dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletรวมลิงค์/แลกลิงค์ ที่นี่ครับ
bulletHistory in Film
bulletHistory on Film
bulletFuKDuK TV ช่องประวัติศาสตร์
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ราคาส่ง


Alexander the Great (1956)
วันที่ 19/05/2013   21:46:41

webmaster@iseehistory.com

 

ตั้งแต่ได้แนะนำภาพยนตร์สารคดี ตามรอยอเล็กซานเดอร์มหาราช ของ National Geographic เอาไว้แล้ว ผมก็มัวแต่ไปเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ อีกหลายเรื่อง ทั้งๆ ที่ยังมีภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเกี่ยวกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ถึงสองเวอร์ชันทั้งรุ่นเก่าและใหม่ พอมาระยะนี้เริ่มสังเกตว่ามีผู้ชมที่เข้ามาเว็บจากการใช้ Google ด้วยคำค้นเกี่ยวกับพระองค์ท่านเข้ามาเป็นระยะๆ คราวนี้จึงต้องวางมือจากภาพยนตร์เรื่องอื่นเพื่อมาพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องให้ครบชุดกันซะที โดยคราวนี้จะขอเริ่มต้นด้วยเรื่อง Alexander the Great หรือในชื่อภาษาไทยตรงๆ ตัวว่า อเล็กซานเดอร์มหาราช ที่สร้างขึ้นในปี 1956 (พ.ศ.2499) นำแสดงโดย Richard Burton ครับ

ภาพยนตร์เปิดเรื่องขึ้นมา ณ ที่สาธารณะในเมืองแห่งหนึ่งในกรีก มีนักพูดรายหนึ่ง (เข้าใจว่าเป็น เดมอส เทนิส - Demosthenes 384–322 ปีก่อนคริสตกาล) เล่าเรื่องราวของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ตั้งแต่เริ่มประสูติในขณะที่พระราชบิดา คือพระเจ้าฟิลลิปแห่งมาซีโดเนียกำลังทำการศึกติดพัน พอทราบข่าวการประสูติพระโอรส ก็เสด็จกลับมาเยี่ยมพระมเหสี คือ พระนางโอลิมเปียส และพระโอรสน้อยทันที เรื่องราวถัดจากนี้ก็เป็นไปตามพระราชประวัติที่มีในประวัติศาสตร์ ที่ผมได้เคยนำเสนอมาแล้วใน ตามรอยอเล็กซานเดอร์มหาราช เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำซ้อน ขอผ่านการเล่าเรื่องย่อมายังประเด็นสำคัญที่นำเสนอในภาพยนตร์ ดังนี้ครับ

ความขัดแย้งระหว่างพระราชบิดากับพระราชมารดา

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของหลักทางจิตวิทยาที่ว่า พื้นฐานทางครอบครัวหรือชีวิตในวัยเยาว์ของคนเรานั้น จะมีอิทธิพลต่อแนวคิดและการกระทำในวัยผู้ใหญ่ ปัญหาของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้จะคล้ายกับชีวิตใครบ้างก็ไม่ทราบ คือความไม่ลงรอยกันระหว่างพระราชบิดา (พระเจ้าฟิลลิป) ที่ทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่ห้าวหาญ กับพระราชมารดา (พระนางโอลิมเปียส) พระมารดาผู้หลงใหลในลัทธิเทพไดโอนีซุส เทียบกับครอบครัวชาวบ้านก็คงคล้ายกับว่า พ่อเป็นทหาร แม่ไปนับถือวัดอะไรสักแห่งที่เชื่ออะไรไปคนละทางกัน พระนางทรงมีความคิดแต่แรกว่า เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ทรงเป็นบุตรของเทพ และจะทรงมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้า ฟังเผินๆ น่าจะเป็นเรื่องดี แต่นี่เท่ากับทรงไม่ใส่พระทัยในพระสวามีผู้เป็นกษัตริย์นักรบที่ย่อมจะเป็นคนอารมณ์ร้อน เชื่อมั่นในพระองค์เอง หรือคุณผู้ชายทั้งหลายลองนึกดูว่า ถ้าภรรยาของท่านมีลูกกับท่านแท้ๆ แต่คุณเธอกลับบอกว่าเป็นลูกของเทพของเจ้าอะไรที่ท่านอาจจะไม่ได้นับถือ คงเป็นเรื่องแน่ใช่ไหมครับ

พระเจ้าฟิลลิปแห่งมาซีโดเนีย แต่งตั้งเจ้าชายอเล็กซานเดอร์เป็นรัชทายาท ขวาสุดคือพระนางโอลิมเปียส

เมื่อเจ้าชายอเล็กซานเดอร์เจริญพระชันษาขึ้นมาเป็นหนุ่ม ความขัดแย้งระหว่างพระราชบิดาและพระราชมารดายิ่งปรากฏชัดขึ้น สร้างความอึดอัดใหักับพระองค์ ที่เดี๋ยวพระราชบิดาก็มาเป่าพระกรรณ (หู) ว่าแม่ของเจ้าเขาอยากจะครอบครองอาณาจักรโดยผ่านตัวเจ้า เดี๋ยวพระมารดาก็มาบอกว่า พ่อของเจ้าคิดร้ายกับข้า เพราะจะมีเมียใหม่ ในภาพยนตร์ดูเหมือนเจ้าชายจะเอนเอียงไปทางพระมารดาสักหน่อย แต่มีหลายครั้งที่ทรงแสดงออกว่าอยากสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยพระองค์เอง ไม่ใช่ดำเนินตามรอยพระบาทของพระบิดาหรืออยู่ภายใต้อำนาจพระมารดา

อีกคนที่มีบทบาทต่อเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ในช่วงนี้ คือ อริสโตเติล พระอาจารย์ (Tutor) ที่สอนวิชาความรู้ต่างๆ ให้กับพระองค์ ซึ่งในภาพยนตร์ดูเหมือนจะมีบทบาทน้อยไปหน่อย และไม่ได้กล่าวถึงมหากาพย์อีเลียต (Eliot) และโอดิสซี (Odyssey) ที่กล่าวถึงสงครามเมืองทรอยและวีรบุรุษอะคิลิส ที่ของอเล็กซานเดอร์ทรงยึดถือเป็นแบบอย่างเลย

การรบที่คาโลนีเฮน อเล็กซานเดอร์ ช่วยชีวิตพระราชบิดาไว้

และไม่ได้กล่าวด้วยว่า ทั้งพระเจ้าฟิลลิป และอเล็กซานเดอร์ นั้น ทรงมีพฤติกรรมความรักแบบที่สมัยนี้เรียกว่า ไบเซ็กช่วล ทั้งสองพระองค์ทรงมีคุ่รักทั้งหญิงและชายอยู่หลายราย ซึ่งเป็นเรื่องปรกติสำหรับชาวกรีกในสมัยนั้น แต่กับยุคที่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับการนำเสนอพฤติกรรมดังกล่าว

ย้อนกลับมาเรื่องระหว่างพระเจ้าฟิลลิปกับพระนางโอลิมเปียสโดยย่อสักนิด ว่าวันหนึ่ง พระเจ้าฟิลลิปทรงอภิเษกกับสตรีอื่น อเล็กซานเดอร์ไม่พอพระทัยอย่างมาก ทั้งอเล็กซานเดอร์และพระนางโอลิมเปียสต้องถูกเนรเทศอยู่พักหนึ่ง จนพระมเหสีใหม่ประสูติพระโอรสจึงได้รับอภัยโทษ แต่หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าฟิลลิปถูกปลงพระชนม์โดยพระสหายผู้หนึ่งของอเล็กซานเดอร์ ๆ ทรงสังหารพระสหายนั้นทันที ในภาพยนตร์อเล็กซานเดอร์จะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการปลงพระชนม์ และมีการตั้งข้อสงสัยพระนางโอลิมเปียสด้วย แต่ทั้งในประวัติศาสตร์และในภาพยนตร์ก็ไม่สามารถระบุได้ชัดว่าทั้งสองพระองค์เกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าฟิลลิปเพียงใด ทราบแต่ว่าหลังจากนั้น อเล็กซานเดอร์ได้ครองราชย์ และเริ่มเสด็จกรีธาทัพสู่เอเชียไมเนอร์

พิชิตโลกตะวันออก

น่าสังเกตว่าภาพยนตร์ให้ความสำคัญในการถ่ายทอดชีวิตในวันหนุ่มก่อนการพิชิตโลกภายนอกนี้ถึงประมาณครึ่งเรื่อง ทำให้เนื้อหาอื่นๆ ถูกลดทอนลงไปมาก แน่ล่ะว่าหนังสงครามแบบนี้เราก็อยากดูฉากการรบหลายๆ ฉาก

สงครามกับ Darius ครั้งที่หนึ่งที่เมือง Isus

ในปี 334 ก่อนคริสตกาล พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทรงนำทหารประมาณ 3 หมื่นนาย ข้ามมายังเอเชียไมเนอร์ ทรงประสบความสำเร็จในการทำสงครามแผ่พระราชอาณาเขตได้อย่างกว้างใหญ่ไพศาล และต้องทรงผ่านการศึกมานับครั้งไม่ถ้วน หากจะถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์โดยสมบูรณ์แล้ว เวลา 2-3 ชั่วโมงในโรงภาพยนตร์หรือในแผ่น CD/DVD คงไม่พอ อาจจะต้องสร้างกันเป็นหนัง Series กันเลยทีเดียว ผู้สร้างภาพยนตร์จึงเลือกการศึกครั้งสำคัญ คือ การรบกับอาณาจักรเปอร์เซีย อันมีพระเจ้า Darius III (ไม่แน่ใจว่าจะอ่านว่า "ดาริอุส" "ดาเรียส" "แดริอุส" หรือ "แดเรียส" ตัวผมจะเคยชินกับอย่างแรก แต่ในบทพากย์ไทยจะอ่านแบบที่สี่ครับ) ครองราชย์อยู่ พระเจ้าดาริอุสทรงหยิ่งทนงในศักดิ์ศรีของชาวเปอร์เซียที่มีอารยธรรมมาก่อนชาวกรีกนับเป็นพันปี ขณะที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์พึ่งเจริญพระชันษาได้ราวยี่สิบกว่าปี น้อยกว่าพระองค์ราวพ่อกับลูกเลย กำลังทัพกรีกก็น้อยกว่ามาก จึงไม่ค่อยสนพระทัยต่อคำเตือนของเมนอน ผู้นำกรีกคนหนึ่งที่ไปสวามิภักดิ์ต่อพระองค์เท่าไหร่นัก ในการรบกันครั้งแรก แน่นอนว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงได้รับชัยชนะอย่างงดงาม เมนอนและชาวกรีกที่ไปร่วมรบกับชาวเปอร์เซียต้องเสียชีวิตทั้งหมด จากนั้นภาพยนตร์กล่าวถึงการรบที่อื่นแต่เพียงย่อๆ จากนั้นจึงมาถึงการรบกับพระเจ้าดาริอุสครั้งที่สอง ครั้งนี้กองทัพเปอร์เซียยังคงมีกำลังมากกว่าฝ่ายกรีกเช่นเดิม แต่ก็ต้องประสบความพ่ายแพ้อีกครั้ง คราวนี้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เสด็จเข้าเมืองหลวงได้ พระเจ้าดาริอุสถูกทหารของพระองค์เองสังหารขณะเสด็จหนีการตามล่าของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์

สงครามกับ Darius ครั้งที่สองที่ Gaugamela

ฉากการรบทั้งสองครั้งนับได้ว่าสร้างได้ยิ่งใหญ่มากสำหรับสมัยนั้น ใช้ผู้คนเข้าฉากเป็นจำนวนมากมายสมจริง แต่ปัญหาอาจจะอยู่ตรงที่การแสดงให้เราเห็นว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงเอาชนะกองทัพที่มากมายกว่าได้อย่างไร โดยเฉพาะในครั้งที่สองนั้น ภาพยนตร์จะเน้นว่าทรงรีบเผด็จศึกด้วยการลุยเข้าไปยังรถม้าทรงของพระเจ้าดาริอุส แต่ที่จริงสาเหตุแห่งชัยชนะมีมากกว่านั้น ดังรายละเอียดใน สารคดี ตามรอยอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่ได้เคยแนะนำไปแล้วครับ ทั้งนี้ก็ต้องยกประโยชน์ว่ายังไงๆ ภาพยนตร์สารคดีที่สร้างในสมัยหลังซึ่งมีความพร้อมด้านข้อมูลมากกว่า ย่อมจะดูรู้เรื่องกว่าภาพยนตร์บันเทิงรุ่นเก่าอยู่แล้ว

ภาพยนตร์ได้ใช้เวลากับการสงครามกับเปอร์เซียทั้งสองครั้งอีกประมาณครึ่งหนึ่งของครึ่งเวลาที่เหลือจากช่วงก่อนอเล็กซานเดอร์ขึ้นครองราชย์ ทำให้การศึกที่เหลืออีกหลายครั้งไม่มีปรากฏเป็นฉากสำคัญ รวมถึงการรบกับกองทัพช้างของอินเดียที่หากทำได้จะแสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของพระองค์ได้อย่างชัดเจน แต่ผู้สร้างไม่ยอมทำการบ้านให้เราดูด้วยเช่นกัน ทำให้นักสร้างภาพยนตร์รุ่นหลังต้องมาสร้างใหม่และทำการบ้านข้อนี้ให้เราในเมืองไทยนี่เอง ซึ่งจะได้กล่าวถึงในอีกบทความในเร็วๆ นี้ครับ

ประเด็นย่อยอื่นๆ และสรุปภาพรวม

การเลือก Richard Burton มาแสดงเป็นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์นั้น จะด้วยความดังของเขาในช่วงนั้นหรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ในความรู้สึกส่วนตัวของผมเอง ที่น่าจะมีความเป็นนักเลง (ทั้งด้านบวกและด้านลบ) และความห้าวมากกว่าที่เห็นในภาพยนตร์

ด้านการบริหารเวลาในเนื้อเรื่องก็เป็นดังที่กล่าว คือให้เวลากับช่วงก่อนครองราชย์ค่อนข้างมาก ทำให้การรบในช่วงหลังๆ ไม่ค่อยมีรายละเอียดมากนัก ยังดีที่ในช่วงครึ่งแรกนี้มีการศึกที่คาโลนีเฮน ที่เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ได้ช่วยชีวิตพระราชบิดาไว้ให้ดูก่อนที่เราจะง่วงกัน

วาระสุดท้ายของ อเล็กซานเดอร์มหาราช

ด้านภาษาไทยในวีซีดีนั้น ฟังแล้วชอบกลๆ ตลอดเวลา อธิบายไม่ค่อยถูกเหมือนกันครับ คล้ายๆ กับว่าภาษาอังกฤษในบทเดิมเขาจะกระเดียดไปทางภาษากวีหรือภาษาลิเกแบบบ้านเรา แล้วคนแปลมือไม่ถึง พอดีไม่มีฉบับซาวด์แทร็กหรือ DVD มาให้เปรียบเทียบ แต่ที่จดไว้ว่าแปลผิดชัดๆ คือ คำว่า "นักโทษสงคราม" ซึ่งมาจากคำว่า Prisoner of War แน่ๆ คำนี้ควรแปลว่า "เชลยศึก" ครับ

โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังขาดรายละเอียดที่น่าสนใจอีกไม่น้อย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้สร้างตีความว่า การพิชิตเปอร์เซียซึ่งเป็นมหาอำนาจใหญ่ที่สุดในเอเชียยุคนั้น ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของพระองค์แล้ว หากเรายอมรับแนวคิดนี้ได้ ก็แล้วไปครับ

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Alexander the Great

ชื่อภาษาไทย : อเล็กซานเดอร์มหาราช

ผู้สร้าง : Robert Rossen

ผู้กำกำกับ : Robert Rossen

ผู้เขียนบท : Robert Rossen

ผู้แสดง : Richard Burton, Claire Bloom, Frederic March, Danielle Darrieux, Michael Hordern, Harry Andrews

ควรอ่านเพิ่มเติม

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • (ยังไม่มี)

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



ตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)

สปาร์ตาคัส เกิดอย่างทาส สู้อย่างทาส ตายอย่างทาส วันที่ 19/05/2013   21:36:29
Helen of Troy (1956) The face that launched a thousand ships (เฮเลน แห่ง ทรอย , ความงามที่เคลื่อนทัพเรือพันลำ) วันที่ 19/05/2013   21:37:57
คลีโอพัตรา ตอนที่ 3 คลีโอพัตรา นางพญาไอยคุปต์ (1999) วันที่ 19/05/2013   21:39:06
คลีโอพัตรา ตอนที่สอง เวอร์ชั่นปี 1963 วันที่ 19/05/2013   21:40:09
สารคดี Nefertiti and the Lost Dynasty: เนเฟอตีติ อมตะราชินี จาก NATIONAL GEOGRAPHIC วันที่ 19/05/2013   21:41:09
300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก วันที่ 19/05/2013   21:42:04
Hannibal (1959) "มีเมียแล้วไม่บอก!" วันที่ 19/05/2013   21:43:44
สารคดี Hannibal จาก BBC : เพราะเขาไม่ใช่คนเถื่อน? วันที่ 19/05/2013   21:44:49
Alexander มหาราชชาตินักรบ วันที่ 19/05/2013   21:45:44
แกะรอย อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) วันที่ 19/05/2013   21:47:37
Taras Bulba (1962 film) (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   21:48:19 article
1612 (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   21:48:44 article
นักรบหญิง กวนอหังการ Gladiatress (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   21:49:12 article
Braveheart (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   21:49:41 article
Attila 2001 (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 07/04/2014   21:10:33 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker