dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


The Lost Battalion เนื้อแท้ของความกล้า
วันที่ 19/05/2013   18:22:55

 

โดย webmaster@iseehistory.com

"อยากรู้ว่าความโง่หรือความกล้าที่ดลใจอเมริกันพวกนี้" นายพล von Sybel กล่าวกับ พันตรี Henrich Prinz 2 ตุลาคม 1918/2461

คำกล่าวข้างต้นนี้อาจจะตรงใจของใครหลายๆ คนที่อาจสงสัยว่า วีรกรรมต่างๆ ในแต่ละสงครามนั้น มันเป็นความกล้าหาญจริงๆ หรือเป็นเพราะวีรชนเหล่านั้นเขาประเมินสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่อย่างไรกันแน่ ทหารอเมริกันที่ถูกกล่าวถึงนั้น เป็นกองพันหน่วยหนึ่งในตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ออกรบจนล้ำหน้าทหารหน่วยอื่นเข้าไปอยู่ในวงล้อมของทหารเยอรมันเข้า และสามารถต้านทานข้าศึกไว้อย่างเหนียวแน่นได้เป็นเวลาหลายวันกว่าฝ่ายเดียวกันจะสามารถเข้ามาช่วยได้ เบื้องหลังวีรกรรมนี้ก็แฝงไว้ด้วยปัญหาและความเจ็บปวดนานัปการ ดังที่ได้ถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มในภาพยนตร์เรื่อง The Lost Battalion ที่สร้างเป็นครั้งที่สองในปี 2001/2544 (ครั้งแรกในปี 1919/2462) ดังที่จะได้แนะนำดังต่อไปนี้

ภาพยนตร์เปิดฉากขึ้นใน เขตเมิส อาร์กอนน์ (Meuse-Argonne Sector) ในฝรั่งเศส ปี 1918 ทหารอเมริกันกองพันที่ 308 ในสนามเพลาะโดยการนำของพันตรี ชาร์ล ไวท์ วิทเทิลซีย์ (Maj. Charles White Whittlesey) อดีตทนายความจากนิวยอร์ค กำลังรอการกลับมาของหน่วยลาดตระเวณอย่างกระวนกระวาย และแล้วทหาร 3 คนสุดท้ายในหน่วยลาดตระเวณก็วิ่งหนีข้าศึกกลับมาท่ามกลางการระดมยิงของข้าศึกและการยิงคุ้มกันของเพื่อนๆ ในสนามเพลาะ แต่แล้วทั้งสามก็เสียชีวิตลงต่อหน้าต่อตาวิทเทิลซีย์ โดยคนสุดท้ายที่มีผ้าพันแผลรอบบริเวณตาวิ่งมาจนถึงขอบสนามเพลาะแล้ว ยังมาถูกยิงเลือดกระเด็นเต็มหน้าวิทเทิลซีย์ สร้างความผิดหวังแก่เขาอย่างมาก ถัดมา วิทเทิลซีย์ได้รับรับคำสั่งที่กองบัญชากองพลที่ 77 คำสั่งของท่านนายพลอเล็กซานเดอร์โดยสรุปคือ ทหารสัมพันธมิตร 3 กองพล ประกอบด้วยอเมริกัน 2 ฝรั่งเศส 1 จะเข้าโจมตีป่าอาร์กอนน์ โดยกองพันของวิทเทิลซีย์จะต้องเข้ายึด ชาร์ลโวซ์ มิลล์ (Charlevaux Mill) แม้ว่าวิทเทิลซีย์จะเห็นว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย แต่ก็จำใจรับคำสั่ง และสั่งให้ผู้กองแม็คเมอร์ทรี ลูกน้องคู่ใจ ไปหากำลังเสริมมาให้มากที่สุด ซึ่งผู้กองก็ได้ไปพบกับร้อยโทลีค (Lt. Leak) นายทหารใหม่จากเท็กซัสที่กำลังงุนงงกับผู้ใต้บังคับบัญชาจากนิวยอร์คที่ประกอบด้วยชนจากหลายเชื้อชาติ ให้นำกำลังไปสมทบ ส่วนจ่าเกเดอกี้ (Sgt. Gaedeke) ก็ได้นำทหารสองนายที่พึ่งถูกจับฐานหนีเที่ยวขึ้นรถไปร่วมสมทบด้วยเช่นกัน

กองพัน 308 ของวิทเทิลซีย์ตอนนี้จำต้องพร้อมรบแล้ว โดยมีกำลังส่วนใหญ่เป็นทหารหน้าใหม่จากเมืองหลวงที่มีหลายเชื้อชาติประกอบกัน ก่อนออกรบได้มีการอบรมกันนิดหน่อยในสนามเพลาะ จากนั้น เมื่อถึงกำหนดการเข้าตีป่าอาร์กอนน์ วีรกรรมของพวกเขาก็เริ่มขึ้น

 

(1 ตุลาคม) ต้องใส่วันที่ไว้ในวงเล็บ เพราะในหนังไม่ยักบอกวันที่เหมือนวันต่อๆ มา เมื่อถึงเวลาออกตี วิทเทิลซีสั่งทหาติดดาบ และกระโดดขึ้นจากสนามเพลาะเป็นคนแรกและให้สัญญาณทหารบุกตาม บางคนถูกยิงตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นจากสนามเพลาะได้ แต่หลังจากการรบอย่างดุเดือด กองพัน 308 ก็สามารถตีฝ่าทหารเยอรมันในสนามเพลาะฝั่งตรงข้ามแล้วบุกลึกเข้าไปในชายป่าได้สำเร็จ ขณะที่ทหารอเมริกันและฝรั่งเศสหน่วยอื่นๆ ไม่สามารถฝ่าการต้านทานของเยอรมันได้ วิทเทิลซีย์ซึ่งเห็นแต่เพียงว่าหน่วยของตัวสูญเสียหนักได้ขออนุมัติถอย แต่นายพลอเล็กซานเดอร์กลับอ้างว่ามีทหารฝรั่งเศสอยู่ปีกขวาและทหารอเมริกันอีกหน่วยอยู่ปีกซ้าย ขอให้วิทเทิลซีย์รุกต่อไป ทางฝ่ายเยอรมันเองแม้จะทราบว่ามีทหารอเมริกันล้ำหน้าเข้ามา แต่ยังไม่คิดว่าเป็นปัญหาอะไรมาก

 

2 ตุลาคม กองพัน 308 เริ่มเคลื่อนพลเข้าสู่เขตชาร์ลโวซ์ มิลล์ ผู้พันวิทเทิลซีย์สั่งให้พลทหารชินนำเครื่องโทรศัพท์ไปติดตั้งในที่ซ่อนด้านหลังเนื่องจากสายโทรศัพท์ยาวไม่พอ แต่ต่อมาสายโทรศัพท์นี้ก็ขาดลง ทำให้เริ่มมีปัญหาในการติดต่อกับกองบัญชาการ (ทั้งบทภาษาไทยและอังกฤษเรียกว่า "วิทยุ" หรือ "Radio" ในตอนแรก แต่ที่จริงเป็น "โทรศัพท์สนาม" ครับ) จึงต้องเริ่มใช้พิราบสื่อสารไปบอกตำแหน่ง ทางฝ่ายเยอรมันเริ่มเห็นว่ากองพัน 308 เป็นปัญหา นายพลฟอน ซีเบล จึงได้สั่งการให้พันตรีปรินซ์นำกำลังทหารเข้าไปเสริม

 

3 ตุลาคม ลีพาสตี พลนำสาร (Runner ในภาพยนตร์ใช้คำว่า "ม้าเร็ว") พบว่าพลทหารชิน ทหารสื่อสารประจำเครื่องโทรศัพท์สนามได้เสียชีวิตแล้วแต่โชคดีได้พบกับกองร้อยของร้อยเอกเนลสัน โฮลเดอร์แมน กองร้อยเค กองพัน 307 เข้า ผู้กองโฮลเดอร์แมนจึงให้ลีพาสตีนำเขาไปหาวิทเทิลซี พอดีจังหวะที่ทางกองพัน 308 กำลังถูกโจมตีอย่างหนักเข้าพอดี จึงสามารถผลักดันข้าศึกออกไปได้ แต่ยังมีปัญหาเนื่องจากมีพลซุ่มยิง (Sniper) ของข้าศึกคอยดักยิงทหารที่ออกไปหาน้ำให้คนเจ็บ ส่งทหารหมวดหนึ่งออกไปเพื่อหาหน่วยทหารที่เข้าใจว่าอยู่ทางปีก นอกจากไม่พบแล้วยังถูกซุ่มโจมตีเหลือกลับมาไม่กี่คน แม้กระนั้นก็ยังส่งข่าวไปยังกองบัญชาการว่าจะยันข้าศึกต่อไป

 

4 ตุลาคม พลทหารลิพาสตีออกไปล่อเป้าให้พลทหารโยเดอร์ผู้ยิงปืนแม่นเหมือนกันสามารถกำจัดพลซุ่มยิงข้าศึกได้สำเร็จ ทางฝ่ายเยอรมันเริ่มเตรียมการที่จะใช้ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Stoßtruppen หรือ Stormtroop ในบทภาษาไทยใช้คำว่า "หน่วยพิฆาต") ด้านบก.กองพลเกิดอยากจะช่วยวิทเทิลซีย์ขึ้นมา ก็ตัดสินใจยิงปืนใหญ่ไปยังบริเวณที่คาดว่าเป็นที่ตั้งทหารเยอรมัน แต่ความหวังดีแบบรู้ไม่จริงนี้เรียกเสียงเฮจากกองพัน 308 ได้ประเดี๋ยวเดียวก็ต้องหลบกระสุนปืนใหญ่พวกนี้กันจ้าละหวั่น จ่าเกเดอกี้ก็มาตายเพราะปืนใหญ่พวกเดียวกันนี่แหละ ผู้พันของเราต้องสั่งให้ส่งพิราบสื่อสารไปบอกให้หยุด ทหารเยอรมันพยายามระดมยิงนกพิราบตัวนี้ซึ่งมีืชื่อว่า เชอรามี (Cher Ami) จนได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังอุตส่ารอดชีวิตกลับไปถึงบก.ได้ เมื่อปืนใหญ่หยุดยิง กองพัน 308 รออยู่อย่างสงบ ปล่อยให้ทหารเยอรมันย่องเงียบเข้ามาจนอยู่ในระยะใกล้ แล้วจึงเปิดฉากการยิงเข้าใส่ จนสามารถผลักดันข้าศึกออกไปได้อีก แต่ก็ต้องเสียผู้หมวดลีคไปในฐานะเชลย

 

5 ตุลาคม เครื่องบินอังกฤษออกบินหาที่ตั้งของกองพัน 308 จนพบ ฝ่ายเยอรมันพยายามยิงสกัดจนนักบินบาดเจ็บ แต่ก็สามารถประคองเครื่องบินกลับไปถึงสนามบินได้ พลทหารฮอลลิงส์เฮดถูกทหารเยอรมันจับไปให้พันตรีปรินซ์

 

6 ตุลาคม ฝ่ายเยอรมันนำพลหทารฮอลลิงส์เฮดกลับมาเพื่อส่งจดหมายจากพันตรีปรินซ์มาถึงวิทเทิลซีย์ขอให้ยอมแพ้ วิทเทิลซีย์เอาไม้ติดธงขาวที่ฮอลลิงส์เฮดถือเข้ามาโยนกลับออกไปทางที่ตั้งของฝ่ายเยอรมันเป็นการปฏิเสธ

 

7 ตุลาคม มาแล้วครับ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เยอรมันเตรียมไว้เข้าโจมตีพร้อมด้วยเครื่องพ่นไฟ (Flamethrower) จำนวนมาก หมายจะย่างบรรดาพี่กันของเราให้หนำใจ แต่กองพัน 308 แม้จะเหลือกันน้อยแล้วยังคงเด็ดเดี่ยวไม่น้อยกว่าครั้งก่อนๆ ตรงเข้าสวนทางปืนและเปลวไฟของเยอรมันจนพี่เคร้าส์เองกลับเป็นฝ่ายถูกย่างไปก็หลายราย ในที่สุดก็ต้องถอยกลับแนวเช่นเคย ฝ่ายอเมริกันก็สูญเสียหนัก รวมถึงพลทหารโยเดอร์ นักแม่นปืนผู้กำจัดพลซุ่มยิงข้าศึกเมื่อวันก่อน หลังการโจมตีสักพักหนึ่ง กำลังทหารฝ่ายเดียวกันก็มาถึง ท่านนายพลอเล็กซานเดอร์ก็มาออกคำสั่งให้กองพัน 308 "กลับ" ได้แล้ว พร้อมกับคำเยินยอและคำสัญญาว่าให้บำเหน็จรางวัลแก่กองพันนี้ โดยไม่ถือสากับคำตัดพ้อต่อว่าของวิทเทิลซีย์ในเรื่องที่ไม่มีหน่วยอื่นอยู่ทางปีกจริงๆ ปิดท้ายภาพยนตร์ด้วยทหารของวิทเทิลซีย์ที่เหลืออยู่ราวสองร้อยคนเดินแถวออกจากที่ตั้งพร้อมคำบรรยายว่าหลังจากนั้น 5 สัปดาห์ สงครามก็ยุติลง โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์หลายคนได้รับความดีความชอบกันไป รวมถึงเจ้านกพิราบเชอรามี ก็ได้รับการจารึกเกียรติประวัติไว้ในสถาบันสมิธโซเนียนด้วย

สำหรับคำถามเดิมๆ ของพวกเรานักชมภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ว่า เรื่องนี้จริงหรือไม่แค่ไหน ตอบได้ว่ามาจากเรื่องจริง ตัวละครหลักๆ อย่าง ผู้พันวิทเทิลซีย์ ผู้กองแมคเมอร์ทรี นายพลอเล็กซานเดอร์ ฯลฯ นั้นมีตัวจริง แต่พอเทียบรายชื่อตัวละครทหารรายอื่นๆ กับในเวอร์ชันปี 1919 ที่บรรดาทหารในหน่วยมารับบทแสดงเป็นตัวเองแล้ว มีรายชื่อที่ไม่ตรงกันอยู่หลายนายครับ จะว่าสมมติตัวละครขึ้นมาใหม่บ้างหรืออย่างไรนี่ยังไม่สามารถยืนยันได้

กลับมาที่คำถามเดิมว่านี่คือความโง่หรือความกล้ากันแน่? ส่วนหนึ่งผมยอมรับนับถือว่าเป็นความกล้า แต่ในความกล้านี้มันมีเรื่องของความไม่รู้ปะปนอยู่ด้วย คือความหลงนึกว่ามีหน่วยทหารพวกเดียวกันอยู่ทางปีกตามที่ท่านนายพลกล่าวอ้าง

วิทเทิลซีย์ ตัวจริง ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Charles_White_Whittlesey

จากประวัติของผู้พันวิทเทิลซีย์ที่พอหาได้เพิ่มเติม พบว่าหลังสงคราม เขาได้พยายามกลับไปประกอบอาชีพทางกฎหมาย แต่กลับต้องเจอปัญหาของความเป็นคนดังเกินไปที่วันๆ มีแต่จะให้เขาไปปรากฏตัวที่นั่นที่นี่ และแล้วในกลางดึกวันที่ 26 พฤศจิกายน 1926/พ.ศ.2469 เขาก็หายตัวไปขณะเดินทางทางเรือจากนิวยอร์คไปยังฮาวานา โดยคาดว่าเขาอาจจะฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่มีพยานว่าเขากระโดดน้ำตายหรืออย่างไร ความตึงเครียดของเขาคงจะคล้ายๆ กับที่วีรบุรุษแห่งอิโวจิมาใน Flags of our Fathers เจอในอีกหลายปีต่อมา กล่าวคือหากดูตั้งแต่ต้นเรื่อง ความที่เขาไม่ใช่ทหารอาชีพ (เป็นทนายมาก่อน) มีทหารในสังกัดเป็นชาวนิวยอร์คที่ยังอ่อนหัดและร้อยพ่อพันแม่ และเขายังวิพากษ์วิจารณ์แผนการบุกอาร์กอนน์ต่อหน้าท่านนายพล ทำให้เขาเป็นเหมือนม้านอกสายตา แต่ครั้นพอกองพันของเขากลายเป็นหน่วยเดียวที่ล้ำหน้าเข้าสู่ที่หมายได้ เขากับพรรคพวกกลับต้องเสียสละยันข้าศึกให้กองทัพอยู่ตั้งหลายวันท่ามกลางความลำบากนานา อาจทำให้เขารู้สึกว่าเกียรติยศที่เขาได้รับภายหลังมันเว่อเกินจะรับได้ วีรบุรุษตัวจริงที่มาจากสามัญชนมักจะเป็นอย่างนี้แหละครับ

อีกด้านหนึ่ง ความร้อยพ่อพันแม่ของทหารอเมริกันในกองพัน 308 นี้ ก็คล้ายกับในหนังสงครามอีกหลายเรื่องที่พยายามสร้างความภูมิใจในความเป็นอเมริกันที่เกิดขึ้นจากการรวมคนหลายเชื้อชาติเข้าด้วยกัน ในเรื่องนี้มีชนชาติไหนบ้างดูจากในภาพยนตร์หรือจาก "คำคมชวนคิด" ข้างท้ายนะครับ ในแง่มุมหนึ่งก็เป็นสิทธิของเขาที่จะสร้างความภูมิใจในชาติแบบนี้ แต่ในอีกแง่หนึ่งดูคล้ายจะเป็นการสร้างความชอบธรรมในการไปทำสงครามแทรกแซงชาวบ้านเขาอยู่เรื่อย นี่แหละครับ ความรักชาติจะแบบอเมริกันหรือแบบไหนๆ ก็มองได้สองด้าน เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง แล้วความรักชาติก็จะไม่ไปเบียดเบียนคนอื่นครับ

คำคมชวนคิด :

  • "อยากรู้ว่าความโง่หรือความกล้าที่ดลใจอเมริกันพวกนี้" (I want to know if it's stupidity or inspired bravery that motivates these Americans) นายพล ฟอน ซีเบลกล่าวกับพันตรีปรินซ์
  • "ไม่มีใครผิดหรอก สงครามมันก็แบบนี้แหละ เป็นมาแบบนี้และจะเป็นต่อไป" (It's nobody's fault. It's the way war is. It always has been, always will be.) ผู้การจอห์นสัน นายทหารในกองพลที่ 77 กล่าวกับนายทหารอีกคนหนึ่ง
  • "อะไรก็คงสบายกว่านี้ ถ้าเราเลือกหน้าที่และพันธะเองได้ แต่เราเลือกไม่ได้ " (Life would be a lot simpler if we could choose our duties and our bligations. But we can't.) พันตรีวิทเทิลซีย์ กล่าวกับร้อยเอกโฮลเดอร์แมน
  • " อย่าไปดูถูกเขานะผู้กอง เมื่อสองวันก่อนเรามีชาวจีนเป็นพลวิทยุสื่อสาร มีอเมริกันอินเดียนเป็นพลนำสาร ตายแล้วทั้งคู่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ทั้ง อิตาเลียน ไอริช ยิว และโปล พวกนี้ไม่เคยจ้างผมเป็นทนาย เราคงไม่ต้องพร้อมหน้ากันแบบนี้ แต่เราจะไม่มีวันทั้งชีวิตเลยที่จะได้สนุกกับเพื่อนทหารดีๆ หรือคนดีๆ มากกว่าที่เราได้ทำในคืนนี้" (Don't sell them short, Captain. Two days ago, we had a Chinese working our field phone, an American Idian for a runner. They're both dead, but that's not the point. These Italian, Irish, Jews and Pols, they's never hire me as and attorney. We wouldn't be seen at the same events. But we will never in our lives enjoy the company of finer soldiers...or better men than we do tonight.) พันตรีวิทเทิลซีย์ กล่าวกับร้อยเอกแมคเมอทรี
  • "คุณมีลูกน้องให้ห่วงแค่ 600 ผมมี 2 หมื่นนายที่ส่งไปรบ" (But you had 600 men to worry about, and I had 20,000 sent into action.) นายพลอเล็กซานเดอร์กล่าวกับพันตรีวิทเทิลซีย์ในตอนท้ายเรื่อง

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : The Lost Battalion

ชื่อภาษาไทย : ฝ่าตายสงครามล้างนรก

ผู้กำกำกับ : Russell Mulcahy

ผู้เขียนบท : James Carabatsos

ผู้แสดง :

  • Rick Schroder ... Maj. Charles White Whittlesey
  • Phil McKee ... Capt. George McMurtry
  • Jamie Harris ... Sgt. Gaedeke
  • Jay Rodan ... Lt. Leak
  • Adam James ... Capt. Nelson Holderman, Co. K 307 th
  • Daniel Caltagirone ... Pvt. Phillip Cepeglia
  • Michael Goldstrom ... Pvt. Jacob Rosen
  • André Vippolis ... Pvt. Lipasti
  • Rhys Miles Thomas ... Pvt. Bob Yoder (sharpshooter)
  • Arthur Kremer ... Pvt. Abraham Krotoshinsky (runner)
  • Adam Kotz ... Col. Johnson
  • Justin Scot ... Pvt. Omer Richards (carrier pigeons)
  • Anthony Azizi ... Pvt. Nat Henchman
  • George Calil ... Pvt. Lowell R. Hollingshead
  • Wolf Kahler ... Gen. von Sybel
  • Joachim Paul Assböck ... Maj. Henrich Prinz
  • Michael Brandon ... Gen. Robert Alexander
  • Paul Courtenay Hyu ... Pvt. Stanley Chinn
  • Josh Cohen ... Pvt. Isidore Swersky
  • Tim Matthews ... Lt. Schenck
  • Finbar Lynch ... Pvt. Ferguson
  • Hugh Fraser ... Gen. DeCoppet
  • Ben Andrews ... Lt. Harold Goettler
  • Derek Kueter ... Maj. Wanvig

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ม้าศึกจารึกโลก (War Horse) ชะตากรรมของม้าในสงครามของคน วันที่ 19/05/2013   18:20:34
Aces High ตายเพราะเอาอย่างฮีโร่ วันที่ 19/05/2013   18:21:48
A Dangerous Man: Lawrence After Arabia ศึกทางการทูตของ ลอว์เรนซ์แห่งอาระเบีย วันที่ 19/05/2013   18:23:50
Lawrence of Arabia การสดุดีหรือบิดเบือนวีรบุรุษ? วันที่ 19/05/2013   18:24:46
สารคดี Lawrence of Arabia: โลกลึกลับของวีรบุรุษผู้ขมขื่น วันที่ 19/05/2013   18:26:14
All Quiet on the Western Front (1930) ขาวดำก็มีดี วันที่ 19/05/2013   18:27:11
In Love and War รักยามสงครามของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ วันที่ 19/05/2013   18:28:11
Flyboys ศึกเวหาที่ยังคลาดเคลื่อน วันที่ 19/05/2013   18:29:07
Rasputin: Dark Servant of Destiny รัสปูติน ในอีกมุมมองหนึ่ง วันที่ 19/05/2013   18:29:47
ซาร์(จักรพรรดิ)องค์สุดท้ายของ รัสเซีย (Russia's last Tsar) วันที่ 19/05/2013   18:30:46
All Quiet on the Western Front แนวรบตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง วันที่ 19/05/2013   18:31:54
The LightHorseMen: วีรกรรมของคนกับม้า และปัญหาศัพท์ ทหารม้า-ทหารราบขี่ม้า วันที่ 19/05/2013   18:32:45



1

ความคิดเห็นที่ 1 (102157)
avatar
คนเล่าเรื่อง

อ่านเนื้อเรื่องและบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้แล้ว ต้องบอกว่า ทางทีมงานสร้างเขาคงต้องการให้ภาพของวีรบุรุษในสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นคนธรรมดาที่ต้องจับพลัดจับผลูมารับหน้าที่สำคัญ แล้วเลยต้องตกกระไดพลอยโจนให้ต้องสวมบทบาททหารกล้าแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นแหละครับ

ตัวของผู้พันวิทเทิลซีเองและทหารในหน่วยก็คงไม่ต่างจากประชาชนที่ต้องมารับหน้าที่ทหารกล้าที่ต้องแบกเกียรติยศข้ามน้ำข้ามทะเลมาต่อสู้กับศัตรูที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก  และเมื่อต้องทำหน้าที่นี้ อย่างน้อยในเกียรติยศที่มีก็ทำใพวกเขาต้องสวมหัวใจสิงห์ยืนหยัดแบบสู้ตายถวายหัวต่อกองทหารเยอรมันจนรอดมาได้ในที่สุด

แต่สิ่งที่น่าสนใจครับ ฉากสนามรบในเรื่องนั้น รุนแรงและหนักหนาสาหัสมากขนาดนี้ แต่ทางพี่มะกันกลับนำทหารแบบไม่ใช่อาชีพ (ผู้พันยังเป็นอดีตทนาย ส่วนลูกน้องก็ทหารเกณฑ์หน้าใหม่ร้อยพ่อพันแม่) เข้าทำการต่อตีกับทหารเยอรมันเจนศึกและยังมีหน่วยพายุ (stormtroop) รอท่าอยู่  แบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมรบจริง ๆ ของกองทัพอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่ 1 ว่ามีมากแค่ไหน ตลอดจนการให้ความสำคัญในสงครามครั้งนี้ด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-11 12:40:33



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker