dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Master and Commander
วันที่ 19/05/2013   18:43:58

 

 
Countryboy
 
สวัสดีครับพี่น้อง .. เอ๊ย ! ขอโทษครับ สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ชาว iseehistory.com ทุกท่าน หายไปนานครับ สำหรับบทความเกี่ยวกับหนังที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง คราวที่แล้วหลังจากจบเรื่อง Das Boot ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสงครามเรือดำน้ำนั้น ผมบอกไว้ว่าเรื่องต่อไปคือเรื่องเกี่ยวกับสงครามเรือผิวน้ำบ้าง แต่จะย้อนไปในยุคเรือใบโน่นแน่ะครับ นั่นคือเรื่องที่ผมจะนำเสนอในวันนี้ คือ Master and Commander ซึ่งเกือบจะทำได้ไม่สำเร็จอยู่แล้ว เนื่องจากแผ่นที่ผมมีอยู่เริ่มหมดอายุ เปิด ๆ ดับ ๆ หยุด ๆ ทำเอาเสียอารมณ์ไปเลย กว่าจะทำการเก็บภาพได้ก็ทำเอาเสียเวลาไปโขอยู่ รวมทั้งเสียอารมณ์ในการเขียนอีกต่างหาก (แน่ะ ! ทำยังกับนักเขียนใหญ่ที่ต้องสร้างอารมณ์ร่วม)
 
ผมขอถือโอกาสนี้ แนะนำเพื่อน ๆ ช่วยตรวจสอบแผ่นหนังที่ท่านรักและเก็บสะสมไว้นะครับ เพราะเท่าที่ผมสังเกตดูนี่ แผ่นพวกนี้จะมีอายุไม่เกินสองปีครึ่งเลย เท่าที่ผมเช็คดูนะครับ พอเกินจากนั้น แผ่นก็เริ่มจะไม่ยอมอ่านแล้ว ตอนนี้ ผมก็กำลังทะยอยก๊อปเก็บไว้ใหม่อีกครั้งนึงครับ จากที่ปล่อยให้เสียไปแล้วสิบกว่าเรื่องรวมทั้ง ดีวีดี อีกหนึ่งเรื่องด้วย ที่เพิ่งจะรู้ว่าไม่ยอมอ่าน ไม่ยอมเล่น นั่นคือเรื่อง Black Hawk Down
 
Master and Commander เป็นเรื่องราวของสงครามทางเรือระหว่างอังกฤษ กับ ฝรั่งเศสในยุคที่ นโปเลียน กำลังเรืองอำนาจก่อนที่จะพ่ายแพ้ที่สงครามวอเตอร์ลู (ติดตามได้จากบทความเรื่อง สมรภูมิสงครามวอเตอร์ลู) ช่วงนั้น กองทัพบกของนโปเลียนยึดครองยุโรปได้เกือบหมด ทางด้านทะเล อังกฤษ ซึ่งถือว่าตนเองเป็นเจ้าทะเลนั้นก็แทบจะไม่มีที่จอดเรือ เนื่องจากกองเรือรบฝรั่งเศสเพ่นพ่านเต็มน่านน้ำไปหมด ลอร์ดเนลสัน แม่ทัพเรืออังกฤษต้องสั่งระดมเรือรบทุกลำทุกขนาดที่มีอยู่เข้าต่อกรกับกองเรือฝรั่งเศส
 
เรือ Surprise (ซ้าย) และกัปตันแจ๊ค (ขวา)
 
เดือนเมษายน คศ. 1805/พ.ศ.2348 เรือรบหลวง Surprise ภายใต้การบังคับบัญชาของ Capt. Jack Aubrey หรือที่เหล่าลูกเรือของเค้าเรียกกันว่า ลัคคี้แจ๊ค ซึ่งอยู่ในขณะทำการลาดตระเวนอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่งนอกชายฝั่งของบราซิล ได้รับคำสั่งที่มีอยู่ว่า ให้ค้นหาเรือรบฝรั่งเศสชื่อ Acheron จากนั้นเมื่อพบแล้ว ให้จมหรือยึดครอง
 
คำสั่งสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับ แต่ก็ทำความหนักใจให้กับกัปตันมากพอสมควรเพราะการนำเรือ เซอร์ไพรส์ ซึ่งมีลูกเรือทั้งหมด 197 คน และติดปืนใหญ่เพียง 28 กระบอกเข้าต่อกรกับเรือ อาร์เครอน ซึ่งมีกำลังพลมากกว่าเท่าตัวรวมทั้งปืนใหญ่ประจำเรือที่มีมากถึง 44 กระบอกอีกด้วยนั้น มันก็เหมือนกับนิยาย แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ นั่นเอง
 
ตัวละครสำคัญส่วนหนึ่ง : (จากซ้ายไปขวาทีละแถว) หมอสตีเฟน, พูลลิ่ง, อัลลัน, ลอร์ดเบล็คนี่ย์, ฮอลลอม และ ฮิกกิ้น (ผู้ช่วยหมอ)
 
ในเช้าตรู่วันหนึ่ง ในทัศนวิสัยที่มีหมอกหนาทึบ เรือ เซอร์ไพรส์ ซึ่งมีนักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม เป็นเวรนายทหารควบคุมเรือ ฮอลลอม คาดว่าเค้าตรวจการพบเงาและเสียงบางอย่างที่ส่อว่าจะเป็นเรือ แต่จากการที่เป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเองทำให้ต้องเสียเวลาปรึกษาเพื่อนนักเรียนทำการนายเรือด้วยกันอยู่พักหนึ่งกว่าจะสั่งตีกลองประจำสถานีรบได้
 
ทันที่ที่เสียงกลองประจำสถานีรบดังขึ้น กัปตันรีบขึ้นมาบนดาดฟ้าหน้าทันที จากการตรวจสอบในครั้งแรก กัปตันก็ยังไม่เห็นสิ่งผิดปกติเนื่องจากทัศนวิสัยที่ต่ำมาก แต่แล้ว ก่อนที่จะมีการยกเลิกคำสั่งประจำสถานีรบ กัปตันแจ๊ค ก็ได้สังเกตเห็นแสงไฟจากการยิงปืนใหญ่สว่างวาบขึ้นในม่านหมอกก่อนที่กระสุนปืนใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเป็นปืนขนาด 18 ปอนด์ ได้วิ่งมาโดนเรือ เซอร์ไพรส์ ในทันทีที่สิ้นเสียงร้องเตือนของกัปตัน
 
การซัลโวชุดแรกสร้างความเสียหายให้กับ เซอร์ไพรส์ รวมทั้งลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บด้วย เซอร์ไพรส์ ยังไม่สามารถที่จะยิงต่อสู้ได้เนื่องจากจำกัดที่ระยะยิงและทิศทางลมในการที่จะนำเรือเข้ารบ และเมื่อเรือข้าศึกโผล่พ้นออกมาจากม่านหมอก จึงทำให้ทราบว่า นั่นคือ อาร์เครอน ที่เป็นเป้าหมายในการค้นหาและทำลาย
 
เรืออาร์เครอน
 
อาร์เครอน สามารถเข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางยุทธวิธี และซัลโวมาอีก 3 ชุด  ก่อความเสียหายให้แก่ เซอร์ไพรส์ มากขึ้นจนกัปตันต้องหาวิธีหลบหนีโดยอาศัยเรือเล็กหลาย ๆ ลำช่วยกันลากจูง เซอร์ไพรส์ เข้าไปซ่อนตัวในม่านหมอก ทำให้รอดพ้นจากการถูกจมมาได้ ผลจากการยิงของเรือ อาร์เครอน ทั้ง 4 ชุด ทำให้ลูกเรือ เซอร์ไพรส์ ตาย 9 บาดเจ็บ 27 เสากระโดงกลางลำหัก หางเสือพัง เรือรั่วเป็นรูใหญ่ ลูกเรือทั้งหมดช่วยกันกู้ซ่อมเรือของพวกเค้ากันอย่างเต็มความสามารถ โดยมีกัปตันแจ๊คออกตรวจให้กำลังใจพวกเค้าตลอดทุกจุด รวมทั้งที่ห้องพยาบาลซึ่งมีหมอผ่าตัดฝีมือเยี่ยมที่เป็นเพื่อนสนิทของกัปตันทำหน้าที่รักษาคนเจ็บอยู่ ที่นี่เอง กัปตันได้พบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คน คือกลาสีเฒ่า โจ เพลส ที่กะโหลกศีรษะร้าวและ นักเรียนทำการนายเรือ ลอร์ด เบล็คเนย์ ลูกชายของเพื่อนกัปตันที่ถูกสะเก็ดจากการระเบิดที่แขนขวา
 
ในการประชุมนายทหารระหว่างที่การซ่อมบำรุงยังดำเนินต่อไปนั้น เหล่านายทหารทุกนายเสนอให้นำเรือกลับไปซ่อมใหญ่ที่ฐานทัพ แต่กัปตันสั่งให้ซ่อมทำกันในบริเวณนั้น โดยได้เลือกจุดที่เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเป็นที่จอดซ่อมเรือให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อการออกไล่ล่า อาร์เครอน จะได้ทำได้เร็วยิ่งขึ้น และในระหว่างที่ลูกเรือดำเนินการซ่อมแซมเรือนั้น หมอStephen ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยมในยุคนั้นก็ได้ทำการผ่าตัดแขนขวาของ ลอร์ดเบล็คเนย์ โดยตัดแขนขวาออกเกือบถึงข้อศอก หลังการผ่าตัดเสร็จ กัปตันได้เข้ามาให้กำลังใจแก่นักเรียนทำการนายเรือ ลอร์ดเบล็คเนย์ โดยการนำหนังสือประวัติของนายพลเรือ ลอร์ดเนลสัน ที่มีแขนข้างขวาขาดเหมือนกันมาให้อ่านเพื่อเป็นกำลังใจ นอกจากนั้น เฒ่าทะเล โจ เพลส ที่กะโหลกศีรษะร้าว มีเลือดคั่งในสมอง และหมอ สตีเฟน คาดว่าจะไม่รอดนั้น กลับรอดตายจากฝีมือการผ่าตัดของหมอสตีเฟนด้วยเช่นกัน ในหนังนะครับ เค้าโชว์การเปิดกะโหลกเพื่อตักเอาเลือดที่คั่งอยู่ออกมา ตักด้วยช้อนกาแฟซะด้วย จากนั้น ปิดรูกะโหลกนั้นด้วยโลหะที่ตีให้แบน บาง ได้รูปทรงจากเหรียญเงิน ทำให้เฒ่า โจ เพลส รอดตายมาได้ ไม่รู้ว่าในยุคนั้น จะทำได้จริงอย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่ทราบซีครับ
 
ภาพลอร์ดเนลสัน
 
 ผ่าสมอง โจ เพลส
 
แต่สิ่งที่สร้างความดีใจให้แก่กัปตันแจ๊คมากที่สุดคือ โมเดลเรือ อาร์เครอน ที่ลูกเรือ 2 นายคือ เนเกิล และ วาร์ลี่ ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมามอบให้ โดย เนเกิล เล่าให้กัปตันฟังว่า วาร์ลี่ เคยไปเห็นการต่อเรือ อาร์เครอน ที่อู่ต่อเรือที่ บอสตัน สหรัฐอเมริกา และจำโครงร่างในขณะนั้นได้ เค้าจึงจำลองมันมาให้กัปตันตามคำบอกเล่าของ วาร์ลี่ ซึ่งกัปตันก็ได้สั่งให้รางวัลเป็นเหล้ารัมเพิ่มจากโควตาเดิมแก่โมเดลเลอร์ทั้งสองคนที่ดีใจกันมาก กัปตันได้นำโมเดลเรือ อาร์เครอน ให้ที่ประชุมนายทหารดูเพื่อหาจุดอ่อนและจุดแข็งในการโจมตี ซึ่งจากโครงเรือที่เห็นจากโมเดลนั้นก็ประเมินได้ว่า เรือน่าจะทำความเร็วได้ถึง 14 น๊อต และกราบเรือน่าจะหนาถึง 2 ฟุต ซึ่งกระสุนปืนใหญ่ของ เซอร์ไพรส์ ไม่น่าจะเจาะทะลุทะลวงเข้าไปได้ ดังนั้น จุดอ่อนของ อาร์เครอน ก็มีเพียงแต่ต้องหาทางนำเรือจี้ตูดเข้าไปเพื่อยิงทำลายหางเสือเรือ และยิงทำลายเสากระโดงเรือเพื่อไม่ให้มีโอกาสใช้ความเร็วหนีไปได้ จากนั้นก็เป็นการเข้ายึดเรือโดยใช้กำลังพลประจำเรือเท่านั้น
 


โมเดลเรืออาร์เครอน

 สามอาทิตย์ต่อมา หลังจากการซ่อมบำรุงเรือเป็นไปอย่างเรียบร้อย เรือ เซอร์ไพรส์ ได้ออกลาดตระเวนตามหาเรือ อาร์เครอน ผ่านบริเวณแหลมเคปฮอร์น (Cape Horn) ซึ่งชาวพื้นเมืองได้ให้ข่าวแก่กัปตันแจ็คว่า อาร์เครอน เพิ่งเดินทางผ่านไปเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง กัปตันคำนวณทิศทางและระยะเวลาเพื่อกำหนดเส้นทางไล่ล่าทันที....แต่
 
แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อในเช้าของวันหนึ่ง ยามบนรังกาได้รายงานลงมาว่า พบเรือหนึ่งลำแล่นตามมาด้านหลัง เมื่อกัปตันแจ็คได้ตรวจสอบดูพบว่า มันคือ อาร์เครอน ที่เค้ากำลังตามล่าอยู่นั่นเอง แต่การพบกันในครั้งนี้ เซอร์ไพรส์ อยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบเพราะถูกไล่จี้ตามมาข้างหลัง ซึ่ง อาร์เครอน สามารถเปิดฉากยิงทำลายได้ในระยะห่างที่ปืนของ เซอร์ไพรส์ ไม่สามารถยิงต่อสู้ได้ กัปตันต้องใช้ความสามารถในการหลบหนีด้วยกำลังจากใบเรือทุกใบที่มีอยู่เพื่อให้รอดพ้นจากการโจมตี จนกระทั่งพลบค่ำ เมื่อเรือ อาร์เครอน สามารถใช้ปืนใหญ่ประจำเรือยิงมาตกเกือบถึงท้ายเรือ เซอร์ไพรส์ แล้ว กัปตันแจ๊คจึงสั่งใช้แผนจั๊กจั่นทองลอกคราบ โห....ชื่อแผนยังกับหนังกำลังภายใน อันนี้ผมเรียกเองแหละครับ ในหนังเค้าไม่ได้เรียกอย่างนี้หรอกนะ 
 
กัปตันจึงใช้แผนการหลอกล่อให้ อาร์เครอน หลงทางโดยการสร้างเรือปลอมขึ้นมาปล่อยให้ลอยไปทางขวาออกสู่ทะเลลึก ในขณะที่ เซอร์ไพรส์ พรางไฟมืดทั้งลำหลบเข้าชายฝั่งทางซ้ายมือเพื่อไปซ่อนตัว แผนนี้ได้ผลครับ เพราะ อาร์เครอน ไม่มีเรดาร์เดินเรือในเวลากลางคืน และไม่มีกล้องตรวจการแบบ ไนท์วิชั่น อีกต่างหาก (อันนี้ผมก็พูดเล่นนะครับ อย่าไปถือเป็นจริงเป็นจังประท้วงมาล่ะ) ทำให้ อาร์เครอน หลงตามไล่ยิงเรือปลอมที่มองเห็นแสงไฟสว่างโร่นั่นออกทะเลลึกไปเลย
 
เรือเซอร์ไพรส์ในฉากต่างๆ : หนีครั้งแรก, ซ่อม, หนีครั้งที่สอง และจอดขณะลมสงบ
 
สองครั้งแล้วนะครับ ที่ เซอร์ไพรส์ ต้องหลบหนี อาร์เครอน คราวนี้ตาของ เซอร์ไพรส์ บ้างละที่จะเป็นฝ่ายล่าบ้าง หลังจากที่เดินเรือหลบอยู่ในความมืดริมฝั่งปล่อยให้ อาร์เครอน ตามเรือปลอมออกทะเลไปนั้น กัปตันแจ็คได้สั่งเปลี่ยนเข็มเรือและสามารถนำเรือเข้าจี้ตูด อาร์เครอน ได้บ้างท่ามกลางความดีใจของลูกเรือที่เห็นว่าตนเป็นฝ่ายได้เปรียบบ้าง การไล่ล่าต้องผจญกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำเข้าใส่เรือ กัปตันพยายามที่จะทำทุกอย่างที่จะให้เรือมีความเร็วสูงสุดเพื่อเข้าโจมตีท้ายเรือ อาร์เครอน อันเป็นจุดอ่อน ทำแม้กระทั่งเรียกกะลาสีที่ไม่ได้เข้าเวรประจำสถานีต่าง ๆ มาเข้าแถวที่ราวรับลมข้างกราบเรือ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการรับลมให้มากที่สุดเลยละครับ กัปตันแจ๊คทำทุกวิถีทางแม้แต่นายทหารประจำเรือจะท้วงติงถึงความไม่แข็งแรงเต็มที่ของเสากระโดงเรือที่ผ่านการซ่อมบำรุงมาจะทนทานกับไม่ไหวกับการต้องขึงใบรับลมให้ได้ความเร็วเต็มที่ 12 น๊อต ในที่สุด เสากระโดงหน้าก็หักลง โดยมีพลช่างไม้ที่ชื่อ วาร์ลี่ ที่เคยมอบโมเดลเรือ อาร์เครอน ให้กัปตันติดตกทะเลไปพร้อมกันก่อนที่นักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม ที่ได้รับคำสั่งให้ไปช่วย วาร์ลี่ ลงมาเข้าไปช่วยเหลือทัน แกมัวแต่ปอดกระเส่าอยู่นั่นแหละครับ เลยเข้าไปช่วยไม่ทัน เสากระโดงที่หักตกทะเลไปนั่น นอกจากจะมี วาร์ลี่ ติดไปด้วยแล้ว ยังมีเชือกระโยงต่าง ๆ ที่ใช้ในการประกอบเสาและใบเรือติดลงไปด้วย โดยปลายอีกข้างหนึ่งยังติดอยู่บนเรือทำให้เรือถูกถ่วงเอียงไปด้านข้างและจะจมลง กัปตันต้องตัดสินใจตัดเชือกที่ติดอยู่ทิ้งก่อนที่จะช่วย วาร์ลี่ ขึ้นมาได้ด้วยความช่วยเหลือของนายทหารปากเรือและ เนเกิล เพื่อนซี้ของ วาร์ลี่ ที่ต้องช่วยตัดเชือกทั้งน้ำตาปล่อยให้ วาร์ลี่ ต้องตายอย่างเดียวดายกลางทะเลที่กำลังคลุ้มคลั่งเพื่อแลกกับการรักษาเรือและชีวิตลูกเรือทั้งหมดไว้ รวมทั้งตัวกัปตันแจ็คเองก็มีความเสียใจมากเช่นเดียวกัน โดยมีหมอ สตีเฟน เพื่อนสนิทเป็นผู้ให้กำลังใจและปลอบใจเค้า
 
การไล่ล่าล้มเหลว กัปตันวางแผนเข้าซ่อมบำรุงเรือบริเวณหมู่เกาะ กาลาปาก๊อส ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของหมอ สตีเฟน ซึ่งนอกจากจะเป็นหมอผ่าตัดฝีมือเยี่ยมแล้ว ยังเป็นนักธรรมชาติวิทยาตัวยงอีกด้วยยิ่งนัก หมอแกอุตส่าห์แต่งตัวพร้อมอุปกรณ์เต็มที่ในการขึ้นบกเพื่อศึกษาและค้นคว้าถึงความลี้ลับทางธรรมชาติของพืชและสัตว์บนเกาะ แต่ในขณะที่เรือเข้าใกล้ชายฝั่ง กัปตันได้ตรวจพบและรับลูกเรือเดนตายสามสี่คนที่รอดมาจากเรือล่าปลาวาฬสัญชาติอังกฤษชื่อ อัลบราทร๊อส ซึ่งพวกเค้าเล่าว่า ถูกเรือใบสีดำสามเสาขนาดใหญ่เข้าโจมตีปล้นทรัพย์สินมีค่า พร้อมทั้งจับกุมลูกเรือไปด้วยจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้เผาทำลายเรือพวกเค้าจมลง มันจะเป็นเรืออะไรไปไม่ได้นอกจากเรือ อาร์เครอน คู่ศึกของกัปตันแจ๊คนั่นเอง
 
ทันที่ที่ทราบเวลาและทิศทางที่ อาร์เครอน กำลังเดินทาง กัปตันสั่งเปลี่ยนแผนการที่จะพักซ่อมบำรุงเรือทันที โดยเรือจะออกเดินทางตามล่า อาร์เครอน พร้อม ๆ ไปกับการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายจากพายุไปด้วย การเปลี่ยนแผนการครั้งนี้ ทำให้หมอ สตีเฟน เพื่อนซี้ของกัปตันหัวเสียเป็นอย่างมากเพราะทำให้แกต้องเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ และไม่ว่าจะขอร้องและยื่นข้อเสนออย่างไรก็ตาม กัปตันก็ไม่ยอมรับซักอย่าง โดยต้องการจะนำเรือเข้ารบอย่างเดียวเท่านั้น
 
(ซ้ายไปขวาทีละแถว) ลูกเรือ, ที่นอนกลาสี (ดูยากนิดนะครับ), อาหารสด และอาหารลูกเรือ
 
การไล่ล่าครั้งนี้เจออุปสรรคอีกจนได้ครับ ทั้ง ๆ ที่การซ่อมแซมก็เรียบร้อยดี การฝึกก็ได้ผล พลปืนใหญ่สามารถที่จะบรรจุกระสุนและระดมยิงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วตามที่กัปตันต้องการ อุปสรรคสำคัญที่เรือ เซอร์ไพรส์ ต้องเจอในครั้งนี้ก็คือน้ำมันหมด...ไม่ใช่ครับ...เรือกลับเจอภาวะลมสงบ ลมที่ว่าเป็นพลังงานสำคัญในการทำให้เรือแล่นไปได้นี่แหละครับ ดันนิ่งซะ...สนิท
 
เรือ เซอร์ไพรส์ ต้องลอยลำนิ่งอยู่กับที่ท่ามกลางความร้อนกลางทะเลและในภาวะที่น้ำจืดเริ่มขาดแคลน เฒ่าทะเลอย่าง โจ เพลส ที่รอดตายมาจากอาการหัวกะโหลกร้าวก็เริ่มพล่ามถึงปิศาจร้ายที่ชื่อ โจนาห์ (Jonah) โดยกล่าวพาดพิงไปถึงนักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม ว่าเป็นผู้ชักนำมันเข้ามาสู่เรือ ตะแกพูดชักจูงด้วยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ว่าทุกครั้งที่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นบนเรือนั้น ทุก ๆ ครั้งของเหตุการณ์นั้น ๆ จะต้องมีนักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม อยู่ในส่วนร่วมด้วยเสมอ พวกกลาสีก็เชื่อตามซะด้วยซีครับ หลายคนเริ่มต่อต้าน ฮอลลอม ที่หนักที่สุดคือ เนเกิล กลาสีเรือตำแหน่งพลช่างไม้ที่เป็นโมเดลเลอร์ประกอบเรือ อาร์เครอน จำลองให้กัปตันนั้นเชื่อมากที่สุด เพราะเค้าเห็นว่า วาร์ลี่ เพื่อนซี้ต้องตกทะเลตายเพราะ ฮอลลอม ขึ้นไปช่วยเหลือไม่ทันตามที่เล่าถึงเมื่อตอนต้นเรื่องครับ
 
เนเกิล ไม่ชอบ ฮอลลอม ถึงขนาดไม่ยอมทำความเคารพในขณะเดินผ่าน แถมยังเดินท่าจิ๊กโก๋ชนไหล่ ฮอลลอม อีกต่างหาก กัปตันเห็นเข้าจึงสั่งลงโทษตามประเพณีทหารเรือในยุคนั้นคือการโบย 12 ทีต่อหน้าลูกเรือทั้งลำ พร้อมทั้งเรียกนักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม เข้ามาอธิบายถึงศักดิ์ศรีของการเป็นนายทหารว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไร การลงโทษ เนเกิล ครั้งนี้ หมอ สตีเฟน ได้พยายามขอร้องกัปตันให้ลดโทษลง แต่กัปตันแจ๊คยืนยันคำสั่งของเค้า พร้อมทั้งอธิบายให้เพื่อนหมอของเค้าได้รู้ซึ้งถึงซึ่งขนบธรรมเนียมทหารเรือที่จะต้องรักษาไว้และปฏิบัติตาม แม้ว่าตัวเองก็เสียใจที่ต้องลงโทษ เนเกิล ที่เคยร่วมมือกับเค้าในการตัดเชือกปล่อยให้ วาร์ลี่ จมน้ำตายไปเพื่อรักษาเรือและชีวิตลูกเรือทั้งหมดเอาไว้
 
การโบตีเนเกิล
 
หลังการลงโทษ เนเกิล ผ่านพ้นไป นักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม เริ่มเครียดมากยิ่งขึ้นจากปฏิกิริยาของเหล่ากลาสีที่แสดงต่อเค้า ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่ เซอร์ไพรส์ ยังลอยลำนิ่ง ๆ อยู่เพราะปราศจากลม คืนนั้น เป็นเวรของนักเรียนทำการนายเรือ ลอร์ด เบล็คเนย์ ที่แขนขวาขาดไปตั้งแต่ต้นเรื่องนั่นแหละครับเป็นนายทหารเวร นักเรียนทำการนายเรือ ฮอลลอม ได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังจากได้พูดคุยกับ เบล็คเนย์ อยู่พักนึงด้วยการโดดลงน้ำพร้อมอุ้มลูกกระสุนปืนใหญ่ติดมือไปด้วยลูกนึงเพื่อเป็นตัวถ่วงน้ำหนักให้จมน้ำตายสมใจ การตายของนักเรียนนายเรือ ฮอลลอม ทำให้กัปตันต้องเรียกประชุมลูกเรือทุกคนและกล่าวตำหนิบุคคลผู้ที่ทำให้ ฮอลลอม ต้องคิดมากจนฆ่าตัวตาย...และราวกับว่าเจ้าปิศาจร้าย โจนาห์ จะติดตาม ฮอลลอม ไปด้วยจริง ๆ เพราะหลังจากพิธีสวดให้วิญญาณของ ฮอลลอม ที่นำโดยกัปตันแจ๊คเสร็จไปหมาด ๆ นั่นเอง ลมที่นิ่งสนิทมาหลายวันก็กลับกระโชกแรงขึ้นมาพร้อมกับสายฝน ทำให้ เซอร์ไพรส์ ที่จอดลอยลำจนเหงือกแทบจะแห้งได้มีพลังในการขับเคลื่อนพร้อม ๆ กับที่ลูกเรือไม่ต้องอดน้ำตายอีกต่อไป
 
การไล่ล่า อาร์เครอน เริ่มต้นอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จอีกครับ การไล่ล่ายังมีอุปสรรคอีกจนได้ เพราะในระหว่างเดินทาง ผู้กอง โฮเวิร์ด ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของทหารนาวิกโยธินประจำเรือแกคงอยากกินแกงสับนกมั้งครับ แกเอาปืนยาวไล่ยิงนกที่คาดว่าน่าจะเป็นนกนางนวลที่บินล้อลมเล่นรอบ ๆ เรือ แต่กระสุนดันพลาดไปตุงอยู่ในชายโครงของหมอสตีเฟนเข้า ฮิกกิ้น ซึ่งเป็นผู้ช่วยของหมอสตีเฟนรับปากกับกัปตันว่า เค้าสามารถที่จะผ่าเอากระสุนที่ฝังในนี้ออกได้ถ้าคนไข้อยู่บนเตียงผ่าตัดที่นิ่ง ๆ ไม่ได้โคลงเคลงเหมือนอยู่ในเรือที่กำลังทำความเร็วอยู่ในขณะนี้
 
ทันใดนั้น เสียงยามตรวจการณ์ก็รายงานเข้ามาว่า ตรวจพบเรือที่เส้นขอบฟ้า หลังจากตรวจสอบดู กัปตันแจ๊คก็ทราบว่า มันคือ อาร์เครอน คู่ศึกของเค้านั่นเอง ฉากนี้นะครับ เราจะเห็นการแสดงสีหน้า แสดงอารมณ์ของกัปตันได้อย่างน่าดูเลยทีเดียว กัปตันต้องตัดสินใจว่า เรือข้าศึกที่อยู่ที่ระยะขอบฟ้า กับชีวิตของเพื่อนรักของเค้า  เค้าจะเลือกเอาสิ่งไหน ในที่สุด กัปตันเลือกเพื่อนครับ เค้ายอมเดินเรือกลับไปที่ กาลาปาก๊อส เพื่อขึ้นไปตั้งสถานีพยาบาลชั่วคราวขึ้นบนฝั่งเพื่อผ่าตัดเอากระสุนออกจากพุงของหมอสตีเฟนเพื่อนรักของเค้า
 
หมอผ่าตัดตัวเองก็ยังได้!
 
ที่บนฝั่ง ในเต้นท์พยาบาลที่เตรียมไว้ หมอสตีเฟนได้โชว์ฝีมือในการผ่าตัดตัวเองได้อีกต่างหากครับ เพียงอาศัยการดูบาดแผลตำแหน่งที่จะผ่าจากกระจกเงาบานเล็ก ๆ เท่านั้นเอง เก่งซะไม่มีเลยล่ะ...เหล่าลูกเรือทั้งหลายก็อาศัยช่วงเวลาที่หมอนอนพักฟื้นจากบาดแผลได้เป็นเวลาพักผ่อนของพวกเค้าไปด้วย หลังจากที่กรำอยู่ในทะเลมานานนับเดือน
 
จนเมื่อแผลปิดสนิทดีแล้ว หมอสตีเฟนก็ชวนนักเรียนทำการนายเรือ ลอร์ดเบล็คเนย์ และ พาร์ดีน กลาสีคนสนิทออกสำรวจธรรมชาติของเกาะเพื่อเก็บตัวอย่างพืชและสัตว์ไว้ศึกษาตามวิสัยของผู้ใฝ่รู้ทั่ว ๆ ไป ทีมสำรวจคงจะเดินตัดข้ามเกาะเลยละครับ เพราะหลังจากเก็บตัวอย่างต่าง ๆ มาได้มากมายแล้วนั้น หมอสตีเฟนก็ได้ตะเกียกตะกายตามขึ้นไปดูนกบนหน้าผาแห่งนึง แต่สิ่งที่ท่านด๊อกเตอร์เห็นนั้นกลับไม่ใช่นกตัวที่ตามขึ้นมาดูครับ ที่หมอแกเห็นนั่นคือ อาร์เครอน ปิศาจร้ายที่กัปตันแจ็คเพื่อนซี้ตามล่าอยู่ตั้งแต่ต้นเรื่อง กำลังบ่ายหัวออกจากอ่าวเห็นธงพลิ้วปลิวไสวอย่างชัดเจน ทำไงดีครับ มีกันแค่สามคนห้าแขนจะทำไงได้ ทั้งสามก็ต้องพากันวิ่งแจ้นกลับมารายงานกัปตันถึงสิ่งที่พบเห็น โดยทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่นั่น ตัวหมอเองก็ต้องขี่หลัง พาร์ดีน วิ่งปุเลง ๆ กลับฐานกัน
 
ทันทีที่ได้รับข่าว กัปตันแจ็คสั่งเตรียมเรือเข้ารบทันที อยู่ใกล้ ๆ แค่คนละฟากเกาะนี้เอง การนำเรือเข้าเทียบขนานกันเพื่อยิงกันด้วยปืนใหญ่ประจำเรือนั้นเสียเปรียบแน่ ๆ ทั้งในจำนวนและขนาดของปืนที่มีอยู่ กัปตันแจ็คจึงใช้แผนการที่ได้แนวคิดมาจากการได้คุยกับหมอสตีเฟนถึงเรื่องการพรางตัวของสัตว์ที่อ่อนแอกว่าสัตว์ตัวอื่นมาใช้ในการต่อสู้ครั้งนี้ครับ
 
                เรือ เซอร์ไพรส์ ถูกแปลงโฉมเป็นเรือล่าปลาวาฬชื่อ ไซเรน ไฟถูกก่อและสุมโหมให้เป็นควันมาก ๆ เหมือนกับว่ากำลังเคี่ยวน้ำมันปลาวาฬอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นเหยื่อชั้นดีที่จะให้ อาร์เครอน เข้ามากินเหยื่อหมู ๆ อย่างนี้เหมือนกับที่เพิ่งเคี้ยว อัลบราทร๊อส ไปเมื่อตอนกลาง ๆ เรื่องไงครับ ปืนใหญ่รายกราบทั้งสองด้านภายใต้การควบคุมของรอง พูลลิ่ง และนักเรียนทำการนายเรือรูปหล่อ คาเลมี่ ให้เตรียมพร้อมที่จะยิงแต่ซ่อนไว้ในกราบก่อน โดยมีเป้าหมายหลักคือเสากระโดงกลางลำของ อาร์เครอน เป้าหมายรองคือยิงทำลายตัดกำลังลูกเรือให้มากที่สุดพร้อม ๆ กับการยิงของทหารนาวิกโยธินที่ให้ขึ้นไปซ่อนตัวบนราวขึงใบเรือ หลังจากยิงปืนใหญ่ทำลายเรือไปแล้ว กัปตันแจ็คจะนำพลรบทั้งหมดข้ามไปยึดเรือข้าศึกพร้อม ๆ กับรอง พูลลิง โดยนักเรียนทำการนายเรือ คาเลมี จะตามไปด้วยโดยมีหน้าที่หลักในการค้นหาที่คุมขังของเรือ อาร์เครอน ที่ขังเชลยที่จับมาจากเรือ อัลบราทร๊อส เมื่อพบแล้วให้ปล่อยพวกเค้าออกมาเพื่อเป็นพลรบร่วมกับลูกเรือของ เซอร์ไพรส์ ส่วนหน้าที่ในการควบคุมเรือ เซอร์ไพรส์ ต่อจากกัปตันแจ็คคือ นักเรียนทำการนายเรือ ลอร์ดเบล็คเนย์
 
                แผนการนี้ได้ผลครับ อาร์เครอน ฮุบเหยื่อเข้าเต็มเงี่ยง ในขณะที่กำลังนำเรือเข้ามาเทียบข้างนั้น เซอร์ไพรส์ ก็เปิดฉากยิงก่อนสองชุด กระสุนทำลายกำลังรบของ อาร์เครอน ลงไปได้อย่างมากมาย รวมทั้งยังล้มเสากระโดงกลางลำลงมาได้อีกต่างหาก ปืนใหญ่รายกราบของ อาร์เครอน ยิงต่อสู้ได้ไม่กี่นัดเองครับ กัปตันแจ๊คก็นำทีมเข้าจู่โจมยึดเรือได้เสียก่อน การรบแบบตะลุมบอนได้เกิดขึ้นบนเรือ อาร์เครอน ที่ยังมีลูกเรือหลบซ่อนตัวอยู่อีกจำนวนหนึ่ง โชคดีที่นักเรียนทำการนายเรือ คาเลมี เปิดห้องขังปล่อยลูกเรือ อัลบราทร๊อส ออกมาช่วยรบด้วยทำให้ไม่เสียเปรียบกันมากนักในด้านกำลังพล
 
โจมตีและทำลาย
 
                ทางด้านนักเรียนทำการนายเรือ ลอร์ดเบล็คเนย์ ก็ใช้ความสามารถในการใช้ปืนใหญ่ประจำดาดฟ้ายิงทำลายปืนใหญ่ของ อาร์เครอน ที่กำลังจะยิงทำลายเรือ เซอร์ไพรส์ ลงได้ แค่นั้นยังไม่พอ ขนาดตัวเองแขนข้างเดียว ยังควงปืนพากลาสีที่ประจำดาดฟ้าลงไปช่วยเพื่อน ๆ รบอีกด้วยครับ ร้อนถึงหมอสตีเฟนและผู้ช่วย ฮิกกิ้น ที่คงจะมีความเอ็นดูนักเรียนทำการนายเรือตัวน้อย ๆ อยู่เป็นการส่วนตัวต้องโดดตามลงไปช่วยด้วยอีกต่างหาก ฝีมือรบของหมอสตีเฟนก็ไม่เบาเหมือนกันนะครับ ไม่รู้ว่าเรียนเพลงดาบมาจากสำนักไหน ท่านด๊อกเตอร์ท่านร่ายรำเพลงดาบต่อสู้แบบหนึ่งต่อสี่อยู่พักนึงจนกัปตันแจ็คโดดเข้ามาช่วยกันตัวออกมาได้ รอดตายไปอีกหนนึงครับ แต่ก็เห็นเอามือกุมชายโครงตรงแผลที่เพิ่งผ่าตัดตัวเองไปด้วยเหมือนกัน ผู้กับกับแกก็เข้าใจเก็บรายละเอียดพวกนี้ดีเหมือนกันนะครับ
 
                ในที่สุด อาร์เครอน ก็ถูกยึด แต่ที่น่าอับอายขายหน้าก็กัปตันเรือ อาร์เครอน นี่แหละครับ แทนที่พี่แกจะสู้ตายคาเรือไว้ลายทหารกล้าของนโปเลียน หรือถ้าจะยอมแพ้ก็ควรจะยอมออกมามอบตัวพร้อมมอบกระบี่คู่มือให้กับผู้ชนะตามธรรมเนียมผู้กล้าทั่ว ๆ ไป ตะแกดันปลอมตัวเป็นหมอประจำเรือซะนี่ แล้วก็เอาใครก็ไม่รู้มานอนตายแทน ตัวเองก็โกหกกัปตันแจ็คว่า ก่อนตาย กัปตันสั่งให้มอบดาบนี้ให้แก่ท่าน น่าอายมั๊ยล่ะครับ
 
โฉมหน้ากัปตันอาร์เครอนผู้ปลอมเป็นหมออย่างน่าละอาย
 
                ผลของการสู้รบ ฝ่ายลูกเรือของ เซอร์ไพรส์ ต้องสูญเสียคนในระดับสำคัญ ๆ ไปถึงเก้าคนนอกเหนือจากกะลาสีระดับทั่ว ๆ ไป เช่น ต้นเรืออัลเลน (ตำแหน่งนี้ผมเดาเอาเองนะครับผิดถูกยังไงขออภัยด้วย ต้นฉบับเค้าเรียกไว้ว่า Master Allen) แล้วก็อีกคนก็คือนักเรียนทำการนายเรือรูปหล่อ คาเลมี รวมทั้งโมเดลเลอร์ฝีมือดี เนเกิล ด้วยอีกคนหนึ่งครับ ส่วนตัวกัปตันแจ็คเองก็บาดเจ็บที่ชายโครงนิดนึง  เนื่องจากโดนมีดพกจิ้มเอาแค่ปลาย ๆ
 
ปลงศพ
 
                หลังจากซ่อมบำรุงเรือทั้งสองลำและทำพิธีปลงศพลูกเรือที่เสียชีวิตตามแบบขนบธรรมเนียมของทหารเรือเรียบร้อยแล้ว กัปตันแจ็คก็แต่งตั้งให้รอง พูลลิ่ง เป็นกัปตันบังคับบัญชาเรือ อาร์เครอน ที่เปลี่ยนมาชักธงอังกฤษ และมีคำสั่งให้นำเรือและลูกเรือที่บาดเจ็บกลับไปอังกฤษ โดยมีจุดนัดพบกันที่ พอร์ทสมัท ส่วนตัวเค้าเองจะนำเรือตามไปทีหลัง โดยในตอนนี้ เพื่อเป็นการเอาใจหมอสตีเฟนเพื่อนรัก กัปตันแจ็คจะนำเรือแยกไปพักที่เกาะ กาลาปาก๊อส ก่อน เพื่อให้หมอได้มีโอกาสสำรวจเกาะจนเป็นที่พอใจ
 
                ในห้องโถงกัปตันของเรือ เซอร์ไพรส์ ที่ตั้งเข็มมุ่งหน้าสู่ กาลาปาก๊อส กัปตันแจ๊คและด๊อกเตอร์สตีเฟนที่กำลังเตรียมเครื่องดนตรีที่ทั้งสองมักหาโอกาสเล่นด้วยกันเสมอในยามว่างนั้น ต่างก็ได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เพิ่งพ้นมา ในตอนหนึ่ง ด๊อกเตอร์สตีเฟนได้พูดถึง ฮิกกิ้น ผู้ช่วยของเค้าที่ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นหมอประจำเรือ อาร์เครอน ภายใต้บังคับบัญชาของกัปตันพูลลิ่งว่า สงสาร ฮิกกิ้น ที่ต้องรับมือกับคนป่วยแทบเต็มลำเรือที่กำลังจะพากลับอังกฤษด้วยตัวคนเดียวไม่มีผู้ช่วย กัปตันแจ๊คได้แย้งว่า ยังมีหมอของฝรั่งเศสอีกคนหนึ่งที่ชื่อ เดอวิกนี่ ด้วยนี่นา สตีเฟน จึงบอกว่า หมอเดอวิกนี่ นั้น ตายไปเป็นเดือนแล้ว ทำให้กัปตันแจ็ครู้ความจริงว่า เค้าถูกกัปตันของเรือ อาร์เครอน หลอกเอาเสียแล้ว ด้วยความกลัวเสียหน้า และกลัวกัปตันพูลลิ่ง ที่เพิ่งตั้งไปหมาด ๆ จะเสียเชิงกัปตันที่เจนทะเลของฝรั่งเศสเข้า กัปตันแจ็ค สั่งเปลี่ยนเข็มไล่ตาม อาร์เครอน ที่เห็นอยู่ริมขอบฟ้าลิบ ๆ นั่นอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ด๊อกเตอร์สตีเฟนทำสีหน้าเซ็ง ๆ ที่ต้องพลาดหวังจากการขึ้นบกที่ กาลาปาก๊อส อีกครั้ง
 
เมื่อยึดสำเร็จ
 
แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจบเรื่อง กัปตันยังคุยถามถึงนกตัวที่หมอติดตามค้างอยู่นั้นว่า ถ้าคิดว่ามันเป็นนกที่บินไม่ได้ เมื่อไล่ล่า อาร์เครอน จนทันแล้ว ค่อยกลับไปดูมันอีกครั้ง มันก็คงไม่บินหนีไปไหนแน่ ๆ
 
จบเท่านี้ครับ เป็นหนังที่ดูสนุกดี ถ้าถามว่า ได้อะไรบ้างจากหนังเรื่องนี้ สิ่งที่ได้ตามความคิดผมนะครับ ก็คือการศึกษาเพื่อที่จะรู้เพิ่มเติมจากเรื่องราวต่าง ๆ ที่กล่าวอ้างถึงในเรื่อง เช่น ประวัติการรบของสงครามระหว่างอังกฤษ และ ฝรั่งเศสในยุคนั้น ประวัติของบุคคลสำคัญที่มีตัวตนจริง ๆ เช่น นายพลเรือ ลอร์ดเนลสัน หรือความรู้ทั่วไป เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ของทหารเรือ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราจะได้รับครับนอกจากความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่นั่นหมายถึงท่านจะต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมนะครับ ไม่ใช่นั่งดูเอามันจบแล้วจบเลยไปเฉย ๆ ครับ
 
                แผ่นที่ผมนำมาอ้างนี่เป็นแบบ วีซีดี ซาวด์แทร็ก ขนาดบรรจุ 2 แผ่นครับ คุณภาพก็อยู่ในระดับ วีซีดี ที่ให้เช่าทั่ว ๆ ไปแต่ผมเช่ามาแล้วก๊อปปี้เก็บไว้นานจนแผ่นเสื่อมอย่างที่เล่าให้เพื่อน ๆ ทราบแล้วข้างต้น คำบรรยายภาษาไทยดีครับ ไม่มีที่เรียกกันว่า ซับนรก ให้เสียความรู้สึก ด้านดารานำผมก็รู้จักอยู่เพียงคนเดียวคือ รัสเซล โครว์ นอกนั้นไม่รู้จักเลย แต่ดูแล้วผู้กำกับวางตัวแสดงได้สมตามบทบาทดีมากครับ แต่ละคนรับบทได้อย่างไม่ขัดความรู้สึกในการชม เทคนิคก็เยี่ยมครับ นานมากเลยที่ไม่ได้ดูหนังสงครามทางเรือในยุคเรือใบรบกัน ไม่เหมือนสมัยตอนยังเด็กอยู่ ที่มีหนังแบบนี้ให้ดูบ่อยมาก เอ๊ะ ! บ่นถึงความหลังแบบนี้ เพื่อน ๆ จะมีใครว่าผมเป็นคนแก่หรือเปล่าครับเนี่ย....พอดีกว่าครับ เดี๋ยวจะเป็นคนแก่ไปซะจริง ๆ โอกาสต่อไปคงได้มีอะไรมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ เบื่อกันบ้างหรือยัง....เคยขอเสียงเชียร์ซักหน่อย...ก็...เงี๊ยบบบบ....เงียบ.
 
เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย
 
ชื่อเรื่อง Master and Commander ชื่อภาษาไทย ผู้บัญชาการสุดขอบโลก
ชนิดแผ่น วีซีดี ซาวด์แทร็ก จำนวน 2 แผ่น ความยาว 2 ชั่วโมง
ผู้สร้าง บริษัท ทะเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ๊อกซ์
อำนวยการสร้าง            : Peter Weir
ผู้เขียนบท            : Patrick O'Brian (เนื้อเรื่อง),  Peter Weir (บทภาพยนต์)
ดารานำแสดง
เว็บไซท์อ้างอิง 

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี) 

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

 

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ

1911 ใหญ่ผ่าใหญ่ การปฏิวัติซินไฮ่อันนำมาซึ่งการสิ้นสุดของระบอบศักดินา 3,000 ปีของจีน วันที่ 19/05/2013   18:35:25
สะดุดเลิฟ ที่เมืองรัก (Letters to Juliet) วันที่ 19/05/2013   18:36:43
เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ 1980 (คลาสสิค) วันที่ 19/05/2013   18:40:30
5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น เมื่อการปฏิวัติ คือ การหลั่งเลือด วันที่ 19/05/2013   18:39:13
Kingdom of Heaven มหาศึกกู้แผ่นดิน วันที่ 19/05/2013   18:41:31
Chariots of Fire เกียรติยศแห่งชัยชนะ ชัยชนะแห่งไฟในหัวใจอันลุกโชน วันที่ 19/05/2013   18:43:04
FIRST KNIGHT (สุภาพบุรุษยอดอัศวิน) วันที่ 19/05/2013   18:45:00
Legionnaire คนอึดเดือดไม่ใช่คน วันที่ 19/05/2013   18:46:18
ไททานิค ภาพยนตร์ที่ลงตัวทั้งประวัติศาสตร์และนิยายโรแมนติก วันที่ 19/05/2013   18:47:27
Napoleon ศึกรบ ศึกรัก และศึกการเมือง ในชีวิตนโปเลียน วันที่ 19/05/2013   18:48:31
Waterloo ความมโหฬารของสงครามปราบจักรพรรดิ์นโปเลียน วันที่ 19/05/2013   18:49:19
เอลซิด (El Cid) : ประวัติศาสตร์ หรือ ตำนาน วันที่ 19/05/2013   18:50:07
Fearless -> Truthless? วันที่ 19/05/2013   18:50:53
Veer จอมวีรอหังการ์ (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:51:25 article
The Last Samurai (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:52:09 article
Nomad: The Warrior (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:52:53 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (1971)
avatar
ชัย

เรียนคุณ Countryboy ครับ

ได้ข่าวว่าคุณ Countryboy  จะเขียนเรื่อง  K-19 หรือครับ เรื่องนี้สนุกดีนะครับ  อยากให้เขียนเร็วๆครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย (battle222-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-09-01 11:50:13


ความคิดเห็นที่ 2 (2017)
avatar
countryboy

เรียนคุณชัยครับ
     ดีใจนะครับ  ที่มีเพื่อน ๆ สมาชิกเข้ามาคุยด้วย  สำหรับเรื่อง K-19 นั้น  ผมขอติดไว้ก่อนนะครับ  ตอนนี้  ไม่ค่อยจะว่างเลย  แต่รับรองว่า  จะจัดให้คุณชัยที่ขอมาครับผม

     ไม่เห็นคุณชัยวิจารณ์งานของผมบ้างเลยครับ  จะได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อ ๆ ไปครับ  รวมถึงเพื่อน ๆ สมาชิกท่านอื่น ๆ ด้วยครับผม

     ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น countryboy (fromcountryboy-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-09-03 22:43:54


ความคิดเห็นที่ 3 (101636)
avatar
รอมเมล

     เรื่องนี้สนุกมากเลย   Russell Crowe กับ Paul Bettany เป็นดาราที่ผมชอบเสียด้วย  เนื้อเรื่องดีมาก ไม่น่าเบื่อเลย  ผมเองก็ชอบอ่านประวัติศาสตร์สงครามทุกสมัย ซึ่งต้องยอมรับเลย ทหารเรืออังกฤษมีความชำนาญการรบทางเรือดีมาก เอาชนะข้าศึกทั้งที่ด้อยด้วยคุณภาพเรือ หรือจำนวนเรือ อังกฤษก็ชนะเรื่อยมา  ถึงจะมีแพ้บ้างแต่ก็น้อยครั้งนัก ยังไงก็ชนะมากกว่า

      ผมเองก็ชอบฝ่าย นโปเลียนมาก ซึ่งขอบอกเลย นโปเลียนเกือบจะทำให้อาณารจักรของอังกฤษต้องเสียอิทธิพลทั่วโลก ถ้าไม่เพราะกองเรือของนโปเลียนไปพ่ายแพ้ใน "ยุทธนาวีที่ทราฟัลก้า" ตอนนั้นนโปเลียนมีกองเรือที่มากกว่าลอร์ดเนลสันแต่กลับพ่ายแพ้หมดรูป แม้ลอร์ดเนลสันจะเสียชีวิตในการรบก็ตาม   เมื่อได้ยินข่าวการพ่ายแพ้ของกองทัพเรือ นโปเลียนที่กำลังขยายอิทธิสู่แผ่นดินอาฟริกาก็รีบกลับฝรั่งเศสอย่างรีบร้อนเลย  นโปเลียนกลับไม่กล้าจะทำยุทธนาวีกับอังกฤษอีก  เลยทำให้แผนการขยายอิทธิสู่ดินแดนอาฟริกาก้หยุดชงัดไป ทำให้กองเรืออังกฤษกลับมามีอิทธิพลทั่วโลกเหมือนเดิม

       แต่มียุทธนาวีครั้งนึงที่ชัยชนะกลับทำให้อังกฤษพ่ายแพ้สงครามเฉย คือสงครามประกาศอิสระภาพของอเมริกา กองเรือรบฝรั่งเศสที่เดินทางมาช่วยอเมริกา ได้ทำยุทธนาวีกับอังกฤษเจ้าเก่าอีกแล้ว ผลก็ออกมารูปเดิม กองเรือฝรั่งเศสพ่ายแพ้ จนต้องเปลี่ยนเส้นทางหนีไปทิศทางตรงข้าม    แต่นั้นกลับการเป็นผลดีต่อสงครามของอเมริกาเฉย เพราะกองทหารอังกฤษที่ถอยร่นหลังเสียท่ากองทหารอเมริกัน ไปปักหลักเมืองท่าหันหลังให้ทะเล ดันซวยมาเจอกองเรือฝรั่งเศสพอดี ทำให้กองทหารอังกฤษถูกตีกระนาบทั้งทางบกจากอมเริกาและปืนใหญ่ของเรือรบฝรั่งเศส ต้องยอมแพ้อย่างอับอาย ซึ่งก็คือหนังเรื่อง  "แพทริออตส์"ของเมล กิ๊ปสันนั่นเอง ยังผลให้รูปการณ์ของสงครามประกาศอิรสภาพเปลี่ยนไป    น่าขำมาก ว่าถ้ากองเรือฝรั่งเศสชนะในยุทธนาวีและยังเดินทางในเส้นทางเดิม   กองทหารอังกฤษกองนั้นคงไม่แพ้แก่เมล กิ๊ปสันแน่

ผู้แสดงความคิดเห็น รอมเมล (goh_17-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-06-20 14:56:40



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker