dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


ฌ้อปาอ๋อง ขุนศึกลำน้ำเลือด
วันที่ 19/05/2013   19:01:17

โดย "คนเล่าเรื่อง"


เซี่ยงอวี่ (ซ้าย)  หลิวปัง (ขวา)


หยูจี (ซ้าย) หลี่จื้อ (ขวา)

ในช่วงปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล ฉินอ๋องเจิ้งแห่งแคว้นฉินได้รวบรวมแว่นแคว้นทั้ง 7 เข้าเป็นหนึ่งเดียวและได้สถาปนาตนเองเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ปกครองดินแดนที่รวบรวมมาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดและเหี้ยมโหดจนเกิดการลุกฮือขึ้นของบรรดาประชาชนอย่างรุนแรง และมักมีการตามไปชูป้ายประท้วง อุ๊บ พิมพ์ผิดครับ ลอบสังหารจิ๋นซีเสมอแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ในเดือน 7 ปีที่ 37 ของรัชกาลหรือ 210 ปีก่อน ค.ศ.  จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงประชวรและเสด็จสวรรคตลงในระหว่างการเสด็จประพาสตะวันออก โอรสองค์รองหูไห่ภายใต้การเชิดของเจ้าเกาขันทีคนสนิทของจิ๋นซีได้ขึ้นครองราชย์ด้วยการหลอกให้โอรสองค์โต เจ้าชายฝูซูกระทำอัตวินิบาตกรรม  จากนั้น จึงปกครองแผ่นดินแบบทรราชย์หนักข้อขึ้นจนเกิดการลุกฮือครั้งใหญ่ของเหล่าประชาชน

ในขณะนั้น  ขุนศึกตระกูลเซี่ยงซึ่งเป็นตระกูลนักการทหารผู้ยิ่งยงแห่งแคว้นฉู่ซึ่งเคยเป็นอิสระมาก่อนการถูกรวมพรรค เอ๊ย ไม่ใช่ครับ การรวมแคว้นของจิ๋นซีได้เดินทางไปพบกับหวังซุน เชื้อสายของกษัตริย์แคว้นฉู่ที่ยังหลงเหลืออยู่และใช้ชีวิตแบบเกษตรกรเลี้ยงแกะแบบร่อนเร่   แล้วจึงเชิญและเชิดให้ไปเป็นหัวหน้าพรรค อ๊ะ ผิดอีกแล้ว กษัตริย์นามว่า ฉู่ไหวอ๋อง เพื่อต่อต้านรัฐฉินและฟื้นฟูรัฐฉู่ขึ้นมาใหม่ 

จากนั้น ในปีที่ 209 ก่อนคริสตกาล เซี่ยงอวี่ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเซี่ยงและเป็นคนมีความสามารถทางการทหารที่สูงส่งได้นำกำลังทหารเข้าต่อสู้และต่อต้านจักรวรรดิที่เมืองฉีโจว  ในเวลานั้น หลิวปังกำนันของตำบลหลิวซัน อำเภอเพ่ยทำการขัดคำสั่งของนายกองผู้หนึ่งในการแบ่งซอยจำนวนจ่ายเงินชดเชยค่าน้ำท่วม เอ๊ยไม่ใช่ การเกณฑ์แรงงาน แล้วนำกองกำลังชาวบ้านทำการแข็งข้อกับทางการ  แต่ก็ต้องหลบหนีกำลังทหารของทางการอย่างหัวซุกหัวซุน  ที่บ้านของหลิวปัง  ภรรยาและญาติวงศ์ของของหลิวปังต้องหนีการตามล่าของทางการด้วย ซึ่งในการหลบหนีครั้งนั้น หลี่จื้อภรรยาของหลิวปังจำเป็นต้องแสดงความเด็ดขาดและอำมหิตทิ้งให้แม่ของหลิวปังถูกฆ่าตายด้วยความที่นางมัวแต่ห่วงทรัพย์สมบัติจนเกือบทำให้หลี่จื้อและครอบครัวของหลิวปังไม่รอด  และนั่นคือปมความขัดแย้งครั้งหนึ่งของหลัวปังกับนางจนเขาเกือบจะฆ่านาง 


หลี่จื้อตัดสินใจตัดเชือกเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวรอดจากทหารฉิน


หลิวปังโกรธมากที่รู้ว่าหลี่จื้อทิ้งแม่เขาให้ตาย


หลิวปังได้นำกองกำลังชาวบ้านของเขาไปสวามิภักดิ์กับเซี่ยงอวี่ที่เมืองฉู่  จากนั้น  ทั้งหลิวปังกับภรรยาและเซี่ยงอวี่กับภรรยาคือ หยูจีจึงได้ทำความรู้จักและยอมรับนับถือกัน ทั้งลูกน้องของเซี่ยงอวี่และหลิวปังได้เกิดเรื่องกระทบกระทั่งจากการแบ่งโควต้าตำแหน่งไม่ลงตัว อ้า ผิดครับ แบ่งชั้นวรรณะและเลือกปฏิบัติกันจนกลายเป็นการทะเลาะวิวาทจนเซี่ยงอวี่และหลิวปังต้องเข้ามาทำการยุติด้วยทั้งสปิริตของทั้งนายและลูกน้อง และการสนับสนุนของหลี่จื้อ ทั้งคู่จึงสาบานเป็นพี่น้องกัน 

การศึกต่อมา นายพลเซี่ยงเหลียงอาของเซี่ยงอวี่และเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เซี่ยงอวี่นับถือที่สุดถูกกลศึกของหวังหลีขุนพลทหารฉินซุ่มโจมตีจนสิ้นชีพ  ในงานศพ  ฟ่านเจิงผู้ใหญ่ที่เซี่ยงอวี่นับถือเป็นลุงจึงยกให้เซี่ยงอวี่ขึ้นเป็นผู้นำ  และเขาได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของเซี่ยงอวี่ และแล้ว  ก็มีราชโองการจากฉู่ไหวอ๋องแต่งตั้งหลิวปังให้เป็นแม่ทัพปราบตะวันตกและนำทัพไปตีด่านหานกงกวนประสานงานกับทัพของเซี่ยงอวี่ที่จะรุกทางตะวันออกเพื่อเข้าตีนครเสียนหยาง   และกำหนดให้ผู้ใดที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 โอ๊ะ ผิดอีกแล้ว   เข้าถึงนครเสียนหยางก่อนจะได้รับสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล เอ้อ ไม่ใช่ครับ แต่งตั้งเป็นอ๋องกวนตง

ฝ่ายเซี่ยงอวี่ได้ปรึกษาการศึกกับจื่อฉีขุนทหารคนสนิทและพี่เมียเพื่อเข้าตีเมืองจี้ลู่  และได้รับคำเตือนจากจื่อฉีเกี่ยวกับหลิวปังถึงความมักใหญ่ใฝ่สูงและมีบุคลิกแบบซ่อนดาบในรอยยิ้ม  และอันตรายจากการที่เขาเริ่มฉายแสงแห่งอิทธิพลมากขึ้น  แม้ว่าหลิวปังจะรับปากว่าจะไม่เข้าถึงเมืองเสียนหยางก่อนอย่างแน่นอน  แต่เซี่ยงอวี่ก็ยังเชื่อใจหลิวปัง แล้วเขาจึงแยกจากหยูจีไปทำศึกอย่างมุ่งมั่น


หลิวปังนำกำลังมาเข้าร่วมกับเซี่ยงอวี่


หยูจีให้ความสนิทสนมและไว้ใจหลี่จื้อดุจพี่น้อง


ทั้งเซี่ยงอวี่และหยูจีต่างผูกพันกันอย่างแนบแน่น


หลิวปังกับหลี่จื้อมักจะมีข้อถกเถียงกันอยู่เสมอ

ในปีที่ 207 ก่อน คริสตกาล เซี่ยงอวี่ได้นำทัพจำนวน 20,000 คนเข้าตีเมืองจี้ลู่ที่มีทหารฉินรักษาการถึง 200,000 คน แล้วจึงเกิดการต่อรบกันอย่างดุเดือด เซี่ยงอวี่ทำการรบอย่างห้าวหาญจนทหารฉินแตกพ่าย และเขาได้ฆ่าหวังหลีแก้แค้นแทนอาของเขาอีกด้วย  หลังเสร็จสิ้นศึกที่จี้ลู่ เซี่ยงอวี่จึงเปิดศึกที่เมืองจี้หยวน ครั้งนี้ เขาต้องเผชิญกับแม่ทัพจังหานและกองทัพฉินจำนวน 300,000 คน  แต่ในขณะนั้น  กองทัพฉินก็แอบยกเข้าตีเมืองหลวงของแคว้นฉู่ด้วย  ฉู่ไหวอ๋องสู้ไม่ได้จึงต้องทิ้งเมืองหลบหนี  หยูจีจึงต้องหลบหนีพร้อมกับครอบครัวของหลิวปังซึ่งยังคงตั้งมั่นอยู่กับกองทหารรักษาป้อมโดยไม่ได้ลงมือทำอะไรตามแผนการของเขาภายใต้การแนะนำของเซียวเหอ  ฝานไขว้ทหารองครักษ์ได้หนุนให้เขาตั้งตัวเป็นใหญ่ แต่หลิวปังยังคงไม่รับ  หยูจีได้ขอร้องให้หลิวปังนำทัพไปช่วยเซี่ยงอวี่ และนางได้ยอมรับหลี่จื้อเป็นพี่น้องกัน

หลี่จื้อได้กล่าวตักเตือนหลิวปังถึงความไม่เอาไหนและความเฉื่อยของเขาที่ไม่ยอมลงมือทำการใดสักทีในสถานการณ์เช่นนี้  รวมทั้งการให้ความสนิทสนมกับหยูจีมากเกินไป และยังยุแหย่เขาให้เกิดความฮึกเหิมอีกด้วย  ต่อมา นางยังปล่อยให้หยูจีออกไปจากเมืองเพื่อไปพบกับเซี่ยงอวี่ตามที่หยูจีขอร้อง  หยูจีที่เดินทางออกไปจากเมืองพร้อมด้วยฝานไขว้ถูกทหารฉินเข้าลอบโจมตีและลักพาตัวนางไป ส่วนฝานไขว้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ที่เมืองจี้หยวน  เซี่ยงอวี่ได้เข้าทำการโรมรันกับแม่ทัพจังหานอย่างดุเดือดจนได้รับชัยชนะ แต่ขุนทหารคู่ใจต้องบาดเจ็บสาหัสจนพิการ  แต่ก็สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ลุงของเขาเป็นอย่างมากจึงฉลองด้วยการดื่มเหล้าจนเมามายและหลับไป  เมื่อเซี่ยงอวี่ได้ทราบว่าหยูจีถูกลักพาตัวไปเขาจึงโกรธมาก  และในการหารือกับขุนทหารถึงการจัดการกับทหารฉินที่แตกกระสานซ่านเซ็น  เขาได้สั่งการให้ “จัดเต็ม” ด้วยการฆ่าทหารฉินแตกทัพอย่างเหี้ยมโหดทั้งด้วยการเผาและฝังทั้งเป็นกว่า 200,000 คน เหตุการณ์นี้ได้สร้างความตะลึงพรึงเพริดและสะเทือนใจแก่ฟ่านเจิงที่ได้ตื่นมาพบและทราบเรื่องนี้  รวมทั้งกล่าวเตือนว่านี่จะเป็นจุดเริ่มของจุดจบของเซี่ยงอวี่ และข่าวการฝังทหารฉินทั้งเป็นก็ทำให้ฐานเสียง เอ๊ย ชื่อเสียงของเซี่ยงอวี่เริ่มละลายหายไปในที่สุด  เมื่อการศึกเสร็จสิ้นแล้ว เซี่ยงอวี่ได้มีคำสั่งกองกำลังทั้งหมดให้มารวมพลกันที่จี้หยวน    แต่หลิวปังโดยคำแนะนำของที่ปรึกษาและการชี้แนะของเซี่ยวเหอได้ขัดคำสั่ง  ฉวยโอกาสนำกำลังบุกเข้ายึดเสียนหยางเพื่อรักษากำลังและลงพื้นที่เอาฐานเสียง เอ๊ย เอาการสวามิภักดิ์จากราษฎรในเมือง


การศึกที่จี้ลู่


การสงครามที่ต้องสังเวยชีวิตทหารจำนวนมาก


ฟ่านเจิงยินดีในชัยชนะที่จี้ลู่จึงฉลองจนเมาแประ


การสังหารหมู่ทหารฉินที่หลงเหลือด้วยการเอาไฟเผา


การฝังทั้งเป็นทหารฉินทั้งหมดอย่างเหี้ยมโหด

ภายในเมืองเสียนหยาง  หูไห่ทำตัวเป็นเพลย์บอยเอาแต่เสพสุขและกำลังจะลวนลามหยูจีที่ถูกลักพาตัวมา  แต่แล้วเขาก็ถูกเจ้าเกาปลงพระชนม์แล้วเชิดเจ้าชายจื่อยิง ผู้หลานของหูไห่ขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนและยอมสวามิภักดิ์ต่อหลิวปัง  แต่เจ้าเกากลับถูกเจ้าชายจื่อยิงฆ่าตายในที่สุด หลิวปังพร้อมกองกำลังได้เข้าสู่เมืองเสียนหยางและรับการสวามิภักดิ์จากเจ้าชายจื่อยิง  แล้วจึงประกาศกฎเหล็กเพื่อการรักษามาตรฐานและความสมานฉันท์ในการครองเมือง  หลิวปังและภรรยาพร้อมด้วยญาติวงศ์ได้เดินเข้ามาในพระราชวังเอ้อหวังกง  แล้วเกิดอาการเคลิบเคลิ้มหลงใหลต่อความหรูหราและวิจิตรตระการตาของทำเนียบ เอ๊ย พระราชวังไปพักใหญ่

และแล้ว เมื่อเซี่ยงอวี่พร้อมด้วยกองกำลังเจนศึกเข้ามาตั้งค่ายอยู่ที่หงเหมินใกล้กับนครเสียนหยาง  หลิวปังได้รับการแนะนำจากเซียวเหอและหลี่จื้อให้รวบรวมทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับเซี่ยงอวี่และไปร่วมงานเลี้ยงที่หงเหมินเพื่อขอโทษในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป ที่หงเหมิน หลิวปังและพวกได้เข้าร่วมงานเลี้ยงท่ามกลางการถกเถียงและกล่าวหาของฝ่ายเซี่ยงอวี่อย่างเผ็ดร้อน แต่หลิวปังก็แสดงความภักดีต่อหน้าเซี่ยงอวี่อย่างแนบเนียน  แล้วในงานเลี้ยงลุงของเซี่ยงอวี่จึงให้ยอดขุนพลร่ายรำเพลงกระบี่โชว์  แต่ที่จริงแล้วเป็นแผนการเก็บหลิวปังโดยทำให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ  แต่ฝานไขว้ได้ปกป้องหลิวปังไว้ จนเซี่ยงอวี่ต้องยุติแผนการนี้ แต่ก็ได้รับการตักเตือนจากฟ่านเจิงว่า หลิวปังกระทำการแบบเอาดีเข้าตัว เอา...เข้าเซี่ยงอวี่ แล้วจึงกระตุ้นให้ทุกคนไปกำจัดหลิวปังอีกครั้ง

แต่เมื่อนางหลี่จื้อมาถึงที่ค่ายแล้วบอกว่าหยูจีถูกจับกุมตัวอยู่ในวัง  เซี่ยงอวี่จึงสั่งให้ค้นหานางแบบพลิกวัง แต่หลี่จื้อได้โกหกคำโตว่าหยูจีถูกข่มเหงจากหูไห่จนตัดสินใจฆ่าตัวตายไป  เรื่องนี้สร้างความโกรธแค้นแก่เซี่ยงอวี่จนถึงขีดสุด  เขาได้สั่งให้ “จัดหนัก” ด้วยการเผาพระราชวังให้มอดไหม้เป็นจุณ แล้วสั่งฆ่าบรรดาทหารฉินที่ยอมแพ้ให้หมดสิ้น ภายใต้การคัดค้านอันไม่เป็นผลของฟ่านเจิง แต่เป็นที่สะใจของนางหลี่จื้อ

ขณะที่พระราชวังกำลังถูกมอดไหม้ด้วยเพลิง ขันทีได้เข้ามาบอกแก่เซี่ยงอวี่ว่าหยูจียังมีชีวิตอยู่และถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินของพระราชวังพร้อมกับผู้หญิงในวังอื่น ๆ อีก  เขาจึงฝ่าเปลวเพลิงตรงเข้าไปช่วยปลดปล่อยบรรดาผู้หญิงที่ถูกกักขังและสามารถนำนางออกมาจากคุกได้สำเร็จ
ความรักของเซี่ยงอวี่และหยูจีเป็นตำนานรักอมตะที่ได้รับการกล่าวขานมานับพันปี  พระราชวังเอ้อหวังกงถูกไฟเผาผลาญเป็นเวลาถึงสามเดือนเศษกลายเป็นเศษซาก  แล้วเซี่ยงอวี่จึงมุ่งหน้าทำตามอุดมการณ์ของเขาต่อไป


กองกำลังของหลิวปังเข้าเมืองเสียนหยางและรับการยอมแพ้ของจื่อยิง


หลิวปังและพวกเข้าชมความตระการตาของพระราชวังเมืองเสียนหยาง


หลิวปังเกือบถูกฆ่าตายในงานเลี้ยงที่หงเหมิน


การฆ่าฟันทหารฉินที่เหลือรอดอยู่เมื่อเซี่ยงอวี่คิดว่าหยูจีฆ่าตัวตาย

ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณนี้ได้สะท้อนเรื่องราวของวีรบุรุษผู้สร้างประวัติศาสตร์จีนหลังการปกครองในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ระหว่าง เซี่ยงอวี่ ฉายา ฌ้อปาอ๋องหรือฉู่ป้าหวางกับ หลิวปัง ฉายา เพ่ยกง  ตัวละครหลัก ๆ ในการเดินเรื่อง 2 คนคือ เซี่ยงอวี่ ผู้นำคนสำคัญในการสร้างชาติใหม่ซึ่งเขามีบุคลิกแบบนักการทหารผู้เข้มแข็ง และวีรบุรุษผู้ยิ่งยงอย่างครบเครื่อง  และ หลิวปัง ในประวัติศาสตร์ได้กลายเป็นปฐมฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่นคือ ฮั่นโกโจฮ่องเต้ หรือฮั่นเกาจู่ ผู้มีบุคลิกแบบชาวบ้าน  การศึกษาไม่สูง  และกระทำการทุก ๆ อย่างแบบเปิดเผย จิตใจกว้างขวาง มีน้ำใจ  ในหนังภาคนี้ ไม่ได้เดินเรื่องจนถึงตอนที่ทั้งสองต้องมาขับเคี่ยวกัน แต่ได้อธิบายถึงพฤติกรรม อุปนิสัย ความคิดของทั้งคู่  ตลอดจนคนแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในเรื่องราวต่าง ๆ และยังได้บอกเล่าถึงแนวทางการทำงานทางการเมืองการปกครอง การบริหาร และการสงครามของทั้งคู่ที่แตกต่างกันคนละขั้ว

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ต่อมาภายหลังจากหนังเรื่องนี้ คือ หลิวปังสู้รบกับเซี่ยงอวี่เป็นเวลากว่า 4 ปี ต่อมา  หลิวปังได้นำกำลังทหารจำนวน 3 แสนนายปิดล้อมกองทัพของเซี่ยงอวี่ ทำให้เซี่ยงอวี่ จนมุมและต้องฆ่าตัวตายริมแม่น้ำในที่สุดหลิวปังได้รับชัยชนะเบ็ดเสร็จและสถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้นที่มณฑลซานตงในปัจจุบัน เมื่อ 202 ปีก่อนคริสตกาล

ในการต่อสู้กับเซียงหยี่นี้ ได้รับการกล่าวขานอย่างมากจนถึงปัจจุบัน ถูกเรียกว่า "สงคราม ฉู่-ฮั่น" เป็นการรบกันระหว่างแคว้นฉู่กับแคว้นฮั่น ท้ายสุดแคว้นฮั่นของหลิวปังก็ชนะ ด้วยหลิวปังได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านบู๊ จาก หานซิ่น นายทหารที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดขุนพล และด้านบุ๋นในเรื่องการปกครองบ้านเมือง ก็ได้รับการสนับสนุนจาก จางเหลียง และเซียวเหอ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดเสนาบดีอีกเช่นกัน

อย่างไรก็ตามครับ หลิวปังเมื่อได้เป็นฮ่องเต้แล้ว เขาก็กลับกลายมาเป็นจอมโหดผู้สังหารผลาญชีวิตใครก็ตามที่เขาคิดว่าจะขึ้นมาทาบรัศมีเขาลงได้  ซึ่งคนเล่านั้นก็ไม่พ้นบรรดาที่ปรึกษาและขุนทหารผู้ร่วมต่อสู้ฟันฝ่ากันมา โดยเฉพาะแม่ทัพหานซิ่นที่รบเก่งสุด จึงเอาไว้ไม่ได้  แต่ในท้ายที่สุด เขาก็ได้สิ้นชีพอย่างสมศักดิ์ศรีชายชาติทหารเมื่อต้องธนูของข้าศึกในการปราบปรามกบฎอิงปู้อดีตขุนทหารคู่ใจของเขาเองในปีที่ 195 ก่อนคริสตกาล

คุณค่าสำคัญของหนังเรื่องนี้ต่อประวัติศาสตร์ก็คือ การให้ข้ออธิบายเกี่ยวกับลักษณะของบุคคลทั้งสองที่ละเอียดและแตกต่างจากภาพทางประวัติศาสตร์ที่เคยถูกสร้างกันมาแต่ก่อน คือ บุคลิกของเซี่ยงอวี่ที่เคยเป็นคนดุร้าย เหี้ยมโหด และมุทะลุ กลับกลายเป็นผู้เข้มแข็ง องอาจ เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมน้ำมิตรและยังเป็นผู้ครองใจสาวงามทั้งกายและใจอย่างหยูจี   ในขณะที่หลิวปัง ผู้มีพื้นเพจากลูกชาวนายากจน เกิดในอำเภอเพ่ยเสี้ยน (ปัจจุบันอยู่ทางเหนือของ มณฑลเจียงซู) และมีลักษณะแบบคนอ่อนโยน ซื่อตรง มีเมตตา และรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์กลายเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ซ่อนดาบในรอยยิ้ม ซ่อนมีดโกนในวาจา และยังซ่อนความมักใหญ่ที่สูงไว้ในความถ่อมตัวอย่างมิดชิด และยังมีภรรยาคือ  นางหลี่จื้อที่มีนิสัยเจ้าเล่ห์พอกัน และทำการแบบ ลับ ลวง แหลได้อย่างไม่ธรรมดาอีกด้วย

ประเด็นสำคัญอีกประการในหนังก็คือ คือ อิทธิพลของหลี่จื้อที่มีต่ออุปนิสัยและพฤติกรรมของหลิวปัง อันเนื่องมาจากอุปนิสัยและพฤติกรรมของนางที่เปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกล อำมหิตแบบไม่ต้องโหดเหี้ยม และยังมีนิสัยอาฆาตพยาบาทแบบฝังลึกอีกด้วย  แต่หลิวปังก็ไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไปที่มีความยิ่งใหญ่ นั่นคือ ความเกรงใจ (กลัว) เมียสุดที่รัก จึงต้องยอมครองคู่กับนางต่อไปแบบไม่ลงรอย แต่นางก็มีอิทธิพลต่อฐานความคิดและการวางแผนของหลิวปังในด้านกุศโลบายทางการเมืองในลำดับถัดมาจนถึงวันที่หลิวปังเป็นผู้พิชิตในที่สุด  

นอกจากนี้  หนังยังได้ชี้ถึงประเด็นการทำลายเซี่ยงอวี่ของทั้งสองผัวเมียที่อาจไม่ได้ร่วมมือกันวางแผนโดยตรง คือ แยกกันตี โดยหลิวปังได้ทำการแบบ เอาดีเข้าตัว เอา ... เข้าเซี่ยงอวี่จนต้องกลายเป็นคนโฉดชั่ว โหดเหี้ยม อำมหิต (แต่อุปนิสัยของเซี่ยงอวี่ก็มีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดเรื่องเหล่านี้ด้วยครับ) ส่วนนางหลี่จื้อ ได้เล่นงานที่จุดอ่อนของเขา นั่นคือ  การโกหกว่าหยูจีถูกพร่าทำลายจากฮ่องเต้ฉินผู้โฉดชั่ว อันนำมาซึ่งการ “จัดหนัก” ของเซี่ยงอวี่ด้วยการเผาทำลายพระราชวังกรุงเสียนหยางของราชวงศ์ฉินแบบไม่เหลือซากรวมทั้งชื่อเสียงของเซี่ยงอวี่ที่วอดวายไปด้วย จึงทำให้เซี่ยงอวี่ต้องอยู่ในอาการ “ขาลง” ในที่สุด อาจสรุปได้ว่า สองผัวเมียได้ทำงานการเมืองแบบสกปรกในยุคนั้นอย่างเข้าขาดีแท้ (ในประวัติศาสตร์เซี่ยงอวี่จัดการเผานครเสียนหยางติดต่อกันเป็นเวลาสามเดือนจริง ๆ จนไม่เหลือแม้แต่ซาก ซึ่งนั่นนับเป็นการอธิบายได้ถึงความคั่งแค้นของเขาต่อแคว้นฉินอย่างแท้จริง)

อีกประการที่สำคัญคือ อิทธิพลของบรรดาที่ปรึกษาและคนรอบข้างที่ทำหน้าที่คอยชี้แนะ อธิบาย ตลอดจนตักเตือนแก่ผู้นำเพื่อให้กระทำการได้อย่างรัดกุม เหมาะสม และสร้างสรรค์ในสถานการณ์นั้น ๆ สังเกตได้ว่า เซี่ยงอวี่ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญของคำปรึกษาต่าง ๆ เหมือนกับหลิวปัง อีกทั้งภรรยาก็ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะช่วยงานการบริหารพรรค เอ๊ย บริหารงานของกลุ่มเหมือนอย่างภรรยาของหลิวปังอีกด้วย นั่นนับเป็นจุดอ่อนที่นำเขาสู่ความพ่ายแพ้ในตอนท้าย

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่หนังได้แสดงถึงเหตุการณ์การกดขี่ ขูดรีด ข่มเหง และฆ่าฟันราษฏรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการช่วงชิงอำนาจ แต่ต้องมารับเคราะห์ทุกครั้งที่ผู้มีอำนาจจะออกมาเอ็กเซอร์ไซส์เพื่อทำลายล้างกัน  และแน่นอน บรรดาทหารหาญที่หลายคนก็มีพื้นเพมาจากราษฏรที่ถูกเกณฑ์มานั่นเอง และต้องมาฆ่าฟันกันอย่างมดปลวก และฆ่าบรรดาประชาชนด้วยการสั่งการของผู้มีอำนาจที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย  ซึ่งนับเป็นการสะท้อนถึงสภาพกลียุคของบ้านเมืองภายหลังการสิ้นอำนาจของราชวงศ์ฉินเป็นอย่างดี


การเผาพระราชวังเอ้อหวังกง


เซี่ยงอวี่เข้าช่วยนางหยูจีให้รอดจากกองเพลิง


พระราชวังเอ้อหวังกงถูกเผาจนมอดไหม้เหลือแต่เถ้าถ่าน

งานโปรดักชั่นของหนังเรื่องนี้นับว่าอลังการแบบหนังฟอร์มใหญ่ และสมจริงสมจังในทุกฉากทุกตอนโดยเฉพาะฉากการรบซึ่งยังไม่มีการใช้ CG อย่างแพร่หลายในยุคนั้น  ดารานำโดยเฉพาะ หลี่เหลี่ยงเหว่ยที่รับบทเซี่ยงอวี่ได้สมบทบาทและมีชีวิตชีวาทั้งในด้านดีและด้านร้าย  กวนจื่อหลินในบทของหยูจีที่ซื่อใสไปตามเนื้อเรื่อง กงลี่ที่รับบทนางร้ายได้อย่างลุ่มลึก และแยบยลเป็นอย่างยิ่ง สำหรับจางเฟิงอี้มในบทหลิวปังนับว่าดูเจ้าเล่ห์แสนกลซ่อนคมได้อย่างแนบเนียน

อีกประการที่น่าตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหนังประวัติศาสตร์ยุคโบราณของจีนที่สร้างกันมา  จะใช้การสะท้อนภาพหรือมุมมองอย่างค่อนข้างรอบด้าน และตีความเรื่องราวต่าง ๆ ให้เกิดความแปลกใหม่ออกไป  และบางเรื่องก็อาจวิพากษ์ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นไปในตัวด้วย  ดังนั้น หนังประวัติศาสตร์จีนจึงค่อนข้างมีชีวิตชีวาและเกิดแง่มุมใหม่ ๆ ให้ได้ขบคิดกัน ต่างจากหนังประวัติศาสตร์ของเราที่เป็นไปในทางเดียวกันกับประวัติศาสตร์ที่เราพยายามปลูกฝังเอาไว้หมดเลยครับ (สังเกตว่า ไม่มีใครกล้าสร้างหนังในมุมที่แตกต่างเกี่ยวกับกรณีการประกาศเอกราชจากหงสาวดี การรุกรานกัมพูชาของสมเด็จพระนเรศวร การต่อต้านจ้าวอนุวงศ์แห่งอาณาจักรล้านช้างของคุณหญิงโม  และในประวัติศาสตร์อันใกล้ก็ไม่มีหนังเกี่ยวกับเบื้องหลังการอภิวัฒน์ปี พ.ศ. 2475 หรือกรณีกบฎบวรเดชเลยครับ)

หมายเหตุ ตอนที่ผมไปเจอหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็ถามหาภาคต่อจากร้านขาย ได้คำตอบว่า ไม่มีการสร้างภาคต่อเพราะหนังเรื่องนี้ไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้  โครงการหนังเรื่องนี้เลยพับฐานไปในที่สุด  ตรงนี้ ไม่ทราบว่าเป็นจริงแค่ไหน และมีผู้ใดที่ทราบเรื่องราวที่แท้จริงกรุณาบอกด้วยครับ หรือถ้าหากว่ามีภาคต่อจริง ๆ ก็ขอความกรุณาชี้แนะแหล่งจำหน่ายด้วยครับ

ฌ้อปาอ๋อง ขุนศึกลำน้ำเลือด
The Great Conqueror's Concubine

นักแสดง

  • หลี่เหลียงเหว่ย
  • จางเฟิงอี้
  • กวนจือหลิน
  • กง ลี่

ผู้กำกับ  สตีเฟ่น ชิน
 
ปีที่ออกฉาย
2537 (1994)

คำพูดจากภาพยนตร์

  • “หากข้าไม่ทิ้งแม่ คนทางบ้านต้องตายหมด จะทำงานใหญ่ต้องทำให้ได้สิ”
    (หลี่จื้ออธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องปล่อยให้แม่ของหลิวปังต้องตาย)
     
  • “ข้ารู้แต่ว่า เมืองฉินจะสิ้นชาติอยู่รอมร่อ เขาทำสงครามที่หลอฟง แต่เจ้ากลับทำสงครามบนเตียง ไม่ก็ชายตามองหญิงอื่น ๆ แล้วก็อ้างโหงวเฮ้งว่าเป็นฮ่องเต้ ฝันไปเถอะ”
    (หลี้จื้อกล่าวตำหนิและยั่วยุหลิวปังเมื่อเขาเอาแต่ทำตัวเจ้าสำราญ)
     
  • “ผู้รู้ใจข้าก็คือเซียวเหอ”
    (หลิวปังกล่าวเมื่อเขาได้รับคำแนะนำจากเซียวเหอ)
     
  • “ท่านอาต้องสละชีพ จงหลิวก็ต้องพิการ  เมี่ยวเคอ (หยูจี) ก็ไม่รู้เป็นหรือตาย ค่าตอบแทนนี้ยิ่งใหญ่นัก แผ่นดินนี้มีสำคัญอะไรอีกหรือ”
    (เซี่ยงอวี่รำพันด้วยความสะท้อนและคับแค้นใจหลังเอาชนะศึกกับจังหานได้)
     
  • “ยึดเมืองน่ะมันง่าย แต่ชนะใจคนน่ะมันยาก”
    (ฟ่านเจิงกล่าวตักเตือนเซี่ยงอวี่เมื่อเห็นว่าเขาฆ่าทหารฉินตายนับแสน)
     
  • “เมื่อข้าไม่ได้ (พระราชวังเอ้อหวังกงและทรัพย์สมบัติ) ไป  ใครก็อย่าหวังว่าจะได้ไป เซี่ยงอวี่ เข้าจะให้ประชาชนเกลียดชังเจ้า”
    (หลี่จื้อพูดด้วยอารมณ์ริษยาเมื่อต้องมอบพระราชวังและทรัพย์สมบัติให้กับเซี่ยงอวี่)
     
  • “หลิวปังคนนี้ยึดเมืองเสียนหยางตัดหน้าพวกเรา แล้วประกาศไปทั่วเมืองว่าจะไม่แตะต้องสมบัติของฉินแม้แต่อีแปะเดียว ก็แสดงว่าเขามองเห็นการณ์ไกล และเอาข้อนี้ชนะใจปวงประชาเพื่อเป็นศัตรูกับสกุลฉู่ของพวกเรายังไงล่ะ”
    (ฟ่านเจิงกล่าวถึงจุดมุ่งหมายแท้จริงของหลิวปังเพื่อให้สติแก่เซี่ยงอวี่หลังจากที่เขาไม่ฆ่าหลิวปังในงานเลี้ยงที่หงเหมิน)
     
  • “ถ้าหากว่าข้าอยู่ในนั้น เจ้าจะช่วยข้ามั้ย”
    (หลี่จื้อรำพันถามหลิวปังเมื่อเห็นเซี่ยงอวี่บุกฝ่ากองเพลิงเข้าไปในวังเพื่อช่วยหยูจี)

 

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

Bookmark and Share

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับเต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



เอเชียโบราณ

มังกรระห่ำ ดาบปราบพยัคฆ์ (Sino Dutch war 1661) แบบฉบับของการต้านชิงกู้หมิง วันที่ 19/05/2013   18:58:36
Jodhaa Akbar ภาพยนตร์เพื่อความสมานฉันท์ทางศาสนา วันที่ 19/05/2013   19:00:10
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน ภาค 1-2 (The Water Margin/All Men are Brothers) วันที่ 19/05/2013   19:02:10
ฤทธิ์จักรพญายม ภาค 1-2 วันที่ 19/05/2013   19:03:07
ทัชมาฮาล รักเราเป็นนิรันดร์ วันที่ 19/05/2013   19:09:43
สามก๊ก ตอน โจโฉ แตกทัพเรือ มหากาพย์แห่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์สามก๊กอีก 1 เรื่อง วันที่ 19/05/2013   19:10:42
Mongol แต่งประวัติศาสตร์ใหม่กันอีกแล้ว! วันที่ 19/05/2013   19:11:32
Genghis Khan เวอร์ชันญี่ปุ่น : สงคราม กับ ผู้หญิง และ ครอบครัว วันที่ 19/05/2013   19:12:31
Genghis Khan BBC "จอมโหด" หรือ "ผู้พิชิต" วันที่ 19/05/2013   19:13:25
Marco Polo 2007 เมื่อครั้งตะวันออกยังเจริญกว่าฝรั่ง วันที่ 19/05/2013   19:14:31
Marco Polo ฉบับบู๊ลิ้ม วันที่ 19/05/2013   19:15:27
สารคดี The True Story of Marco Polo : มาร์โค โปโล ไม่เคยไปเมืองจีนจริงๆ ? วันที่ 19/05/2013   19:17:46
อโศกมหาราช (Asoka) จาก ทรราชย์ สู่ ธรรมราชา วันที่ 19/05/2013   19:18:37
ตามรอยพระพุทธเจ้า : คู่มือชาวพุทธฉบับ DVD วันที่ 19/05/2013   19:19:44
ขุนศึกหญิงตระกูลหยาง (Legendary Amazons) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:20:26 article
Genghis Khan (2004 TV series) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   19:21:12 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker