dot
dot
เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่าน
dot
dot
สมาชิก Webboard/Blog
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletข้อตกลงการเป็นสมาชิก
bulletเว็บบอร์ด-คุยกันหลังฉาก
bulletเว็บบอร์ด-Games ย้อนยุค
bulletเว็บบอร์ด-ชุดจำลองประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-หนังสือประวัติศาสตร์
bulletเว็บบอร์ด-เพลงประวัติศาสตร์
bulletคำถาม/คำตอบ ล่าสุด
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
dot
สงครามโลกครั้งที่ 2
dot
bulletสมรภูมิยุโรป (สัมพันธมิตรVSเยอรมัน-อิตาลี)
bulletสมรภูมิแปซิฟิก-เอเชีย (สัมพันธมิตรVSญี่ปุ่น)
dot
ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อื่นๆ
dot
bulletสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
bulletประวัติศาสตร์ไทย
bulletประวัติศาสตร์อเมริกันยุคเริ่มแรก
bulletสงครามเวียดนามและอินโดจีน
bulletตะวันตกโบราณ (กรีก โรมัน ฯลฯ)
bulletประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
bulletเอเชียโบราณ
bulletประวัติศาสตร์อื่นๆ (ยังไม่แยกหมวดหมู่)
bulletคลิปความรู้จาก YouTube
dot
เรื่องอื่นๆ
dot
bulletบทความเสริมความรู้ทั่วไป
bulletเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
bulletผู้จัดทำ
bulletผังเว็บไซต์ (Site Map)
bulletแนวทางการร่วมเขียนบทความ
bulletถาม-ตอบ (FAQs) (โปรดอ่านก่อนตั้งกระทู้หรือสมัครสมาชิก)
bulletร้านค้าออนไลน์
bulletแบ่งปัน Album
dot
ลิงค์ต่างๆ
dot
bulletHistory on Film
bulletกองบิน 21 กองพลบิน 2
bulletIELTS British Council
bulletIELTS IDP
bulletMUIC




โหราศาสตร์ยุคไอที


เว็บแลกลิงค์อื่นๆ


To Hell And Back สงคราม...สร้างวีรบุรุษ
วันที่ 19/05/2013   15:21:01


Countryboy


ก่อนอื่น ขอกล่าวคำสวัสดีต่อเพื่อน ๆ สมาชิกทั้งเก่าและใหม่ของ www.iseehistory.com ก่อนนะครับ ซึ่งตอนนี้ ก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกหลายท่านแล้ว แต่สังเกตดูว่า ที่ "คุยกันหลังฉาก" ก็ยังเงียบเหงาอยู่เหมือนเดิมครับ เพื่อน ๆ สมาชิกไม่เข้ามาคุย ๆ กันบ้างเลย อยากให้เพื่อน ๆ เข้ามาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กันบ้างครับ และต่อมา ก็ขอขอบคุณ webmaster ที่ได้กรุณาแนะนำหนังเรื่องนี้มาให้ผมได้เขียนถึง พร้อมทั้งยังโทร.ทวงถามถึงต้นฉบับอีกด้วย ... ทำให้เกิดกำลังใจในการเขียนขึ้นมาอีกครับ

หนังเรื่อง To Hell And Back ที่ท่าน webmaster กรุณาแนะนำมานี้ เป็นหนังเก่าครับ สร้างตั้งแต่ปี 1955 (พ.ศ.2498) ก็กว่า 50 ปีแล้ว เป็นเรื่องจริง ชีวิตจริง ของพลทหารคนหนึ่ง ที่ทำการรบในสมรภูมิยุโรปด้วยความกล้าหาญ จนได้รับเหรียญกล้าหาญถึง 33 เหรียญ เรียกว่า ไม่มีใครที่เคยได้รับเหรียญกล้าหาญมากกว่านี้มาก่อนในกองทัพสหรัฐ ฯ เลยครับ เรื่องราวต่าง ๆ ที่มีในหนัง มาจากการเขียนของเขาเองหลังจากที่สงครามสงบลงแล้ว และตัวเค้าก็ก้าวเข้ามาสู่วงการแสดงใน ฮอลลี่วู๊ด แสดงหนังอีกกว่า 40 เรื่อง ซึ่งหนังเรื่อง To Hell And Back นี้ เค้ายังรับบทแสดงเป็นตัวเค้าเองในหนังอีกด้วย วันนี้ เราจะคุยกันถึงหนังเรื่อง To Hell And Back ที่นำแสดงโดย Audie Murphy ครับ

Audie Leon Murphy เกิดเมื่อ 20 มิถุนายน 1924 (พ.ศ.2467) ในครอบครัวชาวไร่จน ๆ ที่ ดัลลาส เท๊กซัส พออายุได้ 8 ปี ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานช่วยครอบครัวเนื่องจากพ่อตาย และต่อมา เมื่อแม่ของเค้าตายอีก ทำให้ ออดี้ ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดูแลน้อง ๆ จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ความที่ต้องการเงินที่เป็นรายได้ประจำมาเลี้ยงดูครอบครัว ออดี้ จึงสมัครเข้าเป็นทหาร แต่เนื่องจากขนาดของร่างกายที่เล็กกว่ารายเฉลี่ยโดยทั่วไป และทั้งยังถือว่าเค้าไม่มีความรู้อีกด้วย ทำให้หลาย ๆ หน่วยของกองทัพที่เค้าเข้าสมัครปฏิเสธคำขอของเขา แต่ในที่สุด กองพลทหารราบที่ 3 ก็ยอมรับ ออดี้ เข้าเป็นพลทหารประจำการ

จากความมุมานะในการฝึก และความสามารถยิงปืนได้อย่างแม่นยำในสมัยที่ยังต้องออกล่าสัตว์เพื่อ
มาเป็นอาหารเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อเข้าสู่สมรภูมิ พลทหาร ออดี้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บังคับหมู่รบทั้งที่เป็นพลทหารหน้าอ่อน และยังมีอายุน้อยอยู่ แต่ ออดี้ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาจนได้รับการยอมรับในหมู่ทหารด้วยกัน

3 ปีในสนามรบ กับ 9 สมรภูมิย่อยในยุโรปที่ ออดี้เข้าปฏิบัติงาน จากความเก่งกาจ กล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ พลทหาร ออดี้ ได้รับการเลื่อนยศกลางสนามตั้งแต่ นายสิบ จ่า และร้อยตรี ในที่สุด และผลตอบแทนที่ได้รับคือเหรียญกล้าหาญตั้งแต่ขั้นแรกสุดจนถึงขั้นสูงสุดรวมกันถึง 33 เหรียญ ทั้งจากของสหรัฐอเมริกาเองและจากประเทศพันธมิตรที่เข้าร่วมรบด้วย และได้รับการยอมรับจากกองทัพสหรัฐ ฯ ว่า เป็นผู้ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญมากที่สุดของกองทัพเลยทีเดียว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ออดี้ เมอร์ฟี่ ได้ปลดจากกองทัพเมื่อ 21 กันยายน 1945 (พ.ศ.2488) และหันมาสู่การแสดงโดยการชักนำของ James Cagney ได้เป็นดารานำแสดงเป็นเรื่องแรกในเรื่อง Bad Boy เมื่อปี 1949 (พ.ศ.2492) จากนั้น ก็เป็นดาราเจ้าบทบาทในสังกัดของ Universal Picture มาอีกเป็นระยะเวลา 15 ปีกับหนังทั้งหมด 26 เรื่อง จนหมดสัญญา จึงออกมาเล่นหนังกับบริษัทต่าง ๆ อีกรวม 44 เรื่อง นอกจากนั้น ออดี้ ยังสามารถที่จะแต่งเพลงให้กับนักร้องชั้นนำในยุคนั้นได้ร้องกันจนเป็นที่ได้รับความนิยมทั่วไปอีกด้วย

ออดี้ แต่งงานครั้งแรกเมื่อปี 1945 (พ.ศ.2488) อยู่ด้วยกันจนถึงปี 1951 (พ.ศ.2494) โดยไม่มีลูกด้วยกัน จากนั้น แต่งงานครั้งที่ 2 ในปี 1951 มีลูกชายกับภรรยาใหม่ด้วยกัน 2 คน

วันที่ 28 พฤษภามคม ปี 1971(พ.ศ.2514) ออดี้ เมอร์ฟี่ เสียชีวิตจากเครื่องบินส่วนตัวตกที่ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ชื่อของเขา ได้รับการแกะสลักไว้ที่สุสานทหารอาร์ลิงตัน (Arlington National Cemetery) เพื่อแสดงถึงวีรกรรมความกล้าหาญของเขาให้คนรุ่นหลังได้รู้จักตลอดไป และทางมลรัฐเท็กซัสซึ่งเป็นถิ่นเกิดของเขา ยังได้ประกาศเกียรติคุณด้วยการประกาศให้วันที่ 20 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวัน Audie Murphy Day ตั้งแต่ปี 1996 (พ.ศ.2539) เป็นต้นมาอีกด้วย

เข้ามาถึงเรื่องของหนังที่จะเล่าสู่กันฟังเลยนะครับ หลังจากที่ได้เล่าถึงประวัติของนักแสดงผู้นี้โดย
คร่าว ๆ กันแล้ว ซึ่งถึงแม้ว่า จะไม่ใช่บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกก็ตาม แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องของบุคคล ที่จะเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้ใคร ๆ นำไปเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติได้ครับ

To Hell And Back หรือในชื่อภาษาไทยว่า หน่วยรบเดนตาย เปิดฉากด้วยการเชิญพลตรี วอลเธอร์ บี. สมิธ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองบัญชาการทหารสูงสุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทราบประวัติการรบของ ออดี้ เมอร์ฟี่ เป็นอย่างดีมากล่าวนำเรื่อง จากนั้น เป็นการเล่าเรื่องราวในวัยเด็กของ ออดี้ ที่ต้องเผชิญกับความลำบากกับครอบครัวก่อนเกิดสงคราม ทำให้ต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานเลี้ยงดูแม่และน้อง ๆ ซึ่งพอถึงฉากนี้ ตัวเค้าเองก็เริ่มแสดงเป็นตัวเค้าเองแล้วครับ จากนั้น เมื่อแม่ของเค้าตายลง และเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ความที่ต้องการเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับน้อง ๆ ทำให้ ออดี้ สมัครเข้าสู่กองทัพ แม้จะถูกปฏิเสธจากในหลายหน่วยรบ เนื่องจากที่มีความรู้น้อยและยังอายุน้อยอยู่ แต่เค้าก็ไม่ละความพยายามจนในที่สุดก็ได้เป็นทหารราบตามที่ต้องการ

เริ่มประจำการในอาฟริกาเหนือ

สมรภูมิแรกที่พลทหาร ออดี้ ได้เข้าร่วมรบคือที่ ตูนิเซีย อัฟริกา โดยสังกัดอยู่กับ หมวดที่ 3 กองร้อย บี. กองพลที่ 3 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยหัวหน้าหมู่ทันทีท่ามกลางความขบขันของทหารเก่าทั้งหลายที่ต้องมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเค้า

หลังจากพันธมิตรยึดครองอัฟริกาได้แล้ว กองพลที่ 3 ถูกส่งไปรบต่อที่ ซิซีลี ประเทศอิตาลี่ เพื่อน ๆ ที่ร่วมรบต่างพากันเป็นห่วง ออดี้ ว่าจะได้รับอันตราย แต่ปรากฏว่า ออดี้ กลับมีความสามารถในการนำหน่วยได้เป็นอย่างดี เป็นที่เชื่อถือทั้งของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา และได้รับการเลื่อนยศเป็น สิบโท ท่ามกลางความดีใจของเพื่อนร่วมรบด้วยกัน

การรบครั้งแรกในซิซิลี

ในการรบในเวลากลางคืนครั้งหนึ่งที่ อิตาลี่ ออดี้ ได้แสดงให้เห็นถึงน้ำใจที่มีต่อเพื่อนร่วมรบ ด้วยการหลอกไม่ให้เพื่อนที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวทางบ้านเข้ามารบกวนจิตใจจนไม่ค่อยเป็นปกติ ออกไปรบตามคำสั่งจากหน่วยเหนือ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดจนเกิดการบาดเจ็บล้มตายลงได้จากความกลัดกลุ้มที่เพื่อนเค้ามีอยู่

การรบดำเนินต่อไป กองพลที่ 3 สามารถบุกขึ้นไปได้ถึง แคสซิโน ซึ่งที่นี่ ออดี้ได้รับการเลื่อนยศอีกครั้งเป็นสิบเอก กองพลที่ 3 ได้รับการอนุญาตให้พักผ่อนได้ระยะเวลาหนึ่งก่อนทำการรบต่อไป ในฉากของการพักผ่อนนี้ จะเห็นอารมณ์ต่าง ๆ ของเหล่าทหารแต่ละคนที่แสดงออกมา เช่น ออดี้ เอง เมื่อเห็นเด็ก ๆ ชาวบ้านก็จะนึกถึงน้อง ๆ ของเค้า หรือเพื่อน ๆ บางคนที่เห็นเด็ก ๆ กำลังคุ้ยเขี่ยกองขยะเพื่อหาสิ่งของต่าง ๆ ก็จะสะเทือนใจคิดถึงบ้านเกิดที่เค้าจากมาจนหมดอารมณ์ที่จะเที่ยวเตร่เป็นต้น ก็เรียกว่าได้อารมณ์ในการดูหนังไปอีกแบบครับ รวมทั้งฉากขำ ๆ ที่ จีไอ.โดนสาว ๆ หลอกขโมยรองเท้าบู๊ทไปด้วยเช่นกัน

ฉากต่อมาเป็นการบที่สมรภูมิ แอนซิโอ กองพลที่ 3 ที่ทำการยกพลขึ้นบกต้องประสบกับการต่อต้านของเยอรมันถึง 5 กองพล การรบน่าจะดุเดือดนะครับ แต่ในหนังไม่ค่อยจะสะใจเท่าไหร่นัก หมู่รบของ ออดี้ ได้รับคำสั่งให้ยึดอาคารสูงหลังหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่ตรวจการณ์หน้าของการระดมยิงด้วยปืนใหญ่เรือ ออดี้ นำการบุกเข้ายึดที่มั่นอย่างห้าวหาญ มีขำ ๆ ก็ตอนที่เห็นตัวเองในกระจกเงาแล้วกราดเจ้า ทอมมี่ ขนาด .45 ใส่ซะกระจาย โดนลูกน้องอำกันสนุกเป็นเรื่องคลายเครียดไปเลยครับ

ทำลายรถถัง

นอกจากการนำกำลังเข้ายึดอาคารที่ว่านี้ด้วยความกล้าหาญแล้ว ยังได้มีฉากแสดงวีรกรรมของ ออดี้ ในการเข้าซุ่มโจมตีรถถังของข้าศึกในระยะประชิดอีกด้วยครับ ใกล้ขนาดที่ใช้ลูกระเบิดที่ยิงจากปืนเล็กยิงในแบบยิงตรงเข้าทำลายรถถังข้าศึกไฟลุกโชนเลยทีเดียว การรบที่ แอนซิโอ ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน กองพลที่ 3 และเพื่อนร่วมรบก็สามารถขับไล่เยอรมันถอยทัพกลับไปได้ ที่นี่ ออดี้ ได้รับการเสนอให้รับยศร้อยตรี แต่เค้าปฏิเสธกลับไปครับ

การรบที่สมรภูมิ แอนซิโอ นี้ ออดี้ ต้องสูญเสียเหล่าเพื่อนตายสหายศึกไปหลายคนด้วยกัน เพื่อนพ้องที่เหลืออยู่ ต่างก็เต็มไปด้วยความเสียใจที่เพื่อนร่วมรบที่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายสมรภูมิต้องจากไป

ฉากต่อมา เป็นช่วงเวลาที่การยกพลขึ้นบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หรือ วัน D - Day ได้ผ่านไปแล้วด้วยความสำเร็จของทหารพันธมิตร กองพลที่ 3 ที่ ออดี้ สังกัดอยู่ถูกย้ายไปฝรั่งเศส ซึ่งครั้งนี้ นับได้เป็นครั้งที่ 4 ของกองพลที่ 3 ที่ต้องยกพลขึ้นบกเพื่อทำศึก จนเหล่าทหารต่างพากันบ่นอย่างขำ ๆ กันว่า จะเป็นโรคน้ำกัดเท้ากันอยู่แล้ว ในการรบที่ฝรั่งเศส ออดี้ ต้องเสีย แบรนดอน เพื่อนสนิทที่เค้าเคยหลอกให้ไม่ต้องไปออกรบที่สมรภูมิใน อิตาลี่ มาแล้ว การสูญเสีย แบรนดอน สร้างความเสียใจให้กับ ออดี้ เป็นอย่างมาก และทำให้เกิดความแค้นจนบุกเดี่ยวแบบบ้าระห่ำเข้าโจมตีรังปืนกลของเยอรมันด้วยตัวคนเดียวได้ถึง 2 จุดด้วยกัน ฉากนี้มันดีนะครับ ตัวคนเดียวกับปืนกลกระบอกนึง วิ่งเข้าชาร์จจนเยอรมันร่วงดับไปหลายคน ตรงนี้ ก็คงจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เค้าได้รับเหรียญกล้าหาญมาประดับที่หน้าอกของเค้าครับ

ใช้ปืนกลเยอรมัน MG42 ถล่มฝ่ายเจ้าของเดิมซะยับ

และที่ ฝรั่งเศส นี่เอง ออดี้ ได้รับการเสนอยศร้อยตรีจากผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง พร้อมทั้งข้อเสนอที่จะส่งตัวเข้าไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย เวสต์พ้อยท์ อีกด้วย ได้นายที่ดี ก็ดีอย่างนี้นี่เองครับ แม้ว่า ออดี้ จะปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ต้องการย้ายหน่วยเมื่อได้รับยศสัญญาบัตรก็ตาม แต่ด้วยความที่เหล่านาย ๆ เห็นความสามารถของเขา จึงให้ติดยศร้อยตรีและให้อยู่กับกองพลที่ 3 ที่ตัวเค้ามีความรักและผูกพันมากต่อไป

งานแรกของ ร้อยตรี ออดี้ คือการนำกำลังพลเข้ายึดเนิน 481 เพื่อป้องกันการใช้เป็นจุดตรวจการณ์หน้าของเยอรมัน ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยความสามารถของ หมวด ออดี้ และลูกทีม การปฏิบัติการครั้งนี้ ก็ได้รับผลสำเร็จไปด้วยดี

ยึดเนิน 481

และในที่สุด ก็มาถึงปฏิบัติการครั้งสุดท้ายของ หมวด ออดี้ หลังจากที่ผ่านการรบมาแล้ว 3 ปี กับ 7 สมรภูมิด้วยกันโดยที่ไม่ได้เห็นการได้รับบาดเจ็บของเค้าเลย ที่ Holtzwihr ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของเยอรมันที่อยู่ติดพรมแดนมากที่สุด พันธมิตรได้มีการสนธิกำลังหลายหน่วยเข้าด้วยกันเพื่อยึดเมืองนี้ หมวดของร้อยตรี ออดี้ กับกำลังประมาณ 30 นายได้รับคำสั่งให้เข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย เมื่อเวลารบมาถึง ทีมของหมวด ออดี้ ได้ปะทะกับกองกำลังของเยอรมันที่ประกอบด้วยรถถัง 5 คันและทหารราบอีกประมาณ 2 กองร้อย ซึ่งแน่นอนว่า ยังไงก็ต่อกรกันไม่ได้อยู่แล้ว หมวด ออดี้ สั่งให้ลูกน้องถอยหาที่กำบังทั้งหมด แต่ตัวเองยังซุ่มอยู่กับโทรศัพท์สนามเพื่อทำหน้าที่ผู้ตรวจการณ์หน้าให้กับหน่วยปืนใหญ่ทำการชี้เป้าเพื่อยิงปูพรมทำลายกองกำลังของเยอรมัน รถถังเยอรมันถูกอำนาจการยิงถล่มของปืนใหญ่จนเสียหายและต้องถอยหนีกลับไป ส่วนกองทหารราบบางส่วน ที่รอดจากการยิงถล่มของปืนใหญ่มาได้ ก็เคลื่อนเข้าเกือบประชิดตัวหมวด ออดี้ จนไม่สามารถให้ปืนใหญ่ยิงช่วยเหลือได้ ซึ่งหมวด ออดี้ก็ได้พยายามต่อสู้อย่างกล้าหาญด้วยการขึ้นไปบนรถถังของฝ่ายเดียวกันที่เริ่มมีไฟลุกติดอยู่จากการถูกปืนรถถังเยอรมันยิงทำลาย และใช้ปืนกลหนักประจำรถยิงต่อสู้จนเหล่าทหารเยอรมันที่บุกเข้ามาตายจนหมด และสามารถโดดหนีออกมาได้ทันก่อนที่รถถังคันนั้นจะเกิดการระเบิดได้อย่างเฉียดฉิว การรบครั้งนี้ หมวด ออดี้ ถูกยิงเข้าที่บริเวณสะโพกซ้าย และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในที่สุด และคงจะเพราะเหตุนี้เอง ที่ทำให้หมวด ออดี้ ไม่สามารถที่จะเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยเวสต์พ้อยท์ได้ และเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปี 1945 (พ.ศ.2488) ออดี้ ลีออน เมอร์ฟี่ ก็ปลดประจำการจากกองทัพบกสหรัฐอเมริกาด้วยยศครั้งสุดท้ายคือ นายร้อยโท

สมรภูมิสุดท้าย ดวลกัน 1 (คน) ต่อ 2 (กองร้อย)

หนังเรื่องนี้ตอนเปิดฉายครั้งแรกที่ ลอส แอนเจิลลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อ วันที่ 12 ตุลาคม 1955 (พ.ศ.2498) นั้น ออดี้ เมอร์ฟี่ และ ภรรยา ได้มาร่วมงานด้วยนะครับ ส่วนในบ้านเรา ผมไม่ทราบครับ ว่าเข้ามาฉายเมื่อไหร่ หรือเข้ามาฉายด้วยหรือเปล่า เพราะว่า ตอนนั้น ยังเป็นละอ่อนอยู่เลย จำได้แต่เพียงว่า รู้จัก ออดี้ เมอร์ฟี่ จากบทพระเอกหนังคาวบอยที่เคยดูน่าจะเพียงเรื่องเดียว ไม่แน่ใจว่า ตอนนั้น เค้ามีฉายาว่า เสือปืนซ้าย หรือ เสือยิ้มยาก หรือไงเนี่ยแหละครับ ผิดถูกยังไงก็ยกให้กับความทรงจำที่เริ่มจะเลอะเลือนแล้วกันนะครับ

ออดี้รับบทนายอำเภอในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องหนึ่ง

อะไรดี ๆ ที่ได้จากหนังเรื่องนี้นั้น ตามความเห็นของผม นอกจากได้รู้จักกับประวัติของวีรบุรุษจริง ๆ คนหนึ่งแล้ว ยังได้ทบทวนประวัติศาสตร์การรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อีกทางหนึ่งด้วยจากแนวการเสนอของหนังที่มีการบรรยาย และ บอกเส้นทางการการเดินทัพและการรบได้ดีในระดับหนึ่ง คล้าย ๆ กับเรื่อง The Big Red One ที่ท่าน webmaster ได้เคยเขียนถึงไว้แล้วครับ

การถ่ายทำ และ การใช้เอฟเฟ็คประกอบต่าง ๆ ก็อยู่ในระดับการสร้างหนังเมื่อยุคนั้น อาจจะไม่สะใจโก๋ในยุคนี้ ฉากการรบไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าที่ควรจะได้เห็นอย่างในปัจจุบัน แต่ผมว่านะ ดูยังไงยังไงเวลาหนังฝรั่งยิงปืน ก็จะมีปลอกกระสุนกระเด็นออกมาให้เห็นอยู่เสมอ ๆ ครับ ไม่ใช่แค่ประทับปืนทำท่าหัวสั่นหัวคลอนเฉย ๆ แผ่นที่ผมใช้อ้างอิงนี่เป็นแบบพากษ์ไทยนะครับ คุณภาพของภาพอยู่ในขั้นดูได้ดี การพากษ์ดีครับ แม้ว่าเสียงพากษ์ที่เป็นตัว ออดี้ นั้นจะออกหวานไปนิดตามความคิดของผมนะ ขอชมเชยทีมพากษ์และผู้แปลบทด้วยครับ ที่ไม่พากษ์มั่วเลอะเทอะ แม้ว่าจะมีหลุดนิดหน่อยตอนที่บ่น ๆ ว่า "เมื่อคืน...ดูบอลดึกไปหน่อย" ไม่ทราบว่า...ได้หรือเสียครับ...

รถถังฝ่ายเยอรมัน ดูเหมือนจะเอา M41 มาติ๊งต่าง

มีอยู่บางฉาก บางตอน เกี่ยวกับอาวุธหนักครับ ผมว่า จะไปแปะไว้ที่ "คุยกันหลังฉาก" เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับท่านสมาชิกที่มีความรู้ด้านนี้ เช่น ชนิด และ แบบ ของรถถัง ที่ใช้ประกอบการแสดงทั้งของทั้งสองฝ่าย ว่าสมจริงสมจังและถูกต้องขนาดไหน รวมทั้งปืนใหญ่ที่เห็นในหลาย ๆ ฉากอีกด้วย เพราะไม่แน่ใจในการจัดภาพที่จะนำเสนอที่คอลั่มนี้ครับ ว่าจะมีพื้นที่พอที่จะนำเสนอภาพที่ผมเลือกมาทั้งหมดได้หรือไม่ ผมคิดว่า จะนำภาพที่ผมสงสัย ไปแปะไว้ที่ "คุยกันหลังฉาก" เพื่อรบกวนขอความรู้จากเพื่อน ๆ สมาชิกที่นั่นครับ จะได้คุยกันให้สมชื่อคอลั่มครับผม

ปืนใหญ่ฝ่ายเยอรมัน ดูทีแรกนึกว่าปืน 88 มม. ท่าทางจะไม่ใช่

ส่วนเรื่องอาวุธประจำตัวนี่ก็เห็นจนชินตากันแล้ว พลทหาร นายสิบ มักใช้เจ้า เอ็ม.วัน ขนาด .30-06 พอเป็นจ่า ก็จะถือ ทอมสัน ขนาด .45 ซึ่ง จ่าออดี้ของเราก็ถืออยู่หลายฉากครับ ยังได้เห็นการใช้แม๊กกาซีนสองอันมามัดติดกันเพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนเมื่อกระสุนหมดเลย และถ้าเห็นผู้หมวดเมื่อไหร่ ก็จะถือเจ้าคาร์ไบน์ ขนาด .30 ติดมือกันเสมอ ๆ เพื่อน ๆ เคยสังเกตกันไหมครับ

จบแล้วครับ และก็เหมือนเดิม คืออยากรับฟังข้อเสนอแนะจากเพื่อนสมาชิกที่เข้ามาอ่านกันบ้างน่ะครับ จะได้นำมาแก้ไขปรับปรุงในโอกาสต่อไปครับผม ขอให้ทุกท่านโชคดี มีความสุข สวัสดีครับ
 

ความเห็นจาก webmaster@iseehistory.com

หนังเรื่องนี้ ผมเห็นเอามาวางขายถูกๆ เหมือนเลหลังในกระบะของร้ายซีดีแห่งหนึ่งในมาบุญครอง ก็นึกว่าเป็นหนังแอคชั่่นสงครามดูกันเล่นๆ พอได้ดูเข้าจริงๆ ในหนังบอกว่าพระเอกมีตัวตนจริง ก็รู้สึกทึ่งในความเป็นวีรบุรุษที่มาจากสามัญชน ทำนองเดียวกับ วาซิลี ไซต์เซปต์ ในเรื่อง Enemy at the Gates จะดูเหลือเชื่อก็ตรงสมรภูมิสุดท้าย ที่คุณออดี้แกใช้ปืนกลบนรถถังสู้กับทหารเยอรมันสองกองร้อย ดูแล้วนึกถึงหนังไทยยุคเก่าหลายเรื่อง ความเหลือเชื่อของฉากนี้ ยิ่งทำให้ต้องค้นคว้าเพิ่มเติมจนพบว่า ออดี้ เมอร์ฟี่ นี้ิยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นแค่แผ่นวีซีดีเลหลังขายถูกเป็นไหนๆ

ความจริงอยากจะเขียนบทความแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่ความที่ยังมีหนังอีกหลายเรื่องจนจัดคิวไม่ถูก เลยต้องแบ่งให้คุณ countryboy ช่วยเขียนบ้าง เพื่อที่ผมจะได้เอาเวลาไปเขียนเรื่องที่ต้องเขียนเองจริงๆ ถ้าท่านใดสนใจจะเขียนแนะนำภาพยนตร์เรื่องใดมาร่วมสนุกกันบ้างก็ยินดีต้อนรับเสมอครับ

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ To Hell And Back

ชื่อภาษาไทย หน่วยรบเดนตาย (หรือ วีรบุรุษกางเขนเหล็ก)

ชนิด วีซีดี พากษ์ไทย จำนวน 2 แผ่น ความยาว 106 นาที

ผู้สร้าง Universal Picture ปี 1955 (พ.ศ.2498)

บทภาพยนต์ Gil Doud จากหนังสือของ Audie L. Murphy

จัดจำหน่าย Elephant Media Link

ดารานำแสดง Audie Murphy , Marshall Thompson , Charles Drake, Jack Kelly , Gregg Palmer , Paul Picerni, David Janssen , Richard Castle , Bruce Cowling ...

เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

 
เรียนเชิญสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ต้องสมัครและ Login ก่อน) ผู้ชมทั่วไปหรือสมาชิกที่ต้องการโพสต์รูป เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" ในกระทู้ที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างกระทู้ใหม่ (คลิกที่นี่) ครับ

หากเป็นสมาชิก Facebook แสดงความเห็นได้ในฟอร์มข้างล่างนี้ครับ

Bookmark and Share

 

 ภาพยนตร์ตัวอย่างจาก www.youtube.com

 

 

 ทางเว็บไม่มีนโยบายนำภาพยนตร์ฉบับ เต็มมาให้ดูออนไลน์หรือให้ดาวน์โหลดเนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ มีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ภาพยนตร์

 



สงครามโลกครั้งที่ 2 - ยุโรป

Inglourious Basterds ยุทธการเดือดเชือดนาซี วันที่ 27/05/2013   23:02:43 article
The World at War สารคดีที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 19/05/2013   11:26:48
The Boy in the Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง วันที่ 19/05/2013   11:30:27
สารคดีชุด The History Channel World War II จาก BBC วันที่ 19/05/2013   11:32:15
Escape from Sobibor แหกค่ายนรกนาซี วันที่ 19/05/2013   14:49:41
Defiance วีรบุรุษชาติพยัคฆ์ (กลุ่มนักสู้ยิวในเบลารุส) วันที่ 19/05/2013   14:50:16
Brother's War ยุทธการสกัดแผนการหลังม่านเหล็ก วันที่ 19/05/2013   14:51:09
Life Is Beautiful ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง(?) วันที่ 19/05/2013   14:52:30
Stauffenberg ในเวอร์ชันของเยอรมันเอง วันที่ 19/05/2013   14:54:02
Valkyrie : ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก วันที่ 19/05/2013   14:55:25
Kelly's Heroes การเสียดสีความเป็นวีรบุรุษของอเมริกัน วันที่ 19/05/2013   14:57:02
Enigma รหัสลับพลิกโลก วันที่ 19/05/2013   14:58:01
The Fallen หลายฝ่ายหลายชีวิตกับความไร้สาระของสงคราม วันที่ 19/05/2013   14:59:09
ป้อมปืนนาวาโรน หนามแหลมมีพิษที่ยอกอกอังกฤษ วันที่ 19/05/2013   15:02:34
La Grande Vadrouille: หนังสงครามแนวตลกชั้นครู วันที่ 19/05/2013   15:04:14
Saints and Soldiers รบกันแต่อย่าเกลียดกัน??? วันที่ 19/05/2013   15:05:31
The Devil's Brigade กองพลน้อยปีศาจลูกผสมอเมริกัน-แคนาดา วันที่ 19/05/2013   15:06:55
The Battle of the River Plate วันที่ 19/05/2013   15:08:04
Das Boot U – 96 เรือล่มเมื่อจอด วันที่ 19/05/2013   15:11:04
Mosquito Squadron นิยายรักนักบิน วันที่ 19/05/2013   15:12:40
Where Eagles Dare วันที่ 19/05/2013   15:14:27
THE EAGLE HAS LANDED (แผนสิบหกอินทรีเหล็ก) วันที่ 19/05/2013   15:15:36
The Pianist ความวิปโยคจากอคติทางเชื้อชาติ วันที่ 19/05/2013   15:17:06
The Last Armored Train ว่าด้วยรถไฟหุ้มเกราะในสงครามโลก วันที่ 19/05/2013   15:18:21
Days of Glory เมื่อพี่(ฝรั่ง)เศสยังติดหนี้คนอาหรับ วันที่ 19/05/2013   15:19:32
The Great Escape แหกค่ายมฤตยู วันที่ 19/05/2013   15:22:20
Combat! คัมแบ็คในรูปแบบ VCD วันที่ 19/05/2013   15:23:45
D-Day the Sixth of June นิยายรักวันดีเดย์ วันที่ 19/05/2013   15:24:52
D-Day 6.6.44 สารคดี จาก BBC วันที่ 19/05/2013   15:25:59
The Atlantic Wall ปราการชายฝั่งยุโรป ของ ฮิตเลอร์ วันที่ 19/05/2013   15:27:09
Saving Private Ryan วันที่ 19/05/2013   15:28:34
Von Ryan's Express ด่วนนรกเชลยศึก วันที่ 19/05/2013   15:29:52
Memphis Belle ป้อมบินเย้ยฟ้า วันที่ 19/05/2013   15:30:55
Land and Freedom ความล้มเหลวของฝ่ายซ้ายใน สงครามกลางเมืองสเปน วันที่ 19/05/2013   15:34:12
633 ฝูงบินมัจจุราช วันที่ 19/05/2013   15:35:21
Cross of Iron อิสริยาภรณ์ แห่ง ความกล้า กับ ความบ้าเกียรติ วันที่ 19/05/2013   15:36:41
Kill Rommel การต่อต้านสงครามด้วยมนุษยธรรม วันที่ 19/05/2013   15:37:39
The Bridge at Remagen อีกยุทธการยึดสะพานที่คำสั่งเป็นพิษ วันที่ 19/05/2013   15:38:46
Donwfall (Der Untergang) ปิดตำนานบุรุษล้างโลก (ฮิตเลอร์) วันที่ 19/05/2013   15:52:54
Band of Brothers บทเรียนเรื่อง "ภาวะผู้นำ" วันที่ 19/05/2013   15:53:55
Nuremberg: ศาลยุติธรรม ระดับโลก หรือ ปาหี่ของผู้ชนะ? วันที่ 19/05/2013   15:55:43
Sophie Scholl กับ ขบวนการต่อต้านนาซี ใน เยอรมัน วันที่ 19/05/2013   15:56:49
โอมาร์ มุกตา ผู้หาญสู้ เผด็จการ ฟาสซิสต์ อิตาลี วันที่ 19/05/2013   15:58:04
แพตตัน การรบกับข้าศึก VS การแข่งขันกับพันธมิตร วันที่ 19/05/2013   15:59:18
Hitler the Rise of Evil ชีวิตของจอมเผด็จการที่เสมือนนิยายอมตะ วันที่ 19/05/2013   16:00:23
A Bridge Too Far ศึกสะพานนรก เพราะการวางแผนผิดพลาด วันที่ 19/05/2013   16:01:54
D-Day: Men and Machines สารคดี เบื้องหลัง การยกพลขึ้นบก ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ วันที่ 19/05/2013   16:03:14
ทัวร์ สงครามโลกครั้งที่สอง กับ กองพลที่ 1 สหรัฐฯ (The Big Red One) วันที่ 19/05/2013   16:04:20
Battle of the Bulge ยุทธภูมิรถถังที่อาศัยการตีความข้อมูลข่าวกรอง วันที่ 19/05/2013   16:05:30
Battle of Britain สงครามอินทรีเหล็ก วันที่ 19/05/2013   16:08:59
The Longest Day การยกพลขึ้นบก ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วันที่ 19/05/2013   16:10:08
ยุทธภูมิเลือด Stalingrad วันที่ 19/05/2013   16:11:23
Enemy at the Gates : วีรบุรุษสามัญชนจากอูราลในสมรภูมิ สตาลินกราด วันที่ 19/05/2013   16:12:27
Dark Blue World (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:14:45 article
Hart's War (ยังไม่มีบทวิจารณ์) วันที่ 19/05/2013   16:15:49 article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (92127)
avatar
หมาป่าดำ

เรื่องนี้ผมซื้อมาตั้งแต่สมัยเป็น วีดีโอ แค่บทนำบทแรกก็ตกใจแล้วที่กล่าวถึงนายทหารที่ได้เหรียญกล้าหาญมากที่สุดในสงครามโลกของอเมริกา ดูแล้วก็สนุกดีครับ แต่อย่างว่าหนังสร้างมานานแล้ว เทคนิคต่างๆ อาจสู้สมัยนี้ไม่ได้ ตอนสุดท้ายก็ยังเสียดายแทนเขาที่ไม่ได้ไปเรียนที่ เวสต์พอยท์

รายละเอียดเกี่ยวกับเหรียญกล้าหาญแต่ละเหรียญที่เขาได้รับว่ามีอะไรบ้าง จากภารกิจอะไร ไม่ทราบว่าจะหาได้จากที่ไหนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-12-27 04:42:07


ความคิดเห็นที่ 2 (92128)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

ที่จริงใน http://en.wikipedia.org/wiki/Audie_Murphy ได้มีรายชื่อเหรียญตราทั้งหมดที่เขาได้รับ  แต่ไม่ได้มีรายละเอียดขนาดว่าเหรียญไหนได้เมื่อไหร่จากภารกิจอะไร  และเชื่อว่าบางเหรียญโดยเฉพาะของต่างประเทศนั้น  เขาคงให้เป็นเกียรติหรือเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีมากกว่าการเจาะจงเป็นรางวัลกับวีรกรรมครั้งใดครั้งหนึ่ง  ถ้าต้องการรายละเอียดทั้งหมดจริงๆ คงต้องติดเป็นการบ้านไว้ก่อนที่ยังไม่รู้จะส่งได้เมื่อไหร่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-12-27 11:08:19


ความคิดเห็นที่ 3 (92134)
avatar
หมาป่าดำ

มาเพิ่มเติมอีกนิดครับ วันนี้เพิ่งได้ดีวีดีเรื่องนี้สดๆ ร้อนๆ  เป็นดีวีดีแบบ 5 IN 1  Vol. 14 ของ บ. Elephant  ซึ่งมี เรื่อง To Hell and Back อยู่ด้วย ส่วนเรื่องอืนๆ ในแผ่นนี้มี Brother in War (สงครามเวียตนาม) ,Operation Delta Force Deep Fauly ,Anzio, Hell in the Aegean สองเรื่องท้ายเป็นหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 สนุกดีครับ น่าจะหาซื้อไม่ยากตามร้านทั่วไป

ผู้แสดงความคิดเห็น หมาป่าดำ (mistiest-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-12-27 23:37:31


ความคิดเห็นที่ 4 (92775)
avatar
โรจน์ (Webmaster)

วันนี้บังเอิญเจอข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ครับ http://www.ww2awards.com/person/993 มีครบทุกเหรียญ และยังมีรายละเอียดของบางเหรียญที่ Audi Murphy ได้รับด้วย  ถึงบางเหรียญจะไม่ทราบก็ยังดีกว่าวิกิครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรจน์ (Webmaster) (webmaster-at-iseehistory-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2010-02-07 22:07:27



1


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search



eXTReMe Tracker