dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletHistory on Film
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2
bulletIELTS British Council
bulletIELTS IDP
bulletMUIC




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ


ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๒

ก่อนอื่นต้องขออภัยในคำผิดที่มีอยู่ค่อนข้างเยอะนะคะ. จะกลับมาแก้ให้ทีหลัง...เพราะพิมพ์จากไอแผด (ป้ายแดงแจ๋เลย) ยังใหม่และสับสนในเรื่องคีย์บอร์ด  คงต้องใช้เวลาฝึกปรืออีกสักระยะหนึ่ง หวังว่าคงไม่นาน..

V
V
V

ในการเป็นทหารตัวเล็กๆอย่างเขา  จอร์จิได้มองเห็นความบกพร่องในกองทัพของระบบซาร์อย่างชัดเจน..ว่า...มันช่างยุ่งเหยิงในการจัดระเบียบยศอย่างที่สุด เพราะ สภาพของบ้านเมืองที่เข้าสู่ภาวะสงครามทั้งที่ไม่มีการเตรียมการให้พร้อมล่วงหน้ามาก่อนนั้น (1916 - 1917) ทำให้มีการเกณฑ์กำลังมาจากชนทุกเหล่าชั้น หน่วยสัญญาบัตรที่ส่วนใหญ่คัดเลือกมาจากพวกมีการศึกษา ทำงานในระดับออฟฟิส หรือพวกที่ทำงานระดับคนคุมในโรงงาน หรือ ชาวบ้านที่ได้ร่ำได้เรียนมาพอประมาณ
ที่เอามาทำการฝึกให้เป็นทหารแบบพื้นฐานโดยพวกกลุ่มนายทหารรุ่นเก่า..ที่ไม่เคยสนใจเลยว่า
ใครจะรับได้อะไรไปได้แค่ไหน..หลายคนยังอ่อนด้อยในเรื่องประสบการณ์ชีวิต นับประสาอะไรจะมาเข้าใจในเรื่องกลยุทธ หรือ การต่อสู้
พวกนายพล นายพัน ส่วนใหญ่เหล่านั้น (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) ดูเหมือนจะชอบทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนายกับพวกทหารใหม่...มากกว่าที่จะคิดที่จะสละเวลาสั่งสอนให้ทุกคนได้หล่อหลอมวิญญาณและร่างกายให้เป็นรั้วของชาติอย่างแท้จริง
ส่วนที่เป็นกำลังที่แข็งขันอย่างแท้จริงนั้น คือ...พวกไอ้เณรจากท้องไร่ ท้องนาที่อยู่รายล้อมรอบตัวเขา และ จากครูฝึกชั้นประทวนสุดโหด ดังที่เห็นนี่แหละ เพราะชนส่วนนี้คือ กองกำลังส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ออกไปรบจริง..ตายจริง....ดังที่ท่านได้บันทึกไว้ว่า..
" ในชีวิตการทำสงครามของเรา..ที่สามารถชี้ให้เห็นได้เลยว่า...เมื่อไหร่ก็ตามที่กลุ่มหัวหมู่ทหารระดับล่างไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะมีหน้าที่เพียงให้รับคำสั่งจากเจ้านายที่สั่งงานกันจนเปรอะแล้วไซร้...อย่าหวังเลยว่าจะมีกองทัพที่แข็งแรงหรือมีประสิทธิภาพไปได้"

ในเดือนสิงหาคม คือช่วงเวลาที่สิบห้าคนในหน่วยของเขาจะต้องถูกส่งออกไปแนวหน้าที่ Kharkov
แน่นอนว่า...จอร์จิ ซูคอฟ ไม่มีวันได้หลุดไปจากโผอย่างแน่นอน เพราะนายสี่นิ้วครึ่งเป็นคนคัดชื่อกับมือเลยทีเดียว
ในวันที่เขารายงานตัว..เขายังจำได้ดีถึงสีหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสะใจของนายนี่ได้อย่างไม่มีวันลืม
คืนก่อนออกเดินทาง..ทางหน่วยได้จัดงานเลิ้ยงส่งให้อย่างเต็มที่ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปจัดสัมภาระ
เพื่อการเดินทางโดยทางรถไฟในเช้าวันรุ่งขึ้น

ช่วงของการเดินทางนั้น ช่างนานหนักหนานัก เนื่องจาก ต้องหยุดแช่ตามสถานีต่างๆคราวละนานๆ
เพราะขบวนรถทหารที่ออกออกไปตามแนวหน้านั้นมีจำนวนมากมายมหาศาล รวมไปต้องหยุดให้ขบวนรถไฟที่ดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลผ่านไปก่อนด้วย...
ยิ่งเวลายิ่งเนิ่นนานออกไป...ข่าวเริ่มโหมเข้ามาเป็นระยะ ระยะ ถึงสภาพของการทำศึกในครั้งนี้
เราได้รู้ว่า..อาวุทธที่เรามี เราใช้นั้น มันล้าสมัยและเก่าเกินการใช้งาน....เราได้รู้ว่า..แม่ทัพนายกองของเรานั้น แตกความสามัคคีจนไม่รู้ว่าใครพวกใคร..ใครอยู่ฝ่ายไหน..เท่านั้นไม่พอ. เรายังได้รู้ว่า
เหล่าเสนาบดีเบื้องบนนั้นได้เอาใจ ฝักใฝ่กับฝ่ายเยอรมันไปกว่าครึ่ง กว่าค่อน
ทั้งมาถึงผลกระทบใกล้ตัว..นั่นคือ สวัสดิการในการรบของเรานั้น..แทบไม่มีค่าอันใดเลย
พวกเราทุกคน...รับทราบข่าวกันด้วยความขึ้งเครียด

ในที่สุด..เราก็มาถึงกองพันทหารม้า Hussars ที่ ๑๐ เพื่อการผลัดเปลี่ยนเวรให้กับหน่วย พร้อมกับ
นำม้ามาให้หน่วย Dragoons อีกร้อยตัว  ทันที่ที่ไปถึง ก็เกิดเสียงไซเรนดังขึ้น ที่ทุกคนต้องวิ่งหลบเข้าที่กันภัย  ข้าศึกได้ทำการโจมตีทางอากาศโดยการหย่อนระเบิดมาทักทายสองสามลูก(เล็กๆ)
ผลคือ. ทหารตายไปหนึ่ง ม้าบาดเจ็บไปสามสี่ตัว....
นี่คือการลิ้มรสของสงครามเป็นครั้งแรก...ของ จอร์จิ ซูคอฟ
ในที่สุด..หน่วยของเขาได้พากันเดินทัพเลียบไปตามแม่น้ำดีสเตอร์ เพื่อไปสมทบกับหน่วยลาดตระเวณที่ตั้งค่ายอยู่ทางฝั่งตะวันตก. ที่นั่น เขาได้ทราบมาว่า โรเมเนียเพิ่งจะประกาศสงครามกับเยอรมัน และจะส่งทัพมาร่วมกับรัสเซีย ทางแนวหน้าฝั่งนี้..

ในเดือนกันยายน..หน่วยของเขาได้รับมอบหมายให้ขึ้นไปลาดตระเวณบนเส้นทางตามไหล่เขา
ในแนวป่าที่ Bystrita ซึ่งที่นั่นเอง ที่เขาได้เกิดการปะทะกับข้าศึกขึ้นจริงๆ แต่เป็นการปะทะแบบไล่ยิงกันอย่างในหน่วยทหารพราน เพราะภูมิประเทศอันเป็นป่าบนภูเขานั้น วิชาทหารม้าต้องพับเก็บไปก่อน..
จากนั้นมา..เราได้รับรู้ข่าวว่า กองทัพโรเมเนีย อันเป็นความหวังว่าจะมาช่วยกันทำศึกนั้น หมดสภาพไปแล้วอย่างเรียบร้อยในการปะทะกับ ออสเตรียและเยอรมันเพียงครั้งเดียว...เพราะด้อยในเรื่องอาวุธ และ สมรรถนะในเกือบทุกด้าน..

การหน่ายในเรื่องทำศึกนั้น..ได้โหมประดังไปในทุกหย่อมหญ้า เพราะข่าวจากแนวหลังที่ส่งมาว่า
เดือดร้อน อดอยาก ไม่มีจะกิน อีกทั้งทหารก็ได้ประจักษ์กับตัวเองด้วยสายตา จากประชาชนชาวบ้าน
ในแถบที่ทำศึกอยู่ (คือ ยูเครน, มอลเดเวีย และ บุโควินา) ว่าพวกเขานั้นมีความเป็นอยู่อย่าง
ข่นแค้นแสนสาหัส ทั้งๆที่เป็นชาวไร่ชาวนาแท้ๆ
ทหารทุกคนเริ่มมีคำถามกับตัวเองว่า....สงครามครั้งนี้..เรารบไปเพื่ออะไร หรือ เพื่อใคร?

ในเดือนตุลาคม 1916 ที่ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาแห่งเคราะห์กรรมของเขาจริงๆ
ในขณะที่ออกลาดตระเวณกับหน่วยอยู่นั้น..เกิดการโดนกับดักระเบิด ที่ทำให้ทหารหลายคนบาดเจ็บ
ตัวเขาเองนั้น โดนแรงอัดขนาดกระเด็นตกจากหลังม้า..และหมดสติวูบแน่นิ่งไป
มารู้ตัวอีกที..ก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลสนาม ที่ใช้เวลากว่าหนึ่งวันกว่าจะเดินทางไปถึง
หลังจากที่พักรักษาตัวได้ชั่วระยะหนึ่ง ทั้งๆที่ยังไม่หายดี แถมหูยังไม่สามารถทำการรับฟัง รับยินได้อย่างเต็มที่
(อาการหูดับนี้..ท่านจอมพลยังเป็นต่อเนื่องมา แม้ล่วงไปกว่ายี่สิบปี จนมาทำสงครามกับเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง..ก็ัยังรบกันทั้งในสภาพดับๆอื้อๆอย่างนั้น..)

ปลายปี 1916 ข่าวการสไตร์คงาน การเดินขบวนในมอสควาได้ขึ้นอย่างอย่างถี่ยิบ จนทหารอย่างพวกเขาไม่เป็นอันทำงาน. ทุกคนถอดใจในการสู้รบ..เกิดการเบื่อหน่ายไปหมด..ตั้งแต่ระดับสูงจนไปถึงระดับหางแถว มีแต่คนอยากกลับบ้าน กลับไปทำไร่ทำนา..ไปหาความสุขสงบอยู่อย่างที่เคยเป็น
มาถึงในช่วงนี้..คณะบอลเชวิคได้ทำการปราศรัย อภิปราย..ในนโยบายของการโปรประกันดา
ที่ทุกคนเห็นจริงตามนั้น..เห็นจริงด้วยว่า..การรวยกระจุก จนกระจายนั้น..มันไม่มีความเป็นธรรม
ซาร์ และเหล่าเสนาบดี ไม่ได้สร้างคุณประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติ..ซ้ำยังจะพาไปล่มจม
ล้มตายกันอย่างมากมาย..
กระแสการจงชังซาร์และพระราชวงค์ได้กระจายไปทั่วในชนชั้นล่างอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ
จอร์จิ...ตอนนี้คือ ทหารยศชั้นประทวน (ที่มีเหรียญกล้าหาญเซนต์ จอร์จติดอกมาด้วย)
ยอมรับกับตัวเองว่า..เขานั้นช่างไร้เดียงสาในเรื่องการเมือง การปกครอง นัก...ทางเดียวที่จะพัฒนาตัวเองให้ทันต่อเหตุการณ์อย่างเขาบ้าง คือเริ่มสนใจฟังข่าวสารจากฝ่ายโน้นบ้าง..
จากนั้น...เขาเริ่มเห็นด้วยว่า..การที่ประชาชนในชาติจะมีสุขสงบได้นั้น..ทุกคนจะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน...เขาหวังเสมอว่า...รัสเซียน่าจะมีวันนั้นมาถึงในเร็วๆนี้...
ซึ่ง...ไม่นานต่อมา...มันก็ได้เกิดขึ้นจริงๆ แบบไม่นานจนเกินรอ..
มันเป็นวันที่ 27 กุมภาพันธุ์ 1917 ที่หน่วยของเขามีการเรียกเตรียมการรับมือฉุกเฉิน
ทุกคนจะต้องไปตั้งแถวที่ หน้าบ้านพักของท่านผบ. Baron von der Goltz โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น..เขาจึงถามกับหัวหน้าหน่วยว่า
"เราจะไปที่ไหนกันหรือขอรับ?"
"นายคิดว่าที่ไหนล่ะ?"
"กระผมถาม เพราะเห็นให้ติดอาวุธพร้อมน่ะขอรับ"
"เออ..เผื่อไว้น่ะ..อาจจะได้ใช้"
สักพัก...ท่านผบ.ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเหล่านายทหารติดตาม
ท่านผบ. คนนี้ เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดกับพระราชบัลลังก์ ถึงกับได้รับพระราชทานดาบทองคำ ในความรู้สึกของจอร์จิเอง..เป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างที่สุด นอกเหนือไปจากเป็นคนที่โหดแบบชอบใช้พระเดช
ท่านบารอนได้เอ่ยคำทักทายกับเหล่าทหารที่อยู่ในท่าที่เตรียมพร้อม และเดินก้าวยาวๆไปตรวจพลที่กองทหารม้าทั้งฮัสซาส์ และ ดรากูน อยู่ในการเตรียมพร้อมเช่นกัน
ไม่ทันไร...จากถนนข้างนอก..พวกเราก็ได้ยินเสียงประชาชนจำนวนมากที่กำลังร่วมกันเดินขบวนต่อต้านซาร์ ด้วยธงแดง และ แผ่นประกาศด่าทอ ขับไล่ที่เขียนด้วยตัวอักษรสีแดง
และนั่นคือคำตอบ...ที่พวกเราพอเดากันได้...

ท่านบารอนได้กล่าวก้องว่า..
"บัดนี้...เราขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า..ทหารจะยืนอยู่ข้างประชาชน..สนับสนุนความต้องการของประชาชน ที่จะไม่ยอมรับซาร์และพระราชวงค์อีกต่อไป...และเราจะหยุดการเข้าร่วมในสงครามที่ไม่เข้าท่านี้อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ เพราะพวกเราทุกคนตองการความสงบสันติกลับคืนมา...ต่อแต่นี้..จะไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ ขอสาบส่งซาร์และสงคราม...และขอให้ความสุขสงบจงกลับมาสู่ชาติและบ้านเมือง...ฮูรา..ฮูรา...***"
(*** ฮุรา ฮูรา...หมายถึง ไชโย ไชโย.....วิวันดา)

แทบไม่ได้นัดหมายกัน...เหล่าทหารทั้งหมดโห่ร้องออกมาพร้อมกันด้วยความดีใจ..และ ถูกใจ
ก่อนที่จะพากันออกไปร่วมในขบวนกับผู้ก่อการชุมนุม..


วันต่อมา...จอร์จิได้ทราบว่า..ท่านบารอนและทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายนั้น..ได้ถูกควบคุมตัว
โดยหัวหน้าองค์กรหน่วยประสานบอลเชวิค ที่มีผู้ควบคุม คือ Yakovlev อีกทั้งมีการเรียกให้พวกเรากลับเข้าประจำค่ายเช่นเดิม...เพื่อรอคำสั่งต่อไป..จากศูนย์บัญชาการใหญ่ของคณะบอลเชวิคกลาง ซึ่ง มีคนมาบอกว่า...จากนี้ไป..พวกทหารให้ทำการโหวตตัวแทนกันขึ้นมา เพื่อที่จะให้ตัวแทนนั้นไปร่วมในการคัดเลือกหัวหน้าที่จะมาประจำหน่วย ที่จะมีชื่อเรียกโดยรวมว่า กองทัพแห่งโซเวียต
ซึ่งจอร์จิ..ได้รับการโหวตให้ไปเป็นตัวแทนในการเลือก"นาย" ในครั้งนี้..ซึ่งเขาได้ทำการเลือก(แบบลับ) ร้อยตรี Kievsky  มาเป็นหัวหน้าหน่วยตวามความเหมาะสม

ในเดือนพฤษภาคม...ผู้ควบคุมองค์กรบอลเชวิคท้องถิ่น นาย Yakoslev ได้หมดวาระไป
สองกลุ่มคอมมิวนิสต์ใหญ่ คือ Soviet- Revolutionaries กับ Mensheviks ที่ปกครองประเทศโซเวียตอยุ่ ต่างก็สนับสนุนรัฐบาลชั่วคราวที่ตั้งกันขึ้นมา...
หากแต่รัฐบาลนั่นยังยึดมั่นในนโยบายที่จะทำสงครามต่อไป..ทั้งๆที่สถานะการณ์ในประเทศยังระส่ำระสาย เหล่าทหารม้า ทหารรบในกองทัพซาร์เก่าๆก็ยังต้องกองกำลังต่อต้านในทุกรูปแบบ (หรือที่เรียกว่า White Army ) โดยเฉพาะในเขตของยูเครนที่มีการต่อต้านโซเวียตอย่างหนาตา..

เดือนพฤศจิกายน...บอลเชวิคจึงได้เข้ามาควบคุมสถานะการณ์อย่างเต็มตัว จอร์จิได้ใช้เวลาในช่วงฤดูหนาวนั้น พักผ่อนในมอสควากับเพื่อนฝูง ก่อนที่จะกลับเข้าไปรับราชการในกองทัพแดงของโซเวียต...
แต่..ในเดือนกุมภาพันธ์ต่อมานั่นเอง.ที่เขาล้มป่วยด้วยโรคไทฟอยด์ ที่กว่าจะหายและเข้าร่วมกับ
หน่วย Red Guard ได้ ก็ล่วงมาในเดือน พฤษภาคม 1918  ในกองพลทหารม้าที่ 4 แห่งกองทัพโซเวียต (มอสควา)
ซึ่งตอนนั้น สภาพของกองทัพของรัฐบาลใหม่นั้น..ค่อนข้างขลุกขลักและยุ่งยากพอสมควร
เพราะต้อง"ล้างสมอง" ทหารเก่า..และ.."ปลูกเพาะ" ทหารใหม่...ให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ซึ่งผู้ที่จะดูแลทั้งหมดตรงนั้น อยู่ในความควบคุมขององค์กรทหารในแต่ละหน่วย...
ทหารทุกคนมีสิทธิ และเสียงเท่ากันหมด ไม่ว่าชั้นไหน..แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับกฏเกณฑ์ที่เคร่งครัดของแต่ละหน่วย (ที่ทุกคนได้โหวตร่าง)
กลุ่มทหารเก่าในกองทัพซาร์ ก็กลับมาได้ดิบได้ดี มาอยู่ในฐานะผบ. ของกองทัพแดงอย่างมากมาย..

หน่วยแรกของกองทัพแดงได้เริ่มประจำการ ในเดือนมกราคม 1918  ที่ทำการรับทหารอาสาเข้ามาประจำการ ก่อนที่จะรับ..ผู้สมัครทุกคนจะต้องมีใบรับรองจากหน่วยที่สนับสนุนระบบคอมมิวนิสต์
ต่างๆ (จะไปหาเอามาจากไหนก็ได้)
และเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว..ทหารอาสาจะได้รับเงินเดือนเดือนละ 50 รูเบิ้ล ..พอมาถึงกลางปี มีการปรับเงินเดือนใหม่..เป่็น 150 รูเบิ้ล สำหรับคนโสด
และ 250 รูเบิ้ล สำหรับคนที่มีครอบครัว...ซึ่งทำให้กองทัพแดงได้ขยายกำลังพลไปมากถึง สองแสนในช่วงไม่กี่เดือน
จากนั้นกระแสทหารอาสาก็เริ่มซาลง
เพราะรัฐบาลได้หันไปออกกกฏหมายในการจัดตั้งสถาบันการทหาร (กองหนุน)..ว่า..ชายทุกคนตั้งแต่อายุ 18-40 จะต้องผ่านการฝึกอบรมการเป็นทหารในหลักสูตร 96 ชั่วโมง และจะต้องมาลงทะเบียนไว้
รอให้เรียกมา เมื่อชาติต้องการ...


ในขณะเดียวกันนั้น ทางรัฐบาลแดง ได้พยายามขยายกำลังพลออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยการเรียกทำการฝึกอย่างหนัก...กฏที่วางไว้แต่แรกว่า จะต้องมีการโหวตเลือกผู้บังคับบัญชานั้น..ค่อยเลือนหายไป...
ทางศูนย์ใหญ่ทำการส่งผบ. ที่ทำการคัดเลือกกันเองมาแทน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมาจากโรงเรียนนายทหาร หรือไม่ก็เป็นนายทหารผ่านศึกมาก่อน ให้มาทำการเสริมสร้างกองทักโซเวียตให้แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในช่วงที่จอร์จิอยู่ในกองทัพนั้น...การเติบโตได้เป็นไปอย่างรวดเร็ว จนถึงกว่าห้าแสนนายในช่วงไม่กี่เดือน
หลังจากการเปลียนแปลงทางบ้านเมืองผ่านไปไม่นาน..จอร์จิได้รับจดหมายจากเพื่อนเก่า
ที่มีนามว่า..Pavel  อันเป็นคนบ้านเดียวกัน นามสกุล Zhukov เหมือนกัน. เขาเขียนมาว่า..

จอร์จิ เพื่อนรัก

ตั้งแต่นายเข้าไปในกองทัพแห่งโซเวียต พวกเราที่บ้านก็ถูกเกณฑ์กันเข้าไปเกือบหมดนะ..
แต่เราโชคร้าย..แทนที่จะได้เจ้าไปเป็นทหาร เขากลบส่งเราไปทำงานในกองเกียกกาย ไปทำนา นวดข้าว...ว่างั้นเถอะ...
เราก็รู้ว่ามันจำเป็น เพราะเป็นงานของกองทัพเหมือนกัน แต่เรามีความสามารถในการทหารพอตัว
งานที่เขาส่งเราไปทำ..เป็นงานที่ใครๆก็ทำได้ แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะคุยกับนายหรอกนะ..
นายจำได้ไหม...ที่เราเคยเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องการปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลงมาเป็นสังคมนิยมเนี่ย
ตอนนั้น..เรามองเห็นพวกเขาเป็นเทวดาที่จะมาปลดทุกข์ให้กับพวกเรา..มากำจัดซาร์ให้ออกไปจากชีวิต และเชื่อว่าพวกเขาจะมาดูแลพวกเราให้อยู่ดีกินดี  ตอนนี้...เราเชื่อนายแล้วละ ที่นายว่า..
มันก็เป็นผีร้ายอีกจำพวกหนึ่ง..มันไม่ได้มาทำอะไรดีๆให้พวกเราอย่างที่คิด..
ในชายขอบนอกเขตแดน..มีกลุ่มต่อต้่านพวกโซเวียตนี้มากมาย โจรคูลัคแสนชุกชุม
เมื่อวันก่อน..พวกเราไปในเมืองแท้ๆ..นำโดยพวกกลุ่มแกนนำการปฏิบัติการปฏิวัติแห่งโซเวียต
พวกโจรมันซุ่มโจมตีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว...คนนำคาราวานถูกฆ่าตายอย่างทารุณ เพื่อนเราสองคนก็ถูกฆ่าไปด้วย...อีกคนหนึ่งถูกควักนัยตา อีกคนหนึ่งถูกตัดมือทิ้ง..ปล่อยให้นอนเลือดโชกอยู่อย่างนั้น จนขาดใจตายไปเอง น่าสงสารเหลือเกิน..เขาเป็นคนดี หน้าตาดี เต้นรำเก่ง
เราสาบานเลยนะว่า..ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราจะแก้แค้นให้กับเพื่อนเราทุกคน ให้มันสาสมไม่แพ้กัน...

จากเพื่อนของนาย..

Pavel


จอร์จิไม่ได้รับข่าวจากปาเวลอีกเลยหลังจากนั้น..จนกระทั่ง ปี 1922 ที่เขาได้ทราบข่าวว่า
ปาเวลได้ถูกฆาตกรรมที่เมือง Tambov โดยกลุ่มโจรคูลัค***ที่เขาตั้งใจจะแก้แค้น..


*** คูลัคส์ = Kulaks  คือกองโจรที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มนายทุนผู้เสียผลประโยชน์ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลักษณะคล้ายกับผู้ก่อการร้ายทางภาคใต้ของเรา  พวกนี้ทำการทำการต่อต้านกองทัพแดงในทุกรูปแบบ ด้วยแนวที่โหดร้ายเกินมนุษย์มะนา



พอหายป่วย..เขาหมายใจว่าจะคิดหาทำมาหากินใหม่..โดยจะใช้วิชาชีพเดิม..นั่นคือเป็นช่างเสื้อเฟอร์ดังที่ได้ร่ำเรียนและฝึกหัดมา..และเขาต้องมาพบกับความจริงว่า
หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบคอมมิวนิสต์แล้ว..ทั้งประเทศมีแต่คนยากจน..เพราะคนรวย หรือพวกเจ้านายชั้นสูงต่างหายหน้าหายตากันไปหมด..
กิจการเสื้อขนสัตว์หรูๆที่เขาคิดจะทำ..จึงไม่มีทางที่จะเลี้ยงตัวเองได้เลย..
ดังนั้น..ความสามารถอื่นที่เขามีเหลือเฟือ..นั่นคือ การเป็นทหารม้า และเผอิญว่า..ทางรัฐบาลบอลเชวิค..ก็อยู่ในระหว่างการ"ฟาดฟัน" กับผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม
ที่มีการต่อต้านอยู่เนืองๆ..ไม่ว่าจะเป็นพวก"แดง" เหมือนกันแต่ต่างลัทธิ..หรือจะเป็นพวกกองทัพขาว (หรือที่เรียกว่า White Army คือ กลุ่มที่จงรักภักดีกับซาร์ ที่พยายามจะแย่งอำนาจคืน)
บอลเชวิค..จึงได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา..เรียกว่า RKKA (Roboche Krest'yanskaya Krasnaya Armiya อันแปลได้ว่า
กองทัพร่วมแห่งคอมมูนกรรมกรและเกษตรกร เพื่อรับมือกับกลุ่มต่อต้านที่มีหลากหลาย..
จอร์จิจึงกลับเข้าไปรับจ๊อบเป็นทหารในกองทัพของบอลเชวิคอีกครั้ง..
จากความชำนาญที่เขามีนั้น ทำให้เขาได้รับมอบหมายให้ไปปราบม๊อบที่นั่นที่นี่..ซึ่งนับว่าเป็นการฝึกปรือฝีมือและได้รับประสบการณ์ชีวิตทางด้านการเมือง การทหารในระดับเหนือขึ้นไปด้วย
มาถึงฤดูหนาวในปี 1919  เขาได้นำทหารเข้าปราบม๊อบเช่นเคย..และได้รับบาดแผลที่มือจากสะเก็ดระเบิด..อาการไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ แต่เขาก็ได้ถูกส่งตัวไปพักรักษาตัว
ไประยะหนึ่ง..
ในขณะเดียวกันนี้..บอลเชวิคได้ขยายกำลังของกองทัพไปอย่างไม่หยุดยั้ง..โดยเฉพาะกองพลทหารม้าที่หนึ่ง..ชื่อว่า Konarmia ที่มีผู้บัญชาการ นามว่า
Semyon Budyonny ผู้ซึ่งเป็นสหายสนิทของสตาลิน...ที่ได้นำเหล่าทหารเก่าๆที่มีฝีมือจากกองทัพซาร์มาร่วมในการทำงานจำนวนหลายพันนาย
เพราะ..บุคคลเหล่านี้คือพวกที่การชำนาญการพิเศษในสายเฉพาะกิจตามที่บอลเชวิคต้องการ (ในช่วงที่กำลังสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพ..แต่ต่อมาสตาลินก็ได้กำจัด
และสำเร็จโทษไปทีละคน..เพื่อเป็นการปัดกวาดเสี้ยนหนาม)
หลังจากที่เข้าร่วมกับ RKKA มาได้หนึ่งปี..จอร์จิได้แต่ทำงานในหน่วย..ไม่ได้ออกไปแนวหน้าเท่าไหร่นัก จนปี 1920 ที่เขาได้รับการบรรจุให้เป็นทหารสัญญาบัตร เพราะเขาได้ใช้ช่วงเวลาที่ว่างๆนั้น
ไปเรียนจนจบหลักสุตรนายทหาร
จนได้เกิดการกบฏครั้งใหญ่ เข้าข่ายสงครามกลางเมือง ในปี 1921 ที่เลนิน และ สตาลิน ต้องส่งกำลังกองทัพกว่าสี่หมื่นกองร้อย รวมถึงหน่วยของจอร์จิ ออกไปช่วยกันปราบปรามจราจล
จนกระทั่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ..

เมื่อบ้านเมืองกลับคืนสู่สภาพเดิม..จอร์จิได้เพิ่มพูนในประสบการณ์เกี่ยวกับการควบคุมระบบงานในหน่วยทหารม้าของตัวเอง แต่มันก็เป็นงานระดับแค่"ปราบม๊อบ" ที่เกิดมาจาก
การก่อการไม่สงบโดยชาวไร่ชาวนา ชาวบ้าน..ไม่ใช่งานจับศึกกับอรืศัตรูที่ไหน..เพราะในช่วงที่โซเวียตต้องทำศึกใหญ่กับกองทัพขาว หรือ กองทัพโปล์ นั้น..เขายังเป็นแค่ไอ้เฌรตัวจ้อยในกองทัพแดง



จอร์จิใช้เวลาในช่วงของ 1922-1938 ในการไต่เต้าขึ้นมาในแวดวงในกลุ่มของทหารม้า ในหน่วยของ Byelorussian MD.***
***MD. หรือ หน่วยยานเกราะแห่ง เบโลรัสเซี่ยน นั้นย่อมาจาก Motorized Division ที่มีประวัติดังนี้
หน่วยยานเกราะนี้ได้ถือกำเนิดมาครั้งแรกในปี 1919  ที่ทหารรัสเซียได้จับเชลยศึกฝรั่งเศสได้พร้อมกับรถถังรุ่น Reno Reno FT ถึง 17 คัน
คันหนึ่งได้ส่งไปให้เลนินดูที่มอสควา  ส่วนอีกสามคันและรถบรรทุกอาวุธหนักที่เหลือทั้งหมด ได้ส่งไปให้หน่วยสรรพาวุธที่ คาห์คอฟ ใน ยูเครน
หลังจากที่ได้ศึกษาในเรื่องของประสิทธิภาพของยานเกราะที่ยึดมาได้..
เล่นเอารัฐบาลของโซเวียตต้องเปิดสภาถกกันวุ่นวาย..เพราะ..เพิ่งจะรู้ตัวว่าล้าหลังในเรื่องของยานเกราะและสรรพาวุธไปอย่างมากมาย..
และนั่นคือ สาเหตุที่โซเวียตได้หันมาศึกษาและพัฒนาหน่วยยานเกราะให้ควบคู่ไปกับ หน่วยทหาราบและทหารม้า
ที่ทุกหน่วยที่กล่าวมา..ทหารจะต้องเรียนรู้เรื่องการช่างยนตร์ และ..การใช้รถถังควบคู่ไปด้วย..
จอร์จิก็เช่นกัน..เขาได้ถูกส่งตัวไปเรียนหลักสูตรเพิ่มเติมในปี 1924 ในเลนินกราด ที่มีเพื่อนร่วมชั้น คือ Konstantin Rokossovsky และ
Andrei Eremenko (ที่ต่อมาคือขุนพลระดับแนวหน้าด้วยกัน)

  Konstantin Rokossovsky

 

  Andrei Eremenko

 


และต่อมาในปี 1929 จอร์จิได้ถูกส่งตัวไปเรียนหลักสูตรเสนาธิการ ที่่ Frunze Military Academy

 

ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น โซเวียตกำลัง
โฟกัสในเรื่องของยานเกราะแบบสงครามประชิดตัว และประชิดวงในเป็นอย่างมาก..ถึงกับจัดตั้งโครงการห้าปี..ที่จะทำการค้นคว้าและสร้างยานเกราะประเภทรถถังทุกขนาด
ขึ้นมา..เพราะจะมาหวังพึ่งกองพลทหารราบ ทหารม้า แบบไล่ยิงกัน ไล่ฟันกันนั้น..ไม่ได้แล้ว..
ซึ่งการณ์นี้..ได้ทำให้จอร์จิต้องศึกษาหนักที่สถาบัน Frunze ในทั้งภาคทฤษฏี และ ภาคปฏิบัติ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นของหน่วยงานใหม่ของกองทัพโซเวียต
ที่ยังอยู่ในชั้นทดลอง..ที่ยังไม่มีใครได้มองเห็นความจำเป็นว่าจะใช้ได้มากน้อย หรือ ได้ผลแค่ไหน..
กว่าจะมารู้...ก็เมื่อเริ่มพันตูในสงครามเข้าไปแล้ว..

หลังจากปีหนึ่งผ่านไปในหลักสูตรเสธ. จอร์จิก็กลับมาเป็นผู้บัญชาการในหน่วยทหารม้าที่เจ็ด และได้เลื่อนมาเป็นผู้ช่วยของ นายพลคนดัง Semyon Budyonny
ซึ่งทำให้เขาได้เรียนรู้ในการเป็นผู้นำเพิ่มขึ้นอีกมากมาย..

 

  Semyon Budyonny

 

  Lavrenti Beria

 

ในปี 1937 คือปีที่สตาลินทำการเชือดไก่ให้ลิงดู...นั่นคือการกำจัดกลุ่มนายทหารหัวการเมืองเก่าๆที่เขาเริ่มเกิดการไม่ไว้วางใจ..เพราะนาย Lavrenti Beria
หัวหน้าหน่วยราชการลับได้ทำการชี้ตัวว่า ใครคือเสี้ยนหนามของสตาลิน..ไม่เว้นแม้กระทั่งนายทหารเหล่านั้นได้เคยร่วมรบ สร้างความดีความชอบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
รวมมาถึงการเข้าร่วมช่วยสร้างความสงบให้กับโซเวียต..
ทั้งหมด 57 นายทหารระดับสูง..ได้ถูกจับตัวขึ้นศาลทหารแดง..ซึ่งโทษคือ การยิงเป้าสถานเดียว...โดยมีผู้พิพากษาคือ นายพล แซมยอน บัดยอนนี..นั่นเอง
แม้แต่นายโดยตรงของจอร์จิ..ก็โดนสำเร็จโทษไปด้วย..
เมื่อตำแหน่งของนายว่างลง..จอร์จิก็ได้ถูกเลื่อนขึ้นไปคุมหน่วยที่ Minsk
(เขาเล่าว่า..ตัวเขาเองก็ถูกเสนอชื่อในกลุ่มที่ไม่น่าไว้ใจด้วย..หากแต่การที่เขาอยู่ใกล้ชิดกับนายพล แซมยอน จึงทำให้รอดตัวไป..)
ซึ่งในช่วง"กำจัด" ศัตรูของสตาลินนั้น..เขาพยายามรักษาตัวรอดเป็นยอดดี อยู่เพียงอย่างเดียว..ไม่ได้ไปรบไปพุ่งกับใครที่ไหน
จนกระทั่ง..ในปี 19383-1939 ได้เกิดมีเหตุให้เขาได้แสดงความสามารถในการที่จะเป็น"ขุนศึก" ได้อย่างเต็มความสามารถ...นั่นคือ..
กองทัพญี่ปุ่นแห่งมณฑลกวางตุ้ง..เกิดบ้าจี้ขึ้นมา......บุกโซเวียตที่ชายแดน Vladivostok และได้ปะทะกับหน่วยทหารโซเวียตที่ Lake Khasan อย่างสมใจ

ซึ่ง...ต่อมามันได้กลายเป็น..สงครามประเดิมระหว่าง โซเวียตกับญี่ปุ่น.ในยุทธภูมิแห่งคาลคิน-กอล (The Battle of Khalkin-Gol, August 1939)  ที่แทบไม่มีใครรู้จักหรือกล่าวถึง..ทั้งๆที่มันเป็นสมรภูมิรบที่สำคัญในการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง..

และได้สร้างวีรบุรุษดาวเด่นขึ้นมา..จอร์จิ  ซูคอฟ !!!

 




บทความโดย "วิวันดา"

เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบหก
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบห้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบสี่
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบสาม
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบสอง
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๙
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๘
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๗
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๖
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๕
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบเอ็ด
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๔
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๓
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบ
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนเก้า (จบ)
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๑
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ (ปฐมบท)
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนเก้า
เชลย..............ตอนแปด จบบริบูรณ์
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนแปด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนแปด
เชลย..............ตอนเจ็ด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนเจ็ด
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนเจ็ด
เชลย..............ตอนหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบสาม (สมบูรณ์)
เชลย..............ตอนห้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนหก
เชลย..............ตอนสี่
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบสอง
เชลย..............ตอนสาม
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนห้า
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบเอ็ด
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบ
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสี่
เชลย..............ตอนสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบเก้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสาม
เชลย..............ตอนหนึ่ง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบแปด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนห้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบเจ็ด
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนหนึ่ง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบห้า
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนสี่
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบสี่
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบสาม
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนสาม
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบเอ็ด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนสอง
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนหนึ่ง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนเก้า และตอนสิบ
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนแปด
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนเจ็ด
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนห้า
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสี่
ฮิต เล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสาม
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม



1

ความคิดเห็นที่ 1 (102067)
avatar
tuang

 รออ่านต่อนะคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น tuang วันที่ตอบ 2012-06-01 11:55:17 IP : 203.150.232.110


ความคิดเห็นที่ 2 (102068)
avatar
tuang

 พีวิคะ

อยากอ่านเรื่องของเชอร์ชิลแบบเต็มๆค่ะ พอจะมีในสต๊อคมั้ยคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น tuang วันที่ตอบ 2012-06-01 11:56:43 IP : 203.150.232.110


ความคิดเห็นที่ 3 (102070)
avatar
wiwanda

คุณ tuang จ๋า...เรื่องเชอร์ชิลล์เขียนไว้เยอะแล้วในฮิตเล่อร์...ที่เหลือคือประวัติของท่านที่ก็ไม่ได้หวือหวาอะไร  คนส่วนใหญ่ที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะ พี่ว่า..

ผู้แสดงความคิดเห็น wiwanda ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-02 13:13:48 IP : 99.40.100.93


ความคิดเห็นที่ 4 (102071)
avatar
Demetorius

 ขอบคุณครับ

คิดว่าต้องรอนานซะแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Demetorius (maceus-at-hotmail-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 20:14:11 IP : 192.168.100.253


ความคิดเห็นที่ 5 (102135)
avatar
หมาป่าดำ

 จบตอนที่สงครามรัสเซีย ญี่ปุ่น ที่อยากรู้มานานครับว่าทำไมรัสเซียแพ้

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-08 16:14:16 IP : 171.4.165.195



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker