dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Aces High ตายเพราะเอาอย่างฮีโร่
วันที่ 19/05/2013   18:21:48

webmaster@iseehistory.com

สงครามทางอากาศนับเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดน่าตื่นเต้นมาตั้งแต่แรกเริ่ม คือในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ถ้าสร้างให้ดูเอามันอย่างเดียวก็จะไม่ต่างไปจากหนังแอคชั่นทั่วๆ ไป ดังที่ผมเคยวิจารณ์ว่าหนังเรื่อง Flyboys นั้น ยังมีอะไรที่คลาดเคลื่อนอยู่มาก ทีนี้ลองมาดูหนังสงครามเวหายุคแรกเริ่มกันอีกสักเรื่อง ที่ดูน่าจะสมจริงมากกว่า แม้ดูเหมือนว่าจะไม่ถึงกับสร้างจากเรื่องจริง แต่ก็มีความสมจริงในแง่ที่ว่า นักบินที่ดูเหมือนโก้เป็นฮีโร่นั้น ก็มีเบื้องหลังเบื้องลึกบางประการที่ชวนขมขื่นอยู่บ้างเหมือนกัน นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง Aces High ที่เริ่มฉายในปี 1976/พ.ศ.2519

เหตุการณ์ในภาพยนตร์เริ่มในเดือนตุลาคม 1916/พ.ศ.2459 เมื่อนายทหารนักบินหนุ่มชาวอังกฤษนามว่าพันตรีเกรสแชม (Maj. John Gresham) มาเยือนโรงเรียนที่ตนเคยเรียน หลังจากพบปะกับคู่รัก (ทราบชื่อภายหลังว่า แคทเทอรีน) และครอบครัวของเธออยู่พักหนึ่ง ผู้พันก็ได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมพิธีในหอประชุมของโรงเรียน หลังจากพิธีสวดมนต์ตามศาสนาแล้ว บาดหลวงซึ่งคงจะเป็นอาจารย์ใหญ่ของที่นั่นด้วยได้เชิญให้ผู้พันเกรสแชมกล่าวสุนทรพจน์กับนักเรียนรุ่นน้อง ซึ่งหนึ่งในบรรดารุ่นน้องที่มองเขาอย่างชื่นชมราวกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่นั้น มีว่าที่น้องเขยของผู้พัน นามว่า สตีเฟน ครอฟท์ (Stephen Croft) รวมอยู่ด้วย

ก่อนที่ผู้พันจะได้กล่าวอะไร ภาพยนตร์ได้เล่าย้อนกลับไปยังปฏิบัติการทางอากาศครั้งหนึ่งของเกรสแชม ที่แม้ว่าจะสามารถสอยเครื่องบินเยอรมันลงไปได้ 1 ลำ แต่อีกหนึ่งลำที่เหลือ ช่างมีความสามารถในการเกาะท้ายไล่ยิงเครื่องบินของเขาอย่างไม่ลดละ พยายามบินพลิกกลับตีลังกายังไงๆ ก็ไม่หลุดจากการถูกไล่ยิงทางด้านหลังสักที เขาจึงรีบตัดสินใจก่อนที่เครื่องบินจะเสียหายมากไปกว่านั้น โดยการค่อยๆ หาที่ร่อนลงกับพื้น แล้วจอดนิ่งอยู่เฉยๆ โดยไม่ดับเครื่องเพื่อหลอกให้ข้าศึกเข้าใจว่าเขาตายแล้ว ได้ผลครับ! ข้าศึกซึ่งเป็นเครื่องบินสองที่นั่งร่อนลงจอดบ้าง แล้วนักบินกับนักบินผู้ช่วยก็ลงจากเครื่องมาหวังจะมาดูศพนักบินทอมมี่ เกรสแชมมองจากกระจกส่องหลังเห็นว่าทั้งสองลงจากเครื่องมาได้สักครึ่งทางแล้ว ก็รีบบังคับเครื่องไถลไปข้างหน้าจนขึ้นบินสู่ท้องฟ้าได้อีกครั้ง พี่เคร้าส์ทั้งสองพอเสียรู้วิ่งกลับไปพยายามจะออกบินบ้าง แต่ไม่ทัน ถูกเกรสแชมยิงใส่ชุดหนึ่งจนนักบินเสียชีวิต เครื่องวิ่งไถลไปชนหมู่ไม้ข้างหน้าไฟลุกท่วม ผู้ช่วยนักบินหนีตายออกมา เพียงเพื่อจะเป็นเหยื่ออารมณ์ขันของเกรสแชมที่แกล้งบินโฉบใส่เขาอีก 2-3 รอบ ให้เขาตกใจเล่น จนหนำใจ แล้วเกรสแชมก็จากไป

กลับมาที่หอประชุมในโรงเรียน เกรสแชมได้กล่าวสั้นๆ เกี่ยวกับอาวุธใหม่คือเครื่องบิน และความกล้าหาญ ผลของภาพลักษณ์แห่งความเป็นฮีโร่ของเขาในวันนั้น คือเรื่องราวในภาพยนตร์ที่กินเวลา 7 วันในอีกราวๆ 1 ปีถัดมาครับ

 

วันที่ 1 ในฝรั่งเศส ตุลาคม 1917 สตีเฟน ครอฟท์ ว่าที่น้องเขยของเกรสแชม เดินทางโดยรถยนต์บรรทุกทหารมาจนถึงฝูงบินที่ 76 ที่เกรสแชมสังกัดอยู่ ซึ่งตอนแรกเหมือนไม่มีใครอยู่ แล้วก็ได้พบกับผู้หมู่เบ็นเน็ต เป็นคนแรก เบ็นเน็ต พาครอฟท์ไปพบกับนายทหารนักบินอีกคนหนึ่ง นามว่า ครอว์ฟอร์ด (Lt. Crawford) ทราบว่านักบินคนอื่นไปออกบินกันหมด แล้วไหงผู้หมวดคนนี้ไม่บินกับเขาด้วยล่ะ? มีคำตอบกระท่อนกระแท่นเพียงว่าไม่สบายนิดหน่อย แล้วนายทหารคนต่อมาที่จะมีบทบาทสำคัญมากก็มาถึง คือ ร้อยเอกซินแคลร์ หรือ "ลุง" (Capt. 'Uncle' Sinclair) ซึ่งมีตำแหน่งรองจากเกรสแชม ได้มาทักทายปราศรัยกับครอฟท์ และนำครอฟท์ออกไปชมรอบๆ บริเวณฝูงบิน ระหว่างนี้เราได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากการสนทนาของทั้งสองว่า ครอฟท์มีชั่วโมงบินอยู่สิบกว่าชั่วโมงเท่านั้น และอาศัยเส้นสายในการขอมาประจำการในฝูงบินนี้เพื่อจะได้อยู่กับฮีโร่ในดวงใจของเขา และแล้ว เกรสแชมกับเหล่านักบินที่ไปปฏิบัติภารกิจก็กลับมา ลุงซินแคลร์พาครอฟท์ไปทักทายกับเกรสแชม แล้วทั้งสองก็ต้องประหลาดใจที่เกรสแชมดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก เกรสแชมระบายกับซินแคลร์ว่าหนักใจที่สตีเฟนและแคทเทอรีนเห็นเขาเป็นฮีโร่อย่างค่อนข้างเว่อๆ ตกกลางคืน ครอฟท์ได้ร่วมรับประทานอาหารกับเกรสแชม ซินแคลร์ และนักบินอื่นๆ ในสโมสรนายทหาร เกรสแชมแจ้งต่อทุกคนว่า ดิ๊กกี้ นักบินที่ร่วมปฏิบัติการและถูกยิงตกได้กลายเป็นศพไหม้เกรียมไปแล้ว ถัดมาก็ได้พูดคุยกับครอฟท์เล็กน้อย ก่อนสรุปว่า เขากับครอว์ฟอร์ดจะเป็นผู้พาครอฟท์ไปบินรอบๆ ผลหรือครับ? อีตาครอว์ฟอร์ด นักบินที่ไม่ได้ขึ้นบินของเรากลับไปนอนเตียงด้วยความหวาดผวา ฝันถึงแต่เหตุการณ์ขึ้นบินแต่ครั้งไหนก็ไม่ทราบ

 

วันที่ 2 อีตาครอว์ฟอร์ดของเรา (หรือของใครก็ไม่ทราบ) ไม่ยอมลุกจากเตียงไปขึ้นบิน เกรสแชมจึงต้องพาครอฟท์ออกบินไปโดยมีนักบินอีกคนนามว่าทอมสันไปแทนครอว์ฟอร์ด ครอฟท์ออกบินขึ้นด้วยอาการทุลักทุเลเป็นที่ขบขันแกมสมเพทของบรรดาผู้อยู่บนพื้น แต่ก็สามารถตามฮีโร่ในดวงใจขึ้นไปทดสอบการยิงปืนเป็นที่เรียบร้อย สักพักก็เริ่มเจอของจริงแล้วครับ ปืนปตอ.จากเบื้องล่างเริ่มระดมยิงใส่เครื่องบินทั้งสาม เกรสแชมสั่งให้บินกลับ แต่ก็ไม่วายเจอกับข้าศึกจำนวนหนึ่งเข้า ผลการพันตูกัน ข้าศึกถูกเกรสแชมและทอมสันยิงตกคนละหนึ่งลำ อีกหนึ่งลำถูกเกรสแชมยิงเสียหาย แต่กระสุนปืนหมดเสียก่อน เกรสแชมเสียหลักหัวทิ่มลงในขณะที่กำลังเปลี่ยนแมกกาซีนปืน แต่โชคยังดีที่ชักกลับทัน และนักบินเยอรมันลำที่เสียหายได้นำเครื่องบินลงจอดไปแล้ว ส่วน สตีเฟน ครอฟท์ ของเราหรือครับ? หลงทางไปในระหว่างการพันตูกันนั้นเอง ต้องร่อนลงจอดไปถามทางกับทหารราบฝ่ายเดียวกัน จึงสามารถพาเครื่องมาร่อนลงที่ฐานบินได้อย่างทุลักทุเลพอๆ กับตอนขาขึ้น เกรสแชมโกรธมากเมื่อทราบว่าครอฟท์ไปถามทางจากทหารราบ คือเหมือนจะเป็นกฎอะไรสักอย่างของนักบินที่ครอฟท์ไม่ทราบมาก่อน แต่คุณลุงซินแคลร์ก็ได้มาปกป้องครอฟท์ไว้

จากนั้น เกรสแชมได้ครอฟท์กับนายทหารฝรั่งเศสที่เป็นล่ามไปยังหน่วยทหารราบฝรั่งเศสที่ควบคุมตัวนักบินเยอรมันไว้ โดยอ้างสิทธิว่าตามสนธิสัญญาเขามีสิทธิที่จะควบคุมตัวนักบินข้าศึกไว้ได้ 24 ชั่วโมงก่อนจะปล่อยตัวไป (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ แปลกใจเหมือนกันว่าตอนนั้นเขาไม่ยักจับตัวนักบินข้าศึกไว้เป็นเชลยถาวรเหมือนในสมัยต่อๆ มา) ระหว่างนี้ครอฟท์ได้เห็นสภาพอันน่าเอน็จอนาถของทหารราบฝรั่งเศสอยู่พอสมควร เมื่อทั้งสองได้ตัวนักบินเยอรมันมาแล้ว คราวนี้บิ๊กเซอร์ไพรส์เลยครับ ดูหนังสงครามมาก็หลายเรื่อง ไม่เคยเห็นทหารหน่วยไหนปฏิบัติกับเชลยขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่การสอบสวนหรือทรมานทรกรรมอะไรพี่เคร้าส์คนนี้หรอกนะครับ แต่เป็นการพาตัวเขามาร่วมสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้กันในสโมสรนายทหาร ทั้งดื่มกิน ทั้งร้องเพลง เล่นเกมขี่คอตีหมอนกันเป็นที่สนุกสนาน

 

วันที่ 3 ครอฟท์นำจดหมายที่เขียนไว้มายังสโมสรนายทหารเพื่อถามหาที่ๆ จะส่งกลับบ้าน เกรสแชมบอกว่าตนต้องเซ็นเซอร์ก่อน ครอฟท์ทำท่าจะเปลี่ยนใจ ทำให้มีปากเสียงกับเกรสแชมเล็กน้อย ครอฟท์วางจดหมายทิ้งไว้ให้เกรสแชมไปอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เกรสแชมบ่นกับซินแคลร์ว่าเขาก็ไม่ได้อยากอ่านจดหมายคนอื่นนักหรอก ในที่สุดซินแคลร์ได้อ่านจดหมายให้เกรสแชมฟัง ปรากฏว่ามีแต่ข้อความสรรเสริญเยินยอเกรสแชมซะมากมาย ทางด้านกองบัญชาการของนายพลเวล (Brigadier General Whale) ได้มีการพิจารณาแผนที่การรบแล้วมีความเห็นว่าควรส่งเครื่องบินไปถ่ายภาพในแดนของข้าศึกเพิ่มเติม ย้อนกลับมาที่กองบิน ลุงซินแคลร์ได้พาครอฟท์ไปพักผ่อนที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง

 

วันที่ 4 ครอว์ฟอร์ดตั้งท่าจะขับรถไปข้างนอก แต่เกรสแชมได้เรียกตัวมาพบเสียก่อน และมีปากเสียงกัน แต่ในที่สุดครอว์ฟอร์ดก็ไม่ได้ออกไปไหน เกรสแชมนั่งรถไปกินข้าวในกองบัญชาการกองพล เขาได้ขอร่มชูชีพจากท่านนายพล แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่มีงบ เขายังได้รับซองกระดาษมาซองหนึ่ง ซึ่งก็คือคำสั่งให้ซินแคลร์ไปถ่ายภาพทางอากาศนั่นเอง เมื่อกลับมายังฐานบินและแจ้งให้ซินแคลร์ทราบแล้ว ซินแคลร์ได้เสนอให้ครอฟต์เป็นผู้ขับเครื่องบินที่จะนำเขาไปถ่ายภาพ เกรสแชมจำต้องอนุมัติด้วยเหตุผลว่า "เขาควรได้รับโอกาสเช่นเดียวกับคนอื่นๆ"

 

วันที่ 5 ครอฟท์ได้พาซินแคลร์ออกไปถ่ายภาพทางอากาศ โดยซินแคลร์ต้องทำหน้าที่ทั้งถ่ายภาพและพลปืนหลัง ระหว่างปฏิบัติการ คุณลุงเราโดนเข้าไปหลายนัด แต่ก็ยังใจแข็งส่งซิกกับครอฟท์ทำนองว่ายังไหว ไม่เป็นไรหรอก แต่พอเครื่องถึงฐานบิน ปรากฏว่าลุงแกไม่หายใจซะแล้ว ครอฟท์เสียใจมาก ตกเย็นไม่ยอมไปกินข้าวที่สโมสรนายทหาร กลับไปนั่งคุยและกินข้าวกับพวกช่างเครื่อง เกรสแชมตามมาพบและต่อว่าต่อขานกันพอสมควร พอดีพวกนักบินได้ตกลงกันว่าจะไปเที่ยวในเมือง เกรสแชมจึงให้พาครอฟท์ไปด้วย และครอฟท์ก็ได้ขึ้นห้องกับคุณตัวนางหนึ่งจนเป็นที่ติดอกติดใจ

 

วันที่ 6 เกรสแชมเรียกประชุมนักบิน ว่าในวันรุ่งขึ้นจะต้องปฏิบัติภารกิจสอยบอลลูนตรวจการณ์ข้าศึก โดยกำหนดให้ครอฟท์ และครอว์ฟอร์ดอยู่ในทีมโจมตีด้วย ตกเย็นครอฟท์ไปหาครอว์ฟอร์ดๆ ไม่ยอมออกไปเที่ยวในเมืองกับพวกนักบิน ครอฟท์จึงไปกับเพื่อนๆ และพบว่าคุณตัวที่นอนด้วยเมื่อคืนกำลังคุยกับนายทหารคนหนึ่งโดยไม่สนใจใยดีเขาเลย ทางด้านครอว์ฟอร์ดเกิดอาการคลั่ง ออกมาทำท่ายืนกางแขนแล้ววิ่งไปรอบๆ เหมือนกำลังออกบิน เกรสแชมเห็นท่าไม่ดีจึงออกมารวบตัวเขาไว้ พอดีจังหวะที่ครอฟท์กับพรรคพวกกลับจากไปเที่ยวในเมือง

 

วันที่ 7 ฝูงบินออกปฏิบัติการแต่เช้า ครอฟท์สามารถยิงทำลายบอลลูนลูกแรกได้สำเร็จ แต่พอจะต้องเข้าโจมตีลูกที่สอง มีเครื่องบินเยอรมันมาสกัด เกิดการรบยิงพันตูกันยกใหญ่ เครื่องบินในฝูงถูกยิงตกไป 2-3 ลำ ครอฟท์ยิงข้าศึกตกไป 1 ลำ กำลังจะได้ใจว่ารบเป็นแล้ว ก็พอดีมีเครื่องบินข้าศึกอีกลำหนึ่ง จะว่าซุ่มซ่ามพอๆ กันหรืออะไรก็แล้วแต่ พุ่งเข้าชนกับเครื่องบินของครอฟท์เข้าอย่างจังจนระเบิดกลางอากาศ เมื่อเกรสแชมกลับมาถึงฐานทัพ ขณะที่เกรสแชมพยามยามเขียนจดหมายแจ้งข่าวร้ายถึงครอบครัวนักบินที่เสียชีวิต ก็มีนักบินใหม่มารายงานตัว 3 คน แต่ละคนก็พอๆ กับตอนที่ครอฟท์มาใหม่ๆ คือทั้งหน้าอ่อน ทั้งมีชั่วโมงบินแค่คนละ 14 ชั่วโมงเท่านั้น คุยกันได้ไม่กี่คำ เกรสแชมมองไปนอกหน้าต่างเห็นครอฟท์ในสภาพที่โทรมมากๆ เดินเข้าหยุดยืนอยู่ตรงหน้า แล้วเลือนหายไป เกรสแชมตกใจแต่ก็คุมสติหันกลับมาคุยกับนักบินใหม่อีกไม่กี่คำ ก็อนุญาตให้ทั้ง 3 ไปพักผ่อน

จุดเด่นของการแต่งเรื่องอยู่ที่จิตวิทยาง่ายๆ ของคนเป็นวัยรุ่นอย่าง สตีเฟน ครอฟท์ ที่กำลังแสวงหาแบบอย่างของตน ก็มาเจอเข้ากับเกรสแชม ที่มีภาพลักษณ์สวยหรูในฐานะวีรบุรุษสงครามที่ใช้อาวุธใหม่เข้าปราบปรามข้าศึก แต่วีรบุรุษก็ยังมีธาตุแท้เช่นมนุษย์ทั่วไปที่มีความกลัว ความเครียด ฯลฯ และสงครามก็ย่อมเป็นสงครามที่ย่อมมีความโหดร้าย ไร้เหตุผลและความปรานีใดๆ การที่ครอฟท์พยายามเอาอย่างหรือมาอยู่ใกล้วีรบุรุษสงครามอย่างเกรสแชมอาจดูดีกว่าวัยรุ่นสมัยนี้ ที่ไปเอาอย่างดารานักร้องหรือเพื่อนฝูงเละๆ เทะๆ แต่ความโหดร้ายไร้เหตุผลของสงครามได้ยินยอมให้เขาใช้ชีวิตอยู่กองบินเดียวกับวีรบุรุษของเขาได้เพียง 7 วันเท่านั้น

ภาพลักษณ์ที่อยู่ตรงกันข้ามกับความเป็นวีรบุรุษนอกจากจะแฝงๆ อยู่ในตัวของเกรสแชมแล้ว ยังถูกเน้นให้เด่นชัดขึ้นด้วยการสร้างครอว์ฟอร์ดขึ้นมาเป็นนักบินที่เราควรจะตำหนิว่าขี้ขลาดตาขาว หรือจะเห็นใจในฐานที่อาจเป็นผู้ป่วยทางจิตเพราะสงครามก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม ตัวละครนี้เหมือนจะลดทอนความสมจริงบางอย่างลงไป คือผู้แต่งเรื่องสร้างเขาขึ้นมาให้ทำแต่หน้าที่เป็นตัวแย้งความเป็นวีรบุรุษสงครามในความรู้สึกของเกรสแชมกับครอฟท์ แต่ลืมนึกถึงความรู้สึกของสมาชิกคนอื่นในฝูงบิน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจริงพวกเขาที่ต้องออกบินเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ทุกวัน คงต้องรุมกันตั้งข้อรังเกียจหมอนี่อย่างแน่นอน นี่กลับกลายเป็นว่าตะแกสามารถเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงได้เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ

ด้านองค์ประกอบอื่นๆ ของภาพยนตร์ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้ภาพยนตร์รุ่นหลังๆ แต่ในบทพากย์ไทยมีหลุดอยู่นิดหนึ่ง ตอนที่เกรสแชมเรียกประชุมนักบินในวันที่ 6 ได้เรียกฝ่ายเยอรมันว่า "พวกนาซี" เข้า ซึ่งในเวลานั้น ลุงฮิตเลอร์แกยังติดยศสิบโทมะงุมมะงาหราอยู่ในสนามเพลาะแถวๆ นั้นอยู่เลยครับ ยังไม่มีพรรคนาซีแต่อย่างใด พอดีภาพยนตร์ที่ใช้ประกอบการเขียนเป็นวีซีดีพากย์ไทย เลยหมดโอกาสจะทราบว่าที่จริงเขาใช้คำว่าอะไร

ด้านประวัติศาสตร์ แม้ภาพยนตร์จะไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์รบสำคัญๆ ในสงครามครั้งนั้น แต่ก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบางอย่างที่น่าสนใจ เช่น นักบินยังต้องบรรจุกระสุนปืนกลด้วยมือกันกลางอากาศอยู่เลย ร่มชูชีพแม้จะมีให้ใช้แล้ว แต่นายพลกลับอ้างว่าไม่มีงบ ซึ่งอาจมีส่วนจริงเพราะไม่เห็นนักบินทางฝ่ายเยอรมันใช้เช่นกัน นอกจากเจ้าพลสังเกตการณ์ที่กระโดดออกจากบอลลูนลูกแรกก่อนจะถูกครอฟท์ยิง และการถ่ายภาพสมัยนั้นที่ยังใช้ฟิล์มกระจกอยู่เลย เป็นต้น

ขณะที่เขียนผมลืมไปแล้วว่าได้ภาพยนตร์เรื่องนี้มายังไง พอดีเอะใจไปหยิบซองที่ใส่วีซีดีมาดู จึงเห็นสติ๊กเกอร์บอกชื่อร้าน "ปิรันย่า" ซึ่งอยู่ที่ห้างฟอร์จูน ชั้น 2 ด้านที่ติดกับห้างโลตัสครับ ถ้าไปหาเวลานี้ไม่รับประกันว่าจะยังมีขายหรือไม่ ส่วนผู้จัดจำหน่ายคือบริษัท ยูนิคอร์น พิคเจอร์ส นนทบุรี ครับ

คำคมชวนคิด

  • "ผมอยากให้เธอรู้ความจริงหรอกว่าที่จริงแล้ว ผมก็แค่นั่งอยู่บนเครื่อง แล้วก็บินๆ ไป มันก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านี้" เกรสแชมพูดถึงแคทเทอรีนระหว่างคุยกับซินแคลร์
  • "เสียเครื่องบิน 1 ลำกับทหาร แต่ภาพถ่ายยุทธศาสตร์อาจช่วยให้เรารักษาชีวิตทหารเป็นพันๆ นายได้เลย ช่วยเซฟเวลาด้วย อาจจะตีข้าศึกแตกได้ด้วย" นายพลเวลกล่าวกับนายทหารที่ร่วมประชุม

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Aces High

ชื่อภาษาไทย :  อินทรีประจัญบาน

ผู้กำกำกับ : Jack Gold

ผู้สร้าง : Benjamin Fisz, Jacques Roitfeld, Basil Keys

ผู้เขียนบท :  Howard Barker (writer), R.C. Sherriff (play)

ผู้แสดง :

  •  Malcolm McDowell ...  Maj. John Gresham
  •  Christopher Plummer ...  Capt. 'Uncle' Sinclair
  •  Simon Ward ...  Lt. Crawford
  •  Peter Firth ...  Lt. Stephen Croft
  •  David Wood ...  Lt. 'Tommy' Thompson
  •  John Gielgud ...  Headmaster
  •  Trevor Howard ...  Lieutenant Colonel Silkin
  •  Richard Johnson ...  Major Lyle
  •  Ray Milland ...  Brigadier General Whale
  •  Christopher Blake ...  Lieutenant Roberts
  •  Elliott Cooper ...  Lieutenant Wade
  •  David Daker ...  Mess Corporal Bennett
  •  Barry Jackson ...  Corporal Albert Joyce
  •  Jacques Maury ...  Ponnelle

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

 

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ม้าศึกจารึกโลก (War Horse) ชะตากรรมของม้าในสงครามของคน วันที่ 19/05/2013   18:20:34
The Lost Battalion เนื้อแท้ของความกล้า วันที่ 19/05/2013   18:22:55
A Dangerous Man: Lawrence After Arabia ศึกทางการทูตของ ลอว์เรนซ์แห่งอาระเบีย วันที่ 19/05/2013   18:23:50
Lawrence of Arabia การสดุดีหรือบิดเบือนวีรบุรุษ? วันที่ 19/05/2013   18:24:46
สารคดี Lawrence of Arabia: โลกลึกลับของวีรบุรุษผู้ขมขื่น วันที่ 19/05/2013   18:26:14
All Quiet on the Western Front (1930) ขาวดำก็มีดี วันที่ 19/05/2013   18:27:11
In Love and War รักยามสงครามของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ วันที่ 19/05/2013   18:28:11
Flyboys ศึกเวหาที่ยังคลาดเคลื่อน วันที่ 19/05/2013   18:29:07
Rasputin: Dark Servant of Destiny รัสปูติน ในอีกมุมมองหนึ่ง วันที่ 19/05/2013   18:29:47
ซาร์(จักรพรรดิ)องค์สุดท้ายของ รัสเซีย (Russia's last Tsar) วันที่ 19/05/2013   18:30:46
All Quiet on the Western Front แนวรบตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง วันที่ 19/05/2013   18:31:54
The LightHorseMen: วีรกรรมของคนกับม้า และปัญหาศัพท์ ทหารม้า-ทหารราบขี่ม้า วันที่ 19/05/2013   18:32:45



1

ความคิดเห็นที่ 1 (91348)
avatar
soontorn1

จะหาชมภาพยนต์เรื่องทางไหนได้บ้างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น soontorn1 (soontorn1-at-sanook-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-11-12 22:18:16


ความคิดเห็นที่ 2 (91407)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

"ทาง" ที่ถูกลิขสิทธิ์ขอย้ำอีกทีว่าคือ VCD ที่ร้านปิรันย่า ห้างฟอร์จูน และอาจจะ(เคย)มีในกระบะหนังซองของบางร้าน  แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจว่ายังมีขายหรือเปล่า  ส่วน "ทาง" อื่นที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์นั้น ไม่ทราบ และควรใช้เมื่อหาของที่ถูกต้องเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เจอจริงๆ ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-11-16 23:00:56



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker