนไปดันไปเฉย ๆ ซะอีก ลูกเรือสินค้าที่รอดตายยังติดอยู่ในเรือที่ไฟโหมไหม้คึ่ก ๆ อยู่อีกตั้งหลายคนไม่ยอมช่วยรับไปด้วย ผู้การเรือ อู – 96 ไม่ทันเห็นนี่ครับ สั่งยิงตอร์ ฯ ไปอีกลูกเพื่อจะได้จม ๆ ไปซะจะได้ลงปูมเรือได้อย่างภูมิใจว่ายิงเรือจมไปแล้วกี่ลำกี่ตัน พอสั่งยิงไปลูกนึงที่ระยะไม่ถึงกิโลถึงได้รู้ว่ายังมีลูกเรือสินค้าติดอยู่ตอนที่เรือระเบิดจะจมลงนี่เอง พวกเค้าพากันเสียใจนะครับที่ไม่อาจช่วยเหลือรับลูกเรือเหล่านั้นขึ้นมาบนเรือเค้าได้ คงเพราะเคยมีเหตุการณ์ที่เรือดำน้ำเยอรมันหลังจากยิงเรือข้าศึกจมลงแล้ว และในขณะที่อยู่ในระหว่างช่วยเหลือผู้ที่รอดชีวิตขึ้นมานั้นปรากฏว่าถูกโจมตีจากฝ่ายข้าศึกอีกต่างหากทั้ง ๆ ที่ทางเรือ อู ได้ส่งสัญญาณทุกอย่างให้รู้แล้วด้วย
 
เรื่องนี้ผมอ่านเจอมาจากหนังสือของผู้การประเทือง ศรีสุข เช่นกันครับ ขออนุญาตนำมาเล่าย่อ ๆ นะครับ เรือลำนั้นคือเรือ อู – 156 ของผู้การ ฮาร์ทเทนสไตน์ ได้ยิงเรือ ลาโคเนีย ของสายการเดินเรือ คิวนาร์ด ไว้ท์สตาร์ (จำชื่อบริษัทเดินเรือบริษัทนี้ได้หรือเปล่าครับ คุ้น ๆ กันหรือเปล่า) ระวางขับน้ำเกือบสองหมื่นตันจมลงโดยมีคนบนเรือทั้งหมด 2,000 กว่าคน เรือ อู – 156 ได้เข้าไปช่วยผู้รอดชีวิต   และออกอากาศทางวิทยุเป็นภาษาอังกฤษซ้ำ ๆ กันอีกต่างหากว่า “ถ้าเรือลำใดที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้รอดชีวิต จะไม่ถูกโจมตีจากเรือ อู และ เรือ อู จะต้องไม่ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน” รวมทั้งการทำธงกาชาดขึงไว้บนเรือเพื่อให้เครื่องบินได้เห็นอีกด้วย แต่เรือ อู – 156 ยังถูกโจมตีด้วยเครื่องบินแบบ ลิเบอร์เลเตอร์ ติดเครื่องหมายธงอเมริกัน (???) อีกจนได้ แม้ว่าจะมีนักบินอังกฤษที่ทางเรือ อู ช่วยชีวิตขึ้นมาขออนุญาตผู้การเรือ อู – 156 ส่งสัญญาณไฟแจ้งข่าวแก่นักบินแล้วก็ตาม เครื่องบินลำนั้นทิ้งระเบิดลงมาถึง 5 ลูกทำให้เรือได้รับความเสียหาย กัปตัน ฮาร์ทเทนสไตน์ ต้องสั่งตัดเชือกเรือชูชีพและให้คนที่ช่วยเหลือขึ้นมาจากทะเลต้องโดดลงทะเลไปอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับสั่งดำฉุกเฉินโดยเรือได้รับความเสียหายหลายจุดด้วยกัน โชคยังดีที่นักบินได้พาเครื่องจากไปเสียก่อนหรือว่าระเบิดหมดก็ไม่รู้ซีครับ เรือ อู – 156 เลยยังไม่จมและพวกเค้าช่วยกันซ่อมจนเรือกลับมารบได้เหมือนเดิม ตอนนั้น เดอนิทซ์ แม่ทัพเรือเยอรมันยั๊วมาก เลยสั่งห้ามเรือดำน้ำของตัวทุกลำว่า ไม่ต้องช่วยเหลือลูกเรือของเรือทุกลำที่ยิงได้ แต่…เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 1942 นี่นา แล้วมาเกี่ยวอะไรกับเรือ อู – 96 วุ๊ย
 
เอาเป็นว่า อู – 96 ไม่ยอมช่วยลูกเรือเหล่านั้นก็แล้วกันนะครับ ด้วยเหตุผลที่ผู้การบอกว่า เรือเราเต็มแล้ว ตอนนี้ ลูกเรือเริ่มเหนื่อยกับทะเลและต้องการกลับบ้าน ผู้การตัดสินใจเดินทางกลับ แต่ได้รับคำสั่งใหม่ให้ไปรับอาวุธ อาหาร น้ำมันเพิ่มเติมจากเรือลำเลียงของเยอรมันที่ วิโก้ ประเทศสเปน จากนั้นให้นำเรือผ่านช่องแคบ ยิบรัลต้า เพื่อไปยังฐานทัพเรือ ลา สเปเซีย ด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เจ้าช่องแคบนี้กว้างเพียง 7 ไมล์เท่านั้นและเรือรบอังกฤษอยู่เต็มไปหมด ผู้การรู้ว่าเสี่ยงมากที่จะนำเรือผ่านออกไปจึงวางแผนให้ต้นกลกลับบ้านไปหาเมียที่ป่วยพร้อมกับ หมวดเวอร์นเนอร์ ที่ไม่ใช่ลูกเรือโดยตรง
 
ชมภาพวิวทะเลบ้าง ทั้งยามสงบและยามปั่นป่วน
 
ที่เรือสินค้าซึ่งมาส่งสัมภาระให้นั้นมีเรื่องขำ ๆ เมื่อรอง 1 ซึ่งเนี๊ยบตลอดเวลาแต่งชุดเต็มยศขึ้นเรือในขณะที่นายทหารคนอื่น ๆ มอมแมมกันทั้งนั้น ผู้การเรือสินค้าเข้าใจผิดเข้าไปทักทายอย่างดีเลยละครับ และที่นี่เองที่หน่วยเหนือมีคำสั่งระงับการขึ้นบกของต้นกลและหมวดเวอร์นเนอร์ ทั้งสองคนต้องผจญภัยไปกับ อู – 96 อีกครั้ง
 
หลังจากรับเสบียงเสร็จ อู – 96 เริ่มออกเดินทางเพื่อผ่านช่องแคบ ยิบรัลต้า ที่เต็มไปด้วยอันตรายจากกองเรือฝ่ายข้าศึกที่เฝ้าช่องแคบนี้อยู่ ผู้การใช้แผนปลอบใจลูกเรือโดยบอกว่า จะเดินทางเวลากลางคืน เมื่อถึงเวลาผ่านช่องแคบ จะดำน้ำและค่อย ๆ ปล่อยให้เรือไหลไปตามกระแสน้ำเพื่อลดการตรวจจับจากฝ่ายอังกฤษ แผนนี้ มีแต่พวกเฒ่าทะเลที่กรำศึกมานานแล้วถึงรู้ว่าเป็นแค่แผนปลอบใจเท่านั้น แต่ทุกคนก็ยินดีที่จะติดตามผู้การของเขาไปทุกแห่งทุกที่ด้วยความเชื่อมั่นในฝีมือ
 
22.15 น. ขณะที่กำลังนำเรือบนผิวน้ำเพื่อจะหาจุดผ่านช่องแคบ เรือถูกโจมตีจากเครื่องบิน คริชบัม ต้นเรือบาดเจ็บสาหัส เรืออังกฤษที่อยู่รอบ ๆ บริเวณนั้นต่างแห่กันมารุมกินโต๊ะ อู – 96 เรือเสียหายมาก ต้องจมลงถึงก้นช่องแคบที่ความลึกประมาณ 280 เมตร หางเสือติด ระบบควบคุมการดำเสียหาย เรือทะลุรั่วหลายแห่ง ห้องแบตเตอร์รี่รั่ว เครื่องจักรใหญ่เสียหาย แต่ลูกเรือทุกคนยังมีขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม พวกเค้าใช้ความสามารถที่มีอยู่พยายามช่วยกันกู้ซ่อมเรือของพวกเค้า
 
ถูกเครื่องบินโจมตี
 
โยฮัน ทหารพรรคกลิน (ช่างเครื่อง) ที่เคยสติแตกตอนถูกโจมตีครั้งแรก ๆ นั้น ถึงเวลานี้กลับเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม จุดต่าง ๆ รวมทั้งท่อทางเดินที่รั่วทำให้น้ำเข้าท่วมเรือนั้น โยฮันได้ใช้ความสามารถพาลูกทีมเข้าจัดการอุดได้ทั้งหมด ทำให้เรือปลอดภัยขึ้นมาระดับหนึ่ง จากนั้น ทีมพรรคกลินที่เหลือนำโดยต้นกลฝีมือดีก็เข้าแก้ไขสถานการณ์เป็นจุด ๆ ไป ในขณะที่อากาศในเรือเริ่มจะน้อยลง ลูกเรือที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างปฎิบัติหน้าที่ถูกสั่งให้อยู่นิ่งและใช้เครื่องฟอกอากาศในการหายใจ การซ่อมดำเนินไปท่ามกลางความตรึงเครียดของทุกคน แต่ทุกคนเก็บอาการไว้ได้ดี
 
15 ชั่วโมงผ่านไป จากฝีมือของเหล่าพรรคกลินและลูกเรือทุกคน ความเสียหายต่าง ๆ กลับคืนสู่สภาพเกือบปกติ ต้นกลเข้ามารายงานผู้การถึงสภาพของเรือในขณะที่ตัวผู้การเองก็เริ่มท้อแล้ว ทุกคนดีใจที่จะได้กลับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง ก่อนสั่งลอยลำขึ้น ผู้การได้ซักซ้อมแผนการต่าง ๆ รวมทั้งให้เตรียมการสละเรือถ้ามีการโจมตีจากเรือข้าศึก  เพราะขณะนี้ เรืออยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมรบกับใครเลย
 
โยฮัน ทหารพรรคกลิน ขณะกำลังฟังเสียงเครื่อง
 
และแล้ว เหมือนกับพระเจ้ายังปราณีไม่ให้พวกเค้าต้องฝังร่างตายอยู่ใต้ท้องทะเลทั้งเป็น เรือสามารถลอยลำขึ้นมาได้และไม่ปรากฎว่าจะมีเรือข้าศึกอยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย ข้าศึกคงคิดว่าได้ฝังพวกเค้าไว้ใต้ท้องทะเลไปแล้ว เรือเริ่มเดินเครื่องด้วยความเร็วเต็มฝีจักรกลับสู่ฐานทัพที่ ลา โรเชลล์ ท่ามกลางความดีใจของทุก ๆ คนในสภาพที่เรือโทรมเต็มที่
 
เมื่อถึงท่าเรือที่ ลา โรเชลล์ คริชบัม ถูกนำตัวขึ้นไปเป็นคนแรกเพื่อนำส่งโรงพยาบาลในทันที และในขณะที่ลูกเรืออื่น ๆ กำลังมีความสุขในการที่ได้กลับมาถึงฐานทัพของพวกเค้านั้น เครื่องบินข้าศึกนับสิบลำได้เข้าทำการโจมตีฐานทัพ ทุกคนรีบขึ้นจากเรือพากันหาที่หลบภัย หลายคนบาดเจ็บ และหลายคนต้องตายไป เช่น โยฮัน ช่างเครื่องฝีมือดีผู้ผ่านมาแล้ว 9 สมรภูมิ รอง 2 ผู้มีอารมณ์ดีตลอดเวลา พิลกริม ต้นหนคู่ใจของผู้การ ยังมีเจ้าหนุ่มน้อยหัวใจสีชมพูที่เฝ้าเขียนจดหมายถึงแฟนสาวทุกครั้งที่มีเวลาว่าง และ รวมทั้งผู้บังคับการเรือที่ก่อนจะหมดลมหายใจเฮือกสุดท้าย ยังเฝ้ามองเรือคู่ใจของเค้าที่ค่อย ๆ จมลงไปจนหมดลำ คงจะสงสัยก่อนตายมั๊งว่า ทำไม เราอุตส่าห์นำเรือมาได้ขนาดนี้ ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานามาได้ กลับมาล่มเมื่อจอดซะนี่เอง
 
อุตส่าดั้นด้นมาถึงบ้าน กลับถูกโจมตีจน "เรือล่มเมื่อจอด"
 
เป็นหนังดูสนุกครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับเรือดำน้ำหลาย ๆ อย่าง ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ได้เห็นความสามัคคีกัน มีฉากที่ชวนให้ตื่นเต้นหวาดเสียวหลายฉาก โดยเฉพาะตอนเสียง โซนาร์ ข้าศึกดังปิ้ง ๆ อยู่บนหัว แล้วก็ตามมาด้วยระเบิดน้ำลึกตูมตามมาอีก ให้อารมณ์ร่วมมันดีครับ เป็นหนังสงครามเรื่องหนึ่งที่ทหารในหนังไม่ได้ยิงกันซักโป้งเดียว ยกเว้นตอนเมาเหล้าในสโมสรตอนต้นเรื่องนะครับ ตอนนั้นยิงเพราะความเมา แถมแม่นอีกต่างหาก ใครมีหนังเรื่องนี้อยู่ลองเปิดดูอีกทีซีครับ ยิงแม่นซะ…ไม่มี
 
                ผมชอบฉากสุดท้ายครับ ตอนที่ผู้การมองเรือแกค่อย ๆ จมลงไป ผมว่าเหมือนกับในเพลงพระราชนิพนธ์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาของทหารเรือไทยเลยครับ ตอนที่ว่า “ถึงเรือจะจมในน้ำธงไม่ต่ำลงมา” เพลง “ดอกประดู่” ไงครับ จำได้ไหม เหมือนในหนังเลยครับ เรือ อู – 96 ค่อย ๆ จมลงไปโดยที่ในขณะนั้น ธงสวัสดิกะ ก็ยังพริ้วอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งจมไปกับเรือ ใครชอบเพลงนี้บ้างครับ ผมมีเป็นรุ่นเก่าแก่มากเลยครับ ได้อารมณ์ไปอีกแบบจากที่ขับร้องและบรรเลงโดยวงดุริยางค์ทหารเรือ เพลงนี้ เคยคึกคักล่าสุดก็สมัยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เป็นนายกรัฐมนตรี และก็ตอน วีรกรรมดอนแตง อีกครั้ง จากนั้นก็แทบไม่เคยได้ยินจากสื่ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของกองทัพเรืออีกเลย เป็นเพลงที่ฟังไปแล้วเห็นภาพตามได้อย่างชัดเจนเลยครับ รวมถึงเพลง “หนักแผ่นดิน” ที่ตอนนี้ ปัจจุบันนี้ น่าจะเอามาเปิดให้หลาย ๆ คนรู้ว่า “คนแบบไหน เป็นคนหนักแผ่นดิน”
 
"ถึงเรือจะจมในน้ำ ธงไม่ต่ำลงมา"
 
                สุดท้าย ขอขอบคุณ คุณสุรพล แห่งร้าน “โมเดลเวิลด์” สนามเป้า ที่กรุณามอบหนังเรื่องนี้ให้ผมได้มาดู และผมก็เอาเขียนคุยกันกับพวกเรา ขอขอบคุณอีกครั้งครับผม
 
                สำหรับเรื่องต่อไป ไหน ๆ เราก็ลงทัวร์เรือดำน้ำกันแล้ว เมื่อ อู – 96 จมลง เราย้ายเรือใหม่กันดีไหมครับ ผมว่าจะพาท่านลงเรือของอังกฤษบ้าง เรื่องต่อไปขอคุยกันถึงเรื่องเรือชื่อ Surprise จากหนังเรื่อง  Master and Commander กันนะครับ แล้วค่อยขึ้นบก ไปดูกันว่า ตะวันตกถูกพิชิตได้อย่างไร จากเรื่อง How the West Was Won ตามที่ webmaster คุยไว้ว่า…อยากได้ครับ เพื่อน ๆ สมาชิกท่านอื่น ๆ ว่าอย่างไรบ้างครับ…อืม…ไม่ขอเสียงดีกว่า…ขอไป…เก้อ…ทุกที
 
ชื่อเรื่อง                : Das Boot (The Boat)
ชนิดแผ่น             : DVD Soundtrack ความยาว 3 ชั่วโมง 27 นาที
ผู้จัดจำหน่าย       : Columbia Pictures ปี 1982
อำนวยการสร้าง  : Wolfgang Peterson
บทประพันธ์          : Lothar – Gunther Buchheim
ดารานำแสดง                
  • Jurgen Prochnow
  • Herbert Gronemeyer
  • Klaus Wennemann
  • Hubertus Bengsch
  • Martin Semmelrogge
หนังสืออ้างอิง       : “ฉลามเหล็ก” แปลโดย นาวาเอกประเทือง ศรีสุข สำนักพิมพ์ บงกช พ.ศ. 2523
 

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นท้ายบทความ (ต้อง Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

 




สงครามโลกครั้งที่ 2 - ยุโรป

Brother's War ยุทธการสกัดแผนการหลังม่านเหล็ก วันที่ 07/12/2009    article
Life Is Beautiful ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง(?) วันที่ 30/10/2009    article
Stauffenberg ในเวอร์ชันของเยอรมันเอง วันที่ 16/08/2009    article
Valkyrie : ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก วันที่ 12/08/2009    article
Kelly's Heroes การเสียดสีความเป็นวีรบุรุษของอเมริกัน วันที่ 10/05/2009    article
Enigma รหัสลับพลิกโลก วันที่ 16/04/2009    article
The Fallen หลายฝ่ายหลายชีวิตกับความไร้สาระของสงคราม วันที่ 11/04/2009   
ป้อมปืนนาวาโรน หนามแหลมมีพิษที่ยอกอกอังกฤษ วันที่ 05/03/2009    article
La Grande Vadrouille: หนังสงครามแนวตลกชั้นครู วันที่ 16/11/2008    article
Saints and Soldiers รบกันแต่อย่าเกลียดกัน??? วันที่ 11/10/2008    article
The Devil's Brigade กองพลน้อยปีศาจลูกผสมอเมริกัน-แคนาดา วันที่ 28/09/2008    article
Mosquito Squadron นิยายรักนักบิน วันที่ 19/05/2008   
Where Eagles Dare วันที่ 05/12/2007   
THE EAGLE HAS LANDED (แผนสิบหกอินทรีเหล็ก) วันที่ 17/11/2007   
The Pianist ความวิปโยคจากอคติทางเชื้อชาติ วันที่ 26/10/2007   
The Last Armored Train ว่าด้วยรถไฟหุ้มเกราะในสงครามโลก วันที่ 14/10/2007   
Days of Glory เมื่อพี่(ฝรั่ง)เศสยังติดหนี้คนอาหรับ วันที่ 29/09/2007   
To Hell And Back สงคราม...สร้างวีรบุรุษ วันที่ 31/08/2007   
The Great Escape แหกค่ายมฤตยู วันที่ 20/07/2007   
Combat! คัมแบ็คในรูปแบบ VCD วันที่ 30/06/2007   
D-Day the Sixth of June นิยายรักวันดีเดย์ วันที่ 08/06/2007   
D-Day 6.6.44 สารคดี จาก BBC วันที่ 22/05/2007   
The Atlantic Wall ปราการชายฝั่งยุโรป ของ ฮิตเลอร์ วันที่ 16/05/2007   
Saving Private Ryan วันที่ 13/05/2007   
Von Ryan's Express ด่วนนรกเชลยศึก วันที่ 12/05/2007   
Memphis Belle ป้อมบินเย้ยฟ้า วันที่ 28/04/2007   
633 ฝูงบินมัจจุราช วันที่ 16/04/2007   
Cross of Iron อิสริยาภรณ์ แห่ง ความกล้า กับ ความบ้าเกียรติ วันที่ 13/04/2007   
The Bridge at Remagen อีกยุทธการยึดสะพานที่คำสั่งเป็นพิษ วันที่ 10/02/2007   
Donwfall (Der Untergang) ปิดตำนานบุรุษล้างโลก (ฮิตเลอร์) วันที่ 10/01/2007   
Band of Brothers บทเรียนเรื่อง "ภาวะผู้นำ" วันที่ 31/12/2006   
Sophie Scholl กับ ขบวนการต่อต้านนาซี ใน เยอรมัน วันที่ 31/12/2006   
A Bridge Too Far ศึกสะพานนรก เพราะการวางแผนผิดพลาด วันที่ 29/12/2006    article
D-Day: Men and Machines สารคดี เบื้องหลัง การยกพลขึ้นบก ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ วันที่ 29/12/2006   
Battle of the Bulge ยุทธภูมิรถถังที่อาศัยการตีความข้อมูลข่าวกรอง วันที่ 29/12/2006   
Battle of Britain สงครามอินทรีเหล็ก วันที่ 29/12/2006   
The Longest Day การยกพลขึ้นบก ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วันที่ 29/12/2006   
ยุทธภูมิเลือด Stalingrad วันที่ 29/12/2006   
Enemy at the Gates : วีรบุรุษสามัญชนจากอูราลในสมรภูมิ สตาลินกราด วันที่ 29/12/2006   





ความคิดเห็นที่ 1 (747)
avatar
Leo53


อยากขอความรู้เกี่ยวกับระเบิดน้ำลึกที่ทิ้งลงมาจากเรือพิฆาตครับ  ลักษณะการระเบิดจะระเบิดเมื่อกระทบกับเรือดำน้ำ หรือว่าระเบิดตามระดับความลึกที่ตั้งไว้ หรือระเบิดตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ หรือ??? อ่านจากบทความแล้วสันนิษฐานว่าโอกาสที่เรือพิฆาตจะจมเรือดำน้ำได้มีไม่มากนัก?

 

ในสภาวะสงครามขณะนั้น กองทัพเรือเยอรมันมีแต่กองเรือดำน้ำเท่านั้นหรือครับที่จะสู้อังกฤษได้ กองเรือรบบนผิวน้ำถูกทำลายไปเกือบหมดแล้วหรือครับ?

ผู้แสดงความคิดเห็น Leo53 (chanchai-dot-d-at-chaiyo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-06-17 17:30:45


ความคิดเห็นที่ 2 (748)
avatar
โรจน์


เขาว่าเยอรมันไปเสียเรือรบในการรบกับสัมพันธมิตรที่นอร์เวย์หลายลำ ทำให้ไม่สามารถยกพลขึ้นบกที่อังกฤษ และต้องใช้เรือดำน้ำเป็นหลักตลอดสงครามครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (webmaster-at-iseehistory-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2008-06-17 21:24:40


ความคิดเห็นที่ 3 (759)
avatar
countryboy


เรียน ท่าน Leo 53 ครับ

เรื่องระเบิดน้ำลึกนี่  เท่าที่ทราบมานะครับ  จะระเบิดที่ความลึกตามที่ตั้งไว้ครับผม  โดยเรือผิวน้ำ  จะใช้โซนาร์ตรวจจับเรือดำน้ำว่าอยู่ที่ตำแหน่งไหน  ความลึกเท่าไหร่  จากนั้น  จะกำหนดความลึกที่จะทำให้ระเบิดระเบิดขึ้นได้ครับ  คงจะอาศัยความกดดันของน้ำที่ระดับต่าง ๆ น่ะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น countryboy (fromcountryboy-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-06-18 14:19:51


ความคิดเห็นที่ 4 (893)
avatar
PT109


เรื่องนี้คล้ายเรื่อง U-571ครับแต่เรื่องU-571นั้นเป็นภารกิจของทหารเรือพันธมิตรที่ไปขโมยเครื่องอินิมาจากเรื่องอูฝ่ายเยอรมัน มีฉากเรือดำน้ำดำหนีระเบิดน้ำลึกเหมือนกัน มีใครเคยดูบ้างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น PT109 (F-31-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-06-27 15:44:47


ความคิดเห็นที่ 5 (1132)
avatar
คนเล่าเรื่อง


ครับ เรื่องนี้ ผมเคยดูเมื่อนานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยยังไม่เข้าใจในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ครับ  เคยได้ดูซ้ำตอนที่เคเบิ้ลนำมาฉายเมื่อหลายเดือนก่อนครับ

ที่จริง ทหารนาซี 40,000 คนที่ปฏฺบัติภาระกิจใต้ท้องทะเลนี้นับว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่ไม่ต้องกินกระทิงแดงหรืออะไรสีแดงที่คนเพื่อชีวิต (ตัวเอง) ผลิตออกมา  หนังทั้งเรื่องมาจบตรงที่ภาระกิจของพวกเขาน่าจะประสบความสำเร็จ  กลับบ้านอย่างวีรบุรุษ ได้รับเหรียญตรา  แตรที่หนังต้องจบด้วยความย่อยยับของฝ่ายเยอรมันแบบหักมุมนั้น ผมเดาว่า ผู้สร้างคงต้องการหลีกเลี่ยงการประท้วงจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ต้องการให้มีการนำเสนอความสำเร็จใดๆ ของพรรคนาซีเยอรมันในอดีตผ่านทางภาพยนตร์ก็เป็นได้ครับ (ลองสังเกตดูนะครับ ของเล่นเด็กจำพวกชุดทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ชองฝ่ายเยอรมันนั้น  จะมีแค่ตรากางเขนเหล็ก ไม่มีตราสวัสดิกะของพรรคนาซีเลย  เพราะหลายๆ ประเทศได้ห้ามเอาไว้)

สำหรับเนื้อเรื่องนั้น  ผมสังเกตว่ามีจุดที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นทหารมนุษย์ที่ฝ่ายเยอรมันเป็นจริง  ต่างจากการเป็นเครื่องจักรกลสงครามที่ฝ่ายชนะพยายามยัดเยียดเอาไว้ในหนังทุกเรื่อง (ทหารเยอรมันในฮอลลีวู้ดต่างมีบุคลิกดังนี้ คือ โหด อำมหิต เลือดเย็น  กักขฬะ หยาบคาย  แล้วบางทีก็โง่เง่า  ตายง่ายเป็นฝูงๆ )

ขอบพะรคุณครับกับบทความวิเคราะห์หนังประวัติศาสตร์ดีๆ ผมขอเชิญคุณ country boy ให้ช่วยออกความเห็นในหนังที่ผมวิเคราะห์หน่อยครับ โดยเฉพาะเรื่องเกียรติภูมิชาติทหารครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง (danai-at-buu-dot-ac-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-07-14 17:14:02


ความคิดเห็นที่ 6 (1166)
avatar
โรจน์ (Webmaster)


ขอเสริมนิดนึงว่า เรื่อง "เกียรติภูมิชาติทหาร" พึ่งนำขึ้นเว็บเมื่อตะกี้ ดูได้ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538686577&Ntype=10 ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-07-15 22:43:23

[1]

Copyright © 2010 All Rights Reserved.

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search

eXTReMe Tracker
LeftHit.com
Visitors : 123416
Ready Website Service