dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Chariots of Fire เกียรติยศแห่งชัยชนะ ชัยชนะแห่งไฟในหัวใจอันลุกโชน
วันที่ 19/05/2013   18:43:04

โดย "คนเล่าเรื่อง"

ภาพยนตร์เริ่มต้นที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ในกรุงลอนดอน ปี ค.ศ. 1978 ของ ได้มีการกล่าวสรรเสริญวีรบุรุษเหรียญทอง ฮาโรลด์ อับราฮัมผู้ล่วงลับ โดยเพื่อนของเขา ออบรี้ มอนเตคิว และแอนดี้ ลินด์เซย์ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในช่วงนั้นได้ออกมากล่าวสดุดี

จากนั้น จึงย้อนยุคกลับมาในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1924 ที่โรงแรมคาร์ลตัน บร็อดสแตร์ เมืองเคนท์ คณะนักกรีฑาแห่งสหราชอาณาจักรกำลังฝึกซ้อมวิ่งอยู่ที่หาดทรายแห่งหนึ่ง  แล้วจึงนำเรื่องมายังฮาโรลด์ อับราฮัม กำลังเขียนจดหมายถึงแม่จากสถานที่เก็บตัวนักกีฬาบรรยายถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาละจากการเรียนมาฝึกซ้อมกรีฑาในขณะนี้  และในยามว่างพวกเขาก็ได้มาร่วมเล่นคริกเก็ตด้วยกัน  และในฉากนี้ได้เปิดตัวละครสำคัญ ๆ ในเรื่อง คือ เอริค ออบรี้ และแอนดี้ แล้วเรื่องจึงเริ่มปูพื้นฐานของอับราฮัม  (เบน ครอสส์) ผู้มีเชื้อสายยิวจากครอบครัวพ่อค้า เข้าศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเขาได้เพื่อนสนิทร่วมชั้น 1 คน ชื่อ ออบรี้ ต่อมา ในวันเปิดตัวชมรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเพื่อรับนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจและความถนัด   อับราฮัมได้ท้ารุ่นพี่ชมรมกรีฑาในการวิ่งรอบลานอาคารรอบมหาวิทยาลัยเพื่อทำลายสถิติที่ไม่มีใครทำลายได้ในรอบ 700 ปี มีนิสิตไฮโซคนหนึ่งชื่อ แอนดี้  ลินด์เซย์ได้ร่วมวิ่งกับเขาด้วย บรรดาเพื่อน ๆ ได้ให้กำลังใจ แต่ก็มีการพูดกระแนะกระแหนถึงภูมิหลังของเขา และเขาก็ทำลายสถิติได้สำเร็จ  ท่ามกลางสายตาที่ไม่ค่อยจะชื่นชมนักของคณบดีและอาจารย์ในคณะผู้มีความคิดเหยียดเชื้อชาติ  ซึ่งอับราฮัมรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดและขมขื่นได้ดี และออบรี้ก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขากล้าแสดงความในใจออกมา แต่เขาก็ตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในกรีฑาให้ได้

ฮาโรลด์  อับราฮัม ตัวจริง

จากนั้น จึงตัดมาที่สก็อตแลนด์  และเปิดตัวเอริค ลิดเดิ้ลล์ (เอียน ชาร์ลสัน) กำลังจัดการแข่งขันกรีฑาให้กับเด็ก ๆ ลิดเดิ้ลเป็นผู้มีเชื้อสายสก็อต มาจากครอบครัวหมอสอนศาสนาผู้เคร่งครัดในการอุทิศตัวให้แก่พระเจ้า และตั้งใจที่จะให้เขาปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับบิดาของเขา  ซึ่งในขณะนั้น เอริคมีความสามารถในการวิ่งและเริ่มทำการแข่งขันกรีฑาจนเริ่มมีชื่อเสียงแม้ว่า เจนนี่ น้องสาวจะไม่เห็นด้วยก็ตาม  แต่ด้วยแรงสนับสนุนของประชาคมในชุมชนและบิดากับพี่ชายโดยหวังจะให้เอริคเป็นผู้เผยแพร่เกียรติคุณของหมอสอนศาสนา เอริคจึงได้เข้าเป็นนักกรีฑาของสก็อตแลนด์

ฮาโรลด์  อับราฮัม ในภาพยนตร์

อับราฮัมค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงจากการเป็นนักกรีฑาของมหาวิทยาลัยได้เรื่อย ๆ และแล้ว ในการแข่งขันภายในสหราชอาณาจักร (ประกอบด้วย อังกฤษ เวลส์ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์ครับ) ซึ่งอับราฮัมและ แซม มัสซาวีนี่ (เอียน โฮล์ม) โค้ชกรีฑาผู้มีชื่อเสียงเข้าชม เอริคได้เข้าร่วมในการวิ่ง 400 เมตร เอริคเกิดหกล้มในระหว่างการแข่งขัน  แต่เขาก็ลุกขึ้นและสามารถวิ่งต่อไปจนเอาชนะคู่แข่งทุกคนได้  กลังจากการแข่งขัน  อับราฮัมได้ขอร้องให้มัสซาวีนี่เป็นโค้ชฝึกให้เขาเป็นเลิศให้ได้ แต่มัสซาวีนี่ขอสังเกตการณ์เขาก่อนแล้วจึงจะตัดสินใจอีกครั้ง  หลังจากนั้น อับราฮัมจึงได้คบกับซีบิล นางละครสาวคนหนึ่งในฐานะคนรู้ใจ

เอริค ลิดเดิ้ล ตัวจริง

เอริคเดินทางมายังลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกรีฑาและได้พบกับอับราฮัมในหัองพักนักกีฬาแบบค่อนข้างอึดอัด  และเมื่อการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรเริ่มขึ้น  เอริคก็สามารถเอาชนะอับราฮัมได้  และด้วยความที่เป็นคนเชื่อมั่นในตนเองและมีจิตใจที่มีความคิดหยิ่งทระนงมาก เขาจึงเกิดความรู้สึกผิดหวังจนอยากจะเลิกวิ่ง  แต่ได้ซีบิลแฟนสาวมาช่วยเตือนสติให้หันกลับมามุมานะเช่นเดิม  แล้วเขาก็ได้ แซม มัสซาบีนี่มาช่วยเป็นโค้ชเพื่อฝึกสอนเทคนิคที่อับราฮัมขาดไป เช่น การวิ่งยกเท้าให้สูง การออกตัวให้รวดเร็ว (เทคนิคเหล่านี้ถูกค้นพบและนำมาฝึกซ้อมให้กับนักกรีฑาในปัจจุบันอย่างแพร่หลายครับ)

ด้านเอริค เขาได้ถูกขอร้องจากน้องสาวด้วยความน้อยใจให้เลิกเป็นนักกรีฑาและหันไปดำเนินชีวิตตามครรลองของครอบครัวคือ เป็นหมอสอนศาสนา  แล้วย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศจีนด้วยกัน  เอริคได้ให้สัญญาต่อน้องสาวว่าขอให้เขาได้ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกที่ฝรั่งเศสเสียก่อน  แล้วจึงจะทำตามนั้น

เอริค ลิดเดิ้ล ในภาพยนตร์

อับราฮัมภายใต้การฝึกซ้อมของมัสซาวีนี่มีความก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ๆ จนเกิดความห่างเหินจากแฟนสาวจนต้องไปขอขอคำปรึกษาจากแอนดี้ ซึ่งก็เป็นนักกรีฑาประเภทไฮโซด้วย  จึงได้รับคำปลอบใจและชี้แนะที่มีคุณค่า  และต่อมา อับราฮัมได้ถูกตักเตือนจากคณบดีและอาจารย์ที่ไม่ต้องการให้เขาทุ่มเทกับกีฬาจนไม่สนใจการเรียน  แต่ก็แฝงไว้ด้วยการเหยียดเชื้อชาติของทั้งตัวเขาและโค้ชมัสซาวีนี่ซึ่งมีเชื้อสายอิตาเลื่ยน  ซึ่งอับราฮัมได้ปฏิเสธอย่างแข็งขันและขมขื่น (เท่าที่ได้คลุกคลีกับสังคมตะวันตกมาครับ พวกเขาจะรังเกียจและเหยียดหยามคนเชื้อชาติเหล่านี้ คือ อิตาเลี่ยน เม็กซิกัน และยิว คงไม่ต่างจากที่คนไทยเรามักดูถูกคนลาว รังเกียจคนเขมร และเกลียดชังคนพม่าหรอกครับ) แล้วเขาจึงมีชื่อติดทีมชาติสหราชอาณาจักรพร้อมกับเอริค และแอนดี้ด้วย

และเมื่อมหกรรมกีฬาโอลิมปิกได้มาถึง  ทีมกรีฑาของสหราชอาณาจักรได้เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันในฝรั่งเศส  ซึ่งในเวลานั้น ทีมกรีฑาของสหรัฐอเมริกาเป็นตัวเต็งในการคว้าเหรียญทองเกือบทุกประเภท

อับราฮัมวิ่งแข่งกับแอนดี้ในลานของมหาวิทยาลัย

แต่แล้วได้เกิดปัญหาสำคัญในโปรแกรมการแข่งขัน นั่นคือ รายการแข่งของลิดเดิ้ลประเภท 100 เมตรตรงกับวันอาทิตย์ซึ่งสำหรับคริสต์ศาสนิกชนผู้เคร่งครัดอย่างลิดเดิ้ลนั้น คือ วันซับบาทที่พวกเขาจะต้องไม่กระทำกิจการงานใด ๆ นอกจากการรับใช้พระเจ้าด้วยการเทศนาในโบสถ์  ลิดเดิ้ลยืนกรานที่จะไม่ลงแข่งเนื่องจากขัดกับหลักปฏิบัติในศาสนา  จนคณะกรรมการโอลิมปิกต้องประชุมฉุกเฉิน  และโดยข้อเสนอของแอนดี้ได้สละโปรแกรมแข่งขันประเภท 4 X 100 เมตรแทนเขาในวันพฤหัส ซึ่งกลายเป็นเรื่องพาดข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์กันขนานใหญ่ภายใต้การวิพากษ์วิจารณ์ของแฟนกีฬา แต่ได้รับคำชื่นชมของคริสตศาสนิกชนผู้เคร่งครัด และตัวของลิดเดิ้ลก็ได้ปฏิบัติศาสนกิจในการสวดมนต์และเทศนาในโบสถ์อย่างแข็งขันโดยพูดถึงแรงบันดาลใจจากพระเจ้าที่หนุนให้เขาทุ่มเทให้กับการวิ่ง

แซม มัสซาวีนี่กำลังไตร่ตรองที่จะรับเป็นโค้ชให้อับราฮัม

อับราฮัมแบกความกดดันและความมุ่งมั่นเอาไว้อย่างหนักภายใต้การดูแลของโค้ชแซม มัสซาวีนี่ เขาได้ลงแข่งขันการวิ่งประเภท 200 เมตร เกิดล้มลงในระหว่างวิ่งจึงพ่ายแพ้ให้กับกับทีมชาติอเมริกา แล้วการแข่งขันในรายการอื่น ๆ ทีมชาติอังกฤษต่างก็พ่ายแพ้ไปหมด  และแล้ว ในการวิ่ง 100 เมตร อับราฮัมได้ลงแข่งเป็นทีมชาติของสหราชอาณาจักรเพียงคนเดียว แล้วก็ได้รับชัยชนะไปในที่สุด  ซึ่งทำความปลาบปลื้มใจมาสู่ตัวเขา เพื่อนร่วมทีม ซีบิล แฟนสาว โดยเฉพาะโค้ชมัสซาวีนี่เป็นอย่างมาก 

จากนั้น  จึงถึงคิวของเอริค ลิดเดิ้ล เขาเองก็แบกความกดดันไว้ไม่น้อยกว่าอับราฮัม เพราะเขาไม่ใช่ตัวเต็งสำหรับการวิ่งระยะกลางจนเมื่อเขาจะลงแข่งก็ยังเกิดความสับสน  และพอเพื่อนของเขา แจ๊คสัน สโคลซ์ได้ส่งเศษกระดาษที่มีข้อความให้กำลังใจแก่เอริค  จนเกิดความฮึกเหิมทั้งร่างกายและจิตใจเข้าทำการแข่งขันจนได้รับชัยชนะอย่างงดงามในที่สุด  ท่ามกลางความชื่นชมยินดี และปลาบปลื้มใจของครอบครัวเขาที่มาร่วมชมการแข่งขันด้วย

ซีบิลกำลังปลอบใจอับราฮัม

เมื่อมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ฝรั่งเศสเสร็จสิ้นลง  ทีมนักกีฬาของสหราชอาณาจักรได้กลับบ้านด้วยเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางการแสดงความยินดีและชื่นชมของคนในชาติและญาติพี่น้องอย่างเอิกเกริก  และอับราฮัมก็ได้รับการยอมรับให้เป็นวีรบุรุษชาวอังกฤษเต็มขั้น

ในฉากสุดท้าย ตัดกลับมาที่ปี ค.ศ. 1978 ที่โบสถ์หลังเดิม หลังเสร็จพิธี ซึ่งแอนดี้ได้พูดคุยกับออบรี้ถึงคืนวันอันยิ่งใหญ่และประทับใจในอดีตนั้น

มัสซาวีนี่กำลังฝึกฝนให้กับอับราฮัม

ฮาโรลด์ อับราฮัม จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวและโฆษกรายการทีวี  ได้รับการยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษอาวุโสจากสมาคมกรีฑาอังกฤษ ถึงแก่กรรมในวันที่ 14 มกราคม ปี ค.ศ. 1978

เอริค  ลิดเดิ้ล อุทิศตัวให้กับการปฏิบัติงานให้กับพระเจ้าในประเทศจีนเสียชีวิตในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศจีน ซึ่งชาวสก็อตแลนด์ต่างเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก

เอริคให้สัญญากับน้องสาว

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี ค.ศ. 1924 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทีมนักกรีฑาจากสหราชอาณาจักรได้คว้าแชมป์กรีฑาในรายการสำคัญ คือ การวิ่ง 4 X 100 เมตร และการวิ่ง 100 เมตร ตามที่ภาพยนตร์ได้นำเสนอ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการขยายความของชัยชนะเล็ก ๆ ในประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิกของโลก แต่มีความยิ่งใหญ่ของนักกรีฑา 2 คนที่ได้กอบกู้ศักดิ์ศรีของชาติเอาไว้ได้  จากความพากเพียรเพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตนและของชาติ  แต่ยังคงความเป็นสุภาพบุรุษในการแข่งขันตามกติกาและเคร่งครัดในศรัทธาของตนที่มีต่อการวิ่งที่เป็นมากกว่าคำว่ากีฬา  ซึ่งถึงแม้ว่าทั้ง 2 คนนี้จะมีที่มา  อุปนิสัย ความคิดที่แตกต่างกันอย่างมากคนละด้านก็ตาม  แต่จุดมุ่งหมายของทั้งคู่ต่างก็เหมือนกัน  แม้ว่าเมื่อจบการแข่งขันแล้ว  วิถีชีวิตของทั้งคู่ก็ดำเนินไปอย่างแตกต่างกันไปเช่นเดียวกับที่มา

อับราฮัมเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1

อีกด้านหนึ่ง  ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้พยายามสร้างบรรยากาศของกีฬาโอลิมปิกในอดีตที่ปลอดการเมือง  ซึ่งนับว่าเป็นโอลิมปิกที่ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ ในเวลานั้นกลับมาอีกครั้งสู่สายตาของคนที่เคยได้สัมผัสบรรยากาศนั้นจริง ๆ มาแล้ว (คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างในปี ค.ศ. 1981 ดังนั้น คนในรุ่นดังกล่าวยังคงมีชีวิตอยู่พอสมควรครับ) ในขณะที่โอลิมปิกช่วงหลัง ๆ จากนั้น  มักจะถูกโยงเข้ากับการเมืองเป็นประจำ (กรณี โอลิมปิกที่เบอร์ลิน ค.ศ. 1936 ที่นาซีเยอรมันใช้เป็นเวทีอวดอำนาจของตัวเอง, การก่อการร้ายในโอลิมปิกที่จัดขึ้นเยอรมันอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1972, การบอยคอตโอลิมปิกจากชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกาในปี ค.ศ. 1980 จากกรณีรุกรานอัฟกานิสถานและได้รับการบอยคอตกลับจากรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1984) และโอลิมปิกสมัยใหม่ยังเป็นเรื่องของการค้าและการแสวงหาผลประโยชน์กันขนานใหญ่จนจิตวิญญาณของโอลิมปิกดั้งเดิมได้แปรเปลี่ยนและสูญหายไปแทบหมดสิ้น

เอริคกำลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1

การดำเนินเรื่องในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่แท้จริงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ตื่นเต้นเร้าใจตามสไตล์หนังฮอลลีวู้ดครับ  และเพราะเป็นภาพยนตร์ของทีมงานสร้างจากอังกฤษ ทุก ๆ อย่างจึงเป็นไปอย่างสมจริง ไม่ค่อยมีการตัดต่อเพื่อสร้างเรื่องราวเท่าใดนัก  จะมีเพียงในฉากวิ่งแข่งขันที่มีการช็อตเร้าใจให้เห็นบ้าง  อย่างไรก็ตามครับ การกำกับศิลป์ ทั้งในด้านฉากอาคารสถานที่ บ้านเรือน และสนามแข่งขัน  ตลอดจนการแต่งตัวของตัวละครและตัวประกอบก็นับว่าสมจริงและกลมกลืนมาก

เพื่อน ๆ และฝูงชนต่างแสดงความยินดีกับเอริค

สำหรับบทบาทของดาราที่มารับทอับราฮัมและลิดเดิ้ลนั้น  นับว่าทำได้ดีมากทีเดียว  โดยเฉพาะ เบน ครอสส์ เขาสามารถทำบทบาทของอับราได้มีสีสันและมีมิติในความเป็นมนุษย์อย่างชัดแจ้ง   ส่วนเอียน  โฮล์มยังคงฝากฝีมือการแสดงไว้อย่างน่าประทับใจ  และสิ่งหนี่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สื่อให้ผู้ชมได้รับทราบ คือ สำนึกในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันทั้งในเชื้อชาติ ฐานะ  และศาสนา  นอกจากนี้ หลาย ๆ ตอนภาพยนตร์ยังได้แสดงถึงแง่มุมอันทรงคุณค่าของศรัทธาและความเชื่อในความเป็นคริสตศาสนิกชนผ่านคำพูดของเอริคเมื่อคราวเทศนาในโบสถ์

การต้อนรับวีรบุรุษโอลิมปิกกลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่

จุดเด่นอีกประการหนึ่ง คือ เพลงหลักประกอบภาพยนตร์ คือ เพลงของแวนเจลิส (Vangelis)  ที่มีท่วงทำนองเฉพาะตัวและโด่งดังจนกลายมาเป็นเพลงประกอบโฆษณาสินค้าหลายชิ้น และเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเราอีกหลายเรื่องด้วยครับ
มีข้อน่าสังเกตครับว่าชุดแข่งขันของนักกรีฑาโอลิมปิกรุ่นเก่า ๆ นี่รุ่มร่ามชอบกลครับ ไม่น่าจะช่วยให้นักกีฬาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วเลย  และอุปกรณ์สนามหลายอย่าง เช่น สนามวิ่งก็ยังเป็นพื้นดินธรรมดาต่างจากพื้นสนามในปัจจุบัน  การออกตัวของนักกรีฑาก็อาศัยการขุดดินด้วยอุปกรณ์ที่ดูคล้ายกับเกียงฉาบปูนของช่างปูนเพื่อวางเท้าให้มั่นต่างจากการใช้สตาร์ทติ้งบล็อก (starting block) ในปัจจุบันครับ  ซึ่งพอจะบ่งบอกได้ครับว่านักกีฬารุ่นเก่านั้นใช้ทักษะและความสามารถเฉพาะตัวในการแข่งขันจริง ๆ อุปกรณ์และสิ่งประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยในการแข่งขันมีน้อยมาก (อันที่จริง กรีฑาของโอลิมปิกสมัยดั้งเดิมในกรีกช่วงก่อนคริสตกาล  ก็ใส่ชุดวันเกิดแข่งขันกันอยู่แล้วครับ)

ซีบิลมารับขวัญอับราฮัม

อีกเรื่องหนึ่งครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังในดวงใจของผมก็เพราะว่า  เป็นหนังที่ดูแล้วสบายใจตลอดทั้งเรื่อง  ไม่มีฉากนองเลือด สยดสยอง หวาดเสียว หรือสลดหดหู่จนไม่อยากดูให้จบ ตัวละครในเรื่องก็ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นสีแดงสีเหลือง อุ๊บ ไม่ใช่ครับ เป็นพระเอกและผู้ร้ายที่ต้องห้ำหั่นเอาชนะกันจนต้องมีฝ่ายใดแพ้ชนะให้ต้องเกิดการสูญเสีย  แต่เป็นไปในลักษณะพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันในทางที่ถูกต้อง คำพูดและการกระทำดี ๆ ของตัวละครหลายตัวก็สามารถเป็นแบบอย่างในการประพฤติที่ถูกต้องในชีวิตจริงได้  และเนื้อหาของหนังก็ได้ช่วยสร้างศรัทธาในการดำเนินชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมายดังที่เอริคได้กล่าวไว้ในหนังครับ

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ : Chariots of Fire

รายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้กำกับ   ฮิวจ์ ฮัดสัน

อำนวยการสร้าง เดวิด พัตต์นั่ม, เจค เอเบิร์ตส (executive producer), โดดิ เฟด์ (executive producer), เจมส์ ครอว์ฟอร์ด(associate producer)

บทภาพยนตร์  โคลิน เวลแลนด์

นักแสดงนำ 

  • เบน ครอสส์
  • เอียน ชาร์ลสัน
  • ไนเจล ฮาเวอร์ส
  • เชอรีน แคมป์เบลล์
  • อลิซ ไครจ์

เพลงประกอบ  แวนเจลิส

กำกับภาพ  เดวิด วัตคิน

วันที่เข้าฉาย 

  • อังกฤษ : มีนาคม 1981
  •  สหรัฐอเมริกา : 9 ตุลาคม 1981

ความยาว  123 นาที

ผลงาน 4 รางวัล ออสการ์ประจำปี 1981 รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ภาพจริงอับราฮัมในพิธีการต้อนรับวีรบุรุษ

คำพูดจากภาพยนตร์

  • ลูกา17:21 จงดู อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ภายในท่านทั้งหลาย เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า
    luke 17:21 behold, the kingdom of God is within you"If with all your heart ye truly seek Me, ye shall ever surely find Me"
  • เยเรมีย์ 29:13 หากเจ้ามอบตัวในความรักแห่งพระคริสต์ เมื่อนั้นเจ้าจะแข่งขันได้จนจบเกมส์
    Jeremiah 29:13 if you commit yourself to the love of Christ, then that is how you run a straight race.
  • อิสยาห์ 40:31 พวกเขาคอยพลังที่พระเจ้าเติมเต็มให้เขาอีกครั้ง เขาจะเหิรด้วยปีกของพญาอินทรีย์ วิ่งโดยไม่เหน็ดเหนื่อย และเดินโดยไม่รู้สึกอ่อนเพลีย
    Isaiah Chapter 40:31 They that hope in the LORD will renew their strength, they will soar as with eagles' wings; They will run and not grow weary, walk and not grow faint.
    (ข้อความในพระคัมภีร์ที่เอริคอ่านในโบสถ์  เมื่อวันซับบาทระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก)
  • 1 ซามูเอล 2:30 "ผู้ที่ให้เกียรติแก่เรา เราจะให้เกียรติเขา"
    1 Samuel :2:30"he that honors me I will honor."
    (ข้อความให้กำลังใจในเศษกระดาษที่แจ๊คสันส่งให้เอริคก่อนการแข่งขัน)
  • ฉันเชื่อว่าพระเจ้าสร้างฉันมาโดยมีวัตถุประสงค์ (ในการทำหน้าที่เป็นมิชชั่นนารี) แต่พระองค์ยังให้ฉันวิ่งเร็ว และเมื่อฉันวิ่ง พระองค์ก็จะทรงยินดี
    "I believe that God made me for a purpose..., but He also made me fast, and when I run, I feel His pleasure."
    (เอริคกล่าวกับน้องสาวของเขา)

นักกรีฑาทีมชาติกำลังฝึกซ้อมวิ่งที่ชายหาด

เพลงประกอบ hymn "Jerusalem" ที่นักประสานเสียงร้องในโบสถ์ตอนเปิดเรื่องและจบเรื่องนั้นเป็นบทกวีของ William Blake ในส่วนของบทกวี คำว่า Chariot of fire มาจากข้อความที่กล่าวว่า นำรถม้าศึกแห่งไฟมาให้ฉัน จากเรื่องราวของ 2 กษัตริย์ 2:11, ที่ซึ่งเอลียาห์ผู้พยากรณ์แห่งพันธสัญญาเก่าได้ถูกนำขึ้นสู่สวรรค์ และได้ล่วงไปแล้ว  เมื่อพวกเขายังคงดำเนินตามและกล่าวถึง  จงดู ที่ซึ่งปรากฏรถม้าศึกแห่งไฟ  และม้าแห่งไฟ และแบ่งแยกพวกเขาออกเป็น 2 ส่วน  และเอลียาห์ได้ขึ้นไปยังสวรรค์โดยกระแสลม  เรื่องนี้ได้อ้างถึง 2 กษัตริย์ 6:17 ที่ซึ่งผู้พยากรณ์เอลียาห์ได้สวดภาวนาต่อสายตาของผู้รับใช้ได้เปิดออกสู่ "ม้าและรถม้าศึกแห่งไฟ  ล้อมรอบพวกเขาเพื่อปกป้องจากกองทัพของศัตรู

คำว่า Chariot of fire มาจาก"Bring me my Chariot of Fire!" draws on the story of 2 Kings 2:11,
where the Old Testament prophet Elijah is taken directly to heaven: "And it came to pass, as they still went on, and talked, that, behold, there appeared a chariot of fire, and horses of fire, and parted them both asunder; and Elijah went up by a whirlwind into heaven." Or it could refer to 2 Kings 6:17 , where the prophet Elisha prays that the eyes of his servant might be opened to the "horses and chariots of fire" surrounding them to protect them from an enemy army.

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ

1911 ใหญ่ผ่าใหญ่ การปฏิวัติซินไฮ่อันนำมาซึ่งการสิ้นสุดของระบอบศักดินา 3,000 ปีของจีน วันที่ 19/05/2013   18:35:25
สะดุดเลิฟ ที่เมืองรัก (Letters to Juliet) วันที่ 19/05/2013   18:36:43
เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ 1980 (คลาสสิค) วันที่ 19/05/2013   18:40:30
5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น เมื่อการปฏิวัติ คือ การหลั่งเลือด วันที่ 19/05/2013   18:39:13
Kingdom of Heaven มหาศึกกู้แผ่นดิน วันที่ 19/05/2013   18:41:31
Master and Commander วันที่ 19/05/2013   18:43:58
FIRST KNIGHT (สุภาพบุรุษยอดอัศวิน) วันที่ 19/05/2013   18:45:00
Legionnaire คนอึดเดือดไม่ใช่คน วันที่ 19/05/2013   18:46:18
ไททานิค ภาพยนตร์ที่ลงตัวทั้งประวัติศาสตร์และนิยายโรแมนติก วันที่ 19/05/2013   18:47:27
Napoleon ศึกรบ ศึกรัก และศึกการเมือง ในชีวิตนโปเลียน วันที่ 19/05/2013   18:48:31
Waterloo ความมโหฬารของสงครามปราบจักรพรรดิ์นโปเลียน วันที่ 19/05/2013   18:49:19
เอลซิด (El Cid) : ประวัติศาสตร์ หรือ ตำนาน วันที่ 19/05/2013   18:50:07
Fearless -> Truthless? วันที่ 19/05/2013   18:50:53
Veer จอมวีรอหังการ์ (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:51:25 article
The Last Samurai (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:52:09 article
Nomad: The Warrior (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:52:53 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker