dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Kawashima Yoshiko - ผู้หญิงพันธุ์มหาอำนาจ
วันที่ 19/05/2013   16:28:36

webmaster@iseehistory.com

แม้จีนจะเป็นชาติหนึ่งที่มีประเพณีที่ทำให้ฐานะของสตรีด้อยกว่ากว่าชายไม่น้อยไปกว่าชาติใดๆ แต่ในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่และยาวนานของจีนเองกลับปรากฏว่ามีบทบาทของสตรีหลายนางในหลายยุคสมัย ทั้งรายที่ผู้คนยกย่องสรรเสริญ และรายที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ในครั้งนี้เราลองมาดูบทบาทของสตรีนางหนึ่งในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ชาวจีนต่างประณามว่าเธอทรยศขายชาติ ให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นต่อการข่มเหงรุกรานจีนต่างๆ นานา แม้จะมีชื่อเสียงในทางลบ แต่แน่นอนว่านั่นหมายถึงการที่เธอมีบทบาทที่โดดเด่นกว่าสตรีทั่วไปหรืออาจมากกว่าผู้ชายหลายคนด้วยซ้ำ เธอคือ จินทิฮุย Jin Bihui (金璧輝) หรือชื่ออื่นอีกหลายชื่อ เช่น ตงเจิน Dongzhen (東珍) ซึ่งแปลว่า เพชรน้ำหนึ่งแห่งบูรพา แต่ชื่ออาจเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดเป็นชื่อญี่ปุ่นว่า Kawashima Yoshiko อันกลายมาเป็นชื่อหนึ่งของภาพยนตร์ฮ่องกงที่เริ่มฉายในปี 1990/พ.ศ.2533 ที่สร้างจากนวนิยายของ Lillian Lee ครับ

โยชิโกะในวัยเด็กกับบิดาก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น

ภาพยนตร์เริ่มฉากแรกเมื่อจีนฉลองชัยชนะต่อญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นผลให้ จินทิฮุย หรือ คาวาชิมา โยชิโกะ ต้องถูกนำตัวขึ้นศาลในฐานะอาชญากรสงครามด้วยข้อหาต่างๆ ได้แก่ ให้ความช่วยเหลือญี่ปุ่นในการรุกรานจีน ก่อตั้งประเทศแมนจูกัว โยชิโกะกลับขอบุหรี่สูบด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน และทวงบุญคุณเอากับผู้อยู่ในคณะผู้พิพากษา จากนั้นภาพยนตร์จึงย้อนไปยังช่วงที่เธอยังเป็นเด็ก องค์หญิง 14 แห่งอ๋องซู่ ต้องรับคำสั่งจากบิดาให้ไปเป็นลูกเลี้ยงขอเพื่อนชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Naniwa Kawashima เพื่อรอวันกอบกู้ราชวงศ์แมนจู โดยให้ใช้สกุล คาวาชิมา ต่อพ่อเลี้ยง และใช้ชื่อว่า โยชิโกะ เวลาต่อมาที่ญี่ปุ่น เมื่อโยชิโกะเติบโตเป็นสาว เธอได้มีคู่รักเป็นนายทหารชื่อ รต.ซินเจียเฮิง อามากาสึ แต่นายคาวาชิมาพ่อเลี้ยงของเธอได้อ้างคำสั่งเสียของพ่อเธอและมติของที่ประชุมระหว่างแก๊งค์มังกรดำกับบรรดาผู้แทนมองโกเลียและแมนจูบีบบังคับให้เธอแต่งงานกับองค์ชายมองโกเลีย นามว่า Ganjuurjab เพื่อเตรียมฟื้นฟูแมนจู และนายคาวาชิมายังได้ข่มขืนเธอด้วย จากนั้นโยชิโกะในสภาพที่ตัดผมสั้นและแต่งตัวเหมือนผู้ชายก็ขอเลิกกับอามากาสึ แล้วไปแต่งงานกับเจ้าชายมองโกลได้เพียง 3 ปี ก็หย่ากัน (ในประวัติศาสตร์บอกว่า 2 ปี ปีที่แต่งงานคือ ค.ศ.1927/พ.ศ.2470) และยังได้ทิ้งนายคาวาชิมาไปเมืองจีนเพื่อไป "ทำงานใหญ่" ด้วยตัวเอง โดยหาทุนจากการเขียนชีวประวัติของเธอเองขายให้กับนักเขียนชาวญี่ปุ่น ก่อนจะไปเมืองจีน ขณะที่เธอกลับไปหาอามากาสึกคนรักเก่าของเธอก็พบว่าเขากำลังมั่วกับเกอิชาอยู่ จึงได้ผละหนีไป โดยทิ้งเงินไว้ให้จำนวนหนึ่งที่เธอบอกว่าเป็นการใช้หนี้บุญคุณกัน

โยชิโกะกับรต.อามากาสึ

แต่งงานกับองค์ชายมองโกเลีย

เมื่อโยชิโกะมาถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็ถูกวิ่งราวกระเป๋า แต่ได้ชายคนหนึ่ง ชื่อ ฟุก หรือ หยุนไค ตัวละครจากโรงงิ้วแถวนั้น ช่วยไว้ โดยอาฟุกเข้าใจว่าเธอเป็นชาวญี่ปุ่น แล้วเธอก็เข้าไปติดต่อกับนายพลญี่ปุ่นนามว่า Ryukichi Tanaka โดยยกเขาเป็นพ่อเลี้ยง แต่โดยนัยแล้วท่านผู้อ่านคงเดาได้ว่าเขามีสัมพันธ์กันแบบไหน ต่อมา ทานากะและโยชิโกะได้ไปรับเสด็จพระจักรพรรดิ์ปูยี จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายของจีนมาเพื่อเตรียมการก่อตั้งประเทศแมนจูกัว แต่ปัญหาคือพระจักรพรรดินีหรือฮองเฮายังอยู่ที่เมืองเทียนสิน ไม่ได้ตามเสด็จมาด้วย โยชิโกะจึงได้แสดงฝีมือด้วยการเดินทางไปลักพาองค์ฮองเฮามาได้สำเร็จ โดยลงทุนทั้งเล่นบทสัมพันธ์สวาทกับฮองเฮา และสังหารสายลับญี่ปุ่นที่มาด้วยกันเพื่ออำพรางแผนการ และแล้ว เมื่อญี่ปุ่นสามารถสถาปนาประเทศแมนจูกัวได้สำเร็จ (ตรงกับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1932/พ.ศ.2474) โยชิโกะก็ได้รับรางวัลในตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร ในขณะที่กำลังรุ่งเรืองด้วยอำนาจวาสนาเช่นนี้ เรื่องความรักของเธอก็ใช่ย่อย เธอพบว่าอามากาสึได้มาประจำการอยู่ที่แมนจูเรีย และพาสาวมานอนที่บ้าน ก็เลยเกิดการหึงหวงแง่งอนกันตามประสา จากนั้นเธอได้ไปราชการที่เซี่ยงไฮ้ ขณะที่กำลังเจรจางานในโรงงิ้ว เธอเห็นผู้แสดงเป็นเห้งเจียหรือซุนหงอคงก็จำได้ทันทีว่าเป็นอาฟุก จึงให้เลขาเชิญเขามาพบที่บ้านพัก ซึ่งทีแรกก็พูดจาปราศรัยกันดี แต่เมื่อโยชิโกะเล่าประวัติความเป็นมาของเธอให้ฟัง อาฟุกก็ไม่พอใจเพราะเห็นว่าการที่เธอให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นเป็นการ "ขายชาติ" ทำให้เกิดสงครามและคนจีนต้องถูกสังหารไปมากมายและผละหนีไป แต่โยชิโกะได้ใช้อำนาจบีบบังคับให้อาฟุกกลับมาแสดงบทซุนหงอคงที่เขาถนัดให้เธอดูเป็นการส่วนตัว จนกระทั่งเธอเมามายไม่ได้สติ อาฟุกจึงปลีกตัวกลับออกไป

โยชิโกะกับนายพลทานากะ (คนกลาง) รับเสด็จจักรพรรดิปูยี (ขวา)

รับตำแหน่งในวันสถาปนาประเทศแมนจูกัว

เมื่อมีอำนาจวาสนาทางการเมืองก็ต้องมีศัตรูทางการเมือง ขณะที่เธอกำลังกล่าวปราศรัยต่อกองทหารที่กำลังจะส่งไปร่วมรบกับญี่ปุ่น เธอก็ถูกทหารคนหนึ่งลอบยิงได้รับบาดเจ็บ เมื่ออาการดีขึ้น เธอได้มาสอบสวนคนร้ายด้วยตัวเองเพื่อเค้นความจริงว่าใครคือผู้จ้างวาน พรรคก๊กมินตั๋ง พรรคคอมมิวนิสต์ หรือญี่ปุ่น? แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ต่อมาขณะที่เธอไปฉลองวันเกิดที่ร้านแห่งหนึ่งในเทียนสิน คราวนี้อาฟุกมาเองครับ เขานำคนจำนวนหนึ่งมาประกาศที่จะสังหารคนขายชาติ แต่จะด้วยเหตุใดไม่ทราบ อาฟุกกับพรรคพวกกลับลงมือสังหารคนที่นั่งอยู่ใกล้เธอแทนที่จะยิงเธอเป็นคนแรก ขณะที่โยชิโกะเองก็เอาแต่ยืนตลึงดูคนอื่นถูกยิงไปทีละคน กว่าจะถึงคิวลั่นไกสังหารเธอ ปืนก็ขัดข้อง ผลคืออาฟุกได้รับบาดเจ็บและถูกจับ คนอื่นๆ หากไม่ตายในที่เกิดเหตุก็คงถูกจับสังหารในเวลาต่อมา แต่ตัวอาฟุกนั้น โยชิโกะให้ไปรับตัวมารักษาพยาบาลที่บ้านโดยอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอต้องการสอบสวนคนร้ายรายนี้เอง วันต่อมาทานากะได้มาเยี่ยมโยชิโกะ แล้วก็เกิดการทะเลาะกันสามเส้าทั้งระหว่างโยชิโกะกับทานากะ ทานากะทำร้ายอาฟุกจนถูกโยชิโกะไล่ไป แล้วโยชิโกะกับอาฟุกก็ทะเลาะกันเรื่องการเมืองต่อ แล้วอาฟุกซึ่งอาการดีขึ้นบ้างแล้วก็หนีจากเธอไป

หลิวเต๋อหัวในบทอาฟุกแสดงเป็นซุนหงอคงหรือเห้งเจียให้โยชิโกะดูเป็นส่วนตัว

เมื่อเห็นว่าโยชิโกะเริ่มจะไว้วางใจไม่ได้ นายพลทานากะจึงใช้ให้อามากาสึกไปสังหารโยชิโกะ อามากาสึทำทีไปเยี่ยมโยชิโกะ ๆ ชวนเขาให้ไปไหว้พระด้วยกัน ในที่สุดอามากาสึก็ฆ่าเธอไม่ลง และพาเธอไปยังท่าเรือเพื่อส่งกลับประเทศญี่ปุ่น (แต่ในประวัติระบุว่าเธอถูกจับได้ที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1945/พ.ศ.2488) จากนั้นภาพยนตร์ได้ย้อนกลับมายังการพิจารณาคดีของโยชิโกะภายหลังสงคราม เธอพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหา และแสร้งบิดเบือนปีเกิดให้ศาลสับสน แต่เมื่อทางการติดต่อไปยังญี่ปุ่นเพื่อขอหลักฐานการเกิดของเธอ ปรากฏว่านายคาวาชิมาผู้เป็นพ่อเลี้ยงซึ่งถูกจับกุมเพราะติดต่อกับแก๊งค์มังกรดำไม่กล้าเปลี่ยนวันเดือนปีเกิดของเธอ เธอจึงถูกศาลพิพากษายึดทรัพย์และให้ประหารชีวิต ก่อนถึงวันประหาร อาฟุกได้มาพบเธอในฐานะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และบอกเธอว่าในตอนประหารชีวิตนั้น จะใช้ลูกปืนไม่มีหัวกระสุน ให้เธอแกล้งทำเป็นตาย แล้วจากนั้นเขาจะจัดการทุกอย่าง แล้วภาพยนตร์ก็จบลงตรงที่ฉากการประหารชีวิตเธอ (ปี 1948/พ.ศ.2491) โดยทิ้งปริศนาไว้ว่าสิ่งที่อาฟุกพูดเป็นความจริงหรือไม่

ภาพยนตร์ความยาวเพียง 96 นาทีเรื่องนี้ดูเหมือนจะพยายามสะท้อนสภาพชีวิตของเธอในแบบดรามามากกว่าแอคชั่นสงครามหรือรายละเอียดทางประวัติศาสตร์การเมือง เมื่อเทียบกับประวัติชีวิตของเธอแล้วยังขาดรายละเอียดไปไม่ใช่น้อย ดังเช่น นายพลญี่ปุ่นที่เธอติดต่อสัมพันธ์ไม่ได้มีแต่นายพลทานากะที่ตามประวัติศาสตร์บอกว่ากลับไปญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1939/พ.ศ.2482 เธอได้ทำงานให้กับนายพลตรี Kenji Doihara จนก่อตั้งประเทศแมนจูกัว แล้วจึงไปเป็นภรรยาของพลตรี Hayao Tada ผู้สร้างคงไม่อยากให้มีตัวละครมากเกินจึงได้ให้เหลือแต่ทานากะคนเดียว แต่อาจจะไม่ยุติธรรมกับนายพลทานากะตัวจริงสักเท่าไหร่ และบทบาททั้งทางด้านการทหารและการเมืองของโยชิโกะก็มีมากกว่าที่เห็นในภาพยนตร์ ส่วนอามากาสึกับอาฟุกนั้น น่าจะเป็นตัวละครที่แต่งเติมขึ้นมา

อาฟุกบุกเข้าสังหาร "คนขายชาติ"

ตัวละครหลัก คือโยชิโกะนั้น เหม่ยเยี่ยนฟาง สามารถรับบทโยชิโกะได้เหมาะสม คือเป็นทั้งผู้หญิงที่สวยและออกจะห้าวๆ คล้ายกับที่ในประวัติบอกว่าเธอจะดูกึ่งทอมบอยกึ่งวีรสตรี

ปัญหาสำคัญสำหรับภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เช่นนี้ คือเรื่องที่ว่าควรจะอธิบายประวัติศาสตร์ประกอบไปด้วยแค่ไหน ซึ่งหากอธิบายมากไปอาจทำให้เรื่องเอียงไปทางสารคดีจนเสียอรรถรส สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ดูจะให้รายละเอียดทางประวัติศาสตร์น้อยมาก ลำพังการนำหนังสงครามสีซีเปียที่ถ่ายจากเหตุการณ์จริงมาแทรกเป็นระยะๆ นั้นแทบจะไม่ช่วยให้เข้าใจอะไรมากขึ้นเลย

อามากาสึได้รับคำสั่งให้มาเก็บโยชิโกะ แต่ก็ทำไม่ลง

ในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่ผมเขียนแนะนำมา ผมไม่เคยวิจารณ์เรื่องแสงสีแสงเงาของภาพยนตร์ เนื่องจากไม่มีความรู้และรู้สึกว่าไม่จำเป็น สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ดูทีแรกๆ ก็ไม่ได้สะกิดใจอะไร แต่พอถึงตอนที่จะต้อง capture ภาพมาประกอบบทความจึงเห็นได้ชัดเลยครับ ว่าหลายภาพที่กะจะเป็นภาพทีเด็ด กลับเห็นเงาแทบจะครึ่งหน้าหรือเต็มหน้าตัวละคร บางภาพสีใบหน้าคนเพี้ยนเป็นสีม่วงก็มี อย่างนี้จะถือว่าสอบตกเรื่องการให้แสงได้หรือไม่ ใครมีความรู้ด้านนี้ช่วยตอบทีครับ

ในภาพรวมถือว่าเป็นภาพยนตร์แนวดรามาอิงประวัติศาสตร์ที่นำผู้ที่ถูกประวัติศาสตร์ตราหน้าว่าเป็นผู้ร้ายมาแสดงให้เห็นเบื้องหลังชีวิตที่มีความน่าเห็นใจอยู่บ้าง สิ่งที่ผลักดันให้โยชิโกะต้องเป็นเช่นนี้ น่าจะมาจากการต้องพลัดพรากจากบ้านเมืองตั้งแต่เด็ก การถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนและบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รักในวัยรุ่น มาในฉากที่เธอบังคับให้อาฟุกมาแสดงที่บ้านนั้น จะเห็นเธอเมามาย ออกอาการเหงาในแบบคนที่ยิ่งสูงยิ่งหนาว เหล่านี้จะเพียงพอให้เรามีความเห็นใจต่อการกระทำที่ชาวจีนส่วนใหญ่ตราหน้าว่าเธอขายชาติหรือไม่ ก็สุดแต่ท่านผู้อ่านจะพิจารณาครับ

คำคมชวนคิด

  • ฉันถูกกำหนดให้เล่นเกมนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว โยชิโกะบอกอามากาสึ
  • เมฆผ่านไปก็จะเห็นดวงจันทร์ อาฟุกบอกโยชิโกะครั้งแรกที่พบกัน
  • ผู้ชายมีใครไม่เห็นแก่ตัว แค่ผู้หญิงคนเดียวจะเป็นไรไป โยชิโกะทูลฮองเฮา
  • ฉันไม่ได้ทำงานให้ญี่ปุ่น ฉันทำงานให้ตัวเอง - ฉันเดินหน้าแล้วไม่ถอยหลัง โยชิโกะบอกอามากาสึ

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Kawashima Yoshiko/The Last Princess of Manchuria

ชื่อเรื่องภาษาจีน : Chuan dao fang zi, Chuen do fong ji (กวางตุ้ง)

ชื่อภาษาไทย :  ผู้หญิงพันธุ์มหาอำนาจ

เรื่องเดิม :  Lillian Lee (novel)

ผู้กำกำกับ : Eddie Ling-Ching Fong

ผู้เขียนบท :  Lillian Lee (screenplay)

ผู้แสดง :

  • Anita Mui (เหม่ยเยี่ยนฟาง) ... Yoshiko Kawashima / Kam Bik-Fai
  • Andy Lau  (หลิวเต๋อหัว) ... Fook (อาฟุก หรือ หยุนไค)
  • Tung-Shing Yee  ... Amakasu
  • Lawrence Ng  ... Lam
  • Ken Lo  ... Tanaka's Assistant

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี) 

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

 

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่ 2 - เอเชีย/แปซิฟิก

From Here to Eternity ดรามาชีวิตทหารอเมริกันก่อนการโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ วันที่ 19/05/2013   16:18:19 article
The Pacific สมรภูมิวีรบุรุษ .. วันที่ 19/05/2013   16:21:18
สามพี่น้องตระกูลซ่งผู้ยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์ที่ใฝ่หาความสมานฉันท์แห่งชนชาติจีน วันที่ 19/05/2013   16:24:41
เว่ยตี่ฮองเฮา+สนมเอกนอกบัลลังก์ กับปูยีในมุมมองผู้สร้างหนังฮ่องกง วันที่ 19/05/2013   16:25:33
zero ซีโร่ บินเพชฌฆาต ลูกผู้ชายแห่งแดนอาทิตย์อุทัย วันที่ 19/05/2013   16:26:34
The Last Emperor จักรพรรดิโลกไม่ลืม วันที่ 19/05/2013   16:27:34
Don't Cry, Nanking สงครามอำมหิตปิดตาโลก วันที่ 19/05/2013   16:29:52
Away All Boats อีกแบบฉบับนักบริหารที่น่าศึกษา วันที่ 19/05/2013   16:30:55
Flying Tigers หนังสงครามเรื่องแรกของ John Wayne วันที่ 19/05/2013   16:32:04
Letters from Iwo Jima เมื่อฝรั่งสร้างหนังญี่ปุ่นได้น่าประทับใจ วันที่ 19/05/2013   16:33:04
Flags of our Fathers วันที่ 19/05/2013   16:34:14
The Bridge on the River Kwai สะพานข้ามแม่น้ำแคว วันที่ 19/05/2013   16:35:23
Thin Red Line : มนุษย์กับธรรมชาติ VS มนุษย์กับสงคราม วันที่ 19/05/2013   16:36:25
ยุทธภูมิโหด โอกินาว่า (Battle of Okinawa) มุมมองที่ไม่สมบูรณ์ วันที่ 19/05/2013   16:37:22
MacArthur ขุนพลอเมริกัน ผู้เป็นดั่ง รัฐบุรุษ ในแดนญี่ปุ่น วันที่ 19/05/2013   16:38:20
Pearl Harbor นวนิยายบนแผ่นฟิล์มที่บิดเบือนประวัติศาสตร์? วันที่ 19/05/2013   16:39:10
The Great Raid 121 แบบฉบับอันยอดเยี่ยมของปฏิบัติการช่วยเชลยศึก วันที่ 19/05/2013   16:40:53
ยุทธนาวีที่ Midway : วีรกรรมคนปนโชคชะตา วันที่ 19/05/2013   16:42:05
Yamato ปรัชญาแห่งการยอมสู้ตายเพื่อการเกิดใหม่ที่ดีกว่า วันที่ 19/05/2013   16:43:00
Tora!Tora!Tora! โศกนาฏกรรมที่ Pearl Harbor ทั้งของผู้แพ้และผู้ชนะ วันที่ 19/05/2013   16:43:44
แฉลับสงครามโหด (Untold Stories of World War II) วันที่ 19/05/2013   16:44:37
นายพลเรือเอก ยามาโมโต ผู้หวังรีบเผด็จศึกเพื่อสันติภาพ วันที่ 19/05/2013   16:45:33
Windtalkers เมื่อคุณกันใช้รหัสลับภาษาอินเดียนแดงในยุทธการที่เกาะไซปัน วันที่ 19/05/2013   16:48:39
Oba: The Last Samurai (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:49:22 article
My Way (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:49:51 article
Ip Man ภาค 1-2 (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:50:19 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (91315)
avatar
คนเล่าเรื่อง

เรื่องนี้ ผมยังไม่ได้ดูครับ  แต่ก็นับเป็นหนังแนวดราม่าที่พยายามอธิบายถึงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่โชคชะตากำหนดมาให้เธอต้องเลือกเป็ฯสายลับขายชาติให้กับญี่ปุ่น  แล้วต้องกระทำการตามคำบงการของเจ้าชีวิตเธอมาตลอดครับ

ถ้าจะดูจากบทบาทของเธอแล้ว  คงไม่น่าจะมีส่วนสำคัญอะไรนักหนากับสงครามจีน-ญี่ปุ่น และไม่ได้เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับฝ่ายอเมริกาในภายหลัง เธอไม่ได้ก่อการเข่นฆ่าชาวจีนอย่างขนานใหญ่ใด ๆ แล้วที่สำคัญ  วิถีชีวิตที่เธอถูกคนรอบข้างกำหนดมาก็ทำให้เป็นดังที่เห็น  ดังนั้น  จะว่าเธอกระทำผิดอย่างร้ายแรงถึงขนาดต้องประหารหรือไม่  ผมคิดว่าไม่น่านะครับ

ผมสมมติเอาเองนะครับ ถ้าเกิดว่าเธอไม่ถูกจับและพิจารณาคดีโดยฝ่ายจีนคณะชาติของจอมพลเจียงไคเช็ก (ปี 1948 จอมพลเจียงยังครองอำนาจอยู่ครับ) ซึ่งมักตั้งธงแบบฆ่าผิดพันคนดีกว่าปล่อยคนเลว 1 คน  แต่ถ้าเธอรอดมาจนขึ้นศาลของทางพรรคคอมมิวนิสต์แบบเดียวกับที่ฝู่หยีโดนละก็  เธออาจจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเหมาะสมให้ต้องติดคุกแล้วเรียนรู้ชีวิตแบบเดียวกับที่ฝู่หยี (ต้องบอกว่าฝู่หยีโชคดีมากแล้วที่ถูกจับขังในโซเวียตแล้วถูกส่งกลับมาดำเนินคดีในยุคของเหมา  ถ้าเป็นจอมพลเจียงละก็ตายแน่ ๆ ครับ) แล้วเธอก็สามารถกลับเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ได้ครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-11-11 12:58:38



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker