dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Genghis Khan เวอร์ชันญี่ปุ่น : สงคราม กับ ผู้หญิง และ ครอบครัว
วันที่ 19/05/2013   19:12:31

โดย webmaster@iseehistory.com

หนังสงครามหลายๆ เรื่องอาจจะเน้นแต่วีรกรรมและวีรเวร เอ๊ย! โศกนาฏกรรมของผู้ชายที่ไปรบ ทั้งที่จริงผู้หญิงก็ต้องรับเคราะห์กรรมไปกับสงครามที่ผู้ชายก่ออยู่เรื่อย ไม่ว่าการสูญเสียคนที่รัก หรือถ้าบ้านเมืองถูกรุกราน ก็ไม่แคล้วถูกทหารผู้ยึดครองกระทำย่ำยีต่างๆ คราวก่อนได้นำเรื่องราวของเจงกิสข่านเวอร์ชันบีบีซีในแง่มุมสารคดีที่ว่าเขาก้าวขึ้นสู่การเป็นจักรพรรดิ์ (ที่ใครจะเรียกว่า "ผู้พิชิต" หรือ "จอมโหด" ก็แล้วแต่) ได้อย่างไร เรื่องราวของเจงกิสข่านในเวอร์ชันญี่ปุ่น (Genghis Khan: To the Ends of the Earth and Sea - ค.ศ.2007/พ.ศ.2550) นี้ จะนำเสนอชีวประวัติของจักรพรรดิ์องค์นี้ในอีกแง่มุมหนึ่ง คือจากมุมมองของผู้หญิงและปัญหาครอบครัวครับ

เรื่องย่อ

แผนที่ชนเผ่าต่างๆ ในมองโกล

ช่วยด้วย อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก เป็นแผนที่แสดงที่ตั้งของชนเผ่าต่างๆ ในมองโกลยุคนั้นครับ

ภาพยนตร์เริ่มจากการบรรยายว่า ในปีค.ศ.1161(พ.ศ.1604) ดินแดนมองโกลเวลานั้น มีชนเผ่ามองโกลแยกกันอยู่เป็นเผ่าๆ แต่ละเผ่าต่างก็รบกันเป็นอาจิณ มีเผ่าที่สำคัญได้แก่ ทายิชิอัท (Tayichi'ut) ตาตาร์ (Tatar) เมอร์คิท (Merkit) มองโกล (Mongol) เคเรออิต (Kerait) เป็นต้น ถัดมาก็เป็นฉากที่ ชิเล็ด ชาวเผ่าเมอร์คิทกำลังพาภรรยาสาวที่พึ่งแต่งงานกันนาม ฮุยลุน รีบเดินทางผ่านเขตของเผ่ามองโกล แต่ก็ไม่อาจพ้นการตามล่าของเผ่ามองโกลที่นำโดย เยซูกี บัคฮาเทอร์ ได้ ฮุยลุนได้ขอให้ชิเล็ดหนีเอาตัวรอดไปก่อน และเธอก็ต้องตกเป็นภรรยาของเยซูกี โดยหวังว่าชิเล็ดจะมาช่วยเธอในวันหลัง หรือไม่สักวันคงได้แก้แค้น หลายเดือนผ่านไป เธอคลอดบุตรกับเยซูกีในวันเดียวกับที่เขาชนะศึก สามารถฆ่าหัวหน้าศัตรูที่กล้าหาญ ชื่อ เตมูจิน อูกี จึงตั้งชื่อลูกว่าเตมูจิน โดยถือว่าเป็นชื่อมงคลที่ตั้งตามชื่อศัตรูผู้กล้าหาญ เมื่อเตมูจินอายุ 14 เยซูกีพาเตมูจินไปแสวงหาเจ้าสาว ระหว่างทางก็สอนเตมูจินว่า บรรพบุรุษของชนเผ่ามองโกลตามตำนานคือเทพหมาป่าสีน้ำเงิน และแล้วขณะที่สองพ่อลูกพักอยู่กับเดอิ ไซชุน แห่งอองกิแรท ก็ได้ตกลงหมั้นหมายเตมูจินกับบอร์เต บุตรสาวของเดอิ ไซชุน นั้นเอง เตมูจินยังได้พบกับจามูคาแห่งบอดิแรค ทั้งสองได้ประลองธนูกัน ปรากฏว่าเตมูจินแม่นกว่า จามูคายอมรับในฝีมือจึงตกลงเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน และจามูคายังได้เล่าถึงความปรารถนาของตนที่จะรวบรวมชนเผ่าต่างๆ ในมองโกลให้เป็นชาติเดียวกันด้วย

พ่อพาไปพบและหมั้นหมายกับบอร์เต

แต่แล้วชีวิตวัยเด็กอันแสนสุขของเตมูจินก็จบลงเมื่อ มุนริค คนสนิทของบิดามาแจ้งข่าวว่า พวกตาตาร์ได้แอบวางยาพิษเยซูกีจนถึงแก่ความตายแล้ว เตมูจินมาถึงเผ่า 5 วันหลังพิธีศพพ่อ ขณะนั้น ทัลกูไตแห่งเผ่ายาทิชิอัดได้ตั้งตนเป็นหัวหน้า กวาดต้อนผู้คนในเผ่าของเยซูกีไปอยู่กับตน โดยอ้างว่าเตมูจินเป็นลูกของชนเผ่าเมอร์คิท ครอบครัวของเตมูจินต้องเผชิญความลำบากทั้งจากการหาอาหารประทังชีวิต และจากการที่น้องต่างมารดาของเตมูจินคือ เบคเตอร์ และเบลกูไตไม่ยอมแบ่งอาหารให้ครอบครัวโดยตั้งข้อรังเกียจว่าเตมูจินเป็นลูกของเผ่าเมอร์คิท จนเตมูจิน กับน้องชื่อควาซาร์ได้ร่วมกันสังหารเบคเตอร์ สร้างความเสียใจให้กับแม่เป็นอย่างมาก

พาเจ้าสาวคนสวยกลับบ้าน

เมื่อเตมูจินเป็นหนุ่ม ก็เริ่มมีผู้คนมาสมทบกับครอบครัวของเขามากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ถูกทัลกูไตกวาดต้อนไป ได้กลับมาอยู่กับเตมูจินเนื่องจากความไม่พอใจการปกครองของทัลกูไต นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มของบอร์ออร์ซูที่เตมูจินได้ไปทำความรู้จักขณะออกติดตามม้าที่ถูกขโมยไป ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของเตมูจินในภายหลัง ต่อมาเตมูจินได้ย้อนกลับไปหาบอร์เตหลังจากไม่ได้พบกันถึง 7 ปี ทีแรกพ่อของบอร์เตเข้าใจว่าเตมูจินตายไปแล้ว จึงตกลงยกบอร์เตให้เป็นคู่หมั้นของจามูคาแล้ว แต่จามูคาได้แสดงน้ำใจต่อทั้งสองโดยขอให้บอร์เตตัดสินใจเลือกเจ้าบ่าวเอง แน่ละครับว่านางเอกของเราเลือกพระเอกถูกคน เตมูจินจึงได้พาบอร์เตกลับมายังเผ่าท่ามกลางความชื่นชมยินดีของครอบครัวและคนในเผ่า ปีต่อมาเตมูจินได้นำผ้าขนสัตว์ซึ่งเป็นของขวัญที่บอร์เตมอบให้ในวันแต่งงานไปบรรณาการแก่โทครูลข่านแห่งเผ่าเคเรออิต ซึ่งมีกำลังคนมากกว่า โดยอ้างถึงคำสั่งเสียของพ่อซึ่งเป็นเพื่อนร่วมสาบานของโตครูลข่าน ท่านข่านก็สัญญาที่จะให้ความคุ้มครอง ต่อมา เผ่าของเตมูจินถูกโจมตีโดยพวกเมอร์คิท แม้ว่าเตมูจินจะได้เตรียมการป้องกันไว้อย่างดีจนคนส่วนใหญ่หนีเข้าสู่ที่ปลอดภัยได้ แต่บอร์เตกลับพลัดหลงกับนางฮุยลุน เมื่อนางฮุยลุนแม่ของเตมูจินทราบว่าผู้รุกรานเป็นเผ่าเมอร์คิตซึ่งผู้นำจะต้องเป็นชิเล็ด สามีเก่าของเธอ มาลักพาลูกสะใภ้ไป นางก็เสียใจ เมื่อเตมูจินถามว่าตนเป็นลูกของเผ่าเมอร์คิตหรือไม่ ฮุยลุนกลับบอกว่าขอให้เตมูจินพิสูจน์ตนเอง

ต้านทานพวกเมอร์คิตขนาดนี้ยังเสียบอร์เตไปได้

เวลาผ่านไปหลายเดือน เตมูจินได้ไปขอความช่วยเหลือจากโทครูลข่านและจามูคา ทั้งสามวางแผนร่วมกันที่จะจู่โจมเผ่าเมอร์คิตในตอนกลางคืน เตมูจิน ซึ่งรับหน้าที่โจมตีด้านหน้าขอกำลังเสริม 500 นายจากท่านข่าน ๆ ขอส่วนแบ่งที่จะได้จากการปล้นทรัพย์สิน 7 ส่วน ให้เตมูจินเพียง 1 ส่วน และจามูคา 2 ส่วน จามูคาไม่พอใจและจะขอถอนตัว แต่เตมูจินต่อรองขอให้จามูคารับส่วนแบ่งของตนไป ทั้ง 3 ขุนศึกจึงรวมกำลังเข้าโจมตีเผ่าเมอร์คิทได้สำเร็จ แต่ข่าวร้ายคือแม้จะพบตัวบอร์เตแต่เธอได้ตั้งครรภ์แล้ว ส่วนชิเล็ดถูกจับตัวและถูกเตมูจินสังหารด้วยทวน

ถล่มเมอร์คิทชิงบอร์เตคืนมา

เผ่าของเตมูจินฉลองชัยชนะกันถึงสามวันสามคืน บอร์เตคลอดบุตรออกมาเป็นชาย ทีแรกเตมูจินต้องการจะฆ่าเด็กซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นสายเลือดเมอร์คิต แต่แม่ห้ามไว้ โดยอ้างว่าพ่อไม่เคยระแวงเลยว่าเตมูจินจะเป็นลูกเมอร์คิท หรือไม่ และตัดพ้อถึงความทุกข์ยากที่ผู้หญิงได้รับจากสงคราม เตมูจินจึงยอมไว้ชีวิตเด็ก และตั้งชื่อลูกว่า "โจชิ" ซึ่งแปลว่า "คนนอก"

ต่อมา มีคนมาอยู่กับเตมูจินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โตครูลข่าน เริ่มแสดงบทในการยุแหย่ให้เตมูจินกับจามูคาแตกแยกกัน โดยมาชวนให้เตมูจินไปช่วยกองทัพจีนรบกับเผ่าตาตาร์ โดยไม่ชวนจามูคา เตมูจินร่วมรบอยู่ราว 10 ปี ก็สามารถปราบเผ่าตาร์ตาลงได้ ท่านข่านยังคงยุให้เตมูจินปราบจามูคา แต่เตมูจินปฏิเสธ เพราะเห็นแก่เพื่อนร่วมสาบาน ขณะที่จามูคาก็ถูกลูกน้อยยุยงให้อิจฉาริษยาเตมูจินเช่นกัน ในระหว่างการกวาดล้างพวกตาตาร์ที่เหลือ เตมูจินได้รับทหารหญิงของเผ่าตาตาร์ ชื่อ คูลาน ไว้ในกองทัพของตน เมื่อกลับมายังเผ่า เตมูจินได้สั่งการให้โจชินำทหารไปกวาดล้างพวกเมอร์คิทที่หลงเหลืออยู่ทางเหนือ

สงครามปราบจามูคา

เมื่อคนของจามูคาอพยพหลบหนีมาอยู่กับเตมูจินมากขึ้น จามูคาได้ส่งคนไปลอบสังหารเตมูจิน แต่ไม่สำเร็จเพราะคูลานช่วยไว้ได้ ในที่สุดทั้งสองก็ยกทัพมารบกันเป็นเวลาหลายวัน ในที่สุด จามูคาก็พ่ายแพ้ ถอยทัพหนีไปขอความช่วยเหลือจากโทครูลข่าน ให้นำทหารเข้าโจมตีขณะที่กองทัพของเตมูจินกำลังอ่อนล้า ด้านเตมูจินเองซึ่งทราบข่าวก็ไม่ยอมให้ทหารได้พักรบเช่นกัน สั่งให้ทหารไปต่อสู้กับโทครูลข่านอีก แต่ไม่ยอมให้โจชิไปด้วย สร้างความน้อยใจอย่างมากให้กับโจชิที่ทราบมาก่อนแล้วว่า พ่อเคยคิดจะฆ่าตนด้วยความระแวงสายเลือดเมอร์คิท เตมูจินเสียเปรียบในการรบกับโตกริลข่านเป็นอย่างมาก จนต้องแตกทัพหนีกระเซอะกระเซิง แต่ในที่สุดก็สามารถรวบรวมกองทัพกลับไปโจมตีข้าศึกได้อีกในขณะที่โตกริลข่านกำลังเตรียมถอนกำลัง จามูคาได้สังหารโตกริลข่านด้วยความไม่พอใจที่ข่านกำลังจะหนี แต่ตัวเองก็ไม่รอด ถูกจับตัวไปให้เตมูจิน ๆ ขอให้จามูคามากลับมาร่วมมือกัน แต่จามูคาขอยอมตายด้วยมือเตมูจิน

สถาปนาตนเป็น เจงกิสข่าน

หลังจากชัยชนะครั้งนั้น เตมูจินสามารถรวบรวมชาวมองโกลเป็นปึกแผ่น จัดพิธีตั้งตนเป็น "เจงกิสข่าน" ในวันที่ 16 เมษายน 1206/พ.ศ.1749 และตัดสินใจที่จะยกกองทัพเข้าตีเมืองจีน โดยให้เรียกโจชิกลับมาร่วมรบ โจชิให้คนส่งข่าวมาว่าตนกำลังป่วย แต่มีพ่อค้ารายหนึ่งที่มาเยือนอ้างว่าโจชิยังสบายดี ทำให้เจงกิสข่านเริ่มระแวงจนเป็นปากเสียงกับพระมารดา ในที่สุดเจงกิสข่านได้นำกำลังพลไปดูด้วยตนเอง พบองค์ชายโจชิกำลังนอนป่วยเพราะถูกธนูอาบยาพิษจนตาบอด ทหารรายงานว่าองค์ชายโจชิได้พยายามปิดข่าวการป่วยของตนเพื่อไม่ให้ข้าศึกรู้และไม่ให้เจงกิสข่านทรงกังวล แต่ในที่สุด องค์ชายโจชิก็สิ้นพระชนม์ในอ้อมแขนของเจงกิสข่าน ต่อมา เจงกิสข่านได้กรีฑาทัพเข้าโจมตีเมืองจีน โดยทรงใช้แหวนสำหรับยิงธนูที่ได้เคยประทานให้โจชิเมื่อครั้งเสร็จศึกการปราบเผ่าตาตาร์ มาใช้ยิงพระแสงธนูเป็นการให้สัญญาณเข้าโจมตี

ลุยใส่กำแพงเมืองจีนเลย แต่ในประวัติศาสตร์บอกว่าเจงกิสข่านเข้ายึดซีเซี่ยก่อนครับ

ความเห็นของผม

ดังที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ผมเห็นว่าเป็นความคิดริเริ่มที่ดีมากๆ ที่จะนำเสนอสงครามจากมุมมองของผู้หญิง ซึ่งเป็นฝ่ายสูญเสียหรือผู้ถูกกระทำในสงครามที่ผู้ชายเป็นผู้ก่อขึ้น โดยฮุยลุน มารดาของเจงกิสข่าน เป็นผู้เล่าเรื่องมาตั้งแต่เริ่มแรก ที่อยู่ในหลายสถานะตามกาลเวลา จากเริ่มแรก เป็นภรรยาที่พรากจากสามีคนแรกโดยการช่วงชิงของสามีคนที่สอง สูญเสียสามีคนที่สองไปเป็นแม่ของลูกๆ ท่ามกลางความยากลำบากและความขัดแย้งของพี่น้อง เป็นแม่สามีที่ต้องสูญเสียลูกสะใภ้ไปชั่วขณะ เป็นย่าที่ต้องปกป้องหลานจากความหวาดระแวงของลูกชาย และเป็นแม่ของผู้นำเผ่าที่ต้องต่อสู้กับศึกสงครามมาไม่น้อยกว่าจะขึ้นสู่สถานะสูงสุดของมองโกล แล้วก็ยังจะทำสงครามต่อไปอีก คนที่บทบาทรองลงมา ได้แก่ บอร์เต ภรรยาผู้ถูกช่วงชิงตัวไปอยู่กับชายอื่นชั่วขณะ และกลับมาพร้อมกับบุตรในครรภ์เพื่อเผชิญความหวาดระแวงของสามีต่อบุตรชาย ปิดท้ายด้วย คูลาน หญิงชาวตาตาร์ที่หันมาเล่นบททหารเพื่อหนีจาก "วัฏจักรกรรมของผู้หญิงมองโกล" ขอตายอย่างทหารดีกว่าตกเป็นทาสหรือเครื่องปรนเปรอชายผู้ชนะ

โฉมหน้าของคูลาน นักรบสาวเผ่าตาตาร์

ในเมื่อหนังสงครามเป็นเรื่องของผู้ชายวันยังค่ำ บทบาทของสามหญิงสาวจึงไม่เด่นมากนัก กรณีของฮุยลุน "แม่เจงกิสข่าน" นั้น ถึงจะไม่ลอยเด่นออกมาชัดๆ ก็ยังรู้สึกว่าเธออยู่เบื้องหลังเนื้อเรื่องตลอด ขณะที่บอร์เตนั้น เหมือนจะเป็นแค่เมียพระเอกมากว่าจะเป็นนางเอก คือมีบทบาทเฉพาะช่วงแต่งงานจนถึงคลอดลูกเท่านั้น ส่วนคูลาน ขุนศึกหญิงของเรานั้น จะมีความสำคัญตอนพบเตมูจินครั้งแรก ตอนช่วยเตมูจินจากผู้คิดลอบสังหาร กับตอนแตกทัพคราวรบกับโทครูลข่านเท่านั้น นอกนั้นเหมือนเธอจะมีบทบาทแค่โผล่หน้านวลๆ ในชุดเกราะมาให้คนดูหนุ่มๆ ได้ผ่อนคลายจากบรรยากาศการรบบ้าง ไม่ได้ประอาวุธกับใครเลย ยิ่งกว่านั้น ในหนังเจงกิสข่านเวอร์ชันอื่นจะไม่ปรากฏหญิงตาตาร์ที่เป็นทหารเลย มีแต่สาวงามชาวตาตาร์ในเวอร์ชันหนึ่งที่ผมยังไม่ได้นำมาเขียน ซึ่งพ่อของเธอยกให้เตมูจินเพื่อขอให้ไว้ชีวิตชาวตาตาร์ แล้วต่อมาเตมูจินได้ยกสาวตาตาร์ผู้นี้ให้กับบุตรของโตกริลข่านเพื่อหวังผลทางการเมืองบางอย่าง รายละเอียดหากมีโอกาสจะได้นำเจงกิสข่านเวอร์ชันดังกล่าวมานำเสนอกันต่อไป เอาเป็นแม่ขุนศึกหญิงของเราคนนี้ น่าจะเป็นการแต่งเติมของผู้เขียนบทเพื่อให้ดาราฝ่ายหญิงมีอีกบทบาทที่แตกต่างออกไปเท่านั้น

มาดูตัวละครฝ่ายชายบ้าง ตัวเตมูจินหรือเจงกิสข่านนั้น ผมไม่ชอบอยู่หน่อยในช่วงวัยเด็กตอนที่ต้องฆ่าเบคเตอร์น้องชายนั้น เรื่องแบ่งเป็นสองขยัก คือตอนแรกเตมูจินไปพบว่าเบคเตอร์หาปลาได้แล้วไม่แบ่งครอบครัวจนทะเลาะกัน เบคเตอร์ท้าให้เตมูจินสู้กัน แต่เตมูจินเป็นฝ่ายถอย แล้วไปตามน้องชื่อควาซาร์มายิงเบคเตอร์ตายทีหลัง ทำให้ดูเหมือนเตมูจินเป็นคนไม่กล้าสู้เบคเตอร์ซึ่งๆ หน้า ถ้าแต่งเรื่องให้ทะเลาะจนเกิดการต่อสู้แล้วฆ่ากันตายแต่แรก จะดูดีและรวบรัดกว่า แต่ก็อาจจะดูรุนแรงกว่าเช่นกัน

ส่วนจามูคา เพื่อนพระเอกที่กลายมาเป็นผู้ร้ายนั้น เหตุแห่งความขัดแย้งกับเตมูจินดูเหมือนจะเป็นความริษยาที่ค่อยๆ สะสมกันมา ตอนแรกที่พบกันในวัยเด็กนั้น ภาพลักษณ์จามูคาค่อนข้างดีจากการที่ขอสาบานเป็นพี่น้องกับเตมูจินเพราะเตมูจินเก่งกว่า มาถึงตอนที่เปิดโอกาสให้บอร์เตเลือกระหว่างตนเองกับเตมูจินนั้น เมื่อบอร์เตเลือกเตมูจินเราพอจะเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเขาอยู่บ้าง และมาอิจฉากันจนอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้เพราะเตมูจินเริ่มจะ "เด่น" กว่าตนนั้น เป็นเรื่องปกติที่คนเคยเป็นเพื่อนกันจะมาแตกคอกันเพราะเรื่องแบบนี้ เพียงแต่ไม่ได้เน้นประเด็นที่มีกล่าวในเวอร์ชันของบีบีซีว่า ทั้งสองคนยังมีความคิดที่ต่างกันในเรื่องการปกครองและประเมินคุณค่าคน และไม่กล่าวถึงหมอผีที่ทำนายว่าเตมูจินจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เลย ส่วนการรบขั้นแตกหักกับจามูคาก็มีเพียงครั้งเดียว แทนที่จะเป็นสองครั้งตามประวัติศาสตร์ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะกลัวหนังจะยาวไปหรือไม่อยากทำฉากที่จามูคาจับขุนศึกของเตมูจินลงต้มในหม้อ

จามูคาถูกจับตัวมาให้เตมูจิน

เมื่อพูดถึงสงครามกับจามูคาแล้ว ความที่มารวบเป็นครั้งเดียวกัน เลยทำให้ไม่เห็นลักษณะของผู้ยิ่งใหญ่ในตัวเตมูจิน กล่าวคือในประวัติศาสตร์จริง เมื่อเตมูจินพ่ายแพ้ในการรบกับจามูคาครั้งแรก แทนที่จะท้อถอยกลับหันมาปรับปรุงกำลังรบของตนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น แล้วกลับมาได้ชัยชนะในการรบครั้งที่สอง คนที่เอาบทเรียนความพ่ายแพ้มาปรับปรุงให้กลายเป็นชัยชนะนั้น ดูน่านับถือ และดูสมจริงกว่าคนไม่เคยแพ้เป็นไหนๆ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือลำดับเวลาที่เกี่ยวกับบอร์เตและโทกรูลข่าน คือในเวอร์ชันอื่นๆ จะกล่าวว่า บอร์เตถูกแย่งชิงตัวในคืนวันแต่งงาน และเตมูจินได้นำเสื้อขนสัตว์ไปบรรณาการแต่โทครูลข่านในภายหลังเพื่อขอกำลังไปปราบเผ่าเมอร์คิท แต่ในเรื่องกลับเป็นว่าแต่งงานสักพักแล้วจึงไปหาท่านข่าน แล้วมาถูกชิงตัวบอร์เต และที่ดูอ่อนเหตุผลคือ เตมูจินได้เตรียมการป้องกันเผ่าอื่นโจมตีมาแต่แรก และดูเหมือนจะได้ผลดีในคราวที่ถูกเมอร์คิทโจมตี แต่บอร์เตก็หายไปเฉยๆ หรือผู้สร้างจะเห็นว่าฉากการฉุดคร่าผู้หญิงจะดูโจ่งแจ้งและรุนแรงเกินไป?

แม้ว่าการสร้างจะออกมาในแนวดรามาที่พยายามเน้นมุมมองความรู้สึกของผู้หญิง แต่ฉากการบการสงครามนั้นไม่ได้สอบตกเลย ยังคงความยิ่งใหญ่มโหฬาด้วยจำนวนคนและเครื่องแต่งกาย (คงแอบใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกช่วยบ้าง) แต่ไม่ถึงกับโหดร้าย รวมถึงฉากพิธีสถาปนาเจงกิสข่าน ฉากความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ ในยามสงบ ฉากธรรมชาติงามๆ อีกหลายฉาก ดนตรีประกอบ ช่วยให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์สงครามที่ผสานความเป็นดรามาได้อย่างลงตัว ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อาจจะแหม่งๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เจตนาบิดเบือน หรือเอามันเข้าว่าเพื่อเอาใจตลาดจนเลอะอย่างหนังฮอลลีวู้ดบางเรื่อง

ระหว่างการหาคลิปใน YouTube มาประกอบบทความ บังเอิญได้ไปเจอว่า ในปีเดียวกับที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ทางรัสเซียก็มีภาพยนตร์เกี่ยวกับเจงกิสข่าน คือ Mongol ออกฉายเช่นกัน ไม่ทราบว่าภาพยนตร์จริงจะออกมาในแนวใด คนไทยจะมีโอกาสได้ดูในรูปหนังแผ่นบ้างหรือไม่ เห็นแต่ว่าเวอร์ชันของบีบีซีก็พึ่งเริ่มฉายในปี 2005/2548 และยังวางขายตามร้านในเมืองไทยหลายร้าน ช่วงที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ทีวีไทยทีวีสาธารณะกำ็ลังฉายซีรีส์ เจงกิสข่าน อยู่ แล้วเมื่อไหร่จะมีเวอร์ชันดั้งเดิมที่ โอมาร์ ชารีฟ แสดงมาให้เราดูบ้างหนอ

คำคมชวนคิด

  • "ผู้หญิงต่างหากที่ทนทุกข์ทรมานจากวัฏจักรของการถูกข่มขืนและล้างแค้น" ฮุยลุน (แม่) กล่าวกับ เตมูจินเมื่อเตมูจินคิดจะฆ่าลูกชายของบอร์เตที่คาดว่าเป็นสายเลือดเผ่าเมอร์คิต
  • "ข้าจะไม่ยอมจมอยู่กับวัฏจักรกรรมของผู้หญิงมองโกลหรอก" คูลาน ทหารหญิงเผ่าตาร์ตา กล่าวกับ เตมูจิน

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Genghis Khan: To the Ends of the Earth and Sea หรือ The Blue Wolf

ชื่อภาษาญี่ปุ่น : Aoki Okami: chi hate umi tsukiru made

ชื่อภาษาไทย : เจงกิสข่าน

ผู้กำกำกับ : Shinichiro Sawai

ผู้เขียนบท : Takehiro Nakajima, Shoichi Maruyama

ผู้แสดง :

  • Takashi Sorimachi ... Genghis Khan
  • Rei Kikukawa ... Bolte
  • Mayumi Wakamura ... Hoelun
  • Ken'ichi Matsuyama ... Jochi
  • Yoshihiko Hakamada ... Khasar
  • Eugene Nomura ... Borchu
  • Ara ... Mistress Kulan
  • Takahiro Araki ... Chimbe
  • Kachiwo Endo ... Todoen Gilte
  • Yusuke Hirayama ... Jamuqa
  • Naoki Hosaka ... Yesugei
  • Sosuke Ikematsu
  • Satoshi Jinbo ... Thargtai
  • Ry? Karato ... Yeke Chired
  • Shunsuke Kariya ... Charaka
  • Koyuki
  • Hiroki Matsukata ... Toyril Khan
  • Kairi Narita ... Bergdai
  • Takuya Noro ... Chilaun
  • Rihoko Shimomiya ... Temulun
  • Togo Shimura ... Munlik
  • Ami Takeishi ... Young Bolte
  • Masahiko Tsugawa ... Khequchu
  • etc.

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)
     

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



เอเชียโบราณ

มังกรระห่ำ ดาบปราบพยัคฆ์ (Sino Dutch war 1661) แบบฉบับของการต้านชิงกู้หมิง วันที่ 19/05/2013   18:58:36
Jodhaa Akbar ภาพยนตร์เพื่อความสมานฉันท์ทางศาสนา วันที่ 19/05/2013   19:00:10
ฌ้อปาอ๋อง ขุนศึกลำน้ำเลือด วันที่ 19/05/2013   19:01:17
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน ภาค 1-2 (The Water Margin/All Men are Brothers) วันที่ 19/05/2013   19:02:10
ฤทธิ์จักรพญายม ภาค 1-2 วันที่ 19/05/2013   19:03:07
ทัชมาฮาล รักเราเป็นนิรันดร์ วันที่ 19/05/2013   19:09:43
สามก๊ก ตอน โจโฉ แตกทัพเรือ มหากาพย์แห่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์สามก๊กอีก 1 เรื่อง วันที่ 19/05/2013   19:10:42
Mongol แต่งประวัติศาสตร์ใหม่กันอีกแล้ว! วันที่ 19/05/2013   19:11:32
Genghis Khan BBC "จอมโหด" หรือ "ผู้พิชิต" วันที่ 19/05/2013   19:13:25
Marco Polo 2007 เมื่อครั้งตะวันออกยังเจริญกว่าฝรั่ง วันที่ 19/05/2013   19:14:31
Marco Polo ฉบับบู๊ลิ้ม วันที่ 19/05/2013   19:15:27
สารคดี The True Story of Marco Polo : มาร์โค โปโล ไม่เคยไปเมืองจีนจริงๆ ? วันที่ 19/05/2013   19:17:46
อโศกมหาราช (Asoka) จาก ทรราชย์ สู่ ธรรมราชา วันที่ 19/05/2013   19:18:37
ตามรอยพระพุทธเจ้า : คู่มือชาวพุทธฉบับ DVD วันที่ 19/05/2013   19:19:44
ขุนศึกหญิงตระกูลหยาง (Legendary Amazons) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:20:26 article
Genghis Khan (2004 TV series) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:21:12 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (1051)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

ขึ้นเว็บมาหลายวันแล้วยังไม่เห็นใครมีความเห็นอะไร ขอเพิ่มเติมอีกนิดว่า โจชิ นั้น ไม่ใช่ลูกชายหรือโอรสเพียงองค์เดียวของเจงกิสข่าน ในบางเวอร์ชันทางทีวีหรือในมังกรหยกนั้น โจชิ กลายเป็นที่รังเกียจของน้องๆ จนเป็นเรื่องวิวาทให้เจงกิสข่านต้องมาห้ามมวย แต่ในหนังเรื่องนี้ เขาคงไม่อยากให้ตัวละครเยอะนัก และความที่เป็นดรามา เลยปรับให้เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกแทนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-07-08 20:11:35



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker