dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ 1980 (คลาสสิค)
วันที่ 19/05/2013   18:40:30

ชาญชัย (leo53)



            ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง        คงจะต้องบังคับขับไส
        เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป            ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย
        เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ        จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย
        ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย    ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา

        พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

             “...จริงอยู่ผมไม่ใช่คนดี แต่ผมก็มีสิทธิเลือกที่จะเป็นคนจีน”

                                           สี่เหวินเฉียง


ภาพยนตร์ชุดทางทีวีเรื่อง “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” ปี 1980 สร้างโดย TVB ฮ่องกง เรื่องนี้ถือกันว่าเป็นเวอร์ชั่นคลาสสิค  เป็นภาพยนตร์อมตะยอดนิยมชุดที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดเรื่องหนึ่งทั้งในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออก  มีการนำไปสร้างขึ้นใหม่อีกหลายเวอร์ชั่นทั้งที่ฉายในโรงภาพยนตร์และเป็นภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์  และมีการนำไปใช้เป็นเรื่องราวอ้างอิงสืบเนื่องในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่อง เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีการนำมาสร้างใหม่โดยจีนแผ่นดินใหญ่ใช้ชื่อในประเทศไทยว่า “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ หักเหลี่ยมมังกร” ก็ปรากฏว่าได้รับความนิยมมากเช่นกัน บทความนี้จะกล่าวถึงเวอร์ชั่นคลาสสิคปี 1980 ก่อน และจะกล่าวถึงเวอร์ชั่น “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ หักเหลี่ยมมังกร” ในโอกาสต่อไป

หนึ่ง    ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่อ้างถึงในภาพยนตร์


รูปที่ 1  สงครามฝิ่น  (1856 – 1860)  จีนประกาศสงครามกับบรรดาชาติตะวันตกที่บีบบังคับให้จีนเปิดประเทศ แล้วนำฝิ่นเข้าไปขายมอมเมาคนจีนและนำกำไรมหาศาลกลับประเทศของตน  บรรดาชาติตะวันตกนักล่าอาณานิคมนำโดย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ จึงรวมหัวกันรุมรบรุมกินโต๊ะจีนประเทศเดียว หลังจากนั้นก็บังคับเอาแผ่นดินจีนตามชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกและเกาะต่างๆในทะเลไปเป็นอาณานิคมของพวกตนในรูปแบบของเขตเช่าต่างๆ

ในระหว่างปี 1856 - 1860  หลังจากที่บรรดาชาติตะวันตกใช้กองทัพเรือสมัยใหม่ปิดล้อมชายฝั่งทะเลของจีนและบังคับให้เปิดประเทศให้กับพวกตนแล้วนั้น ก็ได้นำฝิ่นซึ่งเป็นยาเสพติดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกยุคนั้นเข้าไปเผยแพร่และขายในประเทศจีน ทำกำไรมหาศาลกลับประเทศตัวเอง  โดยมีเจตนาบ่อนทำลายคนจีนและประเทศจีนให้อ่อนแอไปด้วยพร้อมกัน    ในที่สุดจีนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงฮึดสู้และประกาศสงครามกับบรรดาชาติตะวันตกเหล่านี้ สงครามครั้งนี้เรียกกันในประวัติศาสตร์ว่า “สงครามฝิ่น” แล้วจีนก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกองทัพและกองเรือรบสมัยใหม่ของบรรดาประเทศนักล่าอาณานิคมที่รวมหัวกันรุมรบจีนประเทศเดียวอย่างราบคาบ ทำให้จีนจำต้องยอมเสียดินแดนมากมายและต้องยอมรับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตด้วย  แล้วยังเสียค่าปรับอีกมหาศาลจนราชวงศ์แมนจูต้องล่มสลายลงในที่สุด เซี่ยงไฮ้เป็นแผ่นดินผืนหนึ่งที่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพวกนักล่าอาณานิคมเหล่านี้ ในรูปแบบของเขตเช่าต่างๆเช่นเขตเช่าฝรั่งเศส  เขตเช่าอังกฤษ  เขตเช่ารวม ฯลฯ

เนื้อเรื่องในภาพยนตร์เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยอิงกับสภาพเหตุการณ์บ้านเมืองในมหานครเซี่ยงไฮ้ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาประมาณทศวรรษ 1930 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่สองประมาณ 10 ปี (ปี 1939 เยอรมันบุกโปแลนด์ ถือเป็นการเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2)  โดยในช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นได้เริ่มรุกรานจีนแล้วตั้งแต่ปี 1931โดยเป้าหมายแรกมุ่งไปที่แมนจูเรีย และเป้าหมายสุดท้ายคือยึดครองจีนทั้งประเทศ โดยอ้างว่าเพื่อปลดปล่อยเอเซียตะวันออกให้พ้นจากการยึดครองของบรรดาประเทศนักล่าอาณานิคมตะวันตกทั้งหลาย ยุคนี้เป็นยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมของบรรดาประเทศตะวันตกแพร่ระบาดไปทั่วโลก  เนื่องจากบรรดาชาติตะวันตกเหล่านี้สามารถพัฒนาเทคโนโลยี่สมัยใหม่ไปได้ล้ำหน้ากว่าชาติอื่นๆในโลกมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอาวุธปืน และเครื่องจักรสงคราม ในขณะที่ชาติอื่นๆในโลกยกเว้นญี่ปุ่นยังคงล้าหลังอยู่กับอาวุธสมัยดั้งเดิม ดาบ หอก ธนู  และเรือรบโบราณที่อาศัยแรงคนและแรงลมในการขับเคลื่อน  นักล่าอาณานิคมเหล่านี้ทั้งแข่งขันกัน ทั้งร่วมมือกัน และบางครั้งก็ถึงกับร่วมกันรุมรบรุมกินโต๊ะบรรดาประเทศที่ล้าหลังกว่าพวกตนในทุกพื้นที่ทุกทวีปในโลก ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย จีน อินโดจีน  ตะวันออกกลาง ตะวันออกไกล อาหรับ ลาตินอเมริกา ฯลฯ ล้วนประสบชะตากรรมเดียวกันไปทั้งโลก  จีนซึ่งเป็นชาติยิ่งใหญ่มานานนับพันปีก็ไม่พ้นที่จะต้องประสบชะตากรรมนี้เช่นเดียวกัน


รูปที่ 2  พวกนักล่าอาณานิคมเอายาฝิ่นซึ่งเป็นยาเสพติดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกยุคนั้นไปมอมเมาจนแพร่หลายในหมู่คนจีน และโกยกำไรมหาศาลกลับประเทศของตน  .โดยมีจุดมุ่งหมายต้องการบ่อนทำลายให้คนจีนและประเทศจีนอ่อนแอยิ่งขึ้นไปด้วยพร้อมๆกัน

ด้วยกองทัพที่แข็งแกร่งและทันสมัยกว่ากันอย่างเทียบไม่ได้  ชาติตะวันตกเริ่มกดดันให้จีนต้องเปิดประเทศให้พวกตนเข้าไปค้าขายติดต่อและเผยแผ่ศาสนาได้ จากนั้นก็เพิ่มการรุกรานแทรกแทรงมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นนำฝิ่นซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีโทษร้ายแรงที่สุดในโลกยุคนั้นเข้าไปขายและมอมเมาคนจีน  นำกำไรมหาศาลกลับประเทศของพวกตนแล้วยังเป็นการบ่อนทำลายคนจีนและประเทศจีนให้อ่อนแอมากขึ้นเรื่อยๆไปด้วยพร้อมกัน  จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1932  (จีนอยู่ในภาวะลำบากมากเพราะทางเหนือก็มีกองทัพญี่ปุ่นกำลังรุกรานแมนจูเรียอยู่) จีนทนไม่ได้ต่อการการที่พวกนักล่าอาณานิคมนำฝิ่นเข้าไปมอมเมาคนจีนในประเทศอีกต่อไป จึงได้ประกาศทำสงครามกับบรรดาประเทศตะวันตกนักล่าอาณานิคมเหล่านี้  สถานการณ์จึงยิ่งหนักหนาสาหัสขึ้นไปอีก เพราะนักล่าอาณานิคมทั้งหลายพร้อมใจกันรุมรบรุมกินโต๊ะจีนประเทศเดียว ด้วยกองทัพที่เหนือกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้ (เสมือนฝูงหมาป่าหิวโซรุมกันขย้ำลูกแกะ ยังไงยังงั้น) ผลของสงครามทำให้จีนต้องสูญเสียดินแดนโดยเฉพาะด้านชายฝั่งทะเลตะวันออกจำนวนมากในรูปของเขตเช่าให้กับบรรดานักล่าอาณานิคมเหล่านี้  และก็มีการบีบคั้นคุกคามยึดเอาแผ่นดินเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งก็มีญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเดียวในเอเซียที่สามารถพัฒนาประเทศได้ทันกับชาติตะวันตกเข้ามาร่วมกินโต๊ะจีนด้วยอีกรายหนึ่ง  เจตนารมณ์ของญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ต้องการจะขอส่วนแบ่งจากชาติตะวันตกแต่ต้องการยึดครองประเทศจีน และประเทศอื่นๆในเอเซียตะวันออกเป็นของตนทั้งหมด และทำให้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาในเวลาต่อมา (สงครามโลกครั้งที่สองในภาคพื้นเอเชียที่ญี่ปุ่นเป็นกำลังหลักในการต่อสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตร)


รูปที่ 3  สวนสาธารณะประชาชนสวนนี้เมื่อสมัยอาณานิคม อยู่ในเขตเช่าของอังกฤษ อังกฤษทำเป็นสโมสรสำหรับพักผ่อน และติดป้าย “  ห้ามหมาและคนจีนเข้า” หลังจากกองทัพประชาชนจีนปลดปล่อยเซี่ยงไฮ้จากอังกฤษแล้ว จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นสวนสาธารณะประชาชน

เซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นเมืองท่าใหญ่และเป็นศูนย์กลางความเจริญในทุกๆด้านของจีน  จึงหนีไม่พ้นต้องตกอยู่ภายใต้การยึดครองของบรรดานักล่าอาณานิคมต่างๆในรูปของเขตเช่า เช่นเขตเช่าฝรั่งเศส  เขตเช่าอังกฤษ เขตเช่ารวม ฯลฯ พวกนักล่าอาณานิคมเหล่านี้เข้ามาตักตวงหาผลประโยชน์ในเซี่ยงไฮ้กันอย่างเต็มที่  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมการลงทุน ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เช่นโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษทำลายสิ่งแวดล้อมก็ย้ายจากประเทศของตัวเองเอามาตั้งไว้ในจีนแทน ฯลฯ  สถานเริงรมย์ บ่อนการพนัน  ยาเสพติด  ซ่องโสเภณี  ฯลฯ สารพัดเรื่องเลวร้ายหลายๆเรื่องที่ไม่ทำในแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเองก็เอามาทำกันที่นี่  พวกนักล่าอาณานิคมปฏิบัติต่อคนจีนราวกับไม่ใช่คน ที่แสดงให้เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ สถานที่สวยงาม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสิ่งก่อสร้างใดๆที่พวกต่างชาติพอใจใช้เป็นส่วนตัวก็จะติดประกาศว่า “หมาและคนจีนห้ามเข้า” เกลื่อนไปหมดในเซี่ยงไฮ้ ทำให้คนจีนคับแค้นใจมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้  อย่างไรก็ตามในท่ามกลางสภาพความปั่นป่วนวุ่นวายและสับสนนี้ทำให้มีโอกาสที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างรวดเร็วสำหรับคนที่มองเห็นช่องทางและมีความสามารถที่จะฉวยโอกาสได้ทัน  เพราะเศรษฐกิจทั้งใต้ดินบนดินเคลื่อนไหวคึกคักมีเงินถูกกฎหมายและผิดกฎหมายหมุนเวียนมากมายมหาศาล  จึงเกิดมีกลุ่มแก็งค์นักเลงอันธพาลทั้งท้องถิ่นและข้ามชาติขึ้นมากมาย เป็นเรื่องปกติที่มีการฆ่ากันตายมากมายหลายศพทุกวันในเซี่ยงไฮ้ และนี่เป็นสภาพบรรยากาศและฉากหลังของของเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้ดังที่จะกล่าวต่อไป


สอง    เนื้อเรื่องในภาพยนตร์


รูปที่ 4   ต่อสู้เผด็จการ   ต่อต้านคอรัปชั่น  ขับไล่ต่างชาติออกไปจากแผ่นดินจีน

พระเอกในเรื่องคือสี่เหวินเฉียง เป็นคนมีอดีตที่สูญเสียและเจ็บช้ำ ซึ่งเขาอยากจะลืมให้หมด  เขาเคยเป็นนักศึกษาผลการเรียนระดับเกียรติยมของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง  แต่ด้วยอุดมการณ์รักชาติบ้านเมือง และความร้อนแรงของอารมณ์ในวัยหนุ่ม จึงได้เข้าร่วมกลุ่มเป็นผู้นำในการประท้วงความไม่เป็นประชาธิปไตย ต่อต้านคอรัปชั่น และเรียกร้องให้ขับไล่บรรดาประเทศจักรวรรดินิยมต่างชาติ นักล่าเมืองขึ้นทั้งหลายที่กำลังรุมกินโต๊ะประเทศจีนอยู่ในขณะนั้นออกไปพ้นแผ่นดินจีนให้หมด  ผลที่ได้รับคือนักศึกษาถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายจนบาดเจ็บลัมตายและถูกจับกุมคุมขังเป็นจำนวนมาก นักศึกษาสาวเพื่อนสนิทซึ่งเป็นคนรักของเขาถูกทหารรัฐบาลตีจนตายในที่ประท้วงนั้นเอง ตัวเขาก็ถูกจับเข้าคุก 3 ปี


รูปที่ 5 นักศึกษาสาวเพื่อนสนิทของพระเอกถูกทหารตีตายในสถานที่ประท้วงนั้นเอง ตัวพระเอกถูกจับขังคุก 3 ปี

เมื่อสี่เหวินเฉียงออกมาจากคุกเขาพยายามลืมความหลังที่เจ็บปวดทั้งหมด  เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้ทำมานั้นล้วนไร้สาระ  เขาได้เสียสละให้กับอุดมการณ์ความรักชาติมากเกินไป เขาจะไม่ทำเช่นนั้นอีก  และมุ่งหน้าไปแสวงหาชีวิตใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ นครใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งขณะนั้นอยู่ในสภาพเป็นเขตปกครองของบรรดาประเทศนักล่าอาณานิคมชาติต่างๆ  เขาตั้งใจว่าที่นี่เขาจะทำเพื่อตัวเองเท่านั้นจะไม่คิดถึงคุณธรรมความดีและชาติบ้านเมืองอีกต่อไป

ในวันที่เขามาถึงวันแรกก็ได้พบกับติงลี่คนหนุ่มหาบสาลี่ขายจากสลัมในย่านชานเมืองเซี่ยงไฮ้  เขาได้ขอไปพักในบ้านสลัมของติงลี่ก่อนเพื่อติดตามหาฟางเยี่ยนเหวินเพื่อนเก่าของเขาที่มาอยู่ในเซี่ยงไฮ้ก่อนหน้านี้  ติงลี่ให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดี  เขาพบว่าติงลี่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นอย่างฝงจิ้งเหยา ซึ่งเป็นผู้ทีมีอิทธิพลมากที่สุดในเซี่ยงไฮ้ส่วนที่เป็นเขตเช่าของฝรั่งเศสในขณะนั้น 


รูปที่ 6  บ้านในสลัมของติงลี่  เขาใฝ่ฝันอยากจะเป็นอย่างฝงจิ้งเหยาซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตเช่าฝรั่งเศสในขณะนั้น  เขาตัดรูปฝงจิ้งเหยาติดไว้ที่ข้างฝาบ้าน และบอกสี่เหวินเฉียงว่า ฝงจิ้งเหยาก็เคยเป็นคนยากจนขายสาลี่หาบเร่ในวัยหนุ่มเช่นเดียวกัน

ฟางเยี่ยนเหวินดีใจมากที่ได้พบสี่เหวินเฉียงผู้ชายที่เธอรักมาตลอดชีวิต เธอรู้สึกแปลกใจที่สี่เหวินเฉียงเปลี่ยนแปลงไปมากจากคนที่เอ่ยปากแต่ละคำก็มีแต่คำว่าเสียสละ อดทน ทำเพื่อชาติบ้านเมือง  กลายมาเป็นคนที่มุ่งหน้าแต่จะหาความก้าวหน้าในชีวิตที่เซี่ยงไฮ้  สี่เหวินเฉียงเพียงบอกเธอว่า  “ทุกอย่างที่ฉันเคยทำมันไร้สาระ ฉันเสียสละให้มันมากเกินไป อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย ฉันอยากเริ่มต้นใหม่ในเซี่ยงไฮ้” ขณะนั้นฟางเยี่ยนเหวินมีอาชีพเป็นหญิงโสเภณีชั้นสูงที่โด่งดังในนครเซี่ยงไฮ้แล้ว เธอมีลูกค้าขาประจำที่เป็นบุคคลมั่งคั่งร่ำรวยและมีอิทธิพลเป็นจำนวนมาก สี่เหวินเฉียงขอพักอาศัยอยู่กับเธอที่บ้านของเธอก่อน ซึ่งเธอตกลงและยังช่วยหางานให้สี่เหวินเฉียงทำอีกด้วย โดยสี่เหวินเฉียงได้ไปทำงานเป็นผู้จัดการโรงหนังเหม่ยหัวให้กับเถ้าแก่หลี่ซึ่งเป็นลูกค้าคนหนึ่งของฟางเยี่ยนเหวิน


รูปที่ 7  ฟางเยี่ยนเหวินดีใจมากที่ได้พบผู้ชายที่เธอรักมาตลอด  สี่เหวินเฉียงขอพักอยู่ที่บ้านเธอก่อนซึ่งฟานเยี่ยนเหวินยินดีให้ความช่วยเหลือเขาและยังช่วยหางานให้เขาทำอีกด้วย

สี่เหวินเฉียงสามารถสร้างผลงานดีเด่นเป็นที่พอใจของเถ้าแก่หลี่มาก เช่นเขาสามารถแก้ปัญหาการถูกนักเลงโรงหนังข้างเคียงข่มขู่คุกขามได้อย่างเรียบร้อย สามารถนำฟีล์มหนังที่ถูกบุกแย่งคืนไปได้จากหัวหน้าแก็งค์ที่ขโมยไปได้ด้วยตัวเขาคนเดียวโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อใดๆ  ผลงานครั้งนี้ทำให้สี่เหวินเฉียงมีชื่อเสียงขึ้นมาในวงการนักเลงในเซี่ยงไฮ้ว่าเป็นคนหนุ่มที่เฉลียวฉลาด และมีความกล้าหาญเป็นเยี่ยม

จากความสามารถของสี่เหวินเฉียงทำให้อาปิ่งลูกน้องเก่ามือขวาของเถ้าแก่หลี่ไม่พอใจและจ้างมือปีนคนนอกมาดักสังหารสี่เหวินเฉียง คนที่ถูกจ้างมาเผอิญเป็นติงลี่ซึ่งเมื่อพบว่าเป้าหมายเป็นสี่เหวินเฉียงเขาจึงชะงักการลงมือและทำงานไม่สำเร็จ    เขาถูกอาปิ่งตามฆ่าปิดปากจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สี่เหวินเฉียงก็ตามไปช่วยมาได้   จากนั้นสี่เหวินเฉียงก็ชวนติงลี่มาพักอาศัยทำงานเป็นผู้ช่วยเขา  ติงลี่บอกว่าเขาไม่ได้เรียนหนังสือทำอะไรก็ไม่เป็นจะช่วยอะไรสี่เหวินเฉียงได้    สี่เหวินเฉียงบอกว่าไม่เป็นไร ติงลี่เป็นคนฉลาดเขาจะสอนติงลี่เอง ต่อไปพวกเขาสองคนจะยิ่งใหญ่เหมือนฝงจิ้งเหยา

สี่เหวินเฉียงดำเนินแผนการต่อด้วยเล่ห์เหลี่ยมเชิงชั้นที่แยบยล   จนสามารถทำให้อาปิ่งลงมือสังหารเถ้าแก่หลี่ได้  จากนั้นสี่เหวินเฉียงก็สังหารอาปิ่ง  เมื่อโรงหนังเหม่ยหัวขาดผู้นำ  บรรดานักเลงในแก็งค์จึงพากันยกให้สี่เหวินเฉียงเป็นผู้บริหารโรงหนังเหม่ยหัวคนต่อไป  ถึงจุดนี้สี่เหวินเฉียงและติงลี่ก็สามารถสร้างอาณาจักรเล็กๆของตนเองขึ้นมาได้แล้ว

จากการที่ทั้งสองคนเข้าครอบครองเป็นผู้บริหารโรงหนังเหม่ยหัวทำให้ได้มีโอกาสรู้จักกับฝงจิ้งเหยาซึ่งเป็นผู้มีอิทธิเก็บค่าคุ้มครองโรงหนังเหม่ยหัวอยู่  ฝงจิ้งเหยาได้ฟังเรื่องราวของสี่เหวินเฉียงมาว่าเป็นคนหนุ่มมีการศึกษาดี เฉลียวฉลาด เก่งกล้าสามารถจึงให้ความสนใจและแวะไปที่โรงหนังด้วยตนเองแต่ไม่พบ  จึงได้เชิญทั้งสองคนไปร่วมงานปาร์ตี้ที่เขาจัดขึ้น  ในงานปาร์ตี้เมื่อเฝิงจิ้งเหยาได้พบกับสี่เหวินเฉียงและติงลี่ เขาก็รู้สึกถูกชะตาชอบใจคนหนุ่มทั้งสองคนนี้  และก็พอดีมีเรื่องเกิดขึ้นกับแขกที่มาในงานซึ่งเป็นเพื่อนของฝงจิ้งเหยาซึ่งถูกตำรวจสอบสวนกลางของทางการจีนที่อยู่นอกเขตเซี่ยงไฮ้ติดตามจับกุมอยู่ในข้อหา “ขายชาติ”  แม้จะเข้ามาในบ้านของฝงจิ้งเหยาไม่ได้แต่ก็ล้อมบ้านไว้เพื่อรอจับกุม สี่เหวินเฉียงจึงอาสาจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่ล้อมนอกบ้านทั้งหมดให้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฝงจิ้งเหยาดีมากขึ้นอีก   ฝงจิ้งเหยาออกปากชวนให้ทั้งสองคนมาทำงานกับเขา แต่สี่เหวินเฉียงบอกว่าเขาอยากจะค่อยๆเรียนรู้งาน และไต่เต้าสร้างฐานะของเขาขึ้นมาเอง       ซึ่งฝงจิ้งเหยาก็ไม่ว่าอะไรและคอยให้การสนับสนุนกิจการของสี่เหวินเฉียงอยู่ห่างๆ


รูปที่ 8 ฉิงฉิงลูกสาวของฝงจิ้งเหยา เดินทางกลับเซี่ยงไฮ้พร้อมกับเฉินฮั่นหลินเพื่อนนักเรียน และถูกมือปืนจับเป็นตัวประกันเมื่อแผนสังหารพ่อของเฉินฮั่นหลินล้มเหลว  สี่เหวินเฉียงอาสาเข้าไปเจราจาและสามารถช่วยฉิงฉิงออกมาได้

ในระหว่างช่วงเวลานี้เอง   เจ้าหน้าที่กงสุลฝรั่งเศสต้องการกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ในเขตเช่าฝรั่งเศสแต่ติดปัญหาที่มีเจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งไม่ยอมขายไม่ว่าจะเสนอราคาเท่าใดก็ตาม ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ของคนฝรั่งเศสเดินหน้าไม่ได้  เขาจึงขอให้ฝงจิ้งเหยาช่วยเจรจาซึ่งก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน  ฝงจิ้งเหยาจึงใช้วิธีการจ้างมือปืนรับจ้างอาชีพภายนอกไปดักฆ่าเจ้าของโรงงานแห่งนี้   ซึ่งก็พอดีที่ลูกชายของเจ้าของโรงงานคือเฉินฮั่นหลิน   ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับฉิงฉิง  ลูกสาวของฝงจิ้งเหยาและเรียนโรงเรียนเดียวกันด้วย    ทั้งสองคนเดินทางกลับจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปลายพร้อมกัน  ฝงจิ้งเหยาชวนสี่เหวินเฉียงที่เผอิญไปหาฝงจิ้งเหยาที่บ้านมาด้วยกัน  ที่สถานีรถไฟสี่เหวินเฉียงสังเหตุเห็นมือปืนซ่อนปืนไว้ในมือเดินเข้ามาทางกลุ่มผู้ที่มารอรับจึงได้เข้าขัดขวางทำให้มือปืนทำงานไม่สำเร็จ มือปีนจึงจับฉิงฉิงที่เดินอยู่ใกล้ตัวไว้เป็นตัวประกัน  สี่เหวินเฉียงได้อาสาเป็นผู้เจราจาต่อรองกับมือปืนอย่างสุขมรอบคอบ  และชาญฉลาด จนสามารถช่วยฉิงฉิงออกมาได้


รูปที่ 9  ความรักระหว่างสองหนุ่มสาว สี่เหวินเฉียง กับ ฉิงฉิง  เป็นโศกนาฏกรรมที่ผู้ชมส่วนใหญ่ยังคงร่วมเสียใจด้วยกับรักที่ไม่สมหวัง และจุดจบที่น่าเศร้าสลดของหนุ่มสาวทั้งสอง

ฉิงฉิงประทับใจในตัวสี่เหวินเฉียงมาก  จากนั้นสองหนุ่มสาวก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นแม้ว่าสี่เหวินเฉียงจะพยายามควบคุมตัวเองและปฏิเสธความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดไม่ให้เกิดขึ้นแต่ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถห้ามหัวใจตนเองได้จนกลายเป็นความรักที่ซาบซึ้งผูกพันระหว่างกันขึ้นในที่สุด

ในระหว่างนั้นติงลี่เกิดไปหลงรักผู้หญิงที่เป็นเมียเก็บของนักเลงเจ้าถิ่นใกล้เคียงเข้าและเกิดปัญหาถึงขนาดไปฆ่านักเลงคนนั้นตาย  ทำให้กลุ่มแก็งค์ต่างๆพากันใช้เป็นข้ออ้างร่วมมือกันกวาดล้างแก็งค์ของสี่เหวินเฉียงและติงลี่   โดยฝงจิ้งเหยาไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้  เนื่องจากเป็นประเพณีปฏิบัติในวงการนักเลงเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น  และสี่เหวินเฉียงก็ไม่ใช่คนของเขาอีกด้วย   เขาได้แต่ปรามว่าขอให้พวกแก็งค์ต่างๆพยามเว้นชีวิตคนแซ่สี่ไว้เท่านั้น

พวกแก็งค์ต่างๆลงมือรวดเร็วมากในการกวาดล้างแก็งค์ของสี่เหวินเฉียง  เหตุการณ์ในตอนนี้แสดงให้เห็นถึงคุณธรรมน้ำมิตรที่เป็นข้อยึดเหนี่ยวสำคัญของโลกตะวันออก  และแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนมีคุณธรรมของสี่เหวินเฉียง  ในภาวะอับจนดังกล่าวสี่เหวินเฉียงตัดใจได้และบอกกับติงลี่ว่า “ไม่เป็นไร ไหนไหนเรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราสองคนจะรับมันด้วยกัน” ทั้งสองต้องหลบซ่อนด้วยความยากลำบาก จนในที่สุดฝงจิ้งเหยาก็ออกหน้าช่วยเหลือคนทั้งสองโดยรับเข้ามาทำงานให้กับเขา   ทำให้แก็งค์ต่างๆต้องเลิกความพยายามในการติดตามสังหารคนทั้งสอง

ในการเข้ามาทำงานกับฝงจิ้งเหยาครั้งนี้ คนหนุ่มทั้งสองได้แสดงความสามารถและผลงานที่ยอดเยี่ยมในการทำงานให้สำเร็จได้  ทำให้ฝงจิ้งเหยาพอใจและไว้วางใจพวกเขามาก   สี่เหวินเฉียงสามารถเจรจากับฝรั่งต่างชาติ   เจ้าหน้าที่ตำรวจ  และการจัดการกับนักเลงกลุ่มอื่นๆที่แข็งข้อได้อย่างดีโดยมีติงลี่เป็นกำลังสำคัญในการทำงาน ในระหว่างนั้นฝงจิ้งเหยาต้องการเข้าไปรับสัมปทานกิจการสาธารณูปโภคน้ำประปา  แต่ก็ถูกฝรั่งอังกฤษหักหลังทำให้มีเรื่องขัดแย้งกัน แต่สี่เหวินเฉียงสามารถจัดการให้พวกอังกฤษต้องยอมทำตามสัญญาที่ให้ไว้ด้วยการมอบสัมปทานกิจการน้ำประปาให้ฝงจิ้งเหยา 

ในระหว่างนี้ก็มีเรื่องต่างๆเข้ามาทำให้สี่เหวินเฉียงไม่สบายใจและมีปัญหาคุกรุ่นภายในกับฝงจิ้งเหยามากขึ้นเรื่อยๆ  เรื่องแรกก็คือหลูเชาเผิง  เพื่อนเก่าของสี่เหวินเฉียงคนหนึ่งที่เคยต่อสู้ร่วมอุดมการณ์รักชาติมาด้วยกันสมัยเป็นนักศึกษา  เขามาทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ในเซี่ยงไฮ้  หลูเชาเผิงเป็นคนตรงที่ไม่ยอมก้มหัวให้อิทธิพลและอำนาจเงิน  เขาเกาะติดและเขียนบทความโจมตีพฤติกรรมที่เลวร้ายของเฝิงจิ้งเหยา  แม้สี่เหวินเฉียงจะพยายามเตือนให้เขาหยุดก็ตาม   เรื่องสุดท้ายที่ทำให้ฝงจิ้งเหยาโกรธมากก็คือ        เขาเขียนบทความโจมตีสี่เหวินเฉียงและฝงจิ้งเหยาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการล้มบอลที่ทำให้ทีมฟุตบอลญี่ปุ่นชนะทีมฟุตบอลจากอังกฤษได้ ทำให้ฝงจิ้งเหยาส่งคนไปสังหารหลูเชาเผยเสียชีวิต

ปัญหาต่อมาก็คือสหรัฐอเมริกาไม่ชอบใจประวัติที่อื้อฉาวของฝงจิ้งเหยา จึงขัดขวางไม่ให้ฝงจิ้งเหยาได้รับเลือกเป็นประธานคนจีนในเขตเช่ารวม     ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ฝงจิ้งเหยาต้องการมาก  ฝงจิ้งเหยาจึงต้องสานสัมพันธ์กับฝ่ายญี่ปุ่นซึ่งกำลังต้องการเข้ามามีอิทธิพลในเซี่ยงไฮ้มากขึ้น  และมีเป้าหมายไกลไปถึงขนาดต้องการยึดครองประเทศจีนทั้งประเทศ


รูปที่ 10  คุณนายทากามาดะ นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงชาวญี่ปุ่น (เธอเป็นคนจีนแต่เติบโตในญี่ปุ่น) เบื้องหลังของเธอคือ ซากายูริ  ผู้นำคนสำคัญคนหนึ่งของแก็งค์มังกรฟ้า ซึ่งเป็นองค์การลับของญี่ปุ่นซึ่งทำหน้าที่แทรกซึมเข้ามาในประเทศจีน และเธอยังเป็นมือสังหารชั้นยอดที่ได้ฆ่าคนจีนผู้รักชาติไปแล้วเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ฝงจิ้งเหยาสร้างความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นทั้งทางการค้า และการประสานอิทธิพลเข้าด้วยกันโดยมีข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือให้ญี่ปุ่นช่วยสนับสนุนตนให้ได้ตำแหน่งประธานคนจีนในเขตเช่ารวม ซึ่งสหรัฐอเมริกาขัดขวางเขาอยู่  ประเด็นขัดใจครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อสายลับญี่ปุ่นที่มาเจรจางานกับสี่เหวินเฉียงถูกชาวจีนผู้รักชาติจากสำนักจิงอู่บุกสังหารแต่พลาดท่า ทำให้ญี่ปุ่นชักปืนจะยิงคนจีนผู้รักชาติคนนั้น    สี่เหวินเฉียงจึงต้องลงมือช่วยคนจีนคนนั้นทำให้พวกญี่ปุ่นโกรธมาก   เมื่อฝงจิ้งเหยาถามว่าทำไมถึงทำโง่ๆแบบนั้น เขาตอบว่า “ผมทนเห็นญี่ปุ่นฆ่าคนจีนตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้”

เรื่องสำคัญที่สุดที่ทำให้สี่เหวินเฉียงทนไม่ได้อีกต่อไป ทั้งที่กำลังใกล้ถึงวันแต่งงานระหว่างเขากับฉิงฉิงแล้วก็ตาม  คือการที่ฝงจิ้งเหยาสบคมกับญี่ปุ่นลักลอบนำอาวุธสงครามเข้ามาในประเทศจีน  สี่เหวินเฉียงรู้ดีว่าอาวุธสงครามเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ฆ่าชาวจีนผู้รักชาติในพื้นที่ต่างๆที่ญี่ปุ่นกำลังขยายอิทธิพลรุกรานจีนอยู่  และที่สำคัญก็คืออาวุธล็อตแรกที่นำเข้ามานี้จะถูกนำไปใช้ฆ่าผู้คนในสำนักมวยจิงอู่  ซึ่งเป็นกลุ่มผู้รักชาติที่ทำการต่อสู้กับอิทธิพลของญี่ปุ่นที่แทรกซึมเข้ามาในเซี่ยงไฮ้มาโดยตลอด  สี่เหวินเฉียงแอบประสานงานกับเฉินฮั่นหลินซึงเป็นตำรวจสันติบาลในขณะนั้นให้หาทางจัดการกับอาวุธสงครามเหล่านั้นเสีย  ซึ่งเฉินฮั่นหลินได้แอบเข้าไปเก็บอาวุธเหล่านั้นไปหมดแล้ว แต่เนื่องจากเขายังต้องการกวาดล้างแก็งค์มังกรฟ้า (องค์กรลับของญี่ปุ่น) ไปด้วยพร้อมกัน  จึงบอกให้สำนักจิงอู่นำคนเข้ามาล้อมทำร้ายพวกญี่ปุ่นโดยไม่ทราบว่าสี่เหวินเฉียงก็อยู่ที่นั่นด้วย  ผลการปะทะคือพวกญี่ปุ่นเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคุณนายทากาดามิหรือ (ซากายูริ  ผู้นำคนสำคัญคนหนึ่งของแก็งค์มังกรฟ้าและยอดมือสังหารของญี่ปุ่นซึ่งได้ฆ่าคนจีนผู้รักชาติไปแล้วเป็นจำนวนมาก)  เรื่องนี้ทำให้ฝงจิ้งเหยาและญี่ปุ่นโกรธมาก ฝงจิ้งเหยาสั่งการให้ฆ่าสี่เหวินเฉียงทันท

สี่เหวินเฉียงได้รับบาดเจ็บและหนีไปซ่อนตัวที่สลัมบ้านเดิมของติงลี่  ติงลี่ตามไปแต่ไม่ฆ่าสี่เหวินเฉียงเขาเพียงตัดนิ้วก้อยไปให้ฝงจิ้งเหยา และยังให้เงินติดกระเป๋าและตั๋วรถไฟหนีออกจากเซี่ยงให้สี่เหวินเฉียงด้วย  ฝงจิ้งเหยาโกรธติงลี่มากแต่ก็ไม่ฆ่าเขาเพราะยังเห็นความจำเป็นและประโยชน์ของติงลี่อยู่


รูปที่ 11  ฉิงฉิงไม่เชื่อว่าสี่เหวินเฉียงตายแล้ว  เธอไปหาสี่เหวินเฉียงที่ฮ่องกงจนพบ    สี่เหวินเฉียงต้องพามาที่บ้านเขาเพื่อให้ฉิงฉิงเชื่อว่าเขาแต่งงานแล้ว  อย่างไรก็ตามหลังจากฉิงฉิงกลับไม่นาน  ฝงจิ้งเหยาซึ่งให้คนสะกดรอยฉิงฉิงตลอดก็ส่งมือสังหารมาฆ่าครอบครัวของสี่เหวินเฉียงตายหมด

ที่ฮ่องกงสี่เหวินเฉียงได้พบกับอาตี้และครอบครัว  สี่เหวินเฉียงมองไม่เห็นอนาคตที่จะได้กลับไปเซี่ยงไฮ้อีก  และพร้อมกันนั้นก็ตัดสินใจและต้องการจะใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบสมถะที่ฮ่องกง เขาจึงแต่งงานกับอาตี้ผู้หญิงพื้นบ้านที่น่ารักและมีอุปนิสัยดีงามที่พบที่นั่น  ฉิงฉิง ไม่เชื่อว่าสี่เหวินเฉียงเสียชีวิตแล้วจนกระทั่งเดินทางไปฮ่องกงและพบว่าสี่เหวินเฉียงยังไม่ตายและได้แต่งงานแล้ว   เธอพยายามตัดใจจากเขา   แต่ก็ยังไม่สามารถรับรักจากติงลี่ที่แอบหลงรักเธอมานานแล้วได้อยู่ดี 

อย่างไรก็ตามฝงจิ้งเหยายังคงอาฆาตสี่หวินเฉียงอยู่     และส่งมือปืนรับจ้างบุกไปฆ่าสี่เหวินเฉียงซึ่งเผอิญไม่อยู่บ้าน  พวกมือปีนฆ่าอาตี้  น้องชายและ พ่อของอาตี้ตายอย่างทารุณ  ทำให้สี่เหวินเฉียงเสียใจมากอีกครั้งหนึ่ง   ทั้งๆที่เขาต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้วแต่ฝงจิ้งเหยาก็ยังตามมาทำร้ายเขาอีก  เขาตั้งปฏิญาณว่า เขาจะต้องล้างแค้นฝงจิ้งเหยาให้ได้


รูปที่ 12   เนี๊ยเหยินหวังเป็นผู้ที่เข้ามาทาบรัศมีฝงจิ้งเหยาในเซี่ยงไฮ้  เขามีนายทหารในกองทัพจีนหนุนหลัง เอ่ยอ้างอุดมการณ์รักชาติบังหน้า แต่แท้จริงก็หวังผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ต่างกับฝงจิ้งเหยา  สี่เหวินเฉียงอาสาเข้ามาทำงานให้เขาเพื่อเป็นโอกาสที่จะได้แก้แค้นฝงจิ้งเหยาได้

ในช่วงเวลานั้นมีผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งจากปักกิ่งคือ เนี๊ยเหยินหวัง ต้องการเข้ามายึดครองพื้นที่ในเซี่ยงไฮ้แข่งกับฝงจิ้งเหยา  คนคนนี้มีกองทัพจีนหนุนหลังและอ้างอุดมการณ์รักชาติบังหน้า  แต่จิตใจจริงแท้ก็ไม่ได้ต่างจากฝงจิ้งเหยา    สี่เหวินเฉียงจึงได้โอกาสกลับมาเซี่ยงไฮ้อีกครั้งโดยมาทำงานให้กับเนี๊ยเหยินหวัง ด้วยความที่สี่เหวินเฉียงรู้จุดอ่อนในกิจการของฝงจิ้งเหยาและกลไกการทำงานของฝงจิ้งเหยาเป็นอย่างดี  เขาจึงสามารถช่วยเนี๊ยเหยินหวังค่อยๆทำลายกิจการค้า  และอิทธิพลของฝงจิ้งเหยาให้ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆได้

ติงลี่พยายามสร้างความสัมพันธ์กับฉิงฉิง  เอาอกเอาใจดูแลนางอย่างดีที่สุด แล้วโอกาสของเขาก็มาถึงเมื่อพวกของเนี๊ยเหยินหวังวางแผนสังหารฝงจิ้งเหยา  แต่กลับเป็นติงลี่และฉิงฉิงอยู่ในรถ  ติงลี่ต่อสู้ปกป้องฉิงฉิงจนตัวเองได้รับบาดเจ็บเกือบเอาชีวิตไม่รอด  ก่อนเขาจะเข้าสู่ห้องผ่าตัดนั้นเขาขอฉิงฉิงว่าถ้าเขาไม่ตายขอให้ฉิงฉิงยอมแต่งงานกับเขา ซึ่งฉิงฉิงรับปากเขาด้วยความสงสาร


รูปที่ 13  เมื่อถึงเวลาเข้าจริงๆ  สี่เหวินเฉียงกลับทำใจไม่ได้  เขาวิ่งไปที่งานแต่งงานของติงลี่กับฉิงฉิง และพยายามขอให้ฉิงฉิงเปลี่ยนใจแต่ไม่สำเร็จ

แม้ว่าฉิงฉิงจะแต่งงานกับติงลี่แล้ว  แต่ในใจลึกๆนางก็ยังลืมสี่เหวินเฉียงไม่ได้ ในขณะเดียวกันติงลี่เองก็ไม่พอใจที่ได้พบความจริงข้อนี้  แต่แทนที่เขาจะใจเย็นๆค่อยๆปรับความเข้าใจกันเขากลับแสดงอาการหึงหวงและพูดจารุนแรงแสดงอาการไม่สุภาพกับฉิงฉิงอยู่บ่อยๆ  ดังนั้นขณะที่ฉิงฉิงเองพยายามทำใจและพยายามปฏิบัติต่อติงลี่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อพบกับพฤติกรรมหึงหวงก้าวร้าวเกินเหตุเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงทำให้เธอเลิกคิดที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสกับสามี   ในที่สุดทั้งสองคนก็แยกกันอยู่และไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกันเลย เพียงเป็นสามีภรรยาในนามเท่านั้น


รูปที่ 14  สี่เหวินเฉียงทำการปลุกระดมนักศึกษาในเซี่ยงไฮ้ และสหภาพแรงงานต่างๆให้ทำการประท้วงต่อต้านฝงจิ้งเหยาในฐานที่เขาเป็นสุนัขรับใช้ญี่ปุ่นในการเข้ามารุกรานยึดครองแผ่นดินจีนและเข่นฆ่าคนจีน

ด้วยอำนาจอิทธิพลที่เนี๊ยเหยินหวังมีอยู่ร่วมกับแผนการต่างๆของสี่เหวินเฉียงซึ่งรู้ข้อมูลภายในทางธุรกิจของฝงจิ้งเหยาเป็นอย่างดี พวกเขาสามารถสลายอิทธิพลบารมีของฝงจิ้งเหยาลงได้เรื่อยๆ   ทางด้านการเมืองและภาพพจน์พวกเขาก็สามารถปลุกปั่นบรรดานิสิตนักศึกษา  และสหภาพแรงงานต่างๆให้ออกมาเดินขบวนต่อต้านและประจานว่าฝงจิ้งเหยาเป็นคนขายชาติ เป็นสุนัขรับใช้ญี่ปุ่นเข่นฆ่าคนจีน   ออกข่าวและบทความทางหนังสือพิมพ์เปิดโปงพฤติกรรมมาเฟียผิดกฎหมายต่างๆของฝงจิ้งเหยา  ด้านการเงินก็ปล่อยข่าวทำลายความเชื่อถือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ของฝงจิ้งเหยาและประสานกับธนาคารต่างๆ      ไม่ให้ปล่อยสินเชื่อให้ฝงจิ้งเหยา  ที่สำคัญคือพยายามบีบคั้นให้ฝงจิ้งเหยาลงมือใช้กำลังบุกสังหารเนี๊ยเหยินหวัง  ซึ่งติงลี่คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ฝงจิ้งเหยาก็ยังคงดำเนินการ  ซึ่งแน่นอนมีการวางแผนตั้งรับไว้แล้วเป็นอย่างดี  การลอบสังหารครั้งนี้เป็นการบุกสังหารในงานเลี้ยงระดับนานาชาติซึ่งทำไม่สำเร็จและมีพยานหลักฐานโยงไปถึงฝงจิ้งเหยา   ทำให้ฝรั่งเศสเนรเทศฝงจิ้งเหยาออกจากเขตเช่าฝรั่งเศสและเป็นการสิ้นสุดความรุ่งโรจน์ในชีวิตของฝงจิ้งเหยา


รูปที่ 15 ติงลี่เปิดโอกาสให้สี่เหวินเฉียงเข้าถึงตัวฝงจิ้งเหยาได้ แต่ก็ให้โอกาสทั้งสองคนดวลปืนกันแบบรัสเซี่ยน รูเล็ต จนกระทั่งฝงจิ้งเหยาถูกสี่เหวินเฉียงยิงเสียชีวิตด้วยกระสุนนัดสุดท้ายที่อยู่ในวงรอบของเขา

ในสภาพการหมดสิ้นอำนาจและอิทธิพลของฝงจิ้งเหยานั้น ติงลี่ก็แสดงตัวตนจริงๆของเขาที่ซ่อนอยู่โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเหนือชั้นกว่าที่ทุกๆคนคิดไว้มากนัก                 แม่เขา   สี่เหวินเฉียง   ฝงจิ้งเหยา  ผู้คนรอบกายเขา ล้วนมีความเห็นว่าเขาเป็นคนบุ่มบ่ามทำอะไรไม่ค่อยยั้งคิด มักชอบใช่แต่กำลัง  ไม่ฉลาดนัก   คนที่รักเขาโดยเฉพาะแม่เขาและสี่เหวินเฉียงถึงกับกังวลว่าเขาจะดูแลชีวิตตัวเองต่อไปให้ดีได้อย่างไร? แต่เมื่อถึงเวลาที่ฝงจิ้งเหยาหมดสภาพลงและเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมแล้ว ติงลี่ก็แสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมา เขาลอบยักยอกเงินทองทรัพย์สมบัติ โฉนดที่ดินต่างๆของฝงจิ้งเหยาเอาไว้เป็นของเขาเองจำนวนมาก รวมทั้งสร้างเครือข่ายขุมกำลังของตัวเองเอาไว้ด้วย แต่ฝงจิ้งเหยาก็ไม่ทำอะไรติงลี่เพราะไม่อยากให้ลูกสาวเขาเป็นหม้าย   นอกจากนี้เขายังขอให้ฝงจิ้งเหยาเซ็นมอบอำนาจการบริหารกิจการทั้งหมดให้เขาด้วยซึ่งฝงจิ้งเหยาไม่ยอมเพราะต้องการให้ติงลี่ถอนตัวออกจากวงการนักเลงเพื่อให้สามารถดูแลลูกสาวของเขาให้มีความสุข

นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง      ที่เมื่อสี่เหวินเฉียงมาขอให้เขาเปิดโอกาสให้สี่เหวินเฉียงเข้าถึงตัวฝงจิ้งเหยาได้ เขาจึงเปิดโอกาสด้วยการวางแผนให้สี่เหวินเฉียงมีโอกาสเข้าถึงตัวฝงจิ้งเหยาได้  โดยเขาให้โอกาสทั้งสองคนดวลปืนกันด้วยเกมรัสเซี่ยนรูเล็ต ซึ่งทำให้สี่เหวินเฉียงสามารถสังหารฝงจิ้งเหยาล้างแค้นให้ครอบครัวของเขาได้


รูปที่ 16  หลังจากสังหารฝงจิ้งเหยาแล้ว  สี่เหวินเฉียงกลับทำใจไม่ได้และไปของ้อฉิงฉิง ซึ่งแน่นอนฉิงฉิงปฏิเสธ โดยบอกเขาว่าเมื่อตอนที่เขามีโอกาสเขากลับปฏิเสธ แต่ตอนนี้โอกาสไม่มีแล้ว  และเธอตัดสินใจเดินทางไปฝรั่งเศส

หลังจากที่สี่เหวินเฉียงฆ่าฝงจิ้งเหยาล้างแค้นได้สำเร็จแล้ว  เขากลับควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้และกลับไปตามง้อฉิงฉิงอีก  ซึงแน่นอนฉิงฉิงไม่ยอมกลับมาคืนดีกับเขาอีกและตัดสินใจเดินทางไปฝรั่งเศส  อย่างไรก็ตามฉิงฉิงยังคงให้เขาไปส่งเธอที่สโมสรละครและยังคงเก็บหนังสือที่มีรูปถ่ายคู่ของทั้งสองคนไว้นำติดตัวไปฝรั่งเศส           ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ในเวลาต่อมาให้สี่เหวินเฉียงตัดสินใจตามฉิงฉิงไปฝรั่งเศสก่อนที่เขาจะถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด 

เมื่อกำจัดฝงจิ้งเหยาแล้วเนี๊ยเหยินหวังก็ไม่เห็นประโยชน์ของ สหภาพแรงงานต่างๆ และพรรคจิงอู่ อีกต่อไป  เขาตระบัดคำมั่นสัญญาต่างๆที่เคยให้ไว้กับคนเหล่านี้จนหมดสิ้น  ทำการกวาดล้างเข่นฆ่าผู้นำสหภาพแรงงานต่างๆ  พรรคจิงอู่  และจะกำจัดสี่เหวินเฉียงเป็นคนต่อไปหลังจากที่ใช้สี่เหวินเฉียงกำจัดติงลี่ลงได้แล้ว  ในขณะนั้นเป็นช่วงที่เกิดสุญญากาศขึ้นในเซี่ยงไฮ้จากการล่มสลายของฝงจิ้งเหยาซึ่งเนี๊ยเหยินหวังกำลังก้าวขึ้นมาแทนที่   สี่เหวินเฉียงกับติงลี่จึงได้ตกลงร่วมมือกันสู้กับเนี๊ยเหยินหวังและสามารถสังหารเนี๊ยเหยินหวังได้แต่ก็เป็นสาเหตุให้ฟางเยี่ยนเหวินเสียชีวิต

ภายหลังจากการเสียชีวิตของฝงจิ้งเหยา  ฉิงฉิงก็เดินทางไปฝรั่งเศส    สี่เหวินเฉียงร่วมกับติงลี่เข้าครองอำนาจในเซี่ยงไฮ้แทนฝงจิ้งเหยาทั้งหมด  ติงลี่ได้เป็นประธานคนจีนในเขตเช่ารวมแทนฝงจิ้งเหยา  สถานการณ์ในเซี่ยงไฮ้สงบเงียบมาก   สี่เหวินเฉียงไม่ต้องการอยู่เซี่ยงไฮ้ต่อไปเพราะเขาคิดจะตามไปง้อฉิงฉิงที่ฝรั่งเศสและเขาคิดว่าถ้าอยู่เซี่ยงไฮ้ต่อไปนานๆอาจเกิดปัญหากับติงลี่ก็ได้เพราะว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้   วันสุดท้ายก่อนไปจากเซี่ยงไฮ้เขาไปกินมื้อค่ำฉลองกับติงลี่และบอกติงลี่ว่าเขากำลังจะไปจากเซี่ยงไฮ้แต่ไม่บอกว่าจะไปไหน   เมื่อเขาเดินพ้นประตูไนท์คลับออกมา  ก็ถูกกลุ่มคนร้ายบนรถเก๋งที่จอดรออยู่วิ่งผ่านมาใกล้และรัวยิงด้วยอาวุธสงครามใส่สี่เหวินเฉียงจนล้มลงและสิ้นใจในวงแขนของติงลี่ที่ตามออกมา   ก่อนตายเขาจึงค่อยบอกติงลี่ว่าเขากำลังจะไปฝรั่งเศส


รูปที่ 17  สี่เหวินเฉียงตัดสินใจจะไปจากเซี่ยงไฮ้เพื่อไปหาฉิงฉิง   แต่ชะตาชีวิตคนเราหาความเที่ยงแท้แน่นอนอะไรไม่ได้  ทะเลไม่เคยสงบฉันใดการแย่งชิงอำนาจในมวลหมู่มนุษย์ก็ไม่เคยสงบได้เช่นกัน   เมื่อสี่เหวินเฉียงเดินพ้นจากประตูไนท์คลับออกมา  ก็มีมือสังหารซึ่งน่าจะมีแก็งค์ข้ามชาติร่วมอยู่ด้วยระดมยิงด้วยอาวุธสงครามแล้วหลบหนีไป  สี่เหวินเฉียงสิ้นลมในวงแขนของติงลี่พร้อมกับประโยคสุดท้ายที่บอกกับติงลี่ว่าเขากำลังจะไปฝรั่งเศส


สาม    ข้อคิดเห็นต่อภาพยนตร์เรื่องนี้โดยทั่วไป

ในประเทศไทยได้มีการนำภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายครั้งแรกทางโทรทัศน์ประมาณปี 1981 จำได้ว่าเป็นหนังชุดที่ฮิตที่สุดในช่วงเวลานั้น  พอถึงเวลาประมาณตอนค่ำๆในระหว่างเดินทางกลับบ้าน ผมจะรู้สึกว่าถนนหนทางเงียบลงกว่าปกติและได้ยินเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์ (ลอง ปัน หลอง เลา หม่าน เลย โถว โถ้ว ก๊วย สุย หวิน ปั๊ก เยา เพา โจน หลีว ไซ ก๋าน ซี วัน โจว โฮว ...) ดังมาจากบ้านเรือนริมถนน เป็นระยะๆ   มีการนำภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายซ้ำอีกหลายครั้ง ทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆในแถบเอเชียตะวันออก     ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ “ทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้รับความนิยมมากขนาดนี้”

ผมคิดว่าน่าจะมาจากความยอดเยี่ยมของทุกๆองค์ประกอบในภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมและเหมาะสมเข้ากันได้อย่างพอดี  เนื้อเรื่องที่ครบทุกรสไม่ว่าจะเป็น ตื่นเต้นโลดโผน ดุเดือดเลือดพล่าน โรแมนติค รักซาบซึ้งตรึงใจ  ความสุข ความโศกเศร้า โศกนาฏกรรม การชิงไหวชิงพริบ บุญคุณความแค้น เรื่องราวของความยึดมั่นในคุณธรรม  มิตรไมตรี และอุดมการณ์ความรักชาติ ฯลฯ ที่เดินเรื่องรวดเร็วต่อเนื่อง เร้าใจ ต้องติดตามดูชนิดตาแทบไม่กะพริบ


รูปที่ 18  ภาพยนตร์เรื่อง The Godfather ซึ่งเป็นภาพยนตร์ต้นแบบของการสร้างภาพยนตร์ชุดเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ของ TVB ฮ่องกง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างสืบเนื่องและล้อตาม “The God Father” เป็นต้นแบบ ระดับของบทบู๊ ตื่นเต้น โลดโผน ต่อสู้ตะลุมบอนนั้น  เทียบเคียงกันได้ดีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน  แต่ในรายละเอียดนั้นเหนือกว่าของฝรั่งอีกด้วยโดยเฉพาะในเรื่องการใช้หมัดใช้มีด  การต่อยตี ตะลุมบอนกันนั้น  ศิลปะการต่อสู้แบบจีนมีให้ดูมากรูปแบบกว่าเยอะ  มาดการข่มขู่ คาดคั้นแบบเจ้าพ่อนักเลง สี่เหวินเฉียงในเรื่องก็ทำได้ดีมากๆ   ทั้งสง่างาม และน่าเกรงกลัว   ส่วนการหักเหลี่ยมเฉือนคมก็แพรวพราวตลอดเรื่อง เริ่มตั้งแต่ตอนที่สี่เหวินเฉียงวางแผนชิงฟิล์มภาพยนตร์คืนจากแก็งค์อื่น  ตอนวางแผนให้อาปิ่งลงมือฆ่าเถ้าแก่หลี่เพื่อชิงอำนาจการบริหารโรงภาพยนตร์  เรื่อยไปจนถึงตอนที่ติงลี่เปิดเผยธาติแท้ลึกๆที่ไม่มีใครคาดถึงเลย ไม่วาจะเป็นแม่ของเขาเอง   สี่เหวินเฉียง หรือฝงจิ้งเหยา กว่าฝงจิ้งเหยาจะรู้ตัวติงลี่ก็เข้าครอบครองทรัพย์สินและอำนาจของเขาไปมากแล้ว ชนิดที่ว่าแม้ฝงจิ้งเหยาจะล้มไปแล้ว ติงลี่ก็ยังสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองต่อไปได้  เขาไม่ได้เป็นคนหนุ่มซื่อบื้อ มุทะลุตึงตังเอาแต่คิดต่อยตีอย่างที่แม่เขาและสี่เหวินเฉียงเป็นห่วงเลย ฯลฯ สรุปว่าในประเด็นเรื่องของภาพยนตร์ประเภทเจ้าพ่อมาเฟียนั้น ยกเกรดเอ บวกให้ได้เลย  ไม่เป็นสองรองใครแน่ๆ

เรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของพระเอกนางเอกในเรื่องก็ให้ความรู้สึกประทับใจและเศร้าเสียใจไปด้วยกับหนุ่มสาวทั้งสอง  การดำเนินเรื่องของความรักที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างงดงามสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  หลายๆเหตุการณ์ในเรื่องน่าประทับใจมาก     ในช่วงแรกที่สี่เหวินเฉียงพยายามหักห้ามใจหยุดระดับความสัมพันธ์กับฉิงฉิงไว้ เนื่องจากเห็นว่าเส้นทางชีวิตของตนเองนั้นหาความแน่นอนอะไรไม่ได้จะถูกฆ่าตายในวันไหนก็ยังไม่รู้  จนถึงขนาดบอกปฏิเสธการนัดหมายหลายครั้ง และแสดงอาการไม่สนใจผ้าพันคอที่นางเอกซื้อมาให้เป็นของขวัญ จนกระทั่งในที่สุดฉิงฉิงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสเขาก็ไม่ไปส่ง  แต่ปรากฏว่านางเอกเป็นฝ่ายใจอ่อนไม่ไปฝรั่งเศส และมาหาเขาที่บ้านพักจึงได้พบว่าพระเอกกำลังนั่งเศร้าสวมผ้าพันคอที่ตัวเองซื้อไว้ให้อยู่  นางเอกบอกพระเอกคำเดียวว่า “ฉันไม่กลัวเป็นหม้าย” หลังจากนั้นสองหนุ่มสาวก็มีความรักที่เปี่ยมสุขจนกระทั่งใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว  แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้  ทำให้ทั้งสองคนต้องพลัดพรากจากกันและพบกับบั้นปลายชีวิตที่เศร้าสลดด้วยกันทั้งคู่ สำหรับฉิงฉิงนั้นเท่าที่ทราบจากผู้ที่เคยชมภาคสองของภาพยนตร์ชุดนี้บอกว่าเมื่อเธอกลับมาเซี่ยงไฮ้อีกครั้งนั้น ติงลี่ปลุกปล้ำขืนใจเธอ  และหลังจากนั้นเธอก็ได้ตัดสินใจบวชชีฝรั่งไปจนตลอดชีวิต

ดาราแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงได้ยอดเยี่ยมทุกคน  โจวเหวินฟะ (สี่เหวินเฉียง), หลี่เหลี่ยงเหว่ย (ติงลี่)  จ้าวหย่าจือ (ฉิงฉิง) ได้กลายเป็นดารายอดนิยมระดับซุปเปอร์สตาร์หลังจากแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้   โดยเฉพาะหลี่เหลี่ยงเหว่ยนั้นเขาได้แสดงเป็นพระเอกในตอนที่ 2 และ 3 ของภาพยนตร์ชุดนี้ต่อไปและได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน  ทั้งนี้รวมถึงเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยซึ่งยังคงได้รับความนิยมอยู่จนถึงปัจจุบันกลายเป็นบทเพลงอมตะควบคู่ไปกับตัวภาพยนตร์ก็ว่าได้

ประเด็นสำคัญที่จะต้องพูดถึงสำหรับภาพยนตร์ชุดนี้ก็คือ  เนื้อหาเรื่องราวตลอดจนบุคลิกของพระเอกในเรื่องช่วยตอกย้ำและกระตุ้นคุณธรรมความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  ทั้งในระดับคุณธรรมน้ำมิตรระหว่างบุคคล และอุดมการณ์ความรักชาติได้เป็นอย่างดียิ่ง  ภาพยนตร์จีนและญี่ปุ่นในสมัยประมาณ 15 ปีก่อนหน้านี้ขึ้นไป  มักมีเนื้อหาบทบาทในภาพยนตร์ส่งเสริมคุณธรรมความดีในมนุษย์เป็นสำคัญ  แต่มาในระยะหลังนี้การเน้นในเรื่องดังกล่าวแทบจะหายไปหมดแล้ว เคยดูภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง เลือดมังกรดำ เนื้อหาเป็นเรื่องของแก็งค์ยากูซ่าสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง พระเอกเป็นลูกชายคนเดียวของแก็งค์มังกรดำ “ซันชีโร่”ได้รับการศึกษาทั้งวิชาบุ๋นและบู๊ และการศึกษาตามรูปแบบมาอย่างดี  ต่อมาพ่อเขาถูกแก็งค์อื่นฆ่าตาย  เขาต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยกลับมารับตำแหน่งแทนพ่อ ในช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นกำลังประกาศสงครามกับรัสเซียพอดี  แทนที่เขาจะนำกำลังคนไปล้างแค้นให้พ่อเขา  เขากลับประกาศยุบแก็งค์มังกรดำชั่วคราว และให้ทุกคนไปอาสาสมัครเป็นทหารรบกับรัสเซีย  เขาบอกว่า “เรื่องของชาติบ้านเมืองสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว  ในเวลานี้ถ้าคนญี่ปุ่นจะต้องหลั่งเลือด จะต้องหลั่งเลือดให้กับชาติบ้านเมืองต่อสู้กับศัตรูคือรัสเซีย ไม่ใช่มาหลั่งเลือดฆ่าคนญี่ปุ่นด้วยกันเอง”  สงครามครั้งนั้นเป็นครั้งแรกในโลกยุคนั้นที่ประเทศในเอเชียสามารถเอาชนะชาติที่ยิ่งใหญ่ในยุโรปเช่นรัสเซียได้   จะเห็นได้ว่าภาพยนตร์ของฝรั่งตะวันตกนั้นไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณธรรมน้ำมิตรส่วนบุคคล และอุดมการณ์ความรักชาติเท่าใดนัก  แม้กระทั่งในภาพยนตร์สงครามส่วนใหญ่ก็เน้นในเรื่องของการรบ และความสนุกสนานตื่นเต้นของเรื่องราวและบทบาทดารานำแสดงในภาพยนตร์มากกว่า  อาจเป็นได้ว่าในประวัติศาสตร์ระยะใกล้ที่ผ่านมา ชาติตะวันตกส่วนใหญ่ไม่เคยต้องตกเป็นเมืองขึ้นของใครมีแต่ไปยึดครองบ้านเมืองของคนอื่นเขาไปทั่วโลก  จะมีบ้างก็ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่เยอรมันเข้ายึดครองยุโรปตะวันตกเกือบทั้งหมดแต่ก็เป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น  ไม่เคยพบกับความขมขื่นถึงขนาด “หมาและคนจีนห้ามเข้า” ความสำนึกในเรื่องอุดมการณ์ความรักชาติจึงมีไม่มากนัก ในภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดเองส่วนใหญ่ก็เน้นความเป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษย์ชน และความยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เป็นฐานให้เกิดความรักชาติ ความภาคภูมิใจในชาติ ซึ่งเป็นคนละแนวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งน่าจะให้ความเข้มข้นกับความรู้สึกมากกว่า

ในมุมมองเรื่องรักโรมแมนติคนั้น  โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็น ฝรั่ง  เกาหลี ไทย อินเดีย จีน  ในปัจจุบันก็แสดงให้เห็นถึงความไม่สนใจในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมเท่าใดนัก  ภาพยนตร์รักโรแมนติคของฝรั่งส่วนใหญ่ พระเอกนางเอกพอเจอคนอื่นที่ถูกใจก็เปลี่ยนใจได้ง่ายๆทันที   แบบที่เรียกกันว่า “ใจดำมาก” ละครเกาหลีที่นิยมกันมากๆในบ้านเราก็ทำนองเดียวกัน ซึ่งถ้าพิจารณาในประเด็นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ในบทบาทของพระเอกนางเอกแล้ว เรื่องราวความรักในภาพยนตร์ชุดนี้ซาบซึ้งตรึงใจและให้ความประทับใจมากกว่าภาพยนตร์รักโรแมนติดทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้เลย เพราะได้นำเรื่องราวความรักในหลายๆรูปแบบที่ล้วนทรงคุณค่าด้วยกันทั้งสิ้นเข้ามาเกี่ยวข้องร้อยรัดผูกพันกันได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจ  ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างหญิงกับชาย ความรักระหว่างพี่กับน้อง เพื่อนกับเพื่อน  ความรักความผูกพันกับครอบครัว และความรักที่มีต่อชาติบ้านเมือง  ในนวนิยายจีนกำลังภายในสมัยก่อนนั้นที่ผมเคยอ่านหลายเรื่องเช่นมังกรหยกภาค 2 เรื่องราวความรักระหว่างเอี้ยก้วย กับ เสียวเล้งนึ้ง  ก็เป็นเรื่องราวที่โรแมนติค  ซาบซึ้ง และประทับใจ  โดยที่ไม่ใช่เรื่องความรักระหว่างหญิงกับชายเท่านั้นแต่ได้รวมเรื่องราวของความรักในมิติอื่นๆและความรักชาติเข้ามาผสมผสานได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเหนือกว่านิยายรักในปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ได้

เคยมีเพื่อนผมบางคนบอกว่าการดู (หรืออ่านหนังสือจีนกำลังภายใน) ภาพยนตร์จีนกำลังภายในสมัยก่อนตั้งแต่วัยเด็ก เช่น  มังกรหยก, แปดเทพอสูรมังกรฟ้า, ผู้กล้าหาญคะนอง, ฤทธิ์มีดสั้นฯลฯ  เป็นการช่วยปลูกฝังคุณธรรมความดี  ไว้ในจิตใจ  และสมควรใช้ภาพยนตร์และนิยายจีนกำลังภายในเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการอบรมเลี้ยงดูเด็กๆให้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีพื้นฐานคุณธรรมความดีอยู่ในหัวใจ หรืออย่างน้อยที่สุดแม้ว่าเขาอาจจะต้องปรับตัวเพื่อให้เลวร้ายสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในโลกปัจจุบัน เพื่อที่จะได้อยู่รอดและเจริญรุ่งเรืองขึ้นได้ (คนล้นโลก ผู้คนต้องกระเสือกกระสนแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ฯลฯ อย่างที่คัมภีร์พระเวทของอินเดียโบราณบอกว่ายุคนี้เป็น กาลียุค)   ในเบื้องลึกของจิตใจเขาก็ยังอาจสำนึกถึงคุณธรรมความดีอยู่บ้าง  ผมเคยเห็นเด็กเล็กๆที่กำลังเริ่มโตเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งบอกกับญาติของเขาถึง ความประทับใจในพระเอกเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าว่า ในภาวะคับขันที่พระเอกต้องพ้นจากการเป็นประมุขพรรคขอทานนั้น พระเอกเอามีดฟันตัวเองหลายแผล แต่ละแผลเป็นการรำลึกถึงบุญคุณของคนในพรรคแต่ละคนที่เคยมีต่อเขามา   เด็กอีกคนหนึ่งที่เคยพบพูดถึงเอี้ยก้วยในภาพยนตร์เรื่องมังกรหยกภาคสองว่า ในขณะที่เอี้ยก้วยคิดแต่จะฆ่าก๊วยเจ๋งเมื่อทั้งสองตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูนั้น  ก๊วยเจ๋งแม้จะบาดเจ็บเพียงใด ทุกขณะก็มุ่งแต่จะปกป้องเอี้ยก้วยยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง หนึ่งคำก็ว่าลูกก้วยหนีไป สองคำก็เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า ... จนกระทั่งเอี้ยก้วยถึงกับต้องฉุกใจคิดว่า  คนๆนี้ไม่น่าจะเป็นคนเลวร้ายอย่างที่เราคิด  เท่าที่เห็นมาเขามีพฤติกรรมองอาจกล้าหาญเปี่ยมด้วยคุณธรรมมาโดยตลอด  หรือเป็นเราคิดผิด ....ผมเชื่อว่าเด็กที่มีความประทับใจในพฤติกรรมอันเปี่ยมด้วยคุณธรรมเมตตาธรรมเหล่านี้จากภาพยนตร์ที่เขาได้ดูตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ  จะมีพื้นฐานคุณธรรมอยู่ในเบื้องลึกของหัวใจ ไม่ว่าเมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จะต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดให้สอดคล้องกับโลกที่เลวร้ายรอบตัวเขาอย่างไร อย่างน้อยเขาก็ยังน่าจะมีความรู้สึกในเบื้องลึกรับรู้ถึงความผิดถูกชั่วดีอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นอาจจะเหมาะสำหรับเด็กที่โตแล้วเท่านั้น เพราะแม้จะมีเนื้อหาเน้นหนักในเรื่องคุณธรรมความดีและอุดมการณ์ความรักชาติ แต่ก็เป็นเรื่องราวในวงการนักเลง อาชญากรรม ที่มีภาพตัวอย่างที่ไม่ดีหลายๆอย่างที่ไม่เหมาะสมจะให้เด็กๆได้สัมผัสตั้งแต่ในวัยเยาว์



สี่    บทบาทและคุณลักษณะของตัวละครหลัก

ความสนุกสนานและความน่าประทับใจของภาพยนตร์ชุดนี้กล่าวได้ว่ามาจากส่วนประกอบสำคัญหลักสองประการคือ เนื้อเรื่องและการเดินเรื่องที่ดีเยี่ยม สนุกสนาน ตื้นเต้น เร้าใจ ชวนให้ติดตามอยู่ทุกขณะ  และบทบาทคุณลักษณะที่โดดเด่น น่าประทับใจของตัวละครหลักๆทุกคน ซึ่งจะขอกล่าวถึงบางตัวละครที่เป็นโครงสร้างหลักๆในเนื้อหาภาพยนตร์ดังนี้

 

ฝงจิ้งเหยา


รูปที่ 19 ฝงจิ้งเหยา เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

คนแรกที่จะต้องกล่าวถึงคือ “ฝงจิ้งเหยา” เพราะเนื้อหาในภาพยนตร์นั้นมีเขาเป็นองค์ประกอบหลักตลอดทั้งเรื่อง แม้แต่เรื่องราวของพระเอกสี่เหวินเฉียงก็เป็นเหตุการณ์วนเวียนอยู่รอบฝงจิ้นเหยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชื่อเรื่องภาษาไทยว่าเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้นั้น เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้คนแรกในเรื่องก็คือ ฝงจิ้งเหยานี่เอง ติดตามด้วยสี่เหวินเฉียงและติงลี่

ฝงจิ้งเหยาเป็นตัวอย่างของการแสวงหาโชคของคนในมหานครเซี่ยงไฮ้ที่ขึ้นเร็วลงเร็ว  ถ้าใครจับทางถูกและกล้าลงมือทำ ถ้าโชคดีก็จะประสบความสำเร็จและรุ่งโรจน์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่เมื่อเขาตัดสินใจผิดเขาก็ตกต่ำลงได้ทันทีโดยเร็วเช่นกัน อย่างไรก็ตามชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่ในเซี่ยงไฮ้นั้นต่อให้ตัดสินใจไม่ผิดก็ยังมีสิทธิตกต่ำถึงที่สุด (ตาย) ได้ทันทีเช่นกรณีของสี่เหวินเฉียง  เขารู้สึกตัวเสมอว่าชีวิตของเขาในเซี่ยงไฮ้นั้นมีโอกาสสูงมากที่จะถูกฆ่าตายเมื่อไรก็ได้  ถึงขนาดที่เขาปฏิเสธความรักจากฉิงฉิงในตอนแรก แต่ในที่สุดเขาเองก็ถูกฆ่าตายง่ายๆโดยไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย  และไม่รู้ด้วยว่าใคร กลุ่มใด แก็งค์ไหนเป็นผู้ลงมือ (อันที่จริงศาสนาพุทธสอนว่า ทุกชีวิต ทุกสรรพสิ่ง ล้วนไม่เที่ยง อาจตายเมื่อใดก็ได้ ไม่จำเป็นเฉพาะต้องเป็นคนในวงการนักเลงในเซี่ยงไอ้ยุคนั้นเท่านั้น)

ลักษณะเด่นของฝงจิ้งเหยาคือ  เขาเป็นคนฉลาดลุ่มลึกและรอบคอบ ละโมบเห็นแก่ได้  โหดเหี้ยมอำมหิต อาฆาตพยาบาทรุนแรง เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดเขาต้องการ เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการว่าจะได้มาด้วยวิธีใด  แต่จุดอ่อนของเขาก็คือเขาลำพองใจในความยิ่งใหญ่และอิทธิพลอำนาจของตัวเองมากเกินไป  อีโก้เขาสูงเกินไป  ถ้าเขาเพียงยอมลดอีโก้ตัวเองลงบ้างเขาจะไม่โกรธแค้นสี่เหวินเฉียงถึงขนาดส่งคนไปตามฆ่าถึงฮ่องกงทั้งๆที่สี่เหวินเฉียงก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว  ถ้าเขาไม่ตามไปทำร้ายสี่เหวินเฉียงถึงฮ่องกงเขาอาจไม่ต้องพบจุดจบที่น่าอเนจอนาถเช่นนี้ก็ได้  ซากายูริหัวหน้าพรรคมังกรฟ้าของญี่ปุ่นกล่าวถึงคนของพรรคจิงอู่ว่า “คนพวกนี้น่ารำคาญใจนัก  ให้เงินพวกมันก็ไม่รับ ใช้กำลังพวกมันก็ไม่กลัว”  ในขณะที่พวกญี่ปุ่นหนักใจในการจัดการกับพรรคจิงอู่นั้น พวกญี่ปุ่นกลับสามารถจัดการกับฝงจิ้งเหยาได้ไม่ยากเลย เพราะลักษณะคนอย่างฝงจิ้งเหยานั้นน่าจะตรงกันข้ามกับคนของพรรคจิงอู่คือ “ จัดการได้ไม่ยาก ให้เงินมันก็รับ ใช้กำลังมันก็กลัว” ฝงจิ้งเหยารับอาสาลักลอบขนอาวุธสงครามเข้ามาในประเทศจีนผ่านท่าเรือในความดูแลของตนให้พวกญี่ปุ่นโดยไม่คิดถึงเลยว่าขณะนั้นญี่ปุ่นกำลังรุกรานจีนอยู่ (ในแมนจูเรียและบริเวณตอนใต้ของแมนจูเรีย) และอาวุธเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ฆ่าเพื่อนร่วมชาติของตน  แต่จริงๆแล้วก็น่าเห็นใจฝงจิ้งเหยาเหมือนกัน เพราะเขาได้รับเลือกเป็นประธานคนจีนในเขตเช่าก็ด้วยอิทธิพลบารมีของญี่ปุ่นสนับสนุน  เขาได้รับกำไรมหาศาลจากการทำการค้ากับญี่ปุ่นด้วย   ถึงเขาไม่ทำก็ต้องมีคนจีนคนอื่นแก็งค์อื่น (คนชั่วมีมากกว่าคนดีอย่างเทียบกันไม่ได้เสมอมา ทุกยุค ทุกสมัย และในทุกๆประเทศ ทุกๆสถานที่) ทำให้อยู่ดี  ซึ่งถ้าเขาไม่รับทำให้ญี่ปุ่นอาจเกิดผลร้ายลามปามไปถึงการถูกโค่นจากอำนาจก็ได้



สี่เหวินเฉียง:


รูปที่ 20 สี่เหวินเฉียง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้?

พระเอกของเรื่อง   การศึกษาดี หน้าตาดี บุคลิกดี ทั้งหล่อทั้งสมาร์ททั้งเก่งทั้งฉลาด โรแมนติค เปี่ยมด้วยคุณธรรม ความดี ความเมตตา องอาจกล้าหาญ เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ เรื่อง ชกต่อย ตีรันฟันแทง ไม่เป็นสองรองใคร จัดได้ว่าเป็นพระเอกในอุดมคติที่ครบถ้วนไปด้วยคุณสมบัติดีเด่นทุกประการเท่าที่พระเอกจะพึงมีได้

ในเวอร์ชั่นคลาสสิคไม่ว่าสี่เหวินเฉียงจะดีเด่นอย่างไร เขาก็ยังมีข้อเสียอยู่หลายข้อที่ทำให้เขายังเป็นบุคคลธรรมดาที่อาจมีตัวตนอยู่จริงๆได้ในโลกนี้  ไม่ใช่ว่าดีจนเลิศเลอหาที่ติไม่ได้  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ภาพรวมของภาพยนตร์กร่อยลงไปพอสมควร ดังเช่นสี่เหวินเฉียงในเวอร์ชั่น เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้หักเหลี่ยมมังกร  ที่จีนแผ่นดินใหญ่สร้างออกมาทีหลังนั้น   เนื่องจากเป็นการรีเมคขึ้นใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงทำได้เหนือชั้นกว่ารวมถึงบทภาพยนตร์ที่มีความยาว 6 เท่าของเวอร์ชั่นคลาสสิค  ทำให้สามารถให้รายละเอียดของเรื่องและเหตุการณ์ต่างๆได้ดีกว่ากันมาก  แต่การสร้างภาพสี่เหวินเฉียงให้ดีเลิศเลอจนแทบจะไม่มีข้อเสียเลยก็ทำให้ความประทับใจในภาพรวมกร่อยลงไปบางส่วนเหมือนกัน ข้อเสียของสี่เหวินเฉียงในเวอร์ชั่นคลาสสิคที่น่าสังเกตเช่น

  •  เขาไม่ยืนหยัดในคุณธรรมความดีเท่าที่ควร  เมื่อเขาเข้าร่วมกลุ่มนักศึกษาและเป็นผู้นำในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านคอรัปชั่น และขับไล่ประเทศนักล่าอาณานิคมที่เข้ามายึดครองแผ่นดินจีนอยู่นั้น  พอถูกปราบรุนแรงและเขาถูกจองจำ 3 ปี  เมื่อออกมาจากคุกเขาไม่คิดจะต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อีกต่อไปเลย  และยังรู้สึกอีกด้วยว่า “เขาเสียใจ เขาโง่ไปแล้ว กับอุดมการณ์เพื่อชาติบ้านเมืองที่ไร้สาระ” เขาตั้งใจต้องการหาความสุขและความเจริญรุ่งโรจน์ส่วนบุคคลที่เซี่ยงไฮ้และดิ้นรนขวนขวายทุกวิถีทางให้ได้มา (แต่คนเราส่วนใหญ่ก็ต้องคิดถึงตัวเองก่อนด้วยกันทุกคนไม่ใช่หรือ?)
  • เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมเชิงชั้นและวิธีการที่ต่ำทรามต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จส่วนตัวของเขา  แม้บุคคลที่ถูกกระทำส่วนใหญ่จะเป็นคนในวงการอาชญากรรมในเซี่ยงไฮ้  แต่หลายกรณีก็ไม่ชัดเจนว่าเป็นการละเมิดหลักคุณธรรมความถูกต้องหรือไม่  เช่นกรณีที่เขาหักหลังเถ้าแก่หลี่ด้วยการเปิดโอกาสให้อาปิ่งพกมีดเข้าไปฆ่าเถ้าแก่หลีได้  เป็นพฤติกรรมสีเทา  เพราะแม้เถ้าแก่หลี่จะไม่ใช่คนดีแต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายสี่เหวินเฉียง  และอาจถือว่ามีบุญคุณด้วยซ้ำไปที่จ้างสี่เหวินเฉียงเข้ามาทำงาน และยังให้ความไว้วางใจอีกด้วย  (เถ้าแก่หลี่ก็ไม่ใช่คนดีจริงๆ  เขาก็สร้างตัวขึ้นมาด้วยวีถีทางที่ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน  เขาอาจโดนกระทำเช่นเดียวกับที่เขาเคยกระทำกับคนอื่นมาแล้ว  และที่สำคัญถ้าสี่เหวินเฉียงไม่ทำแบบนี้ เขาจะมีโอกาสไหนอีกที่จะได้มีกิจการและแก็งค์นักเลงของตัวเองได้?)
  • ในเส้นทางก้าวขึ้นสู่อำนาจและความรุ่งโรจน์ของเขามีการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่เห็นได้ชัดเจนหลายกรณีเช่น  การช่วยฝงจิ้งเหยาฆ่าตำรวจสันติบาลของทางการจีนร่วมสิบคน ที่มาล้อมบ้านเพื่อรอจับเพื่อนของฝงจิ้งเหยาที่หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่  ตำรวจเหล่านี้ทำตามหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อจับคนร้ายที่เป็นอาชญากรของบ้านเมืองในข้อหาขายชาติ การที่สี่เหวินเฉียงลงมือฆ่าตำรวจเหล่านี้ทุกคนถือว่าผิดต่อคุณธรรมแน่นอน   นอกจากนี้การที่เขาข่มขู่คุกคามทีมฟุตบอลจากอังกฤษให้ล้มบอลด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน ฯลฯ  (ก็เหตุผลเดิมครับ ถ้าเป็นเราก็คงต้องทำแบบนี้  ขี่หลังเสือแล้วถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ต้องตกลงมาจากหลังเสือและถูกเสือกัดตายแน่ๆ)
  • เมื่อเขากลับมาเซี่ยงไฮ้อีกครั้งเพื่อแก้แค้นให้ครอบครัวของเขานั้น  เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่กลับไปมีสัมพันธ์ใดๆกับฉิงฉิงอีก   เขาปฏิเสธที่ฉิงฉิงมาอ้อนวอนขอร้องให้ไปจากเซี่ยงไอ้ด้วยกันไปเริ่มต้นชีวิตใหม่  เขาถึงกับเอ่ยปากฝากติงลี่ว่า เขากับฉิงฉิงไม่มีวันจะลงเอยกันได้อีกแล้ว  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้ติงลี่ช่วยดูแลฉิงฉิงด้วยซึ่งติงลี่ตกลงรับปากแล้ว  แต่พอเขาทราบว่าฉิงฉิงจะแต่งงานกับติงลี่เขาถึงกับวิ่งไปร้องขอให้ฉิงฉิงยกเลิกการแต่งงานในกลางงานแต่งงานนั้นเอง   (กรณีนี้ถือว่าเขาอ่อนแอมากไม่สามารถทำตามที่ลั่นวาจาไว้ได้  และยังทำผิดกับติงลี่ที่เป็นเสมือนน้องชายของเขาอีกด้วย)
  • เมื่อเขาทำลายล้างฝงจิงเหยาจนหมดอำนาจวาสนาแล้ว  เขายังร่วมมือกับติงลี่ลงมือสังหารฝงจิ้งเหยาอีกด้วย  หลังจากนั้นเขายังไม่รู้สำนึกตน ตามไปอ้อนวอนขอให้ฉิงฉิงกลับมาเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับเขาอีก (เขาเห็นแก่ตัวมาก  การที่เขาตามล้างแค้นฝงจิ้งเหยาก็เพื่อให้เขาหายจากความรู้สึกผิดต่อครอบครัวของเขา  และเมื่อเขาล้างแค้นได้แล้วก็ยังหน้าด้านมาขอคืนความสัมพันธ์กับฉิงฉิงอีก ทั้งๆที่เขาเพิ่งฆ่าพ่อของเธอมากับมือเขาเอง ถ้าเขาไม่เห็นแก่ตัวมากเกินไป  เขายอมรับความรู้สึกผิดที่จะหลอกหลอนเขาต่อไปในชีวิต และเลิกคิดล้างแค้นฝงจิ้งเหยา  ไปจากเซี่ยงไฮ้กับฉิงฉิง เขาทั้งสองคนจะมีความสุขได้ ส่วนความทุกข์ของเขาก็ต้องถือว่าเป็นการเสียสละเพื่อคนที่เขารักที่ยังมีชีวิตอยู่  เพราะการแก้แค้นด้วยการฆ่าฝงจิ้งเหยาไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวของเขาฟื้นกลับมาได้เลย (น่าเห็นใจครับ โดนฆ่าล้างครอบครัวแบบนี้ เมียตายลูกในท้องก็ตาย  ถ้าไม่ใช่พระโสดาบัน คงต้องแค้นมาก อาฆาตพยาบาทมาก ไม่ว่าเป็นมนุษย์ปุถุชนคนใดก็คงต้องทำแบบเขาอยู่ดี  ส่วนที่หน้าด้านกลับง้อคนรักอีกนั้น ก็เพราะเห็นแกตัวมากทำใจไม่ได้และรักมากอีกด้วย  เอ้อ....ยังไงๆก็ยังน่าเห็นใจอยู่ดี)

โดยสรุปก็คือเขามีลักษณะของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปอยู่  มีทั้งความดีและความไม่ดีปะปนกันไป  เห็นแก่ตัวในระดับหนึ่งเยี่ยงผู้คนทั่วไป  แต่ที่น่ายกย่องก็คือถึงอย่างไรอุดมการณ์ความรักชาติบ้านเมืองของเขาก็ยังฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ เมื่อถึงเวลาจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจเขาก็ยอมเสี่ยงที่จะต้องเสียสละ เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ และอนาคตที่รุ่งโรจน์ในชีวิตกับผู้หญิงในฝันของเขาที่ดีพร้อมทุกอย่าง เพื่อไม่ให้พวกญี่ปุ่นเอาอาวุธปืนเหล่านั้นไปเข่นฆ่าพี่น้องร่วมชาติของเขา  ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังล่มสลายภายใต้การกดขี่รุกรานของบรรดานักล่าอาณานิคมต่างชาติ เขาเป็นตัวอย่างภาพลักษณ์ของชาวจีนผู้รักชาตินับล้านๆคนที่ได้หลั่งเลือด เสียสละชีวิตและหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตในช่วงเวลาวิกฤติดังกล่าวของประเทศเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน  ทำให้ประเทศจีนสามารถผ่านพ้นวิกฤติกาลที่เลวร้ายที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไปได้



ฉิงฉิง:


รูปที่ 21     ฉิงฉิง:    รักที่ไม่สมหวัง และ บั้นปลายชีวิตที่น่าเศร้าสลด

ตัวละครหลักที่เป็นผู้หญิงทั้ง 3 คนในเรื่องนี้น่าสงสารทุกคน แม้กระทั่งซากายูริ ที่เป็นนางร้ายของญี่ปุ่นก็ด้วย  ในเรื่องฉิงฉิง เป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกด้านทั้งสวย  รวย  เก่ง  แล้วก็มีจิตใจเมตตากรุณา อ่อนโยน  เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายทุกคนรวมทั้งสี่เหวินเฉียงด้วย  สี่เหวินเฉียงเองรักฉิงฉิงมากจนกระทั่งไม่ต้องการให้ความรักระหว่างเขาทั้งสองพัฒนาก้าวหน้าไปได้และต้องการตัดสัมพันธ์เสียตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเขารู้ดีว่าการทำงานในเซี่ยงไฮ้ของเขานั้นเขาอาจถูกฆ่าตายได้ทุกเวลา และไม่ต้องการให้ฉิงฉิงเป็นหม้าย  ตลอดเวลาที่เริ่มความสัมพันธ์มาตั้งแต่ที่เขาช่วยเธอจากการถูกจับเป็นตัวประกันนั้นฉิงฉิงเป็นฝ่ายเข้าหาสี่เหวินเฉียงตลอด  จนกระทั่งสี่เหวินเฉียงปฏิเสธน้ำใจเธอรุนแรงหลายครั้งติดต่อกันเธอจึงตัดใจเดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส  แต่เมื่อถึงวันเดินทางจริงๆเธอกลับไปหาสี่เหวินเฉียงที่บ้านของเขาและพบว่าสี่เหวินเฉียงกำลังซึมเศร้าอยู่กับฝ้าเช็ดหน้าที่เธอซื้อให้และเขาบอกว่าไม่ชอบ  หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรขวางกั้นความรักระหว่างคนทั้งสองได้อีกต่อไป   และต้องมาพลัดพรากกันในที่สุดทั้งๆที่ใกล้ถึงวันแต่งงานของคนทั้งสองแล้ว  เนื่องจากสี่เหวินเฉียงไม่อาจยอมให้พวกญี่ปุ่นเอาปืนที่เก็บไว้ที่โกดังของฝงจิ้งเหยาไปฆ่าคนจีนผู้รักชาติได้

ในตอนที่สี่เหวินเฉียงต้องหนีไปฮ่องกงนั้นเธอก็ไม่ได้มีโอกาสล่ำลากับเขาเพราะทั้งคนของฝงจิ้งเหยาและตำรวจติดตามล่าตัวสี่เหวินเฉียงอย่างเข้มข้น   ต่อมาเธอก็ได้รับข่าวว่าสี่เหวินเฉียงตายแล้ว  แต่เธอไม่เชื่อและเดินทางไปฮ่องกงจนได้พบสี่เหวินเฉียงและทราบว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้วจริงๆ  เธอจึงได้เดินทางกลับเซี่ยงไฮ้อย่างผิดหวังและขมขื่น

เธอยอมแต่งงานกับติงลี่ก็เพราะติงลี่ต่อสู้ปกป้องเธอจนได้รับบาดเจ็บปางตาย  ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เขาขอร้องฉิงฉิงว่าถ้าเขารอดจากการผ่าตัดขอให้ฉิงฉิงแต่งงานกับเขา  เมื่อเขารอดตายหลังการผ่าตัดเธอจึงแต่งงานกับเขา  แม้ว่าสี่เหวินเฉียงจะบุกไปกลางงานแต่งงานและร้องขอให้เธอยกเลิกการแต่งงานก็ตาม   ความจริงหลังการแต่งงานนั้นเธอพยายามปฏิบัติต่อติงลี่ให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากในหัวใจจริงนั้นเธอยังลืมสี่เหวินเฉียงไม่ได้   ตรงนี้น่าเห็นใจมากเพราะสี่เหวินเฉียงนั้นเหนือกว่าติงลี่ในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในมุมมองของหญิงสาว  สง่างามกว่า  บุคลิกดีกว่า  การพูดจา  สง่าราศีฯลฯ  ติงลี่เองก็ใจร้อนเกินไปและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความหึงหวงได้  ก่อนแต่งงานนั้นเขาคิดว่าฉิงฉิงลืมสี่เหวินเฉียงได้แล้ว แต่เมื่อแต่งงานแล้วเขาจึงทราบว่าฉิงฉิงไม่เคยลืมสี่เหวินเฉียงเลย   การที่เขาควบคุมความหึงหวงไม่ได้ทำให้เขาอาละวาดก้าวร้าวฉิงฉิงโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ   ทำให้ในที่สุดความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็สิ้นสุดลงอย่างไม่เป็นทางการ  และทั้งสองก็เป็นเพียงสามีภรรยาในนามเท่านั้น

แม้ว่าจะเกิดมาวาสนาดีกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ   เพียบพร้อมไปหมดทุกๆด้าน  แต่ชีวิตของเธอกลับอาภัพอับวาสนายิ่งนัก   ความรักของเธอกับชายในฝันกลายเป็นรักที่ไม่สมหวัง   ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักและก็ด้อยกว่าชายคนรักอย่างเทียบกันไม่ได้ และชีวิตสมรสก็ไปไม่รอด  บั้นปลายชีวิตเธอต้องไปบวชเป็นชีมืดในศาสนาคริสต์และใช้ชีวิตในการรับใช้พระผู้เป็นเจ้าเช่นนั้นไปจนวันตาย



ฟางเยี่ยนเหวิน


รูปที่ 22 ฟางเยี่ยนเหวิน “ฉันไม่เสียใจเลยที่ได้ตายในอ้อมแขนคุณ”

เบ็ตตี้ ติงเพ่ย  อดีตดารานางแบบชื่อดังของฮ่องกง (เธอคือผู้หญิงคนที่ บรู๊ซลี ดาราพระเอกกังฟูอันดับหนึ่งของโลกตายคาอก) รับบทเป็นฟางเยี่ยนเหวิน ซึ่งแม้ขณะนั้นเธออายุค่อนข้างมากแล้วแต่ก็ยังสามารถแสดงเป็นฟางเยี่ยนเหวิน โสเภณีชั้นสูงที่โด่งดังที่สุดในเซี่ยงไฮ้ได้อย่างสมบทบาท  ฟางเยี่ยนเหวินเป็นเพื่อนสนิทกับสี่เหวินเฉียงตั้งแต่ยังเรียนหนังสือด้วยกันที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง  เธอหลงรักและภูมิใจในตัวสี่เหวินเฉียงมานานแล้ว  และก็ยังคงรักเขาอย่างมั่นคงเสมอมาจนกระทั่งวาระสุดท้ายที่เธอสิ้นลมหายใจในอ้อมแขนของเขา  ถ้าไม่มีฟางเยี่ยนเหวินช่วยหางานให้สี่เหวินเฉียงได้มีโอกาสได้เข้าไปทำงานกับเถ้าแก่หลี่  ก็คงยากที่สี่เหวินเฉียงที่ถึงแม้จะมีความสามารถเป็นเลิศจะสามารถหาช่องทางเข้าไปเติบโตในวงการธุรกิจอาชญากรรมในเซี่ยงไฮ้ได้  เนื้อหาในภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึงฟางเยี่ยนเหวินไว้มากนัก ทราบแต่ว่าเธอเป็นโสเภณีชั้นสูงที่โดดเด่นที่สุดในเซี่ยงไฮ้ยุคนั้น  เธอสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่งคั่งและมีความสุข  แม้เธอจะเสียใจอยู่ลึกๆที่สี่เหวินเฉียงไม่ตอบสนองความรักฉันท์ชู้สาวกับเธอเลยแต่ก็ทำใจได้ที่สี่เหวินเฉียงยังคงไปมาหาสู่กับเธอในฐานะเพื่อนสนิทอย่างเสมอต้นเสมอปลาย  ทุกครั้งที่สี่เหวินเฉียงมีความทุกข์ใจเขาจะมาปรับทุกข์กับฟางเยี่ยนเหวินทุกครั้ง และเมื่อมีเรื่องเดือดร้อนก็จะมาขอความช่วยเหลือจากเธอเสมอ  ดูเหมือนว่าสี่เหวินเฉียงไม่เคยให้อะไรเธอเลยมีแต่รับจากเธอ และจนกระทั่งตอนจบของเรื่องเธอก็ต้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่มาจากสี่เหวินเฉียงอีกเช่นกัน  แม้เช่นนั้นตอนที่เธอถูกจับเป็นตัวประกันเธอก็ยังอุตสาห์พยายามขอร้องไม่ให้ติงลี่ตามสี่เหวินเฉียงมา เพราะเธอรู้ว่าถ้าสี่เหวินเฉียงมาเขาจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอและยินดีแลกชีวิตของเขาเพื่อเธอ  ซึ่งเธอเป็นห่วงเขามากกว่าเป็นห่วงตัวเอง ในนาทีสุดท้ายเมื่อเธอถูกกระสุนปืนและพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของสี่เหวินเฉียง  เธอบอกเขาเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ฉันรู้สึกมีความสุข และไม่เสียใจเลยที่ได้ตายในอ้อมแขนของคุณ”



คุณนายทากามาดะ  (ซากายูริ)


รูปที่ 23 คุณนายทากามาะ  หรือ ซากายูริ  นักฆ่ามือพระกาฬของญี่ปุ่น

หน้าฉากเธอคือคุณนายทากามาดะภรรยาของนายพลญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไปแล้ว เธอเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง มีความสัมพันธ์ที่ดีและมีอิทธิพลในวงการนักการเมือง การทูตระหว่างประเทศ เธอเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยล็อบบี้ให้ฝงจิ้งเหยาได้รับเลือกเป็นประธานคนจีนในเขตเช่ารวม  เบื้องหลังเธอเป็นผู้นำคนสำคัญในแก็งค์มังกรฟ้าซึ่งเป็นองค์กรลับของรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งทำหน้าที่ในการบ่อนทำลาย และแทรกซึมเข้ามาในประเทศจีนเพื่อเข้ายึดครองในที่สุด  และเธอยังเป็นนักฆ่าฝีมือระดับพระกาฬอีกด้วย  คนจีนผู้รักชาติจำนวนมากได้ถูก.ฆ่าตาย รวมถึงหัวหน้าพรรคจิงอู่ด้วย  ซากายูริเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ตามเนื้อเรื่องแล้วซากายูริเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในเรื่องนี้  สวยกว่าฟางเยี่ยนเหวิน สวยกว่าฉิงฉิง  สวยจนขนาดที่ว่าเมื่อฉิงฉิงบังเอิญไปเห็นสี่เหวินเฉียงนั่งรถไปกับซากายูรินั้น เธอรู้สึกท้อแท้และมองโลกไปในแง่ร้ายต่างๆนานาว่าสี่เหวินเฉียงอาจไปหลงรักซากยูริเข้าแล้ว  โดยส่วนตัวแล้วทั้งสี่เหวินเฉียง และซากายูริ ต่างก็ชื่นชมซึ่งกันและกัน ซึ่งถ้าสถานการณ์แวดล้อมลงตัวก็สามารถเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันได้  ซากายูริชื่นชมและพอใจในความรู้ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด ความเข้มแข็ง และความมีคุณธรรมของสี่เหวินเฉียง ขณะที่สี่เหวินเฉียงเองก็ประทับใจในตัวซากายูริในส่วนที่เขาได้สัมผัสได้พบ   ผู้หญิงที่สวยมากๆ  สง่างาม  สุภาพอ่อนโยน  เฉลียวฉลาดรอบรู้  แม้เขาจะพอทราบแล้วว่าเบื้องหลังเธอเป็นใคร เขาก็ยังคงยินดีคบหากับเธอในเรื่องของธุรกิจการค้าต่อไป และถ้าซากายูริไม่พอใจเขาเธอคงจะยื่นคำขาดให้ฝงจิ้งเหยาจัดการกับสี่เหวินเฉียงไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยคนจีนผู้รักชาติคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการฆ่าของคนของแก็งค์มังกรฟ้าไปแล้ว  แม้กระทั่งในการเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้ายที่สี่เหวินเฉียงใช้ปีนยิงเธอเสียชีวิตในระหว่างการต่อสู่กันนั้น เมื่อเขาพบว่าคนที่เขาฆ่าเป็นซากายูรินั้นเขารู้สึกเสียใจมาก ในขณะที่ซากายูริเองเพียงบอกว่า “ชั้นคิดแล้วว่าต้องเป็นคุณ” โดยไม่ได้แสดงอาการโกรธแค้นอะไร แล้วก็สิ้นลมไปในวงแขนของสี่เหวินเฉียง



ติงลี่


รูปที่ 24    ติงลี่   เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้  ตอนจบของเรื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเหนือกว่าทั้งฝงจิ้งเหยาและสี่เหวินเฉียง  และเขานี่แหละ “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” ตัวจริงในภาพยนตร์เรื่องนี้

ติงลี่เป็นคนที่มีบทบาทเทียบได้กับสี่เหวินเฉียงในเรื่อง  และในตอนจบเขายังไม่ตายและได้ครอบครองอำนาจในเซี่ยงไฮ้ทั้งหมดคนเดียวอีกด้วย  เขาเป็นพระเอกต่อไปในภาค 2 และ 3 จนจบเวอร์ชั่นคลาสสิคนี้  เคยอ่านพบบทวิจารณ์ในทำนองว่าคนที่ด้อยกว่าทุกอย่างแบบติงลี่ในที่สุดกลับได้ดีมากกว่าคนเก่งกว่ามากๆอย่างสี่เหวินเฉียงได้  ติงลี่ไม่มีอะไรสู้สี่เหวินเฉียงได้เลยไม่ว่าความรอบรู้ การศึกษา สง่าราศี ความสง่างาม  แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่าในตอนจบของเรื่องนั้น ติงลี่ไม่ได้ด้อยกว่าสี่เหวินเฉียงเลย อาจจะเหนือกว่าในภาพรวมด้วยซ้ำเพราะติงลี่ไม่มีจุดอ่อนเหมือนสี่เหวินเฉียงเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งติงลี่ไม่มีอุดมการณ์รักชาติและยอมเสียสละเพื่อชาติเหมือนสี่เหวินเฉียง  ส่วนการที่สี่เหวินเฉียงถูกฆ่าตายตั้งแต่หนุ่มๆนั้นเป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตซึ่งไม่สามารถจะทำอะไรได้ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าใครเก่งกว่า ใครไม่เก่งกว่า
 
พื้นฐานติงลี่นั้นเขาเป็นคนฉลาดและมีความใฝ่ฝันทะเยอทะยานอันแรงกล้า พิจารณาได้จากการที่แม้เขาเป็นเพียงคนที่เติบโตมาจากย่านสลับ      แต่เขาก็กล้าคิดกล้าฝันที่จะเป็นอย่างฝงจิ้งเหยาซึ่งเป็นคนจีนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเซี่ยงไฮ้ขณะนั้น  ในขณะที่สี่เหวินเฉียงเพียงตั้งเป้าหมายไปตามรูปการของความต้องการความสำเร็จ  เมื่อสี่เหวินเฉียงสอนติงลี่อ่านเขียนหนังสือนั้นติงลี่ใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถอ่านเขียนจนทำงานด้านเอกสารให้กับฝงจิ้งเหยาและตัวเขาเองได้เป็นอย่างดี  ในเรื่องความมุทะลุบุ่มบ่ามนั้น เขาเป็นเช่นนั้นจริงๆแต่เขาก็ได้รับบทเรียนครั้งสำคัญจากการที่เขาไปฆ่าหัวหน้าแก็งค์นักเลงข้างบ้านจนตาย และทำให้เขาและสี่เหวินเฉียงแทบจะเอาชีวิตไม่รอด  นอกจากนี้เขายังได้เรียนรู้ตัวอย่างความสุขุมรอบคอบและเล่ห์เหลี่ยมเชิงชั้นจากสี่เหวินเฉียงเป็นอย่างดี ทำให้เขาสามารถพัฒนาตนเองกลายเป็นคนลุ่มลึก  แพรวพราวไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ไม่ได้ด้อยกว่าสี่เหวินเฉียงเลย

ที่ติงลี่เหนือกว่าสี่เหวินเฉียงประการหนึ่งก็คือ เขาสามารถเก็บงำประกายได้อย่างเงียบสนิท  คนใกล้ตัวเขาไม่มีใครคาดถึงเลยว่าเขาลึกซึ้งกว่าที่คนใกล้ชิด  แม่ของเขา สี่เหวินเฉียง  ซึ่งมักเป็นห่วงว่าเขาใจร้อนวู่วาม ทำอะไรบุ่มบ่ามอยู่เสมอ ชอบแต่จะใช้กำลัง  เขาหลงรักฉิงฉิงมานานแล้วแต่เขาก็อดทนเงียบไว้จนกระทั่งถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมเขาก็กล้าแสดงออกกับฝงจิ้งเหยาและฉิงฉิง และเมื่อฝงจิ้งเหยาตกต่ำถึงขนาดถูกฝรั่งเศสขับไล่ออกจากเขตเช่าฝรั่งเศส  ฝงจิ้งเหยาจึงค่อยพบว่าติงลี่ได้แอบยักยอกเงินทองและโฉนดที่ดินไปเป็นชื่อของตัวเองจำนวนมาก  และยังได้ซ่องสุมสร้างขุมกำลังของตัวเองไว้จนแข็งแกร่งชนิดที่ว่าถึงแม้ฝงจิ้งเหยาจะล้มไปแล้ว ติงลี่ก็ยังคงยืนหยัดด้วยตัวเองต่อไปได้  ขนาดที่เนี๊ยเหยินหวังซึ่งโค่นฝงจิ้งเหยาลงไปแล้วก็ยังไม่สามารถจัดการกับติงลี่ได้ง่ายๆ  กลายเป็นว่าติงลี่กลับมาจับมือกับสี่เหวินเฉียงจัดการเนี๊ยเหยินหวังไปเสียก่อน
 
วิธีการที่เขาใช้ในการไต่เต้าขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์ในชีวิตก็ทำนองเดียวกันกับที่สี่เหวินเฉียงใช้  สี่เหวินเฉียงทำงานให้เถ้าแก่หลี่ แล้วก็ใช้วิธีการที่แยบยลกำจัดเถ้าแก่หลี่ออกไป ส่วนติงลี่ทำงานให้ฝงจิ้งเหยาและเป็นลูกเขยด้วย  เมื่อฝงจิ้งเหยาหมดอำนาจวาสนาแล้วเขาขอให้ฝงจิ้งเหยาเซ็นชื่อมอบอำนาจบริหารกิจการต่างๆของฝงจิ้งเหยาทั้งหมดให้เขา  แต่ฝงจิ้งเหยาไม่ยอมเพราะไม่อยากให้ลูกสาวเป็นหม้ายจึงไม่ต้องการให้ติงลี่อยู่ในวงการอาชญากรรมของเซี่ยงไฮ้ต่อไป  นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ให้ติงลี่เปิดโอกาสให้สี่เหวินเฉียงเข้าถึงตัวฝงจิ้งเหยาได้และฆ่าฝงจิ้งเหยาได้ในที่สุด  



เนี๊ยเหยินหวัง


รูปที่ 25    เนี๊ยเหยินหวัง   ผู้ท้าชิงตำแหน่ง “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” จากฝงจิ้งเหยา ผู้เอ่ยอ้างตัวเองมีคุณธรรม ยกเอาอุดมการณ์รักชาติมาบังหน้า แท้จริงก็ไม่ต่างจากคนโฉดชั่วอื่นๆ ล้วนทำเพื่อ ลาภยศ อำนาจวาสนาของตัวเองทั้งสิ้น

คนคนนี้เลวทรามต่ำช้าไม่ได้ต่างไปจากฝงจิ้งเหยา  เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้  ต้องการเพียงเงินทองชื่อเสียงเกียรติยศโดยไม่คำนึงว่าจะได้มาด้วยวิธีใด  เข้าอ้างอุดมการณ์รักชาติบังหน้าเพื่อสร้างภาพให้กับตัวเอง  และใช้เป็นจุดทำลายฝ่ายตรงข้ามคือฝงจิ้งเหยาซึ่งมีจุดอ่อนอยู่ตรงที่มีสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่น  สี่เหวินเฉียงใช้จุดนี้เป็นประเด็นทำการปลุกระดุมสหภาพแรงงานและองค์กรนักศึกษาต่างๆในเซี่ยงไฮ้ให้ทำการประท้วงต่อต้านฝงจิ้งเหยาโดยกล่าวหาเขาว่าเป็นสุนัขรับใช้ญี่ปุ่นในการรุกรานประเทศจีนและเข่นฆ่าคนจีน  กำลังสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับฝงจิ้งเหยาก็คือพรรคจิงอู่  แต่เมื่อเนี๊ยเหยินหวังโค่นฝงจิ้งเหยาได้แล้ว เขากลับตระบัดสัตย์ที่ให้ไว้กับองค์กรเหล่านี้ทั้งหมดเขาฆ่าบรรดาผู้นำสหภาพแรงงานที่เคยสนับสนุนเขา และฆ่าล้างพรรคจิงอู่ด้วย   เป้าหมายสุดท้ายของเขาคือโค่นติงลี่ซึ่งขณะนั้นกำลังขึ้นมาแทนที่ฝงจิ้งเหยาอยู่ และหลังจากนั้นเขาก็มีแผนที่จะกำจัดสี่เหวินเฉียงให้พ้นทางไปในที่สุด



ห้า    ลัทธิล่าอาณานิคม - ผีชั่วไม่มีวันตาย!

เนื้อหาในภาพยนตร์ชุดนี้ชี้ให้เห็นถึงเล่ห์เหลี่ยมและภัยร้ายจากประเทศนักล่าอาณานิคมทั้งหลายที่มีแต่จะเข้ามากดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ แล้วยังดูถูกเหยียดหยามประชาชนในประเทศที่ด้อยกว่าอีกด้วย แม้เราอาจจะกล่าวได้ว่าในโลกปัจจุบันไม่มีการใช้กองทัพเข้ายึดครองปิดล้อมประเทศอื่นยึดเอาเป็นเมืองขึ้นตรงๆกันอีกแล้ว  แต่จากเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่สืบเนื่องจนถึงปัจจุบันหลายเหตุการณ์ชี้ให้เห็นว่าอาจยังคงมีการล่าอาณานิคมอยู่ก็ได้  เพียงแต่มาในรูปแบบใหม่ที่ลึกซึ้งอำพรางมากกว่า แต่ก็โหดเหี้ยมอำมหิตไม่น้อยกว่าการล่าอาณานิคมในอดีต  ยกตัวอย่างเช่นกรณีของ “ซัดดัม  ฮุสเซน”  ที่เรามักได้ยินได้ฟังจากสื่อต่างๆที่ถูกครอบงำโดยชาติตะวันตกฝ่ายเดียวว่า ซัดดัมยกกองทัพเข้ายึดครองคูเวตเยี่ยงโจร  และพากันประณามซัดดัม ว่าเป็นบุคคลเลวร้าย     เป็นเผด็จการโหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์มนา ฯลฯ  พวกเราเกือบไม่เคยได้ฟังเหตุผลของซัดดัมเลยว่าทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น   ซัดดัมแก้ตัวว่า (อาจเป็นเพียงข้ออ้างของซัดดัมก็ได้ แต่จริงๆซัดดัมคิดยังไง คงไม่มีใครรู้ได้นอกจากตัวเขาเอง)  น้ำมันในผืนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น พระเจ้ามอบให้กับชาวอาหรับทุกคน  แต่พวกชาติตะวันตกนักล่าอาณานิคม ใช้กลอุบายอำมหิตในการปล้นเอาน้ำมันไปด้วยการแบ่งผืนดินเล็กๆที่มีบ่อน้ำมันออกเป็นหลายๆผืน แล้วก็แต่งตั้งให้คนอาหรับไม่กี่ตระกูลเป็นผู้ปกครองแผ่นดินเล็กๆเหล่านั้นในฐานะประเทศเอกราชต่างๆ  ผู้ปกครองเหล่านี้ฐานะที่แท้จริงก็คือหุ่นเชิดของบรรดาประเทศนักล่าอาณานิคมตะวันตกนั่นเอง เพื่อให้พวกเขาได้สัมปทานการขุดเจาะน้ำมันต่อไปอย่างสะดวกโยธิน ในขณะที่ชาวอาหรับส่วนใหญ่กลับต้องใช้ชีวิตอย่างอดอยากยากแค้นในผืนทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลต่อไป  ซัดดัมจึงอ้างว่าเขาต้องการนำน้ำมันกลับมาเป็นของชาวอาหรับทุกคนตามประสงค์ของพระเป็นเจ้า   ถ้าฟังโดยไม่ลำเอียงแล้วข้ออ้างของซัดดัมก็มีเหตุผลพอฟังได้เหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะคิดเช่นนั้นจริงหรือเป็นเพียงการสร้างภาพของเผด็จการทรราชคนหนึ่งก็ตาม?

เหตุการณ์สืบเนื่องต่อมาที่บรรดาชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐอเมริกา  อังกฤษ และฝรั่งเศส ฯลฯ อ้างว่าอิรัคครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งเป็นอันตรายยิ่งต่อสันติภาพของโลก  พยายามอ้างหลักฐานต่างๆนานา แม้สหประชาชาติไม่ให้ความเห็นชอบด้วย  พวกเขาก็ทำกันเองโดยส่งกองทัพที่เหนือกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้ไปรุมกินโต๊ะอิรัคประเทศเดียวเหมือนกับที่เคยทำในกรณีสงครามฝิ่นกับจีนยังไงยังงั้น   จากนั้นก็ยึดประเทศอิรัคไว้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ก็ไม่สามารถหาอาวุธนิวเคลียร์มหาภัยใดๆได้เลยจนกระทั่งบัดนี้  ส่วนที่ว่าซัดดัม ฮุสเซนเป็นจอมเผด็จการโหดเหี้ยมอำมหิต ต้องกำจัดทิ้งเสียเพื่อความผาสุกของคนอิรัคนั้น  ปรากฏว่าจนถึงบัดนี้ก็ยังมีสงครามกองโจร มีการก่อร้ายกลางเมืองอิรัคแทบจะทุกวัน   คนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนอิรัคทั้งสิ้น ซึ่งถ้าซัดดัม ฮุสเซนยังปกครองอยู่แม้จะด้วยระบบเผด็จการที่เลวร้ายเพียงใดก็จะไม่เกิดเรื่องเลวร้ายถึงขนาดนี้ และจะไม่มีคนอิรัคต้องต้องถูกฆ่าตายมากขนาดนี้  บ่อน้ำมันต่างๆในอิรัคขณะนี้ก็ตกเป็นสัมปทานของพวกชาติตะวันตกหมดแล้ว    ขณะนี้พวกชาติตะวันตกพยายามถอนทหารของตนเองออกไปแล้วมอบภาระให้รัฐบาลอิรัคต่อสู้ต่อไปด้วยทหารของตนเองโดยการสนับสนุนจากชาติตะวันตก  ซึ่งก็คือการให้คนอิรัคด้วยกันฆ่ากันเองต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะจบสิ้นลงเมื่อใด  จะต้องมีคนอิรัคบาดเจ็บล้มตายสังเวยเกมอำมหิตนี้อีกเท่าใด โดยในระหว่างนั้นพวกชาติตะวันตกก็จะยังคงสูบน้ำมันจากบ่อน้ำมันในอิรัคต่อไปจนกว่าบ่อน้ำมันเหล่านี้จะเหือดแห้ง  เป็นเวรเป็นกรรมของคนอิรัคจริงๆ!


รูปที่ 26  กรณีเขาพระวิหารก็เช่นเดียวกัน  เราอาจกำลังถูกบรรดานักล่าอาณานิคมโฉมใหม่รวมหัวกันปล้นไปจากเราอีกครั้งเหมือนที่เคยทำกับเรา และชาติอื่นๆที่ด้อยกว่ามาแล้วจำนวนมากในอดีต

กรณีพิพาทเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา ประเทศไทยเราก็อาจกำลังตกเป็นเหยื่อของนักล่าอาณานิคมเช่นเดียวกัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อดีตนั้นโดยหลักความเป็นจริงทางธรรมชาติแล้วต้องถือหลักสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ซึ่งเขาพระวิหารอยู่ในเขตไทยแน่นอน  แต่ศาลโลกซึ่งมีฝรั่งเศสนักล่าอาณานิคมตัวเอ้เป็นหัวโจกอยู่เบื้องหลังอ้างสภาพการปิดปากให้ไทยโต้แย้งไม่ได้  โดยถือว่าฝรั่งเศสเคยส่งแผนที่ที่ฝรั่งเศสเขียนให้เขาพระวิหารอยู่ในเขตยึดครองกัมพูชาของฝรั่งเศสส่งให้ไทยพิจารณาแล้วแต่ไทยไม่ท้วงติงเอง  ซึ่งเป็นการพิจารณาแบบโจร (หมาป่ากับลูกแกะ) เพราะในยุคนั้นใครๆก็รู้ว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศมหาอำนาจนักล่าอาณานิคมตัวหัวโจกตัวหนึ่ง  ขนาดไทยอยู่เฉยๆฝรั่งเศสยังหาเรื่องยึดเอาดินแดนของไทยไปตั้งมากมาย  แล้วตอนนั้นไทยจะกล้าไปหือโต้แย้งกับฝรั่งเศสให้เจ็บตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร  มาถึงปัจจุบันไทยเราถูกเขมรซึ่งเล็กกว่ากันแบบเทียบไม่ได้  คนเขมรทั้งประเทศมีประมาณ 5 ล้านคนไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานครที่มีมากกว่า 10 ล้านคน ข่มเหงรังแกเตะต่อยอยู่แทบทุกวัน  ถึงขนาดจับคนไทยในเขตทับซ้อนไปต่อหน้าต่อตาโดยที่รัฐบาลไทยก็ทำอะไรไม่ได้  ที่เขมรกล้ารังแกไทยดูหมิ่นไทยขนาดนี้ได้นั้นว่ากันว่าอาจเป็นเพราะมีชาติมหาอำนาจหนุนหลังอยู่หลายประเทศ เพราะจะได้ประโยชน์ทางธุรกิจและทรัพยากรธรรมชาติในทะเลมากมาย (แก็สธรรมชาติ น้ำมัน ฯลฯ) หากเขาพระวิหารและพื้นที่โดยรอบตกเป็นของเขมร เราอาจกำลังจะเสียดินแดนเพิ่มขึ้นอีกโดยทำอะไรไม่ได้เลย ก็เพราะภัยร้ายจากประเทศนักล่าอาณานิคมเหล่านี้อีกครั้งในอนาคตใกล้ๆนี้!

ล่าสุดก็คือเหตุการณ์การลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยในกลุ่มชาติอาหรับ  แม้ว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่จะปกครองแบบเผด็จการคณาธิปไตย และผู้ปกครองบางคนบางกลุ่มก็เลวร้ายจริง  และการเรียกร้องของประชาชนก็เป็นการเรียกร้องด้วยความบริสุทธิ์ใจ  แต่ก็อาจเข้าทางพวกนักล่าอาณานิคมยุคใหม่พอดี  ดังนั้นการแทรกแซงของกลุ่มชาติตะวันตกโดยผ่านมติขององค์การสหประชาชาติต่อลิเบีย ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งก็อาจไม่แตกต่างจากการรุกรานยึดครองอิรัคก่อนหน้านี้  เพียงแต่ว่าครั้งนี้มีเหตุผลดีกว่าและได้รับฉันทานุมัติจากสหประชาชาติเท่านั้น  ที่น่าสังเกตคือประเทศที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการโจมตีก็ยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส อีกเหมือนในกรณีรุกรานอิรัค และก็ไม่ได้ต่างจากกรณีการรุกรานจีนในกรณีสงครามฝิ่นเมื่อปี 1896 ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นหัวหอก ตามด้วยอังกฤษและฝรั่งเศส เช่นเดียวกัน!

การร่วมกลุ่มของชาติตะวันตกเป็นสหภาพยุโรปอาจเป็นการรวมกันรุมกินโต๊ะชาติที่ด้อยกว่าทางเศรษฐกิจก็ได้ เป็นการเข้ายึดครองประเทศที่ด้อยกว่าทางด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นการยึดครองทางอ้อม  เพราะโดยธรรมชาติของประเทศด้อยพัฒนานั้นก็มักมีระบอบการปกครองที่อ่อนแอ มีนักการเมืองและผู้ปกครองชั่วๆอยู่แล้ว การรวมกลุ่มของประเทศยากจนด้อยพัฒนาก็ทำได้ยากกว่าและถึงรวมกันได้ก็มักมีประสิทธิภาพต่ำ  ผลที่สุดก็เลยทำให้ประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายล้วนอาจต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนเป็นเมืองขึ้นทางอ้อมไปตลอดกาลก็ได้! ตัวอย่างเช่น กรณีการกำหนดมาตรฐานนำเข้าสินค้าเกษตรต่าง เช่นกรณีกุ้งกุลาดำ  กรณีไข้หวัดนกที่นำมาอ้างเพื่อยกเลิกโควต้าการนำเข้าไก่สดของไทย แต่แท้ที่จริงเป็นการช่วยผู้เลี้ยงไก่ในกลุ่มของตัวเอง   การบังคับใช้ข้อตกลงทางการค้าเสรี ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเอาเปรียบประเทศที่ด้อยกว่าก็ได้ เพราะถ้าจะให้สิทธิการลงทุนค้าขายเท่าเทียมกันได้ประเทศคู่กรณีต้องมีความเท่าเทียมกันในเรื่องของความสามารถและเทคโนโลยี่  จะให้ประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าล้าหลังกว่ากันมากมายมาติดต่อค้าขายกับชาติมหาอำนาจตะวันตกโดยกฎระเบียบเสมอภาคกัน  แล้วคนที่ด้อยกว่ามากๆจะไปแข่งขันด้วยได้อย่างไร แม้กระทั่งเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ก็ทำนองเดียวกัน ในเมื่อกำลังซื้อของคนในประเทศด้อยพัฒนาต่ำกว่ากำลังซื้อของคนในประเทศพัฒนาแล้วอย่างเทียบกันไม่ได้  การบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวดในประเทศด้อยพัฒนาพร้อมกับการขายซ็อฟท์แวร์ในราคาแพงมากๆเกินกำลังซื้อ นอกจากจะเป็นการขูดเลือดขูดเนื้อเอากำไรมหาศาลจากคนจนๆในประเทศด้อยพัฒนาแล้ว ยังเป็นการจำกัดขอบเขตในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของคนในประเทศที่ด้อยกว่าอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันวิชาความรู้และการพัฒนาตนเองสมัยใหม่อยู่ในรูปแบบของซ็อฟท์แวร์คอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ผลคือคนส่วนใหญ่ในประเทศด้อยพัฒนาจะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรสำคัญที่เป็นความรู้และการพัฒนาตนเองได้เท่าเทียมกับคนในประเทศพัฒนาแล้ว



หก    วาทะคำคมในภาพยนตร์

หลูเชาผิง บอก กับสี่เหวินเฉียง   เมื่อเพื่อนเก่าทั้งสองคนพบกันครั้งแรก   “ถูกต้องการที่ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้เป็นความอัปยศของสังคมศิวิไลส์ แต่การที่เซี่ยงไฮ้มีฝงจิ้งเหยาเป็นความอัปยศของสังคมจีน”

สี่เหวินเฉียงพูดกับติงลี่ เมื่อตอนที่ไปช่วยเขาจากการถูกอาปิ่งตามฆ่าปิดปาก และชวนติงลี่มาทำงานกับเขาว่า “ถ้าจะไม่ให้ศัตรูฆ่าเรา เราต้องฆ่ามันก่อน”

สี่เหวินเฉียง บอกกับเฉินฮั่นหลิน ซึ่งขณะนั้นเพิ่งเริ่มเข้าทำงานเป็นตำรวจสันติบาลใหม่ๆ  เขานำกำลังบุกไปจับบ่อนการพนัน แล้วก็ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบพวกเดียวกันลอบยิง       แต่สี่เหวินเฉียงช่วยไว้ และแนะนำเขาว่า “ถ้าจะรักษาชีวิตไว้ต้องปรับตัวให้เข้ากับพวกเขาไห้ได้ เขาเก็บค่าคุ้มครองสามส่วน คุณต้องเก็บห้าส่วน   พวกเขาใช้กำลัง คุณเอาให้หนักกว่า ถ้าคุณอยากเป็นใหญ่เป็นโตในเซี่ยงไฮ้ อยู่ในสังคมเถื่อนอย่างเซี่ยงไฮ้ คุณยิ่งชั่วช้าก็จะยิ่งไปได้ไกล เมื่อมีอำนาจแล้วคุณทำสิ่งที่ต้องการได้ แต่อย่าคิดว่าคุณจะหยุดยั้งอำนาจเถือนพวกนี้ได้ นี่คืองานไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”

สี่เหวินเฉียงกล่าวกับฉิงฉิงตอนที่เขาต้องการบอกยกเลิกความสัมพันธ์กับฉิงฉิง “อยู่ในเซี่ยงไฮ้คนดีๆอยู่ได้ยาก   ดังนั้นต้องชั่วช้าถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ ผมอยู่เซี่ยงไฮ้มาสองปี คุณคงจะรู้ว่าผมเป็นคนยังไง”

ตอนที่สี่เหวินเฉียงตามฉิงฉิงออกไปในคืนวันที่ฉิงฉิงมาหาเขาก่อนจะเดินทางไปฝรั่งเศส  ระหว่างเดินออกจากภัตตาคาร มีผู้ชายสองคนเข้ามาต่อสู้กันใกล้ตัวฉิงฉิงมาก  และคนหนึ่งถูกแทงตายต่อหน้าฉิงฉิง  เธอตกใจมาก เมื่อสี่เหวินเฉียงตามไปทันและพาเธออกมา เธอถามว่าทำไมสี่เหวินเฉียงไม่รู้สึกอะไรหรือ มีคนถูกฆ่าตายนะ สี่เหวินเฉียงบอกเธอว่า “ทุกวันในเซี่ยงไฮ้มีคนตายเป็นว่าเล่น พวกเขาเป็นเพียงหนึ่งในนั้น ไม่ช้าผมก็จะเป็นศพข้างถนนเหมือนพวกเขา ในเซี่ยงไฮ้ เราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา ผมคงหนีไม่พ้นชะตานี้ อยู่ที่ช้าหรือเร็ว   ใครที่แต่งงานกับผมต้องเป็นหม้ายไปชั่วชีวิต ผมไม่อยากทำร้ายใคร”

ซากายูริปรารภกับคนในแก็งค์มังกรฟ้าของเธอถึงพรรคจิงอู่ว่า “คนพวกนี้ใช้เงินซื้อตัวไม่ได้   ใช้กำลังเล่นงานก็ไม่ได้ ช่างยุ่งยากจริงๆ”

สี่เหวินเฉียงกล่าวกับคุณนายทามาดากะในระหว่างกินข้าวเย็นด้วยกันหลังจากที่เขาทราบแล้วว่าเธอเป็นซากายูระ  สี่เหวินเฉียงบอกเธอว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคจิงอู่ในการทำร้ายเธอ และขอให้เธอเลิกทำร้ายคนของพรรคจิงอู่   ซึ่งซากายูริปฏิเสธและแนะนำให้สี่เหวินเฉียงรู้จักว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรและควรทำเช่นไร     สี่เหวินเฉียงจึงบอกเธอว่า “แม้ผมจะไม่ใช่คนดี แต่ผมก็มีสิทธิเลือกที่จะเป็นคนจีน”

ซากายูริตอบว่า  “ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณไม่เหมือนฝงจิ้งเหย่า”   จากนั้นเธอก็ตัดบทและชวนสี่เหวินเฉียงไปพบกับแขกที่นัดไว้ข้างนอก   ประโยคนี้พูดสั้นๆแต่แสดงให้เห็นว่าซากายูริมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าสี่เหวินเฉียงเป็นคุณมีคุณธรรม และมีอุดมการณ์รักชาติบ้านเมืองของตนเอง ดังนั้นเธอจึงไม่เกลียดเขาและนึกพอใจเขาอยู่ลึกๆอีกด้วย แม้ว่าโดยหน้าที่แล้วเธอกับเขาต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็ตาม   ความจริงตั้งแต่ตอนที่เขาช่วยคนจีนผู้รักชาติไม่ให้ถูกคนของเธอฆ่านั้น เธอควรจะยื่นคำขาดให้ฝงจิ้งเหยาจัดการกับเขาแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ทำและยังคงปล่อยให้สี่เหวินเฉียงมีโอกาสร่วมงานกับเธอต่อไปอีก 

ในระหว่างการปะทะกันหลังจากที่พรรคจิงอู่นำคนไปล้อมซากายูริและพวกที่ท่าเรือนั้น  สี่เหวินเฉียงปะทะกับซากายูริในความมืด  โดยต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  สี่เหวินเฉียงยิงปืนใส่ซากายูริเมื่อเธอล้มลง เขาวิ่งไปและพบว่าเป็นคุณนายทากามาดะ  ซากายูริบอกเขาโดยไม่ได้แสดงความโกรธแค้นเลยว่า “นึกอยู่แล้ว ว่าต้องเป็นคุณ” แล้วก็สิ้นใจลงในวงแขนของสี่เหวินเฉียง”  

ส่วนสี่เหวินเฉียงเองก็เสียใจมากและรำพันกับตนเองว่า “นึกแล้วต้องเป็นคุณ ในที่สุดผมก็ฆ่าคุณ” และบอกกับหลิวหมิงหัวหน้าพรรคจิงอู่ว่า “ผมฆ่าเธอเพราะป้องกันตัว ไม่ใช่เพื่อจิงอู่”



เจ็ด      บทสรุป  - สี่เหวินเฉียง และวีรบุรุษนิรนามทั้งหลายไม่ได้ตายไปโดยสูญเปล่า



รูปที่ 27  เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1949   ธงชาติจีนปลิวไสวเหนือมหานครเซี่ยงไฮ้  เมื่อกองทัพประชาชนจีนปลดปล่อยเซี่ยงไฮ้ได้สำเร็จ  ขับไล่นักล่าอาณานิคมต่างชาติทั้งหมดออกไปจากเซี่ยงไฮ้


พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง 
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย   มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส : กฤษณาสอนน้องคำฉันท์

ในหัวข้อนี้คงต้องกล่าวถึงวีรบุรุษคนหนึ่งของจีนในประวัติศาสตร์ ซึ่งถ้าไม่มีคนคนนี้แล้ว เมาเซตุงอาจไม่มีวันได้ชัยชนะในสงครามปฏิวัติประชาชนเลย และถ้าไม่มีคนๆนี้ป่านนี้นายเติ้งเสี่ยวผิงที่เป็นผู้นำคนสำคัญยิ่งที่ช่วยสร้างจีนยุคใหม่ให้เจริญรุ่งเรืองอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ก็จะไม่มีโอกาสได้ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองได้เช่นกัน และจีนอาจต้องล่มสลายไปแล้วเหมือนกับสหภาพโซเวียต เพราะในปลายยุคของเมาเซตุงนั้นพวกซ้ายตกขอบที่เรียกกันว่าแก็งค์สี่คน ก่อสงครามปฏิวัติวัฒนธรรมขึ้นโดยเมาเซตุงให้ความเห็นชอบ นายเติ้งเสี่ยวผิงถูกจับขังคุกหลายครั้งและเกือบถูกยิงทิ้งไปแล้ว ที่รอดมาได้ก็เพราะคนๆนี้ซึ่งเป็นคนเดียวที่เมาเซตุงฟัง เขาคือจอมพลจูเต้
ทำไมเมาเซตุงจึงต้องฟังจอมพลจูเต้ ลองมาฟังเรื่องราวการพบกันครั้งแรกของทั้งสองคนนี้ดู ในขณะนั้นอย่างที่ทราบประเทศจีนกำลังถูกยึดครองแบ่งแยกออกเป็นเขตเช่าเขตยึดครองของบรรดาประเทศนักล่าอาณานิคมทั้งหลายรวมทั้งญี่ปุ่นด้วย ประเทศไร้เอกภาพแบ่งแยกออกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อย บรรดาเหล่านายทุนขุนศึกพากันตั้งตัวเองเป็นใหญ่ตามหัวเมืองน้อยใหญ่ต่างๆทั่วประเทศโดยไม่สนใจคำสั่งจากรัฐบาลกลาง นายพลจูเต้ก็เป็นขุนศึกคนหนึ่งที่มีกำลังทหารอยู่ในมือและตั้งตัวเองเป็นผู้ปกครองหัวเมืองแห่งหนึ่งอยู่ ขณะนั้นเมาเซตุงยังเป็นคนหนุ่มที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักชาติและอุดมการณ์ที่จะกอบกู้ชาติบ้านเมือง แต่เขาไม่มีกำลังที่จะทำการใดได้ เมาเซตุงบุกเข้าไปหานายพลจูเต้ถึงในห้องนอน ซึ่งขณะนั้นนายพลจูเต้กำลังดูดยาฝิ่นและกอดผู้หญิงสองคนอยู่ เมาเซตุงชี้หน้าจูเต้บอกว่า "น่าเสียดายที่ท่านเป็นคนจีน เป็นชายชาติทหาร มีกองทัพอยู่ในมือ แต่กลับมานอนหลบหาความสุขอย่างเห็นแก่ตัว ในขณะที่ชาติบ้านเมืองกำลังล่มสลาย ถูกต่างชาติยึดครอง ปล้นสะดม กดขี่ข่มเหง จนคนจีนกำลังจะตายกันหมดทั้งแผ่นดินแล้ว ท่านครับ ได้โปรดมาร่วมมือกับผม มาร่วมกันกอบกู้ชาติบ้านเมืองของเรา ขับไล่ต่างชาติให้พ้นไปจากแผ่นดินจีนเถอะครับ" นายพลจูเต้ใช้เวลาคิดชั่วขณะหนึ่งว่าจะยิงมันทิ้งดีหรือจะทำยังไง แล้ว เขาก็ลุกขึ้นเดินไปจับแขนเมาเซตุงแล้วบอกว่า "น้องพี่ นับแต่นี้ไปเราจะร่วมต่อสู้กอบกู้ชาติบ้านเมืองของเราด้วยกัน จนกว่าชีวิตจะหาไม่”นับจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต จอมพลจูเต้ไม่เคยแตะยาฝิ่นอีกเลย

จิตวิญญาณของเมาเซตุง       จิตวิญญาณของนายพลจูเต้ ก็คือจิตวิญญาณเดียวกันกับสี่เหวินเฉียงในภาพยนตร์เรื่องนี้ และก็คือจิตวิญญาณเดียวกันกับวีรบุรุษนิรนามของจีนอีกนับล้านล้านชีวิตที่ได้หลั่งเลือดพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดของพวกเขาให้รอดพ้นจากวิกฤติกาลยุคล่าอาณานิคมและการรุกรานของญี่ปุ่นในสงครามมหาเอเชียบูรพามาได้ ลำพังเมาเซตุงกับจอมพลจูเต้ย่อมไม่สามารถกอบกู้ชาติบ้านเมืองที่กำลังอยู่ในภาวะล่มสลายภายใต้การยึดครองกดขี่ข่มเหงของบรรดานักล่าอาณานิคมทั้งหลายได้เลย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคนจีนที่มีอุดมการณ์รักชาตินับจำนวนไม่ถ้วนที่ได้พลีชีวิตเลือดเนื้อและหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเพื่อชาติบ้านเมืองที่พวกเขารัก สี่เหวินเฉียงพระเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้แม้จะเป็นบุคคลสมมติที่แต่งขึ้นในบทนิยายอิงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่เขาก็เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของวีรบุรุษนิรนามผู้ยิ่งใหญ่และเสียสละเหล่านี้นับล้านล้านชีวิต   ชีวิตเลือดเนื้อและความเสียสละของพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้สูญเปล่า   แม้ศพหนึ่งชีวิตหนึ่งแลกกับลูกกระสุนเพียงนัดเดียวของญี่ปุ่น หรือหลายศพภายใต้คมดาบซามูไรเพียงเล่มเดียวของญี่ปุ่น  แต่เมื่อรวมความกล้าหาญเสียสละเหล่านี้นับล้านล้านชีวิตเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาวิกฤติของชาติ  ในที่สุดกองทัพประชาชนจีนก็สามารถปลดปล่อยเซี่ยงไฮ้ได้สำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม 1949  ธงชาติจีนปลิวไสวเหนือมหานครเซี่ยงไฮ้อีกครั้งหนึ่ง  ประเทศนักล่าอาณานิคมชาติสุดท้ายที่ยังดื้อด้านไม่ยอมออกจากเซี่ยงไฮ้ก็จำต้องยอมลดธงชาติสัญลักษณ์แห่งผู้ยึดครองของตนลงและถอนตัวออกไป


รูปที่ 28 กรกฎาคม  ค.ศ. 1997  อังกฤษจำใจต้องยอมคืนเกาะฮ่องกงให้จีน


รูปที่ 29  ธันวาคม 1999   โปรตุเกสจำใจต้องยอมคืนเกาะมาเก๊าให้จีน

ความกล้าหาญและความเสียสละของวีรบุรุษนิรนามเหล่านี้ได้ส่งผลเป็นแรงกระตุ้นอย่างต่อเนื่องให้ลูกหลานของพวกเขายืนหยัดต่อสู้อย่างเข้มแข้งต่อไป  จนกระทั่งอังกฤษนักล่าอาณานิคมตัวเอ้ของโลกจำต้องยอมถอนตัวออกจากเกาะฮ่องกงเมื่อ เดือนกรกฎาคม 1997  และกองทัพประชาชนจีนได้เข้าทำหน้าที่รักษาปกป้องอธิปไตยให้กับแผ่นดินแม่ของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง  จนกระทั่งในที่สุดนักล่าอาณานิคมรายสุดท้าย โปรตุเกสต้องยอมถอนตัวออกจากเกาะมาเก๊าซึ่งเป็นเขตยึดครองเขตสุดท้ายของนักล่าอาณานิคมต่างชาติบนแผ่นดินจีนเมื่อเดือนธันวาคม 1999

โศกนาฏกรรมเศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับสี่เหวินเฉียงและฉิงฉิง คนรักของเขาในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเพียงตัวอย่างของเศษเสี้ยวน้อยนิดของความเศร้าสลดและความเสียสละที่ได้เกิดขึ้นกับวีรบุรุษนิรนามของจีนนับล้านๆคนเท่านั้น  และไม่ว่าพวกเขาจะได้เสียสละไปเพียงใดก็ตาม ผลที่ได้มาคืออิสรภาพของชาติบ้านเมืองและพี่น้องร่วมชาติทุกคนสืบต่อเนื่องไปจนถึงอนุชนรุ่นลูกรื้อเหลนหลานต่อไปนั้น คุ้มค่าแล้ว  พวกเขานอนตายตาหลับได้แล้ว


หมายเหตุ:

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : The Bund

ชื่อภาษาไทย :  เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

ผู้กำกำกับ :     Chiu Chun-keung
        Fok Yiu-leung
        Tam Jui-ming
        Lee Yiu-ming
           Lau Si-yu

ผู้สร้าง         TVB

ผู้แสดง :     Chow Yun-fat
        Ray Lui
        Angie Chiu
        Lau Dan
        Lam Kin-ming
        Kent Tong
        King Doi-yum




รูปที่ 30  สภาพพื้นที่บริเวณ Shianghai Bund ในปัจจุบัน

The  Bund     ที่เป็นชื่อเรื่องของภาพยนตร์ชุดนี้ในภาษาอังกฤษนั้นหมายถึงบริเวณพื้นที่ตลอดแนวคันดินถมขนานยาวไปกับแม่น้ำฮวงโป คำว่า bund หมายถึง คันดินถม รากศัพท์มาจากภาษาฮินดีว่า Urdu ซึ่งมีที่มาจากภาษาเปอร์เซียอีกทอดหนึ่ง ส่วนในภาษาอังกฤษนั้นจะหมายถึงคันดินถมตามแนวชายฝั่งทะเล มีหลายสถานที่ในอินเดีย จีน และญี่ปุ่น ที่ถูกเรียกว่า Bund ส่วนคำว่า BUND ที่สะกดด้วยอักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายเฉพาะว่าหมายถึง แนวคันดินถมตลอดแนวแม่น้ำฮวงโปในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนเท่านั้น หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Shianghai Bund


รูปที่ 31   ทัศนียภาพบริเวณพื้นที่ Shianghai Bund ในเวลากลางคืน

ตลอดความยาวของ Shianghai Bund ประมาณ 1 ไมล์ มีอาคารสำคัญๆในประวัติตั้งอยู่จำนวนมากตลอดชายฝั่งแม่น้ำฮวงโป อาคารเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นธนาคารและสำนักงานการค้าของ อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อิตาลี รัสเซีย เยอมันนี  ญี่ปุ่น  เนเธ่อร์แลนด์ และเบลเยี่ยม นอกจากนี้ก็ยังมีสำนักงานสถานทูตรัสเซียและอังกฤษ  สำนักงานหนังสือพิมพ์  เซี่ยงไฮ้คลับ และมาโซนิคคลับ  Shianghai Bund ภายหลังจากที่กองทัพประชาชนจีนสามารถปลดปล่อยเซี่ยงไอ้ได้สำเร็จ กิจการต่างๆของต่างชาติจึงถูกยกเลิกไป รวมทั้งสิ่งก่อสร้างและสัญลักษณ์ต่างของพวกนักล่าอาณานิคมตลอดแนว Shianghai Bund ก็ได้ถูกรื้อถอนทำลายออกไปทั้งหมด 

ต่อมาเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณปี 1970 ตามนโยบายปรับปรุงและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีน  อาคารสำนักงานต่างๆได้ถูกปรับปรุงนำกลับมาใช้ในทางธุรกิจอีกครั้งหนึ่ง  ตัว Shianghai Bund นั้นตั้งอยู่ทางด้านเหนือของกำแพงเมืองเก่าของเซี่ยงไฮ้ หลังจากทศวรรษที่ 19 และตอนต้นศัตวรรษที่ 20 บริเวณพื้นที่นี้ได้กลับกลายมาเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียตะวันออก

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

Bookmark and Share

ขณะนี้ยังหาคลิปตัวอย่างภาพยนตร์จาก Youtube ไม่ได้ ในที่นี้ขอนำเสนอคลิปเมืองเซี่ยงไฮ้ในปัจจุบัน และเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ขับร้องโดย ฟรานซิส ยิป มาให้ชมแทนครับ


ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ

1911 ใหญ่ผ่าใหญ่ การปฏิวัติซินไฮ่อันนำมาซึ่งการสิ้นสุดของระบอบศักดินา 3,000 ปีของจีน วันที่ 19/05/2013   18:35:25
สะดุดเลิฟ ที่เมืองรัก (Letters to Juliet) วันที่ 19/05/2013   18:36:43
5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น เมื่อการปฏิวัติ คือ การหลั่งเลือด วันที่ 19/05/2013   18:39:13
Kingdom of Heaven มหาศึกกู้แผ่นดิน วันที่ 19/05/2013   18:41:31
Chariots of Fire เกียรติยศแห่งชัยชนะ ชัยชนะแห่งไฟในหัวใจอันลุกโชน วันที่ 19/05/2013   18:43:04
Master and Commander วันที่ 19/05/2013   18:43:58
FIRST KNIGHT (สุภาพบุรุษยอดอัศวิน) วันที่ 19/05/2013   18:45:00
Legionnaire คนอึดเดือดไม่ใช่คน วันที่ 19/05/2013   18:46:18
ไททานิค ภาพยนตร์ที่ลงตัวทั้งประวัติศาสตร์และนิยายโรแมนติก วันที่ 19/05/2013   18:47:27
Napoleon ศึกรบ ศึกรัก และศึกการเมือง ในชีวิตนโปเลียน วันที่ 19/05/2013   18:48:31
Waterloo ความมโหฬารของสงครามปราบจักรพรรดิ์นโปเลียน วันที่ 19/05/2013   18:49:19
เอลซิด (El Cid) : ประวัติศาสตร์ หรือ ตำนาน วันที่ 19/05/2013   18:50:07
Fearless -> Truthless? วันที่ 19/05/2013   18:50:53
Veer จอมวีรอหังการ์ (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:51:25 article
The Last Samurai (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:52:09 article
Nomad: The Warrior (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   18:52:53 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (102161)
avatar
คนเล่าเรื่อง

อ่านมาซะตั้งนานกว่าจะจบ ละเอียดมาก ๆๆๆๆๆ แบบว่าเอาไปใช้อ้างอิงในการสอนวิชาการวิจารณ์ภาพยนตร์ได้เลยครับ

ประเด็นการชิงอำนาจของเมืองใหญ่ที่เป็นเขตเช้าชาวต่างชาติในจีนช่วงก่อนการผงาดขึ้นครองอำนาจของฝ่ายคอมมิวนิสต์ นับว่า ผู้เข้มแข็ง และแกร่งในปัญญาจึงจะสามารถเอาชัยและเป็นใหญ่ได้  แน่นอนครับ ติงลี่คือยอดคนตัวจริงที่สมควรได้เป็นใหญ่ตามวิถีของเจ้าพ่อและนักเลง

ประเด็นร่องรอยและระเบิดเวลาของยุคอาณานิคมที่ฝรั่งเศสทิ้งเอาไว้ให้เราและกัมพูชาแทบจะก่อสงครามกันรอมร่อในไม่ช้านี้  มันก็มีปมมาจากประเด็นทางประวัติศาสตร์ทั้งระยะไกลและระยะใกล้ดังที่เราทราบกันดีอยู่ ผมคิดว่า  ทั้งเราและกัมพูชาควรต้องพยายามสลัดร่องรอยและระเบิดเวลานี้ออกไป โดยต้องสละความเป็นอีโก้ในชาติออกไปบ้าง และต้องรับรู้ถึงความเป็นจริงของประชาชาติของโลกและอาเซี่ยนในศตวรรษที่ 21 นี้  ทางเราเองก็ต้องเลิกควาคิดแบบมายาคติเก่า ๆ ที่ฝังหัวจนเกิดอาการคลั่งชาติ (อาการนี้จะเกิดกับคนในส่วนกลางเท่านั้น แต่คนชายแดนเขาไม่เป็นอย่างนั้น) ส่วนทางเขา โดยเฉพาะผู้นำก็ต้องทำความเข้าใจถึงขีดจำกัดของความอดทน  ด้านบวกของความสัมพันธ์กับเราในช่วงเริ่มสร้างชาติใหม่จนถึงปัจจุบัน และต้องคิดอย่างหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ สังคม ที่จะมีมา แล้วที่สำคัญ คือ ความคลอนแคลนจนถึงการทรุดยวบของอำนาจที่ปกครองกันอยู่ ไตร่ตรองให้รอบคอบด้วยปัญญาวิมุติว่าคุ้มกันไหมครับ

ความเป็นจริงของจิตวิญญาณของฝ่ายคอมมิวนิสต์ คือ การปลดปล่อยชาติจีนให้พ้นจากการข่มเหงจากพวกตาน้ำข้าว พวกมนุษย์ตัวเล็ก แล้วก็จอมพลขาสั้นเพื่อหวังสังคมอุดมคติของจริง  แต่กว่าจะได้มาซึ่งผลสำเร็จ ก็ต้องแลกด้วยชีวิตกับเลือดเนื้อของวีรบุรุษนับจำนวนไม่ถ้วน  และเมื่อสร้างชาติใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรกว่าที่จะพบหนทางที่ถูกต้องและเหมาะสมกับโลกที่เป็นจริง  แน่นอนครับ อะไรก็ไม่เที่ยง  ท่านเหมาเจอตงต้องเสียคนตอนแก่เพราะคนข้างกายและคนรอบข้างจนต้องเสียชื่อเสียงไปไม่น้อยครับ

เทียบกับเวอร์ชั่น 2553 แล้ว คนที่แสดงเป็นสี่เหวินเฉียงก็นับว่ามีบุคลิกที่ดูดีไม่แพ้โจวเหวินฟะ  แต่คนที่แสดงเป็นติงลี่นี่สิ ตั้งแต่ต้นจนจบดูยังไงก็มาดก็สู้หลี่เหลียงเหว่ยไม่ได้เลยครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-14 16:51:55



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker