dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


The Green Berets
วันที่ 19/05/2013   21:29:29

Countryboy

 สวัสดีครับ  เพื่อน ๆ ทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานของผมมาโดยตลอด  และรวมถึงท่านอื่น ๆ ที่เพิ่งเข้ามาอ่านกันในตอนหลัง  วันนี้  ผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว คือหนังเรื่อง The Green  Berets ครับ  หนังเรื่องนี้  เป็นหนังอ้างอิงจากเหตุการณ์ในสงครามเวียดนาม  เป็นหนังแนวแอ๊คชั่นมัน ๆ ที่แสดงให้เห็นขีดความสามารถของหน่วยรบพิเศษหน่วยหนึ่งเท่านั้นเองครับ

 ที่ผมนำหนังเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังในวันนี้  เพราะเพียงแค่เหตุผลที่ว่า  เป็นหนังที่ผมชอบ และหน่วยรบพิเศษ Green  berets เป็นหน่วยรบพิเศษที่ได้ก่อตั้งขึ้นในสมัยของประธานาธิบดี จอห์น  เอฟ.  เคนเนดี้ (John  Fitzgerald  Kennedy) ผู้ล่วงลับไปแล้ว  ผมก็เลยถือโอกาสซะเลยว่า  เอาประวัติของท่านผู้นี้มาเล่าซะหน่อย  พอให้รู้ว่า  อ้างอิงนะ  คงไม่มีใครว่าอะไรนะครับ  และที่จริงแล้ว  เรื่องราวของ JFK นั้น  แทบจะลืมเลือนไปจากใจคนไทยเรากันมากแล้ว  ยิ่งเด็ก ๆ สมัยนี้นะครับ  ผมเคยถามลูกหลานแถว ๆ บ้านว่า “รู้จัก JFK กันบ้างมั๊ย”...หนอย !  เจ้าหนูมันบอก  “ไม่รู้จักหรอกลุง  รู้จักแต่ KFC ฮับ”

ประธานาธิบดี จอห์น  เอฟ.  เคนเนดี  ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา

 จอห์น  เอฟ.  เคนเนดี้ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 1917 ที่ บรู๊คลีน  แมสซาจูเซท  จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ปี 1940 และเข้ารับราชการเป็นทหารเรือปี 1943  ระหว่างรับราชการ  ได้รับเหรียญกล้าหาญจากวีรกรรมขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับการเรือลาดตะเวนตอร์ปิโดหมายเลข 109 (PT 109) ซึ่งถูกเรือพิฆาตของญี่ปุ่นชนจนเรือขาดกลางลำที่ฟิลิปปินส์  หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง  เคนเนดี้  ได้เข้าสู่แวดวงการเมืองในปี 1953 โดยการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์  ขอโทษครับ  ด้วยการเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต  ปี 1956  ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี  และอีก 4 ปีต่อมา  ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา  โดยเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่นับถือศาสนาคริสต์นิกาย โรมัน แคธอลิค  เคนเนดี  สมรสกับ Jacqueline  Bouvier เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1953

เรือโท เคนเนดี แถวหน้าคนกลาง และ

เรือลาดตะเวนตอร์ปิโด

 “Ask  not  what  your  country  can  do  for  you  ask  what  you  can  do  for your  country.”  เป็นประโยคหนึ่งที่ เคนเนดี ได้เคยกล่าวสุนทรพจน์ไว้  ความหมายที่ว่าก็จะออกมาในทำนอง “อย่าถาม  ว่าประเทศชาติให้อะไรแก่ท่าน  แต่จงถามว่า  ท่าน  ทำอะไรให้แก่ประเทศชาติบ้าง”  ว่ากันว่า  เป็นประโยคที่แสนจะอมตะและความหมายกินใจเสียจริง ๆ เลยครับท่าน

 ในด้านการทหารในยุคนั้น  เคนเนดี เป็นผู้ที่ต่อต้านระบบคอมมูนเป็นอย่างยิ่ง  ได้มีการเสริมสร้างและพัฒนากองทัพ  รวมทั้งการวางนโยบายช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนา (จากที่เคยเรียกว่า “ประเทศด้อยพัฒนา”) ในการรุกรานของระบบคอมมูนที่มีสหภาพโซเวียตเป็นหัวเรือใหญ่  วิกฤติการณ์ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดคือ วิกฤติการณ์คิวบา  เมื่อ รัสเซีย ส่งกองเรือลำเลียงพร้อมเรือรบคุ้มกันขนย้ายอุปกรณ์การติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์พิสัยยิงไกลเพื่อมาติดตั้งที่ประเทศ คิวบา  เรียกว่า  มาตั้งจ่อจมูกกันเลยละ  เคนเนดี ประกาศกร้าวไม่ให้รัสเซียกระทำเช่นนั้น  ในที่สุด  รัสเซียยินยอมที่จะยกเลิกปฏิบัติการดังกล่าว  ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของผู้คนทั่วโลก  เหตุการณ์ที่ว่านี่  เกิดขึ้นเมื่อเดือน ตุลาคม 1962 ครับ

 22  พฤศจิกายน  1963  ที่เมือง ดัลลัส  มลรัฐ เท็กซัส  ประธานาธิบดี เคนเนดี ถูกลอบสังหารในระยะไกลด้วยปืนไรเฟิลขณะที่นั่งอยู่ในรถประจำตำแหน่ง  มือปืนที่ถูกจับได้  ถูกยิงในทันที  เหมือนกับเป็นการฆ่าตัดตอนครับ  จนกระทั่งปัจจุบัน  ยังมีคำถามคาใจอเมริกันชนที่ยังถามถึงกันอยู่มากมายว่า  ใครฆ่า เคนเนดี คำถามนี้  ผมก็เคยเจอที่สื่อสารผ่านภาพยนตร์ที่เราได้ดู ๆ กันอยู่หลายเรื่องเหมือนกันครับ  เช่น  จากเรื่อง Armageddon และ The  Rock ที่ตัวละครในเรื่องพูดถามกันถึงเรื่องที่ว่า  ใครฆ่าเคนเนดี

 และจากความคิดที่จะตั้งตัวเองเป็นตำรวจโลกนี่เอง  กองกำลังรบพิเศษหลายหน่วยจึงได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นในสมัยของ เคนเนดี  เช่น  หน่วยรบพิเศษ Green  Berets และ Navy  SEALs ซึ่งผมจะได้นำเรื่องราวของหนังที่เกี่ยวข้องกับหน่วยรบทั้งสองหน่วยนี้มาคุยเล่าสู่กันฟังครับ

รูปปั้นหน่วยรบพิเศษ กรีนเบเรต์

 Green  Berets เป็นหน่วยรบพิเศษของกองทัพบก  ประกาศตั้งหน่วยอย่างเป็นทางการเมื่อ 12  ตุลาคม  1961  ที่ค่าย แบร็ก รัฐ นอร์ธโคโรไลนา  ผบ.หน่วยคนแรกคือ Brigadier General William P. Yarborough เดี๋ยวนี้น่าจะเลิกใช้แล้วนะครับ  สำหรับยศ พลจัตวา  ตอนแรกนั้น  เรียกว่า หน่วยรบพิเศษ  แต่จากการที่นักรบในทีมใส่หมวก เบเรต์สีเขียว  ก็เรียกได้นามเรียกขานใหม่ว่า  หน่วยรบเบเรต์เขียว (Green  Berets) ครับผม  ว่ากันว่าในยุคนั้น  หมวก เบเรต์สีเขียว นั้น  ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยละสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในความเท่ห์ที่จะซื้อหามาใส่กัน

เจ.เอฟ.เค และ พลจัตวา ยาร์โบโรห์

 กำลังพลของแต่ละทีม  จะประกอบด้วยอัตรากำลังประมาณ 10 – 12 คน  โดยมีนายทหารสัญญาบัตรเป็นหัวหน้าทีม  ลูกทีมก็จะมียศชั้นรองลงมาครับจากจ่าสิบเอก และนายสิบ  กำลังพลทุกนาย  มีขีดความสามารถในหลาย ๆ ด้านครับ  ไม่ว่าจะด้านอาวุธทั้งหนักและเบา  ด้านการกู้ซ่อมและทำลาย  ด้านการสื่อสาร และด้านการแพทย์  รวมทั้งความสามารถในการสื่อสารในหลาย ๆ ภาษาอีกด้วยเช่นกัน

เครื่องหมายประจำหน่วย

 ส่วนหน่วยรบอีกหน่วยนี่เป็นหน่วยแยกของกองทัพเรือ  คือหน่วย Navy  SEALs  หน่วยนี้  ตั้งขึ้นประมาณปี 1962  โดยกำลังพลชุดแรกนี่เห็นว่ามาจากหน่วย UDT (Underwater  Demolition Teams) ที่สร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในเหตุการณ์วัน D – Day โน่นแน่ะครับ  ขีดความสามารถของหน่วยนี้  สามารถเข้าทำการรบได้ทั้งทางน้ำ  ทางอากาศ  และทางภาคพื้นดิน  จึงเป็นที่มาของชื่อหน่วย (Sea – Air – Land = SEALs)  กำลังพลในแต่ละทีมที่มีได้ตั้งแต่ 1 – 10 คนนั้น  ต้องทำได้ทุกอย่าง  ไม่ว่าการใช้อาวุธต่าง ๆ ที่รวมถึงปืนซุ่มยิงด้วย  และรวมทั้งความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่คล้าย ๆ กับหน่วยรบพิเศษ Green  Berets ครับ  ฐานปฏิบัติการของ Navy  SEALs ตั้งอยู่ที่ โคโรนาโด รัฐ แคลิฟอร์เนีย  และอีกฐานที่  ลิเติลครีก  รัฐ เวอร์จิเนีย ครับ

 เอาละครับ  หลังจากอ้างอิงประวัติศาสตร์กันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ  ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวหนักหนาสาหัสจนน่าเบื่อหน่ายกันแล้ว เราเข้ามาคุยกันถึงเรื่องหนังสนุก ๆ กันดีกว่านะครับ  หนังเรื่องที่จะคุยถึงนี้คือเรื่อง  The Green  berets ครับผม

เตรียมตัวประชาสัมพันธ์

 หนังเปิดฉากพร้อมกับเพลงไตเติล The Ballard  of  the  Green Berets ที่ค่าย แบร็ก  ในขณะที่มีการประชาสัมพันธ์ถึงขีดความสามารถของหน่วยรบพิเศษและภารกิจในสงครามเวียดนามให้กับประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบกัน  จ่า Muldoon และจ่า McGee เป็นผู้ที่จะตอบคำถามของผู้ที่เข้าเยี่ยมชม  ซึ่งในจำนวนนี้  มีนักหนังสือพิมพ์ที่ต่อต้านสงครามเวียดนามคือ Beckworth รวมอยู่ด้วย  เบ็คเวิร์ท พยายามที่จะถามนำเพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่สมควรในการที่สหรัฐอเมริกาเข้าไปรบในเวียดนาม  แต่จ่า มัลดูน และจ่า แม็คกี ก็ได้ชี้แจงพร้อมทั้งยกหลักฐานต่าง ๆ มาให้ดู  เพื่อชี้ให้เห็นว่า  การที่สหรัฐ ฯ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเวียดนามนั้น  เพื่อเป็นการป้องกันภัยคุกคามจากโลกคอมมิวนิสต์  ที่ค่ายคอมมูนใหญ่ ๆ ในขณะนั้น  หนุนหลังเวียดนามเหนือในการรุกรานเวียดนามใต้  เพื่อเป็นการแผ่อำนาจของลัทธิคอมมิวนิสต์ให้กระจายไปทั่วย่านนั้น  เบ็คเวิร์ท ซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่ต่อต้านสงครามเวียดนามอย่างสุดขั้ว  ไม่เชื่อในคำอธิบายนั้น  และรับคำเชิญให้ไปดูเหตุการณ์จริง ๆ ในเวียดนามจากผู้พัน Kirby ซึ่งเพิ่งกลับมาจากการประชุมบรรยายสรุปเหตุการณ์ในเวียดนามที่เค้าจะต้องไปบัญชาการรบที่นั่นพอดี

จ่า มัลดูน (ซ้าย) และจ่า แม็คกี กับยุทโธปกรณ์ของค่ายคอมมิวนิสต์

 ก่อนที่หน่วยรบพิเศษ กรีนเบเรต์ ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้การ เคอร์บี จะเคลื่อนกำลังไปยังเวียดนามนั้น  นอกเหนือจากกำลังพลของหน่วยที่ได้รับการฝึกมาอย่างหนักที่ได้รับการคัดเลือกไปแล้ว  ผู้การ เคอร์บี ยังได้รับการร้องขออนุญาตให้เข้าร่วมรบกับหน่วยจาก จ่า Provo ผู้ที่ให้เหตุผลในการที่ต้องการเข้าร่วมรบว่า “เพราะผมคือทหาร  และที่นั่นคือสนามรบ”  และจากขีดความสามารถในการใช้อาวุธได้ดีของจ่า โพรโว  ผู้การ เคอร์บี จึงยอมรับเข้าอยู่ในทีมรวมทั้งการคัดตัวแกมบังคับกลาย ๆ กับอดีตทหารผ่านศึกเกาหลีและเคยปฏิบัติภารกิจมาแล้วในเวียดนามอีก 1 ปีคือพลทหาร Petersen ด้วยเหตุผลเพียงแค่ ปีเตอร์เซ็น เป็นผู้ที่มีความสามารถในการจิ๊กหรือขโมยของได้เก่งเท่านั้นเอง...???

จ่า โพรโว 

 ที่เวียดนาม  ผู้การเคอร์บี้ ได้พบกับผู้การมอร์แกน ที่จะหมดภารกิจที่เวียดนามโดยจะมีตัวเค้าเองมารับหน้าที่ต่อ  ผู้การมอร์แกนได้แนะนำผู้การ Cai ซึ่งเป็นผู้บังคับการทหารเวียดนามใต้ที่ร่วมรบกับหน่วยกรีนเบเรต์ที่ฐาน A 107  ผู้การ ไค ได้บรรยายสรุปถึงสถานการณ์ที่ฐานให้ได้รับทราบ  จากนั้น  ผู้การเคอร์บี้ จึงได้เคลื่อนย้ายกำลังโดยตัวเค้าเองร่วมไปด้วยเพื่อสับเปลี่ยนกำลังพลที่ฐาน A 107 โดยมี เบ็คเวิร์ท ร่วมเดินทางไปสังเกตการณ์ตามคำเชิญด้วย

 ที่ฐาน A 107 ซึ่งมีผู้กองColeman เป็นผู้บังคับบัญชาฐานซึ่งกำลังจะได้กลับบ้านในอีกไม่กี่วันมาคอยต้อนรับ  ก็มีการคุยกันถึงสถานการณ์และปัญหาที่มีอยู่  ผู้การเคอร์บี จึงสั่งการเพิ่มเติมแก่ผู้กอง McDanial ที่มาด้วยกันและจะมารับหน้าที่ต่อจากผู้กองโคลแมน ให้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ พร้อมทั้งเรียกให้หน่วย Seabee หรือหน่วยทหารช่างของ นย.ที่มีร้อยตรีเจมิสัน เป็นผู้นำมาช่วยปรับพื้นที่รอบ ๆ ฐานเพื่อกำหนดพื้นที่สังหารเพิ่มขึ้นพร้อมทั้งสั่งการจัดหาอาวุธและพัสดุภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มโดยให้เป็นหน้าที่ของ ปีเตอร์เซ็น ที่จะต้องไปหาขโมยมาจากหน่วยอื่น  และที่ฐาน A 107 นี้เอง  ที่ ปีเตอร์เซ็น ได้พบกับเด็กผู้ชายที่เป็นกำพร้าชาวเวียดนามที่ชื่อ แฮมชัง และมีความผูกพันกันต่อมา

ฮิวอี้  ม้าอากาศของกองทัพสหรัฐ ฯ

กับระเบิดแบบ เคย์โม ที่ทรงอานุภาพ  

ในตอนนี้นะครับ  มีการเก็บเล่ารายละเอียดของอาวุธที่ทหารอเมริกันและทหารเวียดนามใต้ใช้กันในยุคนั้นด้วย  เช่นมี ค.ขนาด 81 มม. จำนวน 2 กระบอก  ค.ขนาด 60 มม. จำนวน 4 กระบอก  ปืนกลเบาขนาด .30 นิ้วจำนวน 12 กระบอก และ เครื่องยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม. 79 ขนาด 40 มม. อีก 6 กระบอกด้วยกัน ไม่รวมถึงอาวุธเบาคือปืนเล็กกลแบบ เอ็ม. 16 และแบบ เอ็ม. 1 คาร์ไบน์สำหรับประจำกายอีกจำนวนหนึ่ง

 และที่ฐาน A 107  ผู้การเคอร์บี ได้พบกับผู้กอง Nim นายทหารเวียดนามใต้ผู้ที่ใฝ่ฝันถึงบ้านเกิดที่ฮานอยที่เค้าหวังว่าจะได้กลับไปเมื่อสงครามสงบลง  ผู้กองนิม ซึ่งมีประวัติว่าฆ่าเวียดนามเหนือมาแล้ว 52 ศพเป็นนายทหารเวียดนามใต้ที่ร่วมบัญชาการรบกับผู้กองแม็คแดเนียล ที่ฐานนี้

 ต่อมา  หลังจากที่ทำการปรับปรุงฐานใกล้จะแล้วเสร็จท่ามกลางการโจมตีรบกวนจากลูกยาวของเวียดนามเหนือที่มีมาประจำ  ในคืนวันหนึ่ง  ลูกยาวของเวียดนามเหนือ  ก็ถูกยิงมาตกลงที่ฐานอีกเช่นเคย  แต่คราวนี้  ปรากฏว่าลูกหนึ่ง  ตกลงที่ที่พักนายทหารพอดี  และในนั้น  ผู้กองโคลแมนที่กำลังจะได้กลับบ้านอยู่แล้วก็ต้องเสียชีวิตลงท่ามกลางความเสียใจของทุก ๆ คน

ผู้กองโคลแมน และ ผู้กอง นิม  ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้กลับสู่มาตุภูมิ

ผู้กองนิม ยอมรับว่า  แม้แต่ในกองกำลังของเค้าเองนั้น  ยังมีไส้ศึกเข้ามาปะปนอยู่  และสิ่งที่พิสูจน์คำพูดดังกล่าวก็เป็นความจริงเมื่อวันหนึ่ง  จ่ามัลดูน ซึ่งกำลังควบคุมการตั้งฐานยิงปืนกลขนาด .50 นิ้วอยู่นั้น  ได้สังเกตเห็นทหารเวียดนามลูกน้องผู้กองนิม คนหนึ่ง  กำลังเดินนับก้าวเพื่อวัดระยะสำหรับพล๊อตจุดพิกัดสถานที่ตั้งสำคัญในค่ายเพื่อส่งออกไปให้ฝ่ายเวียดนามเหนือรู้  และจากการสอบสวนก็ได้พบหลักฐานว่า  ลูกน้องผู้กองนิม คนนี้เป็นสายลับจริง  ก็มีการตั้งศาลเตี้ยพิพากษาความผิดกันตอนนั้นเลยโดยมี เบ็คเวิร์ท คอยคัดค้านและขู่ว่า  เค้าจะนำสิ่งที่เค้าเห็นนี้ไปเขียนให้ชาวโลกได้รู้ถึงความป่าเถื่อนของสงครามนี้

จ่ามัลดูน ตรวจพบสายลับเวียดนามเหนือในค่าย

 ในเวียดนาม  นอกเหนือจากการรบแล้ว  ทหารอเมริกันยังได้ช่วยเหลือชาวเวียดนามในด้านต่าง ๆ อีกด้วย  เช่นการรักษาพยาบาลการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นต้น  และสำหรับหน่วยรบพิเศษ กรีนเบเรต์ ก็เช่นเดียวกัน  จ่า แม็คกี  ซึ่งรับหน้าที่เป็นหมอสนามประจำทีม  ก็ให้การรักษาพยาบาลแก่ชาวพื้นเมืองที่มาหาที่ฐาน  โดยในวันหนึ่ง  นอกจากชาวพื้นเมืองเวียดนามที่เข้ามาขอรับการรักษาแล้ว  ยังมีชาวเขาเผ่า มองตังนาร์ด (Montagnard) ที่กล่าวกันว่า  มีขีดความสามารถในการรบในป่าได้เก่งมากเผ่าหนึ่งได้มาขอรับการรักษาแก่หลานสาวอายุ 5 ขวบของหัวหน้าเผ่าด้วย  และหลังจากการได้พูดคุยกัน  ก็มีการนัดหมายกันว่า  ผู้การเคอร์บี  จะนำกำลังพลไปรับชาว มองตังนาร์ด เหล่านี้อพยพเข้ามาอยู่ในฐาน  เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันการรบกวนจากพวกเวียดกง

ให้การรักษาแก่ชาวพื้นเมือง

 เช้าวันรุ่งขึ้น  ผู้การเคอร์บี พร้อมกำลังผสมได้เคลื่อนที่ไปยังหมู่บ้านของชาว มองตังนาร์ด เพื่อพบกับภาพการถูกทำลายล้างหมู่บ้านจากพวกเวียดกง  หัวหน้าเผ่าถูกทารุณกรรมจนตาย  หลานสาวอายุ 5 ขวบถูกทหารเวียดกงข่มขืนแล้วฆ่า  ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับ เบ๊คเวิร์ท ที่ให้ความเอ็นดูแก่เด็กหญิงผู้นั้นเป็นอย่างยิ่ง  และทำให้เขาได้รับรู้ถึงความโหดร้ายของสงครามขึ้นมาทั้งสองด้าน

กับดัก

การฆ่าและทำลายล้าง

 หลังจากการจัดการช่วยเหลือหมู่บ้านที่ถูกทำลายแล้ว  ผู้การเคอร์บีได้เดินทางไปดานังเพื่อพบผู้การมอร์แกนและผู้การไค  เพื่อเตรียมวางแผนบุกจับนายพลเวียดนามเหนือ  ในขณะที่ทางฐาน A 107 ซึ่งปีเตอร์เซ็นได้กลับจากการลาดตะเวนได้รายงานการตรวจพบขุมกำลังขนาดใหญ่ของเวียดนามเหนือที่มีแนวโน้มว่าพวกเค้าจะเข้าโจมตีฐานโดยมีการเตรียมการสร้างบันไดและโลงศพคอยไว้  โดยบันได  มีไว้เพื่อใช้ในการบุกค่ายและทำเป็นเปลสนาม  ส่วนโลงศพนั้น  เตรียมไว้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ  ให้ทหารรู้ว่าแม้ว่าพวกพวกเค้าจะตายไป  ก็ยังมีโลงบรรจุศพอย่างแน่นอน  ผู้กองแม็คแดเนียล รีบรายงานให้ผู้การเคอร์บีรับรู้และเตรียมตัวรับการโจมตี

เวียดกงบุก

 ในขณะที่ผู้การเคอร์บีและกำลังพลของหน่วยกรีนเบเรต์ที่จะมาช่วยเดินทางมายังค่าย A 107 ทหารเวียดนามเหนือก็เริ่มเปิดฉากเข้าโจมตี  จากการเริ่มถล่มกันด้วยอาวุธหนักจนถึงการเข้ารุกด้วยกำลังทหารราบที่มีจำนวนมากกว่า  ฐาน A107 จึงได้ขอกำลังทางอากาศเข้ามาช่วยสนับสนุน  ในขณะที่เครื่องฮิวอี้ที่ผู้การเคอร์บีโดยสารมาถูกยิงตกก่อนจะถึง LZ (Landing Zone พื้นที่ลงจอด)  ผู้การเคอร์บีพร้อมกำลังพลที่รอดจากเครื่องที่ตกจึงต้องสถาปนาพื้นที่ลงจอดใหม่  และรวบรวมกำลังพลเข้าไปช่วยฐาน A 107 ที่กำลังจะแตกพอดี

หลุมปืนค. 81

 การอพยพพลเรือนออกนอกพื้นที่เริ่มขึ้นในขณะที่ทหารเวียดนามเหนือเข้าประชิดฐานได้  ทหารเวียดนามใต้ของผู้กองนิม ที่เป็นใส้ศึกได้เปิดเผยตัวอีกด้วยการหันปืนยิงใส่ฝ่ายอเมริกัน  จ่าโพวโวได้รับบาดเจ็บสาหัส  ผู้กองนิม ตายในที่รบ  พลเรือนและทหารอพยพหนีออกมาได้  ผู้การเคอร์บี ได้ร้องขอการยิงจากเครื่อง กันชิป ให้ยิงทำลายพื้นที่ในค่ายที่เต็มไปด้วยทหารเวียดนามเหนือที่เข้ามายึดครอง  ทหารเวียดนามเหนือทั้งหลายก็ยอมยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้ สปุ๊กกี้ ถล่มจนตายหมดเลยครับ

อพยพ

เครื่องสปุ๊กกี้เข้าโจมตี

 หลังจากการถล่มจนทหารเวียดนามเหนือที่เข้ามายึดฐานได้ตายจนหมดแล้ว  ผู้การเคอร์บี ก็นำกำลังกลับมาที่ฐานตามเดิม  และหลังจากการส่งกลับและการรักษาผู้บาดเจ็บเรียบร้อยลง  จ่าโพรโว ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการหักหลังของลูกน้องผู้กองนิม และไม่ยอมรับการส่งกลับ  ได้ขอพบผู้การเคอร์บี้ ก่อนตายเพื่อที่จะขอร้องผู้การเคอร์บี เรื่องป้ายประกาศเกียรติยศที่ผู้ที่เสียชีวิตจะได้รับการติดตั้งตามสถานที่ที่สำคัญเพื่อเป็นอนุสรณ์  โดยจ่าโพรโว ได้ขอให้ติดป้ายประกาศเกียรติยศของเค้าที่หน้าห้องน้ำผู้ชายครับ

จ่าโพรโวตาย 

ป้ายอนุสรณ์ถึงความกล้าหาญที่หน้าห้องน้ำ

 ตรงนี้  ผมขอนอกเรื่องนิดนึงเกี่ยวกับเรื่องป้ายที่ว่านี้นะครับ  จากที่เคยอ่านเจอในหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวของสงครามเวียดนามนานมาแล้วนะครับ  ทหารไทยเราก็เคยได้รับการติดตั้งป้ายประกาศเกียรติคุณที่ว่านี้บนถนนสายหนึ่งด้วยเหมือนกัน  ถ้าจำไม่ผิด  ดูเหมือนจะชื่อ  ถนนสมเกียรติ  ถ้าเพื่อนสมาชิกท่านใดที่มีข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้  คุย ๆ เล่าสู่กันฟังมาบ้างนะครับ

 กลับมาที่หนังต่อนะครับ  หลังจากจัดการเรื่องฐาน A 107 เรียบร้อย  ผู้การเคอร์บี  ผู้การมอร์แกน และ ผู้การไค ก็ได้ร่วมกันวางแผนที่จะส่งหน่วยรบพิเศษขนาดเล็กเข้าไปหลังดินแดนเวียดนามเหนือเพื่อทำการจับกุมตัวนายพล ฟาม  ซอน  ที ด้วยเหตุผลที่ว่า  นายพลคนนี้  เป็นผู้บัญชาการกองกำลังเวียดนามเหนือ  ถ้าจับตัวมาได้แล้ว  การปฏิบัติการของกองกำลังกองพลนี้น่าจะหยุดการปฏิบัติการได้ระยะหนึ่ง  ก็คงจะเหมือน มังกรที่ไร้เศียร อย่างสำนวนกำลังภายในมั๊งครับ

 

นายพล ที เป้าหมาย (ซ้าย) และ เหยื่อล่อ (ขวา)

 หลังจากวางแผนกันเรียบร้อย  ปฏิบัติการ Bravo จึงเริ่มขึ้น  กองกำลังผสมของกรีนเบเรต์และทหารเวียดนามใต้จำนวนหนึ่งได้เข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการโดยการโดดร่มลงสู่ที่หมาย  เมื่อลงสู่พื้นเรียบร้อยแล้ว  กองกำลังดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 2 ทีม  โดยทีม เอ. นำโดยผู้การเคอร์บี  จะเป็นทีมที่เข้าไปจู่โจมจับตัวนายพล ที  ส่วนทีม บี.  นำทีมโดยจ่ามัลดูน  ทำหน้าที่ระเบิดสะพานคอยขัดขวางการติดตามของทหารเวียดนามเหนือ  โดยมีจุดนัดพบสำหรับการส่งกลับที่กำหนดไว้แล้วทีม เอ. เดินทางเข้าสู่ที่พักนายพล ที โดยมี โควัลสกี้ เป็นส่วนล่วงหน้าเพียงคนเดียว  โควัลสกี้ได้พบกับหน่วยลาดตะเวนเวียดนามเหนือ 3 คน  และได้แสดงการต่อสู้แบบ แฮนด์ทูแฮนด์ โชว์ในฉากนี้ด้วยการเก็บเวียดนามเหนือทั้ง 3 ตายด้วยตัวคนเดียว  แต่ตัวของ โควัลสกี้ ก็ไม่รอดครับ  ตายเป็นคนแรกในปฏิบัติการ บราโว นี้

รูปที่ 44  แฮนด์ทูแฮนด์  คอมแบท

 ทีม เอ. เดินทางต่อไปยังเป้าหมาย  ซึ่งตอนนี้  ไม่ทราบว่า  นักรบชาวเขาเผ่า มองตังนาร์ด ได้โผล่มาจากไหนตั้งหลายคนมาเป็นผู้นำทางไปจนถึงที่หมายคือบ้านพักของนายพล ที  มีการเก็บเงียบยามรักษาการณ์ด้วยหน้าไม้อันกระจิ๋วหลิวของนักรบชาวเขาและจากปืนสั้นติดที่เก็บเสียงจากฝีมือของผู้การไค ด้วยครับ  รวมทั้งจากฝีมือของนักรบกรีนเบเรต์เอง

 เมื่อบุกถึงห้องพักนายพลที ได้แล้วก็จัดการฉีดยาสลบให้ซะ  จากนั้นก็มีการโรยตัวหนีออกมาพร้อมเป้าหมายและเหยื่อล่อจากอาคารชั้นสองด้วยเชือก  ก็มีการปะทะกันครับระหว่างทหารเวียดนามเหนือที่รักษาการณ์อยู่ที่นั่นกับหน่วยรบพิเศษ  ผลปรากฏว่า  ทหารเวียดนามเหนือตาย  ทหารเวียดนามใต้และนักรบชาวเขาตายหมด  มีผู้การไค เป็นคนเดียวของฝ่ายพื้นเมืองที่รอดมาได้  ผู้การเคอร์บี พาพรรคพวกทั้งหมดพร้อมทั้งเชลยและเหยื่อล่อหนีออกมาโดยการใช้รถสิบโท  เอ๊ยรถซีตรองประจำตัวของนายพลที  พร้อมทั้งสั่งการทางวิทยุให้จ่ามัลดูน เตรียมตัวทำลายสะพานเพื่อสกัดกั้นการติดตาม

การส่งกลับนายพล ที

 หลังจากทำลายสะพานเสร็จ  จ่าแม็คกี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะได้ถูกจ่ามัลดูน นำตัวมายังจุดนัดพบและรวมตัวกันไปยังจุดนัดหมายที่หนึ่งเพื่อส่งตัวนายพลที กลับทางอากาศด้วยการส่งบอลลูนลอยขึ้นไปพร้อมเชือกที่ผูกตัวนายพลที อยู่  จากนั้นจะมีเครื่องบินมาสอยเชือกลากตัวนายพลที ขึ้นไปบนเครื่องเลยครับ  หลังจากการส่งนายพล ที ขึ้นเครื่องด้วยกรรมวิธีที่ดูเหมือนยุ่งยากนั้นผ่านไป  ผู้การเคอร์บี จึงนำพลเดินทางไปยังจุดนัดพบกับเฮลิคอปเตอร์ที่จะมารับยังจุดนัดหมายที่สองโดยมี ปีเตอร์เซ็น รับอาสาเป็นส่วนระวังหน้า

ความตายของ ปีเตอร์เซ็น

ระหว่างการเดินทางไปยังจุดนัดหมาย  ปีเตอร์เซ็น พลาดท่าถูกกับดักของเวียดนามเหนือลากตัวไปเสียบติดกับไม้ขวากตายอย่างน่าหวาดเสียวเลยครับ  คงจะเดินไม่ระวังนะผมว่า  เห็นในหนังก็เดินกันตามสบายเลยครับ  เหมือนกับเดินชมสวนเลย

 กลับมาที่ดานัง  เบ็คเวิร์ท ซึ่งกลับมาเวียดนามอีกครั้งหลังจากที่กลับไปสหรัฐฯมาครั้งหนึ่งแล้วหลังจากที่ฐาน A 107 แตก  เบ็คเวิร์ทได้พา แฮมชัง เด็กกำพร้าชาวเวียดนามที่สนิทกับ ปีเตอร์เซ็น มาส่งที่ฐานทัพเพื่อคอยการกลับของ ปีเตอร์เซ็น ก่อนที่เค้าจะแยกตัวไปกับหน่วยรบหน่วยหนึ่งเพื่อเก็บข้อมูลในสงครามครั้งนี้ไว้รายงานให้ชาวอเมริกันทราบผ่านทางหนังสือพิมพ์ของเค้า

ฉากสุดท้าย

 แฮมชัง ที่เฝ้าคอยการกลับมาของ ปีเตอร์เซ็น ที่เป็นที่พึ่งที่สุดท้ายที่เค้าเหลืออยู่ในตอนนี้ด้วยความหวังว่า ปีเตอร์เซ็น ของเค้าจะต้องกลับมา  แต่ แฮมชัง ต้องผิดหวัง  เค้าต้องสูญเสีย ปีเตอร์เซ็น ไปจากผลของสงคราม  เป็นหน้าที่ของผู้การเคอร์บี ที่จ่ามัลดูน บอกกับผู้การของเค้าว่า  เป็นหน้าที่ที่ผู้การจะต้องทำโดยที่เค้าไม่อิจฉาเลย  ผู้การเคอร์บี้ ต้องทำหน้าที่ปลอบโยน แฮมชัง ให้หายจากความเศร้าโศกที่ต้องสูญเสีย ปีเตอร์เซ็น ไป  พร้อมทั้งให้สัญญาถึงการที่จะดูแล แฮมชัง ต่อไปครับ

ผู้การเคอร์บี

ผู้การไค (ซ้าย) - เบ็คเวิร์ท (ขวา)

จ่ามัลดูน (ซ้าย) - จ่าแม็คกี (ขวา)

 หนังจบลงเพียงเท่านี้  พร้อมกับเพลง The Ballard  of  the  Green Berets ในท่อนสุดท้ายพอดีครับ  ก็เป็นหนังที่ดูสนุกสนานเรื่องหนึ่งที่มีการสร้างมาตั้งแต่ปี 1968 ก็ 41 ปีมาแล้วครับ  จากที่เคยดูด้วยเทปบันทึกภาพที่ตอนนี้ก็ยังเก็บไว้อยู่แต่ไม่มีเครื่องจะดูแล้วนั้น  ตอนนี้  ผมได้รับความอนุเคราะห์เป็นแผ่น DVD ให้หยิบยืมมาก๊อปปี้เก็บไว้ได้ 2 แผ่นด้วยกันกับความยาวของหนังประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาทีก็ขอขอบคุณท่าน WebMaster ไว้ที่นี่ด้วยครับผม

 และจากการที่หนังเรื่องนี้สร้างมานานแล้ว  เทคนิคการถ่ายทำ  การตัดต่อก็สู้ในยุคปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ครับ  หลายฉากหลายตอนที่ยังดูขัด ๆ ตาอยู่  ไม่ทราบว่าถ้าผมอยากเอามาคุยกันตรงนี้  จะกลายเป็นการวิจารณ์หรือจับผิดหนังหรือเปล่านะครับ  เอาเป็นว่า  ขออนุญาตคุยกันแบบเล่น ๆ แล้วกันนะครับ  อย่างเช่น  ทำไม  ต้องให้ ปีเตอร์เซ็น ไปขโมยสังกะสีลูกฟูก  หรือเป็นผู้ที่จัดหาปืนกลหนักขนาด .50 มาใช้ที่ฐาน  ไม่ทราบว่า ฝอ. 3 หรือฝ่ายส่งกำลังบำรุงไม่มีหรือไงก็ไม่ทราบนะครับ  หรือการปรากฏตัวของนักรบชาวเขาที่อยู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาโดยไม่มีการกล่าวถึงตอนที่บุกจับนายพล ที เป็นต้น  นี่ยังไม่รวมถึงฉากสุดท้ายที่ใน วิกิพีเดีย ก็ยังกล่าวถึงเลยครับ  คือตอนที่ผู้การเคอร์บี ปลอบ แฮมชัง เรื่องการตายของ ปีเตอร์เซ็น นั้น  จากที่เริ่มคุยกัน  เวลาก็น่าจะสาย ๆ มากแล้วนะครับที่ผมเห็นจากเงา  แต่พอคุยกันเสร็จ  พระอาทิตย์กลับกำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า  สงสัย  คุยกันปลอบกันข้ามคืนเลยนะเนี่ย

 อีกฉากนึงที่ผมดูแล้วนึกถึง The  Alamo เลยครับ  คือฉากการบุกเข้าประชิดฐาน A 107 ของเวียดนามเหนือ  แกดาหน้ากันเข้ามาเหมือนทหารของนายพลแซนตาแอนนา บุกป้อมอลาโม เลย  ไม่รู้ว่า  สาเหตุมาจากผู้กำกับเป็นคนคนเดียวกัน คือ John  Wayne หรือเปล่านะครับ

 อาวุธที่ใช้ประกอบในฉากก็ดูได้ดีครับ  แม้ปืนบางกระบอกจะใหม่เอี่ยมแบบพานท้ายยังขึ้นเงาอยู่เลย  แต่ว่าเจ้าปืนโต เอ็ม. 79 ที่เห็นทหารถือไปถือมานี่  ไม่เห็นได้มีการยิงให้เห็นถึงอานุภาพของมันเลยซักนัดเดียว  ส่วนที่ผมชอบคือหลุมปืน ค. ครับ  ที่มีการใช้สีขาวเขียนทิศทางไว้ข้าง ๆ บังเกอร์ด้วย  เวลาปรับนี่ก็แค่หมุนฐานมาตามเลขที่เขียนไว้ก็จะได้ทิศทางอย่างหยาบ ๆ แต่เร็วขึ้นแล้วครับ  อ้อ...จากปืน ค. 81 ที่บอกว่ามี 2 กระบอกในตอนต้นเรื่องนั้น  แต่กลับมีหลุมปืน 4 หลุม  ไม่รู้ว่า  เป็นฝีมือของ ปีเตอร์เซ็น หรือเปล่านะครับที่จัดหามาให้  ส่วน ค. 60 ไม่เห็นในฉากเลยครับ

 หนังเรื่องนี้  คุณภาพก็ในระดับ DVD นั่นแหละครับ  ภาพอาจจะมืด ๆ บ้างในบางฉากอันนี้โทษต้นฉบับได้เลยครับว่า 40 กว่าปีแล้ว  ส่วนเสียงยังเยี่ยมอยู่ครับ  ตอนที่ผู้การเคอร์บี ซด จิมบีม กับจ่าโพรโว ก่อนตายนั้น  เสียงเปิดจุกดัง พล๊อก...ผมงี้...น้ำลายไหลเลยละ

 บทบรรยายไทยอยู่ในระดับดีครับ  มีพลาดบ้างก็หลาย ๆ แห่งพอให้ได้ยิ้ม ๆ กันครับ เช่น แปลคำว่า “สังกะสีลูกฟูก” ว่า “กระป๋อง” หรือแปล “เปลสนาม” ว่า “จดหมาย”  เป็นต้น  ไม่รวมถึงการเรียกขนาดของกระสุนปืนที่มีหน่วยเป็นนิ้วแต่เรียกเป็น มิลลิเมตร เช่น เรียกปืนขนาด 30 มม. หรือ ขนาด 50 มม. ซึ่งถ้าเรียกตามนี้  มันก็มีอยู่จริงครับสำหรับปืนขนาดดังกล่าว  แต่ในหนังเรื่องนี้นั้น  เค้ากล่าวถึงปืนกลเบาและปืนกลหนักของ บราวน์นิง ขนาด .30 นิ้วและ .50 นิ้ว ต่างหากครับ  ไม่ได้หมายถึงปืนขนาดปากลำกล้องกว้างตั้ง 3 หรือ 5 เซนติเมตรซักหน่อย

 เอาเป็นว่า  คอหนังสงครามคงต้องไม่พลาดที่จะเก็บหนังเรื่องนี้ไว้ดูกันนะครับ  อย่างน้อย ๆ ก็มีป๋า จอห์น  เวย์น ดาราในดวงใจของผมคนหนึ่งเป็นดารานำแสดงครับผม  แถมเรื่องนี้  ยังพ่วง Patrick  Wyne ซึ่งเป็นลูกชายเข้ามาร่วมแสดงในบทบาทของนายร้อยตรีหนุ่มจากหน่วย ผึ้งทะเล อีกด้วย  พร้อมทั้งยังมีเพลง The Ballad of the green beret ให้ฟังกันเพราะ ๆ ซึ่งถ้าท่านใดต้องการก็น่าจะหาโหลดได้จากในอินเทอร์เน็ตหรือเมล์มาคุยกันกับผมก็ได้นะ  ยุคนั้นหลาย ๆ ท่านก็ยังคงจำได้นะครับกับเพลง ๆ นี้จากการขับร้องของ SSgt. Barry  Sadler รวมทั้งเพลง Little  Bird  of  Vietnam ที่ผมก็กำลังตามหาอีกด้วยครับ  ซึ่งถ้าท่านใดมีเก็บอยู่ผมก็ขอรบกวนด้วยนะครับ

 เรื่องต่อไปที่ผมตั้งใจที่จะมาคุยถึง  น่าจะเป็นเรื่อง Navy  SEAL นะครับ  ถ้าไม่มีอุปปะแป๊ะ เอ๊ย อุปสรรคเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายมาขัดขวาง  ก็น่าจะได้อ่านกันในเร็ววันนี้ครับผม  สำหรับวันนี้  ขอให้เพื่อน ๆ ทุก ๆ ท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยร้ายแรงมารบกวนครับผม  สวัสดีครับ

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชนิดแผ่น DVD ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที  ซาวด์แทร็ก  บรรยายไทย – อังกฤษ

ดารานำแสดง 

  • John  Wayne 
  •  David  Janssen
  •  Jack  Soo
  • George  Takei
  •  Jim  Hutton
  •  Aldo  Ray
  •  Raymond  JacQues
  •  Patrick  Wyne

“เพราะผมคือทหาร  และที่นั่นคือสนามรบ”  ประโยคที่จ่าโพรโว ตอบคำถามของผู้การเคอร์บี ถึงเหตุผลที่ขอไปร่วมรบในครั้งนี้  ผมว่าเป็นคำตอบที่น่าประทับใจหลาย ๆ ท่านนะครับ

อ้างอิง

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ภาพยนตร์ตัวอย่าง (Trailer) จาก www.youtube.com

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามเวียดนามและอินโดจีน

1968 Tunnel Rats อุโมงค์นรก สงครามเวียดกง วันที่ 19/05/2013   21:26:24
สารคดี Vietnam's Unseen War: Pictures from the Other Side "ข้างหลังภาพ" เวอร์ชันสงครามเวียดนาม วันที่ 19/05/2013   21:27:39
สารคดี Ho Chi Minh: Vietnam's Enigma วันที่ 19/05/2013   21:28:40
คิลลิ่งฟิลด์ แผ่นดินของใคร ใครล้างผลาญแผ่นดิน วันที่ 19/05/2013   21:30:55
พลาทูน (Platoon) แง่มุมทางประวัติศาสตร์สงครามเวียดนามที่ทหารอเมริกันตัวจริงได้มีส่วนร่วม วันที่ 19/05/2013   21:31:54
Air America ฉีกหน้ากาก CIA ในลาวด้วยอารมณ์ขัน วันที่ 19/05/2013   21:32:54
A Rumor of War สงครามเวียดนาม ในอีกมุมมองหนึ่ง วันที่ 19/05/2013   21:33:44
Hamburger Hill วันที่ 19/05/2013   21:34:29
We Were Soldiers วันที่ 19/05/2013   21:35:25



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker