dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๔

กองทัพญี่ปุ่นได้ประเมินแสนยานุภาพของโซเวียตต่ำกว่าความเป็นจริง..เพราะจากสาเหคุที่เล่ามาในกระทู้ก่อน
นั่นคือเรื่องของสภาพภูมิประเทศ และ สภาพกองทัพที่ระส่ำระสายเพราะนโยบายเก็บกวาดล้างของสตาลิน  นั่นคือเหตุผลที่ญี่ปุ่นได้ใช้หมู่บ้าน Nomonhon เพราะอยู่สุดท้ายไกลโต่งเกินกว่าที่กองทัพโซเวียตจะระดมกำลังมาได้อย่างทัน ท่วงทีในระยะที่ต้องเคลื่อนทัพมาไกลถึงเจ็ดร้อยกว่ากิโลเมตร 
ญี่ปุ่นจึงมั่นใจในชัยชนะครั้งนี้มาก..ถึงขนาดได้เชิญผู้สื่อข่าวต่างชาติมาร่วมสังเกตุการณ์และเพื่อเป็นสักขีพยานในการไล่บี้โซเวียตโดยกองทัพแห่งค่ายกวางตุ้ง 
ญี่ปุ่นเชื่อหมดใจว่า..ในสภาพของโซเวียตที่เพิ่งเปลี่ยนการปกครองนั้น..ทหารที่มีนั้นมาจากชาวนาที่ไมjมีความรู้ ไม่มีวินัย  ไม่มีเลือดของความรักชาติ..ไม่มีความรู้ในเรื่องของการสู้รบ ดังนั้น..จึงเชื่อว่าจะเอาชนะได้ไม่ยาก และในไม่นาน

 



ดังเช่นในวันที่ 3 กรกฏาคม ที่กองทัพญี่ปุ่นได้เคลื่อนตัวข้ามแม่น้ำคาลคินกอลเข้ามาในยามดึกนั้น..
ที่ทำให้กองทัพของแม่ทัพน้อย. ซูคอฟ ที่ต้องเอากองพลรถถังเข้าไปรับหน้าแบบสู้ตายถวายหัว
ปะทะหมัดต่อหมัดหยั่งกำลังข้าศึกไว้จนกระทั่งเช้าของวันรุ่งขึ้น ที่ญี่ปุ่นได้พยายามยึดอาณาเขตที่ราบสูงของ Bain-Tsagan
หากแต่..กองหนุนของโซเวียตได้เข้ามาเสริมกำลังด้วยกองพลรถถังกว่า 150 คันที่เข้ามาคุมสถานะการณ์ไว้ได้อย่างทันท่วงทีในช่วงเวลา 10:45 

การสู้รบอย่างถึงพริกถึงขิงได้ดำเนินไปข้ามวัน..จนในวันที่ 5 กรกฏาคม ที่กองทัพญี่ปุ่นเริ่ม
ถอยไม่เป็นขบวน..กลับข้ามแม่น่้่าไป...
โซเวียตภายใต้การนำของซูคอฟ..ได้ตามไปอย่างติดๆ...หมายจะไปขยี้ให้ถึงรัง..
แต่..ญี่ปุ่นได้ต้ดสินใจสละชีพของทหารที่เหลือ..ที่ยังสู้รบอยู่หางขบวน..
โดยการระเบิดสะพานทิ้่งไปอย่างหน้าตาเฉย..ทหารหลายคนที่พยายามกระโดดลงน้ำหนี..
แต่ก็ประหนึ่งหนีเสือปะจรเข้..เพราะส่วนใหญ่จะจมน้ำตายไปต่อ หน้าต่อตาของทหารโซเวียต
ส่วนที่เหลือทิ้่งไว้..คือ เครื่องบินสี่สิบห้าลำที่ถูกยิงตก  
รวมทั้งศพทหารและม้านับพันที่นอนตายกันเกลื่อนให้เหลือเป็นอาหารของแร้งกา
สงครามครั้งนี้...เป็นสงครามที่ญี่ปุ่นยอมรับว่า..อยู่ในสภาพที่ยับเยิน ที่เหลือรอดมาได้ก็หวุดหวิดจวนเจียนแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

 



ที่สำคัญ...มันเป็นการประกาศศักดาในการรบของผู้นำทัพที่มีนามว่า จอร์จิ ซูคอฟ..ที่กล้าหาญ
ชาญชัย..รบแบบกล้าหาญและมีการใช้พิชัยยุทธในการประสานงานระหว่างทหาราบ กองพลรถถังผนวกกับหน่วยฝูงบินที่ประสานงานคล้องจอง  แม้ว่าจะมีการสูญเสียเป็นจำนวนไม่น้อย..
แต่เพราะ..กองทัพโซเวียตไม่มีทางเลือกอื่นไปจากนี้..นอกจากต้องเอาชัยมาสู่ประเทศเท่านั้น..

ไม่กี่วัน..หลังจากการขับไล่ญุี่ปุ่นออกไปได้แล้วนั้น..กองพลที่ 57 รักษาดินแดนในความดูแลของซูคอฟนั้นได้มีการเสริมกำลังขึ้นมาอย่างแน่นหนา

จนในวันที่ 12 สิงหาคม การเสริมกำลังได้มีครบในทุกจุด
ด้วยกำลังของกองทัพมองโกเลียน แม้บนเนินเขา Bolshie Peski ทางด้านใต้ก็มีการวางกำลังเอาไว้อย่างหนาแน่น..ถึงแม้โซเวียตจะรู้ดีว่า..กองทัพอากาศของญี่ปุ่นนั้นเสียหายไปมากกว่าครึ่งในช่วงการสู้รบ
แต่ก้ยังไม่วางใจไปเสียทีเดียว..

ตัวจอรฺ์จิเอง..แม้ว่าจะมีภาระกิจที่หนักอึ้ง..แต่เขาเป็นคนสบายๆ ที่ชอบใช้ชีวิตแบบง่ายๆ
ในยามเช้าตรู่..เขาชอบอาบน้ำแบบแช่ตัวให้สดชื่น  ในตอนเย็น เขามักจะเชิญใครต่อใครมาร่วมรับประทานอาหารค่ำ
นายพล A.I. Gertman เล่าว่า..
"เขาเป็นคนอารมณ์ดี ชอบสังสรร  คุยสนุก หลังอาหาร ถ้าไม่มีภาระกิจเร่งด่วนอะไร
ก็จะมีการร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน โดยท่านนายพลจะเป็นนักดนตรี เล่นแอคคอเดียน
และชอบให้ทุกคนร่วมกันร้องเพลง..แม้แต่ร้องเพลงคู่กันแบบประสานเสียงระหว่างเรา
ผมเป็นเสียงต่ำ..เขาเป็นเสียงสูง..ก็ครึกครื้นกันไปตามๆกัน" 
 
แน่นอนว่า..แค้นนี้ย่อมมีการชำระ... จอร์จิ ไม่ได้หยุดนิ่งต่อการที่จะเอาคืนแบบถอนรากถอนโคนเสี้ยนหนามญี่ปุ่นเลยแม้แต่ นาทีเดียว.

เขาส่งแผนงานไปยังมอสควา และส่งรายการของที่ต้องการไปแบบไม่เกรงใจกลาโหมและกระทรวงสรรพาวุธเลยแม้แต่ นิด โดยกำกับเวลสไปด้วยว่า เขาจะ"เข้าหัก" กองทัพญี่ปุ่นในไม่เกินวันที่ 20 สิงหาคม ในรายการของที่สั่ง...นั้น ได้รับการอนุมัติมาหมด ครบถ้วนในทุกสิ่ง...

นั่นคือ สองกองพลปืนเล็ก หนึ่งกองพลน้อยรถถัง สองกองพลน้อยปืนใหญ่ ฝูงบินประจันบาญ และ ฝูงบินทิ้งระเบิด อีกทั้งสัมภาระและเสบียงต่างๆนั้นจะต้องส่งมาทางรถไฟที่ปลายสายอยู่ห่างไป กว่าสี่ร้อยไมล์ นั่นหมายถึงว่า  กระสุนปืนใหญ่กว่า 18,000 ตัน, ทุ่นระเบิดติดเครื่องบิน
กว่า 6,500 ตัน, กระสุนปืน น้ำมันหล่อลื่น น้ำมัน กว่า 22,500 ตัน รวมไปถึงอาหารและอื่นๆกว่า 4,000 ตัน จะต้องเดินทางต่อมาด้วยความลำบากยากเย็นในถนนสายลูกรังที่เป็นโคลนในหลายๆ ช่วง
ซึ่ง...ความสำเร็จส่วนใหญ่นั้นมาจากนักบินที่สุดแสนทรหดของกองทัพอากาศโซเวียต ที่ยอมบินส่งสัมภาระแบบมาราธอ...ฝ่าแปลวแดดเปลี้ยงของฤดูร้อน...ห้าวันติดต่อกัน จากช่วงของปลายทางรถไฟจนถึงกองกำลังที่เป็นศูนย์บัญชาการ...นับว่าเป็นการปฏิบัติการที่อยู่ในสเกลที่ละเอียดยิบที่อยู่ในความควบคุมของซูคอฟอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด
เขาได้วางกลลวงให้ข้าศึกชะล่าใจ..โดยการสร้างกระแสข่าว ผิดๆให้สับสนในหน่วยหน้า (โซเวียต - มองโกล) รวมไปถึงข่าวทางโค๊ดแบบแกะง่ายๆ ว่า..กำลัง"ทำเรื่อง"ขอเครื่องยนตร์กลไกในการซ่อมสร้างเครื่องยนตร์ที่เสีย หายไปอันเป็นจำนวนมาก..มีการวางเครื่องทำเสียงเลียนแบบเสียงของการตอกเสาเข็ม เพื่อให้ข้าศึกเข้าใจว่า กองทัพโซเวียตกำลังอยู่ในระหว่างซ่อมสร้าง 

V

V

 

ฝูงบิน โซเวียต-มองโกเลียน

ในระหว่างนั้น ซูคอฟได้สั่งการเคลื่อนกำลังพลในเวลากลางคืน  โดยใช้เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศและเสียงยิงปืนกลบเสียงการเคลื่อนตัวของขบวนรถถัง
สิบถึงสิบสองวันก่อนการบุกโจมตี...รถถังหลายคนในสภาพที่ถูกถอดท่อไอเสียนั้น วิ่งไปมาในแนวหน้ากันอย่างอึกทึกโครมคราม เพื่อให้ญี่ปุ่นได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์จนชินหู
และวางใจว่า...โซเวียตนั้น ยังไม่มีความพร้อมใดๆ
แม่ทัพน้อยจอร์จิ...ไม่ได้หยุดแค่นั้น..เขามีความพร้อมจนถึงขนาดได้ออกสมุดพกประจำตัวให้ทหารทุกคน ในหัวเรื่องที่ว่า..."สิ่งที่ทหารทุกคนควรรู้และถือปฏิบัติในการโจมตีข้าศึก"
เขาเคร่งครัดมากต่อการเตรียมพร้อมของทหารในครั้งนี้..นักบินออกทำการสำรวจเส้นทางและจุดที่ จะโจมตีอย่างให้ขึ้นใจ หน่วยลาดตระเวณแฝงตัวออกหาที่ซ่อนของข้าศึกในยามค่ำคืนจนเชี่ยวชาญในเส้นทาง
ใน หน่วยบัญชาการ..เขาได้เพิ่มนายทหารมือดีระดับเสธ. อีกสิบสองนาย ดังที่ ศาสตรจารย์ John Erickson ได้เขียนไว้ว่า..." ซูคอฟปิดประตูพลาดไว้ทั้งหมดทุกประตู  ชนะนั้นแน่ๆ ขึ้นอยู่ว่าจะชนะอย่างไหนเท่านั้น"
จอร์จิ ได้ประกันความเสี่ยงเอาไว้อย่างรอบคอบ โดยใช้อัตราส่วนเป็นสำคัญ นั่นคือ กำลังทหาราบ เป็น 1.5 ต่อ 1 , กำลังของหน่วยปืนกล 1.7 ต่อ 1, ปืนใหญ่ 2 ต่อ 1, เครื่องบิน 2 ต่อ 1และ หน่วยรถถังนั้นจำนวนมากกว่าถึงสี่เท่า..

วันที่เตรียมจะถล่มใกล้เข้ามา...เขาได้สั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามไม่ให้ทุกคนไปทำอะไรกระโตกกระตากในแนวชายแดน ทุกอย่างต้องสงบนิ่ง...ไม่มีการไหวติง
วันนั้นคือ..วันที่ 20 สิงหาคม เวลาเช้าตรู่....เหล่าบรรดาอาวุธน้อยใหญ่ได้มีการนำสุมทุมพุ่มไม้มาพรางเอาไว้ 
เหล่า นายทหารแต่งกายในชุดทหารชั้นผู้น้อยและนั่งรถแออัดไปกับรถบรรทุก ไม่มีการใช้ยานพาหนะที่มีตราประจำหน่วย และในหนึ่งหน่วยจะมีทหารหนึ่งนายสำหรับทำหน้าที่พิมพ์งานที่ได้รับคำสั่งตรง ลงมา เพราะมีทหารไม่กี่นายเท่านั้น..ที่จะมีโอกาสล่วงรู้ในแผนการโจมตีในครั้งนี้
นอกนั้น..ทุกคนจะได้รับคำสั่งสามชั่วโมงก่อนการบุก..

ถึงแม้ว่า..แผนนี้จะรัดกุมเพียงใด..แต่นักบินญี่ปุ่นได้สังเกตุเห็นการรวมตัว ของเหล่าพาหนะที่ค่อนข้างหนาตาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำในวันที่ 10 สิงหาคม..และได้ทำรายงานไปยังศูนย์บัญชาการ
ไปตามลำดับชั้น..แต่คงเนื่อง จากในแต่ละชั้นนั้น มันคงใช้เวลาแบบเต่าคลาน หรืออาจเป็นการประเมินสถานะการณ์ผิดพลาดก็เป็นได้ จึงเกิดการล่าช้า..
ที่ซูคอฟเลือกวันที่ 20 ในการโจมตี..

เพราะวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ที่ชาวญี่ปุ่นรวมไปถึงเหล่าทหารถือเป็นวันพักผ่อน ดังนั้น..ในเวลาหกโมงสิบห้านาที ทีปืนใหญ่ของโซเวียตได้ส่งไปทักทายกองปืนต่อสู้อากาศยานของฝั่งญี่ปุ่นแบบ ไม่ให้ทันตั้งตัว...จากนั้นเสียงปืนกลตามมาเป็นระนาว
กระสุนปืนใหญ่ที่ ส่งไป..มีการแตกสะเก็ดเป็นเปลวเพลิง อันเป็นเครื่องหมายชี้ทิศทางให้กับเหล่าฝูงบินโซเวียตในการบินขึ้นไปปฏิบัติ การ ที่มีด้วยกัน คือ เครื่องบินทิ้งระเบิด 150 ลำ และ เครื่องบินโจมตี 100 ลำ เพื่อกรุยเป็นทางสะดวกให้กับสิ่งที่กำลังจะตามมา..เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมง การสื่อสารของฐานญี่ปุ่นถูกตัดขาดโดยหมดสิ้น ติดต่อไปทางศูนย์ไม่ได้  ติดต่อกันเองก็ไม่ได้
เมื่อเป็นดังนั้น..เวลา 8:45. ซูอฟสั่งหน่วยปืนใหญ่โจมตีไปยังหน่วยหน้าของญี่ปุ่นอย่างไม่เลี้ยง และไม่ต้องยั้ง..
ส่วนหน่วยฝูงบิน..เข้าไล่ถล่มทางด้านหลัง..แบบล้อมกรอบ
จากนั้น...สิบห้านาทีต่อมา..หน่วนทหารราบเริ่มเคลื่อนตัวเข้าขยี้พร้อมกัน..



ในวันแรกของการเปิดศึกขนาดใหญ่นี้..หน่วยใต้ได้ทำการสำเร็จในการก้าวล่วงไปใน เขตของข้าศึก แต่..หน่วยเหนือ..โดนไล่บี้กลับมา ทางหัวหน้าหน่วยจึงโทรศัพท์มารายงานและขอแผนการในการรับมือใหม่...คำสั่ง คือ...เตรียมตัวออกไปโจมตีอีก..จากนั้นสิบนาที เขาโทรไปถามว่า.
"พร้อมที่จะไปหรือยัง?"
ทางโน้นตอบมาว่า..."กระผมไม่แน่ใจขอรับ"
"งั้นก็ออกไปนั่งดู...ทิ้งตำแหน่งคอมมานเดอร์ไว้ตรงนั้น..เพราะเดี๋ยวจะมีคนไแทนที่"
จากนั้นเขาก็ส่งนายทหารในหน่วยของเขาบินไปสวมตำแหน่งโดยด่วน พร้อมทั้งการสั่งโจมตีพร้อมกันทุกหน่วย...ซึ่งก็ได้ชัยชนะมาในที่สุด หลังจากที่ได้รับความเสียหายมาพอควรในเขตนี้

เรื่องราวการรบแบบเด็ดขาดของแม่ทัพ จอร์จิ ซูคอฟ ในสงครามโลกครั้งที่สองนี้. จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะความที่เป็นคนไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมไม่ว่าชั้นไหน...ไม่ชอบการพูด อ้อมค้อมและ ปฏิเสธความพ่ายแพ้ในทุกรูปแบบ ทำให้เขากลายเป็น"ที่พึ่ง" ของสตาลินที่ต้องเรียกใช้ เรียกหาเขาทุกครั้งในยามที่สงครามเข้าสู่สภาพคับขัน
เพราะเขาเป็นคนอย่างนี้นี่เอง..ทำให้มีการ"งัดข้อ" และ "สวนทาง" กับเสนาบดีระดับคนใกล้ตัวของ
สตาลินบ่อยๆ...และ ในหลายกรณีด้วยกัน


ในการโจมตีของวันแรก ที่หน่วยโซเวียต-มองโกเลียน ยืนหยัดทะลวงลึกไปในแดนที่ญี่ปุ่นยึดครองแบบไม่ยอมหยุด....ทางด้านใต้ ..หน่วยกองพลรถถังที่หก และ ที่แปด ได้ตีล้อมกรอบในทุกด้าน
จนในวันที่ 21 สิงหาคม การปฏิบัติการยึดฐานทัพของญี่ปุ่น รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ
และในวันนั้นเอง คือการปฏิบัติการร่วมระหว่างทางบกและอากาศอย่างพร้อมเพรียง ที่มีรายงานให้ประจักษ์ว่า เฉพาะทางอากาศ ที่เครื่องบินทิ้งระเบิดได้ออกทำการถง 256 ครั้ง..และหย่อนระเบิดหมดไปถึง 90 ตัน 
ในวันที่ 23 สิงหาคม หน่วยเหนือ ผนวกกับกองบินที่ 212 ได้ยึดฐานทัพของญี่ปุ่นที่เทือกเขา Palet ได้ ...การต่อสู้ภาคสนามก็ทำการดุเดือดไม่แพ้กัน เพราะ ทหารญี่ปุ่นกว่าหกร้อยนายเสียชีวิตทั้งหมด
ก่อนที่ควันของการสู้รบจะจาง แม่ทัพน้อยซูคอฟ ได้รับการเยือนจากผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไป พลเอก G.M. Shtern ได้มาเตือนว่า...ควรจะพักการบุกไปอีกสองสามวัน เพราะจะได้เป็นการออมแรงเอาไว้บุกในครั้งต่อไป..ไม่งั้นการเราอาจจะมีการสูญเสียถ้าจะดึงดันไป
แม่ทัพ...ได้ตอบไปว่า..
"สงครามก็คือสงคราม..การสูญเสียเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ จะมากหรือจะน้อยก็ตามแต่..มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องทำอะไรให้เด็ดขาดเพราะนี่คือความเป็นอยู่ของประเทศ ถ้ามัวแต่ลังเล รอนั่น รอนี่...
เราจะเสยหายมากกว่านี้อีกนับร้อยเท่า พันเท่า..."
และ..เท่านั้นไม่พอ...เขาได้ย้อนถามผบ. Shtern ว่า
"สรุป ว่า...ท่านกำลังแนะนำ หรือ สั่งกระผมกันแน่..เพราะถ้าเเป็นคำสั่ง..ก็ขอความกรุณาท่านเขียนมาเป็นลายลักษณ์อักษร และถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ท่านก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ..และไปรับการสอบสวนที่มอสควาแต่ผู้เดียว.."
ผบ. เจ้าปัญญา นั่นรีบแก้ตัวเป็นพันวลันว่า...ไม่ได้สั่ง..แค่แนะนำเฉยๆ..
แม่ทัพซูคอฟ..ก็เลยบอกว่า.
"งั้นก็ดีแล้ว..เพราะกระผมไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะหน้าที่ของกระผมคือการทำสงครามครั้งนี้ให้เด็ดขาด รู้แพ้รู้ชนะ หน้าที่ของท่าน...คือการเข้ามาดูแลและควบคุมการคลังและเสบียงอาวุธให้กับกองทัพของกระผม ดังนั้น กระผมว่า..ท่านเข้าไปบริหารจัดการตรงนั้นให้เรียบร้อยจะดีกว่า ปล่อยให้เรื่องรบเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกระผมแต่ผู้เดียว"

ท่านผบ. Shtern หายออกไปด้วยความขัดใจ แต่เพียงสองสามชั่วโมงต่อมา เขาก็ได้เขามาขอโทษ
และกล่าวว่า 
" ผมขอโทษที่ไม่ควรแนะนำไปอย่างนั้น..เอาเป็นว่า ผมไม่เคยพูดอะไรก็แล้วกัน"

(แม่ทัพซูคอฟ ได้มาเล่าเรื่องนี้ในทีหลังว่า...ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันที่จะต้องหักกันด้วยวาจาอย่างนั้น...แต่มันจำเป็น...)

จากนั้น..คือการปิดล้อมกองทัพญี่ปุ่นอยู่สามวันแบบหลวมๆ เป็นการหลอกให้ข้าศึกตายใจว่า ยังมีช่องทางเหลือที่จะรอด นั่นคือ ถอยไปแม่น้ำ Khaylastyn-Gol ที่ไม่มีใครสังหรณ์ใจว่า..ในช่วงหนึ่งของแม่น้ำที่ตื้นเขินและเป็นโคลนเหลวๆ นั้น..ซูคอฟได้ส่งหน่วยโยธาไปทำทางให้รถถังแล่นผ่านได้แล้ว..
ดังนั้น..ในค่ำคืนวัหนึ่ง...กองพลรถถังได้แล่นข้ามแม่น้ำไปบุกขยี้ฐานของข้าศึกถึงรังใน
เช้าวันที่ 31 สิงหาคม...คือวันประกาศชัยชนะของสาธารณรัฐมองโกเลียนภายใต้ความอุปการะของโซเวียต ที่ได้ขจัดญี่ปุ่นออกไปจากพื้นดินได้อย่างหมดจด 

 



ในยุทธการครั้งนี้..ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ คือ ต้นมิถุนายน จนถึง กันยายน นั้น..ได้แสดงถึงความเป็นอัจฉริยะในการทำสงครามของซูคอฟ ที่ได้ใช้ทั้งแผนบู๊และแผนบุ๋น ทั้งตีหนักและผ่อนผัน 
ทั้งบีบกระชับและล้อมกรอบ..เพื่อที่จะได้มาถึงชัยชนะ 
ผลการเสียหายในครั้งนี้..ฝั่งรัสเซีย ตายและบาดเจ็บ 18,500 นาย ฝั่งญี่ปุ่น ตายและจับเป็นเชลยศึก 61,000 นาย 

 



ที่ กรุงมอสควา..ในวันที่ 15 กันยายน 1939  สาธารณรัฐโซเวียต, สาธารณรัฐแห่งประชาชนมองโกเลียน และ ประเทศญี่ปุ่น ได้ลงนามในสนธิสัญญาสงบศึกในลุ่มแม่น้ำ Khalkin Gol  อีกทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนนักโทษกัน และได้ทำการยืนยันในเขตขัณฑสีมาให้กับมองโกเลีย และแมนจูเรีย อย่างชัดเจน...

นับว่า..ญี่ปุ่นได้รับบทเรียนครั้งนี้ในราคาที่แพงและเจ็บปวดอย่างที่สุด !!!




หมายเหตุ....ดิฉันเกรงว่าผู้อ่านบางท่านอาจจะไม่เข้าใจในที่มาที่ไปของพื้นฐานความขัดแย้งระหว่าง ญี่ปุ่น โซเวียต และ จีน..จึงขอเล่าคร่าวๆ..ว่า..

เนื่องจากทั้งสองประเทศเพิ่งจะมีการเปลี่ยนการปกครองได้ไม่นาน นั่นคือ รัสเซีย และ จีน...ช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี่ละค่ะ ที่ทำให้ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงและขยายกำลังออกไปอย่างไม่มีการเว้น วรรค...ญี่ปุ่นต้องการครอบครองดินแดนทางด้านเหนือ และ เกาหลี เพื่อเป็นการประกันเขตน่านน้ำ และต้องการขยายไปในจีนเพื่อทรัพยากร  ส่วนรัสเซีย ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นโซเวียต หรือเปลี่ยนระบบการปกครองไปเป็นคอมมิวนิสต์แล้วก็ตาม..ยอมไม่ได้ที่จะเสียดินแดนและน่านน้ำส่วนที่ติดต่อกับฝั่ง เอเซียไป....ซ้ำญี่ปุ่นก็เหิมเกริมขึ้นทุกวัน
สตาลิน..ไม่ได้สนใจหรือรักใคร่ในจีนมากนัก แต่เมื่อญี่ปุ่นกำลังจะประสบความสำเร็จในการแทรกแซงจีน นั่นหมายถึงรัสเซียกำลงจะตกอยู่ในอันตราย..จึงจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนจีนทั้งสองฝ่าย ที่กำลังสู้รบแย่งชิงประเทศอย่างถึงพริกถึงขิง นั่นคือ  ฝ่ายก๊กมินตั๋ง ของ เจียง ไค เช๊ค และ กองทัพประชาชน ของ  เมา เซ ตุง โดยข้อแม้ว่า..ให้สองฝ่ายเลิกรบกันเอง(ชั่วคราว)..
และให้หันมาจับมือกันต่อต้านญี่ปุ่นให้สำเร็จก่อน..(แล้วค่อยไปฟาดฟันกันทีหลัง) 
ซึ่ง..ทัง สองฝ่ายได้ทำตามอย่างว่าง่าย...

หลังจากที่เผด็จศึกญี่ปุ่นได้สำเร็จ (โดยที่ญี่ปุ่นหันไปโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์)

ทั้งสองฝั่ง คือ ก๊กมินตั๋ง และ กองทัพประชาชน ก็หันมาสู้รบกันเองจริงๆ
เจียง ไค เช๊ค พลาดเพราะนโยบายที่สนับสนุนทุนนิยม อีกทั้ง..การคอร์รัปชั่น ยังปรากฏอยู่หนาตา
ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน และต้องการที่ดินทำกิน.
ผู้คนจึงหันไปเข้าร่วมกับเมา เซ ตุง..ที่เริ่มมีกำลังมากขึ้นเพราะจากการสนับสนุนเงินและอาวุธจากโซเวียต (เหลือมาจากในการปราบปรามญี่ปุ่น) จึงทำให้ฝ่ายก๊กมินตั๋ง ต้องพ่ายแพ้และหลบหนีไปอยู่ที่ไต้หวันในที่สุด..

 

สำหรับ The Battle of  Khalkin Gol นี้..ดูภาพเคลื่อนไหวได้ที่นี่ค่ะ เพราะ โซเวียตเพิ่ง released  ออกมาไม่นานนี้เอง...

http://www.rt.com/news/khalkhin-gol-battle-anniversary/
 




บทความโดย "วิวันดา"

เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบหก
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบห้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบสี่
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบสาม
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบสอง
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๙
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๘
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๗
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๖
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๕
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบเอ็ด
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๓
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสิบ
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๒
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนเก้า (จบ)
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ ๑
ซูคอฟ...ยอดขุนพลผู้ดับฝันของฮิตเล่อร์ (ปฐมบท)
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนเก้า
เชลย..............ตอนแปด จบบริบูรณ์
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนแปด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนแปด
เชลย..............ตอนเจ็ด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนเจ็ด
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนเจ็ด
เชลย..............ตอนหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบสาม (สมบูรณ์)
เชลย..............ตอนห้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนหก
เชลย..............ตอนสี่
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบสอง
เชลย..............ตอนสาม
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนห้า
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบเอ็ด
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนยี่สิบ
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสี่
เชลย..............ตอนสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบเก้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสาม
เชลย..............ตอนหนึ่ง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบแปด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนห้า
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบเจ็ด
เลิศเลอวงศา...โรมานอฟ ตอนหนึ่ง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบห้า
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนสี่
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบสี่
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบสาม
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนสาม
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสิบเอ็ด
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนสอง
ลอดลายรั้ว.....วินด์เซอร์ ตอนหนึ่ง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนเก้า และตอนสิบ
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนแปด
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนเจ็ด
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนหก
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนห้า
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสี่
ฮิต เล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสาม
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม ตอนสอง
ฮิตเล่อร์...และเหล่าขุนพลแห่งอาณาจักร์ที่ไรค์ซที่สาม



1

ความคิดเห็นที่ 1 (102078)
avatar
ตวง

 พี่วิคะ

นอกจากท่านซูคอฟแล้ว อยากอ่านเรื่องเกี่ยวกับท่านเชอร์ชิลค่ะ พอจะไหวมั้ยคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตวง วันที่ตอบ 2012-06-13 14:22:26 IP : 203.150.232.110


ความคิดเห็นที่ 2 (102079)
avatar
wiwanda

งั้นขอแปะโป้งไว้ก่อนนะคะ เพราะ เรื่องนี้จะยังอีกยาว..เรื่องของท่านเซอร์ เชอร์ชิลล์ นี่..ว่าไปแล้วก็ไม่ยากหรอค่ะ เพราะหนังสือของท่าน และที่เกี่ยวกับตัวท่าน พี่มีสะสมไว้มากทีเดียว..แต่เวลาเท่านั้นแหละ..ที่ไม่ค่อยจะมี..

ผู้แสดงความคิดเห็น wiwanda ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 13:15:04 IP : 108.70.208.81


ความคิดเห็นที่ 3 (102080)
avatar
Demetorius

 ขอบคุณครับ แทบจะไม่ได้รอเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น Demetorius (maceus-at-hotmail-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 20:49:39 IP : 110.169.210.106


ความคิดเห็นที่ 4 (102082)
avatar
mee-sua-man

 ขอบคุณ คุณวิวรรณดา ครับ  ติดตามเรื่องที่เขียนตั้งแต่พันทิพ

ผู้แสดงความคิดเห็น mee-sua-man วันที่ตอบ 2012-06-16 06:25:33 IP : 58.9.63.247


ความคิดเห็นที่ 5 (102084)
avatar
wiwanda

สวัสดีค่ะ คุณ mee-sua-man

 

อีกหน่อย...รอให้เขียนได้เยอะๆก่อน..ก็จะเอาไปแปะในพันทิบละค่ะ  ที่ต้องรอ..เพราะกระทู้ที่นั่นตกหน้าเร็วมาก...มีเรื่องมโนสาเร่มาก

ดิฉันก็เป็นประเภทพิมพ์ได้วันละนิดละหน่อยในเวลาว่างเท่านั้น.. แต่ที่ต้องใช้เวลามากนั้น..ไม่ใช่พิมพ์หรอกค่ะ  แต่เป็นเรื่องหาภาพกับกับหาข้อมูลมาเสริมให้กระชับเพื่อให้คนอ่านเข้าใจง่ายๆ..นี่ละค่ะ เป็นเรื่องที่ยากยิ่งทีเดียว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น wiwanda ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-17 13:26:08 IP : 99.40.100.77


ความคิดเห็นที่ 6 (102086)
avatar
ตวง

 

รออ่านนะคะพี่วิ

 

ปล.ตามมาจากพันทิปเหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ตอนที่เป็นกระทู้ยังเติร์ก 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตวง วันที่ตอบ 2012-06-19 16:19:49 IP : 203.150.232.110


ความคิดเห็นที่ 7 (102088)
avatar
คนเล่าเรื่อง

ผมได้ติดตามข้อเขียนของคุณวิวันดามาตั้งแต่ในพันธุ์ทิพย์แล้วละครับ น่าสนใจว่าเรื่องการศึกระหว่างญี่ปุ่นกับโซเวียตก่อนการระเบิดของสงครามในแปซิฟิกระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกาเนี่ย ได้แสดงถึงความเป็นขาลงของกองทัพญี่ปุ่นบ้างแล้ว ในขณะที่กองทัพโซเวียตกำลังกลายเป็นขาขึ้น ส่วนมะกันยังคงหลับไหลอยู่กับความฟุ้งเฟ้อของทุนนิยมอยู่

ผมคิดว่า การศึกระหว่างญี่ปุ่นกับโซเวียตนี่แหละที่ทำให้ญี่ปุ่นล้มเลิกความคิดที่จะขยายดินแดนไปทางตะวันตกของจีนเข้าไปอีก  เพราะเจอขาใหญ่กับการจัดหนักขนาดนี้  จึงได้เริ่มแนวคิดในการขยายตัวลงไปทางใต้และตะวันออก  และคงเพราะเคราะห์กรรมบางอย่าง กองทัพเยอรมันเอาพวกเจ้าอาณานิคมในยุโรปเสียอยู่หมัด  ญี่ปุ่นจึงได้กระทำการสงครามแบบลุยโลดด้วยการไปปลุกยักษ์หลับมะกันขึ้นมาในที่สุดครับ

สำหรับการเมืองที่ต้องอิงผลประโยชน์ในเรื่องดินแดน ทรัพยากร และประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปกครองในระบอบอะไรมันก็ต้องนำไปสู่การดำเนินกลยุทธุ์เพื่อแย่งเอาสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วครับ

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มีคนรู้รายละเอียดน้อยแบบนี้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเล่าเรื่อง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 13:41:11 IP : 49.48.54.196


ความคิดเห็นที่ 8 (102090)
avatar
เปรม

เคยไปตามอ่าน เรื่องฮิตเลอร์และเหล่าขุนพลใน pantip  เหมือนกัน เมื่อ 2 ปีแล้ว  ชอบแนวนี้มากๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เปรม วันที่ตอบ 2012-06-22 13:14:44 IP : 61.90.102.60


ความคิดเห็นที่ 9 (102091)
avatar
wiwanda

ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านและให้ความเห็น..

 

ดิฉันเห็นว่าสงครามโลกที่เกิดขึ้นมานั้น มีการสู้รบในหลายเวที และที่สำคัญคือ ฝั่งตะวันออก ที่เป็นจุดหักเหจุดหนึ่งที่ทำให้หน้าตาของสงครามเปลี่ยนไป..ในแต่ละเวที..ก็มีตัวละครประหนึ่งพระเจ้าประทานให้มาเกิด  ช่างมีความสามารถกันอย่างสุดโต่ง..

การที่เรารู้ร่องรอยและวิธีของกลยุธในการรุกและรับ..เราสามารถเอามาอ่านเกมส์ของการเมืองในปัจจุบันได้..จริงไหมคะ?

ผู้แสดงความคิดเห็น wiwanda ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-23 04:41:42 IP : 99.40.100.77


ความคิดเห็นที่ 10 (102137)
avatar
หมาป่าดำ

 ถ้ารัสเซียไม่มีศึกกับเยอรมัน ญ๊่ปุ่นอาจเละยิ่งกว่านี้

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-08 16:59:52 IP : 171.4.165.195



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker